ณ บ้านตระกูลมู่
มู่เหลียนผิงยืนอยู่ในสวน มู่สืออวี้มองมู่เหลียนผิง สายตาของเขาแฝงไว้ด้วยความซับซ้อน
“เหลียนผิง นายเปลี่ยนเคล็ดวิชาแล้วเหรอ?”
มู่เหลียนผิงพยักหน้า “ใช่ ผมได้เคล็ดวิชาเล่มหนึ่งมาโดยบังเอิญ พบว่าเคล็ดวิชานี้เหมาะกับผมมากกว่า”
ก่อนหน้านี้ ตอนที่บ้านตระกูลหยางนำพรรคพวกบุกมา คนบ้านตระกูลมู่ทุกคนล้วนร่วมกันต่อสู้ ตอนนั้นมู่เหลียนผิงได้ประมือกับหยางเหลิงเสวี่ยพอดี ครั้งที่แล้วตอนที่หยางเหลิงเสวี่ยบุกมาท้าทายมู่เหลียนผิง หล่อนได้เหยียบหัวมู่เหลียนผิงไว้ใต้เท้าของหล่อน แต่ในครั้งนี้มันกลับตาลปัตร มู่เหลียนผิงเป็ฝ่ายทุบหยางเหลิงเสวี่ยจนกระอักเืกองอยู่กับพื้น
หยางเหลิงเสวี่ยอับอายเป็อย่างมาก เปิดโปงเื่ที่มู่เหลียนผิงละทิ้งเคล็ดวิชาของตระกูลมู่ แล้วหันไปฝึกเคล็ด “วิชามาร” แทน
เคล็ดวิชาที่มู่เหลียนผิงฝึกต่างจากเคล็ดวิชาของตระกูลมู่มาก ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่คนตระกูลมู่ไม่น้อย
“พี่ชาย พี่วางใจเถอะ ผมจะออกจากบ้านตระกูลมู่เอง จะไม่ยอมทำให้วงศ์ตระกูลต้องอับอาย และทำท่านผู้นำตระกูลและผู้าุโทั้งหลายต้องลำบากใจ”
มู่สืออวี้ขมวดคิ้ว แล้วกล่าวว่า “ท่านผู้นำและเหล่าผู้าุโ ไม่ใช่คนคร่ำครึขนาดนั้นเสียหน่อย เคล็ดวิชาที่นายฝึกตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเหมาะกับนายจริงๆ พวกเขาคงไม่บังคับให้นายหยุดฝึกฝนหรอก บ้านตระกูลมู่ของเราพัฒนามาถึงตอนนี้ คนที่เหมาะกับการใช้ผลอัคคีวิเศษก็มีแต่จะน้อยลงทุกที แล้วก็ยังปรากฏคนที่ฝึกเคล็ดวิชาจนธาตุไฟเข้าแทรกอีกไม่น้อย สำหรับสมาชิกมากมายในตระกูลแล้ว บางทีเคล็ดวิชาที่บรรพบุรุษได้สืบทอดมาช้านานนั้นอาจไม่ได้เหมาะสมกับทุกคนก็ได้”
มู่สืออวี้นึกในใจว่า หากเป็คนอื่นหักหลังวงศ์ตระกูล แอบฝึกเคล็ดวิชาภายนอก เหล่าผู้าุโจะต้องไม่พอใจแน่นอน ทว่าไม่ใช่กับมู่เหลียนผิง
ที่ผู้นำตระกูลฝึกฝนพลังปราณจนทะลวงขั้นแปดได้ ก็เพราะการช่วยเหลือจากมู่เหลียนผิง ที่ท่านผู้าุโมู่เคอหายเป็ปกติได้ก็เพราะเขาก็มีส่วนช่วยเช่นเดียวกัน หากคนในตระกูลจัดการกับมู่เหลียนผิง จะต้องส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของตระกูลที่มีต่อสวีหยวนชิง และที่สำคัญเขายังเป็เพื่อนสนิทกับคุณปู่ของไป๋อวิ๋นซีอีกด้วย!
เย่ฝานสนใจความคิดเห็นของไป๋อวิ๋นซีที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดของไป๋อวิ๋นซีที่สุดคือไป๋ซื่อหยวน
มู่เหลียนผิงส่ายหน้า แล้วเอ่ยว่า “ผมไม่ได้จะออกจากตระกูลไปเพราะเลือกเคล็ดวิชา แต่เป็เพราะคุณตาขอให้ผมทำ ข่าวเื่ที่ท่านผู้นำตระกูลสำเร็จพลังปราณขั้นแปดเล็ดลอดออกไป ผู้คนภายนอกไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร ถึงได้ปล่อยข่าวว่าเย่ฝานมีโอสถที่ทำให้ผู้ฝึกตนทะลวงพลังปราณขั้นแปดอย่างรวดเร็ว เย่ฝานจึงมีพลังสังหารหยางเชียนซันได้ง่ายดาย ตัวเย่ฝานเองคงไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัย แต่สำหรับบ้านตระกูลไป๋แล้วยังน่าเป็ห่วงไม่น้อย”
สีหน้ามู่สืออวี้เปลี่ยนไปทันที “เื่นี้เป็ความรับผิดชอบของบ้านตระกูลมู่ด้วย” ข่าวลือนี้แน่นอนว่าเป็ฝีมือของบ้านตระกูลหยาง หากบ้านตระกูลไป๋เกิดเื่ ทำให้ไป๋อวิ๋นซีโกรธแค้นบ้านตระกูลมู่ไปด้วยก็คงไม่ได้การ “แสดงว่านายจะไปอยู่บ้านตระกูลไป๋งั้นเหรอ?”
