หลังเย่ฝานไปส่งไป๋อวิ๋นซีที่บริษัท ก็พาอู่หาวเฉียงไปยังสถานที่ถ่ายละคร
“คุณอาเล็กถ่ายละครที่นี่เหรอครับ!”
เย่ฝานพยักหน้า “ใช่แล้ว!”
ผู้ช่วยผู้กำกับเห็นเย่ฝานเดินเข้ามาก็รีบไปต้อนรับ “คุณชายเย่ ทำไมถึงมาที่นี่ได้ วันนี้ไม่มีบทของคุณนี่ครับ!”
เย่ฝานหิ้วปกเสื้อของอู่หาวเฉียง แล้วผลักเขาไปด้านหน้าก่อนพูด “ผมพาหลานชายมาเปิดประสบการณ์น่ะ ถังอวี่เซวียนยังไม่มาถึงเหรอ ผมได้ยินว่าวันนี้เขาจะเข้ามานี่!”
ผู้ช่วยผู้กำกับขมวดคิ้วพูด “เขาเข้ามาแน่ครับ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”
“งั้นคุณโทรหาเขา เรียกเขามาตอนนี้เลยได้ไหม?” เย่ฝานถาม
ผู้ช่วยผู้กำกับใกับคำพูดของเย่ฝานจนกล้ามเนื้อกระตุก ถังอวี่เซวียนเป็ถึงาาแห่งวงการภาพยนตร์ เขางานยุ่งขนาดนั้นแต่ยังอุตส่าห์รับปากเป็ดารารับเชิญ แค่นี้ก็ถือว่าเป็เกียรติมากแล้ว จะเร่งให้เขามาก่อนเวลาได้อย่างไร
“แบบนี้คงจะไม่ดีมั้งครับ”
เย่ฝานเปิดโทรศัพท์มือถือพลางพูดว่า “มีอะไรไม่ดีเล่า งั้นผมโทรไปเอง”
ผู้ช่วยผู้กำกับกำลังจะห้ามเขา แต่ปลายสายก็รับสายเย่ฝานเสียแล้ว
เย่ฝานโทรหาถังอวี่เซวียนไม่นาน เขาก็รีบเข้ามาหา ผู้ช่วยผู้กำกับดูถังอวี่เซวียนที่เข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ ก็พลันหน้าแดงขึ้นมา!
เหลียงซินเห็นถังอวี่เซวียนเข้ามาก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “าาแห่งวงการภาพยนตร์ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ั้แ่เมื่อไรกัน” เย่ฝานโทรไปเพียงครั้งเดียว ถังอวี่เซวียนก็รีบร้อนเข้ามาหา เย่ฝานมีสิทธิ์อะไร!
ลู่อิ๋งหัวเราะแล้วพูดว่า “ถังอวี่เซวียนยอมเข้ามา ยังไงก็ถือเป็เื่ดีทั้งนั้น!”
“คุณชายเย่!” ถังอวี่เซวียนทักทายด้วยความนอบน้อม
“นี่เป็หลานชายของผม”
“สวัสดีครับาาแห่งวงการภาพยนตร์ถัง ผมเป็แฟนคลับของคุณครับ!” อู่หาวเฉียงโบกมือให้ถังอวี่เซวียนด้วยสีหน้าเขินอาย หน้าตาแลดูเป็เด็กว่านอนสอนง่ายขึ้นมาทันที
“สวัสดีสหายน้อย!”
เย่ฝานกลอกตามองบนแล้วคิดในใจ อู่หาวเฉียงเ้าเด็กบ้า ตอนแรกบอกชื่นชอบเขามากกว่า แต่พอได้พบกับถังอวี่เซวียน ก็กลับคำซะงั้น
“าาแห่งวงการภาพยนตร์ถังครับ คุณเซ็นชื่อให้ผมหน่อยได้ไหมครับ!”
