เขากอดร่างนั้นเอาไว้ พลางพึมพำไม่หยุด“เฟิ่งสือจิ่น... สือจิ่น... ในที่สุดข้าก็ได้แต่งงานกับเ้า ดีจริงๆ...”
เจี่ยนซืออินแหงนหน้าขึ้นสูง ขณะที่น้ำตาหยดใสก็ไหลรินลงมาจากหางตาไม่หยุด
หลิวอวิ๋นชูทำอะไรไม่เป็สักอย่างเขาปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามสัญชาตญาณระหว่างชายหญิง แม้ก่อนหน้านี้ฮูหยินแห่งท่านโหวอันกั๋วเคยหาสตรีมาเป็สาวใช้ห้องข้างให้หลิวอวิ๋นชูเช่นกันแต่เขาไม่ได้แตะต้องสตรีคนนั้นเลยสักครั้ง ระหว่างเข้าหอจึงดูงุ่มง่ามเงอะงะไปบ้าง
แม้จะรู้ว่าหากยังปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป ต้องเสียลูกในท้องไปแน่แต่เสียงหนึ่งก็บอกกับนางเสมอ เสียงนั้นปลอบนางว่า... ไม่เป็ไร อย่างไรเสียนางก็ไม่คิดจะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ั้แ่แรกแล้ว...
วันรุ่งขึ้น เมื่อแสงตะวันระลอกแรกของวันสาดเข้ามาในจวน จักจั่นบนต้นไม้ก็เริ่มส่งเสียงร้องที่ชวนให้หนวกหูขึ้นอีกครั้งคนรับใช้ภายในจวนท่านโหวนำกะละมังสำหรับล้างหน้า ผ้าขนหนู เสื้อผ้าและเครื่องประดับมารออยู่หน้าห้องหอเตรียมพร้อมที่จะปรนนิบัติรับใช้คุณชายกับฮูหยินน้อยแล้ว
ไม่นาน เสียงอุทานของหลิวอวิ๋นชูก็ดังออกมาจากในห้องเมื่อสาวใช้ทั้งหลายเข้าไปตรวจดูเสียงกรีดร้องด้วยความใของพวกนางก็ดังขึ้นตามมา
เวลาหนึ่งวันเต็มๆ ต่อจากนั้น หมอจำนวนมากเข้าๆ ออกๆจวนท่านโหวอันกั๋วไม่หยุด หลิวอวิ๋นชูสร่างเมาอย่างสิ้นเชิงแล้วเขามีสภาพยุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ ที่คางมีเคราขนาดเล็กปกคลุมไปทั่วดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างที่หมอเข้าไปตรวจอาการให้เจี่ยนซืออินในห้องเขาก็ยืนรออยู่ที่นอกประตู โดยยกมือกุมหน้าผากเอาไว้ คล้ายกำลังโกรธตัวเองอยู่
เขาจำเื่ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้แล้ว เขาคิดว่านั่นเป็แค่ความฝันเท่านั้นและสตรีที่อยู่ในความฝันของเขาก็คือเฟิ่งสือจิ่น ผู้หญิงที่เขาเพ้อพะวงหาทุกเช้าค่ำนั่นเองคิดไม่ถึงว่าเื่ทั้งหมดจะเป็ความจริง เพียงแต่คนที่มีความสัมพันธ์กับเขาไม่ใช่เฟิ่งสือจิ่นแต่เป็เจี่ยนซืออินต่างหาก!
รุ่งเช้าเมื่อเขาได้สติกลับมาอีกครั้งก็พบว่าเจี่ยนซืออินนอนหลับอยู่ข้างกายเขาอย่างสงบ ลมหายใจของนางรวยรินคล้ายกำลังจะสิ้นลมอยู่แล้ว
ในตอนนั้น หลิวอวิ๋นชูสับสนมึนงง ทำอะไรไม่ถูกไปหมด
เจี่ยนซืออินยังไม่ฟื้น หมอกำลังช่วยชีวิตนางอย่างสุดความสามารถเมื่อฮูหยินแห่งท่านโหวอันกั๋วรู้เื่นี้เข้านางก็ชี้หน้าด่าหลิวอวิ๋นชูหลายครั้งหลายครา “สมองของเ้ามีแต่ขี้โคลนหรือไงรู้ทั้งรู้ว่าเจี่ยนซืออินตั้งครรภ์อยู่ แต่เ้าก็ยัง... เฮ้อ...ทำไมข้าถึงมีลูกชายชั่วๆ แบบเ้า!”
หลิวอวิ๋นชูขยี้เส้นผมบนหน้าผากจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ถึงกระนั้นมันก็ยุ่งวุ่นวายไม่เท่าหัวใจของเขาในตอนนี้อยู่ดี เขาพูดอย่างโกรธตัวเอง“เป็ความผิดของข้าเอง ข้าไม่ควรดื่มหนักแบบนั้น...และไม่ควรมีความสัมพันธ์กับนางเพราะฤทธิ์สุรา... ข้ามันเลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน...”
โชคยังดีหมอช่วยชีวิตของเจี่ยนซืออินเอาไว้ได้ นางหลับไปนานถึงสองวันเต็มๆหลังฟื้นขึ้นมาก็ยังดูเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก แถมยังผอมลงอย่างเห็นได้ชัดในตอนนั้นหลิวอวิ๋นชูรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรจะก้าวเข้าไปในห้องของเจี่ยนซืออินด้วยซ้ำเขาทำให้เจี่ยนซืออินต้องเ็ปถึงเพียงนั้น แล้วเช่นนี้ เขาจะแตกต่างไปจากคนสารเลวพวกนั้นตรงไหน!