“ได้สิ” ถังอวี่เซวียนตอบ
อู่หาวเฉียงหยิบการ์ดออกจากกระเป๋าสะพายปึกหนึ่งมอบให้กับถังอวี่เซวียน ถังอวี่เซวียนเห็นการ์ดที่ซ้อนกันอย่างหนา มุมปากก็กระตุกขึ้นทันที แต่เขาก็ยังตั้งใจเซ็นชื่อให้อู่หาวเฉียง
อู่หาวเฉียงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป เขาถ่ายรูปตอนที่ถังอวี่เซวียนเซ็นชื่อลงบนการ์ดเอาไว้
“นายทำอะไรน่ะ?” เย่ฝานถาม
“เป็หลักฐานไงครับ เผื่อเ้าพวกนั้นจะหาว่าผมโกหก หาว่าผมให้ใครที่ไหนมาเซ็นชื่อเพื่อหลอกพวกเขา” อู่หาวเฉียงพูด
“ปกตินายชอบหลอกคนอื่นเหรอ ถึงได้กลัวว่าคนอื่นจะไม่เชื่อนาย!” เย่ฝานถาม
อู่หาวเฉียงหน้าขึ้นมาก่อนพูดว่า “ผมไม่ได้หลอกลวงใครนะ”
อู่หาวเฉียงนั่งยองๆ ข้างถังอวี่เซวียน เริ่มชวนเขาพูดคุย ถังอวี่เซวียนเองก็ยอมสนทนากับอู่หาวเฉียงอย่างใจเย็น
“พ่อหนูน้อย เธอคงเลื่อมใสในตัวาาแห่งวงการภาพยนตร์ถังมากเลยนะ!” เหลียงซินเอ่ยปากถาม
เหลียงซินดูอู่หาวเฉียงพร้อมกับคิดในใจ เด็กสมัยนี้เก่งจริงๆ! อายุแค่นี้ก็ประจบประแจงเป็แล้ว เพราะเป็เด็กสินะ จึงได้เปรียบที่ยังดูไร้เดียงสา
“ใช่แล้วครับ!”
“แล้วระหว่างาาแห่งวงการภาพยนตร์ถังกับคุณอาเล็กของเธอ เธอเลื่อมใสใครมากกว่ากัน!”
“ก็ต้องเป็คุณอาเล็กของผมสิครับ!” อู่หาวเฉียงตอบอย่างไม่ต้องคิด
“ทำไมล่ะ!”
“เพราะคุณอาเล็กเก่งมากเลยครับ คราวก่อนที่ผมถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ก็ได้คุณอาเล็กที่ตามหาผมจนเจอ”
“แล้วเขาหาเธอเจอได้ยังไง!”
“คุณอาเล็กทำคนกระดาษขึ้นมาแล้วใช้มันออกตามหาผมครับ”
ถังอวี่เซวียนคิดในใจ “...” คนกระดาษมันคืออะไรล่ะนั่น?
“คุณอาเล็กของเธอเก่งจริงๆ สองวันก่อนมีกลุ่มแฟนคลับของฉันที่ไม่รู้จักประมาณตนไปหาเื่เขา สุดท้ายถูกขังไว้ในลานจอดรถใต้ดินตั้งสามชั่วโมง” ถังอวี่เซวียนเล่าจบก็ถอนหายใจเฮือก
เมื่อก่อนกลุ่มแฟนคลับของเราจะพูดคุยกันเื่ผลงานชิ้นล่าสุดของเขา แต่เดี๋ยวนี้กลับคุยถึงเื่ลี้ลับเหนือธรรมชาติ และยังข่าวปั้นน้ำเป็ตัวระหว่างเขากับเย่ฝานอีก
“เอ๋ ผมไม่เคยได้ยินข่าวนี้เลยครับ” อู่หาวเฉียงพูดพลางเอียงหัว
“เรียบร้อยแล้ว” ถังอวี่เซวียนใช้เวลาอยู่นานกว่าจะเซ็นการ์ดเ่าั้จนหมด “ขอบคุณมากนะครับ คุณถัง ผมขอถ่ายรูปกับคุณได้ไหมครับ!”
ถังอวี่เซวียนยิ้มแล้วตอบว่า “ได้แน่นอนอยู่แล้ว”
“คุณชายถัง สีหน้าของคุณดูไม่เลวเลยนะครับ!” เย่ฝานกล่าว
ถังอวี่เซวียนหัวเราะแล้วพูดว่า “เป็เพราะได้คุณชายเย่ช่วยไว้นั่นแหละครับ”
“คุณอยากจะซื้อหยกคุ้มภัยไหม ชิ้นละห้าล้านหยวน! มันสามารถป้องกันอันตรายได้นะ” เย่ฝานกล่าว
ถังอวี่เซวียนพยักหน้าจอบ “ดีเหมือนกันครับ!” เย่ฝานขายหยกคุ้มภัยให้ถังอวี่เซวียนไปหกชิ้น และยังขายยันต์ได้อีกสิบแผ่น ในระยะเวลาอันสั้นมีเงินโอนเข้าบัญชีของเขาหลายสิบล้านหยวน
อู่หาวเฉียงมองเย่ฝานด้วยความเลื่อมใส “คุณอาเล็กครับ อาหาเงินเก่งจริงๆ!”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธพร้อมพูด “ก็ไม่เท่าไรหรอก...”
ความใจกว้างของถังอวี่เซวียน ทำให้เย่ฝานตกตะลึงไม่น้อย เย่ฝานคิดว่าเขาน่าจะสามารถขยายธุรกิจในวงการบันเทิงได้ พวกดาราสามารถหาเงินได้เร็ว และยังกล้าจ่ายเพื่อรักษาหน้าตาอีกด้วย เขาน่าจะหลอมโอสถบำรุงความงามมาขาย น่าจะขายออกได้ไม่ยาก
.......................................................................................
ณ โรงแรมหวงเฉา
หลินเจี๋ยเดินไปมาอยู่ในโรงแรม “เงินในบัตรนี้มันยังไงกันนะ?”
“ยังไม่ได้เบิกเงินออกไปเลย” หลินเสี่ยวพูด
หลินเจี๋ยพูดด้วยความกลัดกลุ้ม “แล้วจะทำยังไงละทีนี้!”
หลินเสี่ยวเสียใจมาก หลังจากที่หลินเจี๋ยซื้อยันต์จากอู่หาวเฉียง หลินเสี่ยวยิ่งคิดก็ยิ่งไม่พอใจ จึงอายัดบัตรใบนั้นโดยปิดบังหลินเจี๋ยเอาไว้
ผลสุดท้าย หลังจากที่หลินเจี๋ยใช้ยันต์นั้น หลี่เจียเป่าก็ฟื้นคืนสติขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ตอนนี้เขามีอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
หลินเจี๋ยรู้ทันทีว่ายันต์นั้นใช้ได้ผล แต่พลังยังไม่เพียงพอ หากได้ยันต์มามากพอ ลูกชายของเขาต้องหายเป็ปกติแน่ๆ
ยันต์ใช้ได้ผลอย่างนี้ทำให้หลินเจี๋ยดีใจมาก หลินเจี๋ยจึงอยากจะติดต่อเด็กชายคนนั้น เพื่อขอซื้อยันต์เพิ่มทันที
หลินเจี๋ยรีบสืบหาที่มาที่ไปของอู่หาวเฉียง แต่ว่าก่อนหน้านี้อู่ซือหานได้กำชับกับสายการบินไม่ให้แพร่งพรายข้อมูลส่วนตัว หลินเจี๋ยจึงไม่ได้ข้อมูลอะไรจากสายการบิน
“คุณน้าคะ เป็เพราะหนูไม่ดีเองค่ะ” หลินเสี่ยวฉือเสียใจในภายหลัง หลังจากที่รู้ว่ายันต์ใช้ได้ผล หล่อนก็รีบยกเลิกอายัดบัตรใบนั้น แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีคนมาเบิกเงินสักที
“สายการบินไม่ยอมให้ข้อมูลแบบนี้ ดูท่าทางแล้วที่มาที่ไปของเด็กคนนี้คงไม่ธรรมดาแน่” หลินเจี๋ยพูด
หลินเสี่ยวเดาว่าอู่หาวเฉียงน่าจะไปเบิกเงินแล้ว แต่ว่าเบิกไม่ได้ ตอนนี้เด็กคนนั้นน่าจะเกลียดพวกเราเข้ากระดูกดำแล้ว