ฮูหยินแห่งท่านโหวอันกั๋วเข้าไปดูอาการของเจี่ยนซืออินก่อนนางพูดปลอบเจี่ยนซืออินอยู่นาน แถมยังขอโทษแทนลูกชายยกใหญ่ เจี่ยนซืออินเพียงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มนางพูดด้วยเสียงอ่อนล้า “อวิ๋นชูล่ะ เขาอยู่ไหน ข้าอยากพบหน้าเขา”
ฮูหยินเดินออกมาข้างนอก ก่อนจะบอกกับหลิวอวิ๋นชูที่ยืนอยู่หน้าห้อง“ซืออินอยากพบเ้า เข้าไปคุยกับนางดีๆ ล่ะ”
ฮูหยินแห่งท่านโหวอันกั๋วเดินจากไปนานแล้วแต่หลิวอวิ๋นชูก็ยังยืนอยู่หน้าประตู ไม่กล้าเข้าไปเสียทีกระทั่งเจี่ยนซืออินเรียกชื่อของเขาด้วยเสียงอ่อนล้าเขาจึงก้าวฝีเท้าเข้าไปในห้องอย่างหนักอึ้ง เขาเงยหน้าขึ้นจึงมองเห็นเจี่ยนซืออินชัดๆ เจี่ยนซืออินเองก็มองมาที่เขาทั้งสองต่างก็แลดูอ่อนแอและเหนื่อยล้าเป็อย่างมากต่างฝ่ายต่างก็มองหน้ากันโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลิวอวิ๋นชูคล้ายจะพูดบางอย่าง แต่ก็หยุดชะงักลงแค่นั้นพลันดวงตาก็เริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง ราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมา
เจี่ยนซืออินกวักมือเรียก “มานั่งตรงนี้สิ” หลิวอวิ๋นชูยังคงยืนนิ่งเจี่ยนซืออินจึงฉีกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนล้า “อวิ๋นชู เ้ายังรังเกียจข้าอยู่ใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่!”หลิวอวิ๋นชูโพล่งออกไปดังนั้น ก่อนจะเงียบลงอีกครั้ง“เป็เ้าต่างหากที่ควรจะโกรธข้า เพราะข้าเป็คนทำให้เ้าต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ข้ามันเป็สัตว์เดรัจฉาน ข้าไม่สมควรได้รับการอภัยจากเ้า!”
เจี่ยนซืออินขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาให้เห็นนางยื่นมือไปดึงมือของหลิวอวิ๋นชู แล้วลากเขามานั่งข้างเตียง “ข้าไม่ได้โทษเ้า...เราแต่งงานเป็สามีภรรยากันแล้ว เื่ระหว่างชายหญิง เป็เื่ธรรมดาที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ...เ้าอาจจะออกแรงหนักเกินไปสักหน่อย แต่แค่ได้อยู่กับเ้าต่อให้ร่างกายจะเจ็บสักหน่อย ข้าก็รู้สึกมีความสุขมากอยู่ดี... อวิ๋นชูข้าชอบเ้ามาั้แ่เด็ก ข้าไม่เชื่อว่าเ้าไม่รู้เื่นี้ไม่ว่าเ้าจะทำอะไรกับข้า ข้าก็ไม่มีวันโทษเ้า...”นางหยัดตัวขึ้นมานอนอิงอยู่ที่หน้าอกของหลิวอวิ๋นชูจากนั้นก็หลับตาลงเพื่อรับรู้ถึงความอบอุ่นจากเขาอย่างตั้งใจ “แค่เ้ากอดข้าเอาไว้ข้าก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว...” นางพูดอย่างพึงพอใจ
หลิวอวิ๋นชูกอดเจี่ยนซืออินเอาไว้อย่างเต็มใจ เขาพูดด้วยความรู้สึกผิด“ขอโทษ ข้ามันเป็สัตว์เดรัจฉาน ทั้งที่เ้ายังตั้งครรภ์อยู่แท้ๆ แต่ข้ากลับ...กลับ...” หลิวอวิ๋นชูดวงตาแดงก่ำ เสียงพูดเริ่มเปลี่ยนมาเป็เสียงสะอื้น“ลูกของเ้า... เมื่อครู่หมอบอกว่าแค่รักษาชีวิตของเ้าเอาไว้ได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว แต่ลูก... เขาไม่อาจรักษาลูกในท้องของเ้าเอาไว้ได้...”
เสี้ยววินาทีหนึ่ง เจี่ยนซืออินเบิกตาขึ้นเล็กน้อย จู่ๆนางก็รู้สึกเคว้งขึ้นมาในหัวใจ “ไม่... ไม่เป็ไร... อย่างไรเสีย...อย่างไรเสียข้าก็ไม่คิดจะเก็บเขาเอาไว้ั้แ่แรกแล้ว... ไม่ใช่ความผิดของเ้า...”
หลิวอวิ๋นชูก้มหน้าลงต่ำ เสียงของเขาอัดอั้นไปด้วยความปวดร้าว“เป็ข้าเองที่ดื่มหนักเกินไปจนควบคุมสติไม่ได้ ข้ามันเลวเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน! ไม่ว่าเ้าจะโกรธ จะดุด่า หรือทุบตีข้าอย่างไรข้าก็ยินดีจะรับเอาไว้ทั้งหมด! ซืออิน ขอแค่เ้ากลับมาแข็งแรงต่อไป ข้าจะรับผิดชอบเ้าเอง ข้าจะใช้ทั้งชีวิตเพื่อชดเชยให้เ้า...”