หลินเจี๋ยหลับตาลง แล้วพูดด้วยความเหนื่อยล้า “ถ้าพยายามตามหายังไงก็ต้องหาเจอ ถ้ารู้อย่างนี้ั้แ่แรกน่าจะถามเด็กคนนั้นว่าอาเล็กของเขาคือใคร”
หลินเสี่ยวกำหมัดแน่น ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ หลี่เจียเป่าสติเลื่อนลอยอย่างนี้มาหลายปีแล้ว หลินเจี๋ยทุ่มเทแรงกายและแรงใจไปกับลูกชายคนนี้ไม่น้อย ตอนนี้พบวิธีรักษาที่อาจทำให้หายเป็ปกติ แต่หล่อนกลับทำลายมันไปกับมือ
หลินเจี๋ยมองหลินเสี่ยว แม้ในใจจะรู้ดีว่าหลินเสี่ยวนั้นมีเจตนาดี แต่ก็อดถือสาในเื่นี้ไม่ได้ อู่หาวเฉียงบอกวิธีใช้ยันต์กับหล่อนั้แ่แรกแล้ว แต่หลินเสี่ยวกลับบอกให้หล่อนทิ้งยันต์นั่นไป บอกว่าไม่ควรงมงาย ยังดีที่หล่อนไม่ได้เชื่อคำของหลินเสี่ยว ไม่เช่นนั้นคงเสียโอกาสดีๆ ที่ทำให้ลูกหายเป็ปกติแน่นอน
หลินเสี่ยวมองสายตาของหลินเจี๋ยก็รู้สึกละอายใจ หล่อนจะรู้ได้อย่างไรว่าจะได้เจอกับเด็กคนหนึ่งซึ่งมีสิ่งของที่สามารถรักษาหลี่เจียเป่าได้จริงๆ ในกลุ่มของพวกร่างทรงยังมีคนที่มีวิชาลี้ลับอยู่เหมือนกัน!
....................................................................................
เย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีพาอู่หาวเฉียงไปเที่ยวที่สวนสนุก
เย่ฝานเห็นฝูงชนเดินไปมาอยู่ในสวนสนุก ก็พูดด้วยความกลุ้มใจ “ที่นี่มีคนเยอะเกินไปจริงๆ”
“แต่ว่ามันน่าสนุกนี่ครับ!” อู่หาวเฉียงกล่าว
ไป๋อวิ๋นซีชูกระดาษในมือ แล้วพูดว่า “วางใจเถอะ ฉันมีคูปอง พวกเราสามารถเข้าทางพิเศษที่เร็วกว่าได้”
เย่ฝานทำปากจู๋แล้วพูดว่า “ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนุกเลย ที่จริงนะ ฉันสามารถขี่กระบี่บินได้! ขี่กระบี่บินน่าสนุกและตื่นเต้นกว่าเครื่องเล่นพวกนี้เป็ไหนๆ”
“คุณอาเล็กขี่กระบี่บินได้ แล้วพาผมขึ้นไปด้วยได้ไหมครับ?” อู่หาวเฉียงถามด้วยความสงสัย
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ได้สิ”
“แล้วฉันล่ะ?”
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซี แล้วพูดด้วยความลำบากใจ “นายน่าจะหนักเกินไป”
อู่หาวเฉียงทำแก้มป่อง แล้วมองเย่ฝานอย่างหมดคำจะพูดพลางคิดในใจ คุณอาก็ซื่อเกินไปจริงๆ! ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย คำว่าหนักเกินไปก็ไม่ควรพูดอย่างยิ่ง ไม่แปลกใจเลยที่ถึงตอนนี้แล้วทำไมคุณอาเล็กถึงยังจีบคุณอาไป๋ไม่ติดสักที คุณอาเล็กซื่อบื้อจริงๆ
ไป๋อวิ๋นซีทำหน้าไม่พอใจ เย่ฝานดึงแขนของไป๋อวิ๋นซีไว้และพูดเอาใจ “ตอนนี้ฉันยังทำไม่ได้ แต่รอให้ฉันแข็งแกร่งกว่านี้ แล้วจะพานายเหาะไปด้วยกันแน่นอน”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
ไป๋อวิ๋นซีลูบหัวอู่หาวเฉียงพลางพูด “เสี่ยวเฉียง อยากเล่นรถไฟเหาะไหม”
“อยากครับๆ!!!”
“งั้นพวกเราไปกันเถอะ” ไป๋อวิ๋นซีจูงมืออู่หาวเฉียงเดินจากไป เย่ฝานรีบวิ่งตามไปพร้อมพูดว่า “รอฉันด้วย!”
........................................................................
หลินเสี่ยวเขย่งเท้ามองซ้ายขวาด้วยความลุกลี้ลุกลน
หลินเจี๋ยมองหลินเสี่ยวที่มีเหงื่อเต็มตัวก็ถามออกไปว่า “เสี่ยวเสี่ยว เธอเป็อะไรไป?”
“เมื่อกี้หนูเหมือนกับจะเห็นเด็กคนนั้น แต่แค่พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว” หลินเสี่ยวเล่า
“เธอเห็นเด็กคนนั้นจริงเหรอ เด็กๆ มองไปก็คล้ายกันหมด เธอมองผิดไปหรือเปล่า?” หลินเจี๋ยพูดอย่างมีความหวัง และทั้งกลัวจะผิดหวังในขณะเดียวกัน
หลินเสี่ยวขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “น่าจะดูไม่ผิดนะ!”
หลังจากที่หลี่เจียเป่าดีขึ้นบ้างแล้ว หลินเจี๋ยก็ใช้วิธีต่างๆ ในการตามหาอู่หาวเฉียงด้วยความกระวนกระวายใจอยู่นาน แต่ก็ยังคว้าน้ำเหลว
หลินเจี๋ยตัดสินใจพาหลี่เจียเป่าที่อาการดีขึ้นบ้างมาเที่ยวสวนสนุกด้วยความจำใจ หวังจะมาปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้นบ้าง
หลินเสี่ยวหันซ้ายขวาอยู่สักพักจึงกล่าว “คุณน้าคะ ถ้าอย่างนั้นคุณอาดูเจียเป่านะคะ เดี๋ยวหนูจะไปตามหาเอง”
หลินเจี๋ยพยักหน้าแล้วตอบว่า “ที่นี่มีคนเยอะมาก ยังไงพวกเราแยกกันตามหาดีกว่า”
เย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีพาอู่หาวเฉียงเล่นเครื่องเล่นอย่างสนุกสนาน ทั้งสามคนไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังตามหาพวกเขาอยู่
“คุณอาเล็กครับ ผมอยากเล่นอันนั้น” อู่หาวเฉียงชี้ไปที่บันจี้จัมป์
เย่ฝานมองไปยังหอสูงหลายชั้นแล้วพูดว่า “ทำไมนายถึงได้เหมือนกับพวกผีไร้สาระพวกนั้น ชอบะโจากที่สูง! แย่จริง เครื่องเล่นห่วยๆ อย่างนี้ จะะโทีหนึ่งยังต้องเสียเงินตั้งสองร้อยหยวน”
ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “นายพูดเหลวไหลอะไรน่ะ? เสี่ยวเฉียงอยากเล่นก็ให้เขาเล่นเถอะ” เย่ฝานเ้าหมอนี่ กล้าเอาหลานชายมาพูดเปรียบเทียบกับผี ตัวเองขายยันต์หนึ่งแผ่นก็ได้เงินตั้งห้าล้านหยวน บางทีเขาก็ขี้เหนียวเกินไปจริงๆ
“คุณอา ผมขึ้นไปแล้วนะครับ!”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไปเลยๆ ถึงนายจะไม่ระวังเผลอตกลงมา อาก็รับนายไว้ได้อยู่ดี ไม่ต้องกลัวนะ กล้าหาญเผชิญหน้ากับมันเลย”
ไป๋อวิ๋นซีถลึงตาใส่เย่ฝานด้วยความไม่พอใจ “นายพูดบ้าอะไรอีกล่ะ?”
เย่ฝาน “…”
“เสี่ยวเฉียง เดี๋ยวอาขึ้นไปเป็เพื่อนเธอละกัน!”
อู่หาวเฉียงรีบพยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีครับๆ ขอบคุณคุณอาไป๋มากเลยนะครับ! คุณอามีน้ำใจมากกว่าคุณอาเล็กซะอีกนะครับ”