มู่เหลียนผิงพยักหน้า แล้วตอบว่า “ใช่ คุณตาตัดสินใจจะอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลไป๋ระยะยาว ทำหน้าที่เป็แพทย์ประจำตระกูลไป๋ ผมก็เลยจะไปอยู่ที่นั่น”
มู่สืออวี้ย่นคิ้วเข้าหากัน พิจารณาชั่วครู่แล้วพูด “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปบอกท่านผู้นำตระกูล ว่าฉันจะไปอยู่กับนายด้วย นายตัวคนเดียวคงคุ้มครองคนทั้งหมดไม่ไหวหรอก! ”
มู่เหลียนผิงตกตะลึงกับคำพูดนั้น “แบบนี้จะดีเหรอครับ?”
“ฉันคิดว่าท่านผู้นำตระกูลน่าจะเห็นด้วย” มู่สืออวี้เอ่ย
มู่เหลียนผิงมองมู่สืออวี้พลางกล่าว “พี่ชาย พี่สมัครใจไปคุ้มครองคนบ้านตระกูลไป๋ย่อมเป็สิ่งที่ดีอยู่แล้ว เพียงแต่กฎเกณฑ์ของบ้านตระกูลมู่...”
มู่สืออวี้ยิ้มก่อนกล่าว “กฎเกณฑ์เป็สิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ โลกภายนอกเปลี่ยนไปทุกวัน หากเอาแต่ปิดกั้นตัวเองอยู่อย่างนี้ ก็กลายเป็พวกล้าสมัยน่ะสิ”
......................................................................
“พี่ชาย ทำไมมู่หลันและมู่หลีถึงจะไปกับผมด้วยล่ะครับ?” มู่เหลียนผิงถามด้วยความสงสัย
เดิมทีที่เขาต้องพามู่สืออวี้ติดตามไปด้วย เขาก็ลำบากใจอยู่แล้ว แต่นี่ยังมีมู่หลันและมู่หลีพ่วงมาอีก!
มู่สืออวี้แบมือออกแล้วตอบว่า “พวกเขาสมัครมากันเอง ความจริงแล้วคนที่ลงชื่อสมัครมีเยอะกว่านี้ แต่ท่านผู้นำตระกูลให้แค่สองคนนี้ติดตามมาด้วย”
ในหมู่คนหนุ่มของตระกูล มีข่าวลือว่า ที่มู่เหลียนผิงเก่งกาจได้ขนาดนี้ ทั้งหมดเป็เพราะเย่ฝาน
ในเวลาไม่นาน! มู่เหลียนผิงก็เปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้ ด้วยมิตรภาพระหว่างสวีหยวนชิงและบ้านตระกูลไป๋ สวีหยวนชิงจึงขอให้เย่ฝานดูแลมู่เหลียนผิงเป็พิเศษ
มู่สืออวี้สงสัยว่าเคล็ดวิชาที่มู่เหลียนผิงกำลังฝึกฝน ก็คงได้จากเย่ฝานเช่นเดียวกัน สรุปแล้วถึงแม้สวีหยวนชิงจะมีความสามารถ แต่จะให้เขียนเคล็ดวิชาวิทยายุทธ์โบราณออกมา ก็คงเป็ไปได้ยาก
ในสายตาของคนหนุ่มบ้านตระกูลมู่แล้ว การเข้าไปพึ่งพาบ้านตระกูลไป๋เป็สิ่งที่คุ้มค่าที่สุด!
……....................................................................................
สวีหยวนชิงรออยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากแนวเขตป่าที่ตั้งของบ้านตระกูลมู่ เขาเห็นมู่เหลียนผิงเดินออกมาพร้อมลูกศิษย์อีกหลายคน
พอสวีหยวนชิงเห็นมู่เหลียนผิงพาลูกศิษย์บ้านตระกูลมู่มาสามคน เขาก็รีบดึงมู่เหลียนผิงออกมาอีกฝั่ง
“นี่มันเื่อะไรกัน ทำไมถึงพาคนมาเยอะขนาดนี้?” สวีหยวนชิงถาม
“ท่านผู้นำตระกูลบอกว่ายุคสมัยแปรเปลี่ยนไปแล้ว อยากให้ผมพาพวกเขาออกมาเปิดหูเปิดตาสักหน่อย” มู่เหลียนผิงตอบ
สวีหยวนชิงกล่าวอย่างทอดถอนใจ “ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ”
แม้ว่าผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณจะเก่งกาจแค่ไหน ทว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ วิทยาการในโลกภายนอกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอานุภาพร้ายแรงถูกผลิตอย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณจะเก่งกว่าคนธรรมดา แต่ไม่กี่ปีมานี้มีผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณไม่น้อยที่ต้องเสียชีวิตด้วยอาวุธพิเศษในมือของเหล่าทหาร
ถึงผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณจะเก่งกาจ แต่สองกำปั้นไหนเลยจะสู้สี่มือ
“พวกเขาออกมาอย่างนี้ แล้ววางแผนจะทำอย่างไรต่อไป?” สวีหยวนชิงซักถาม
“ท่านผู้นำตระกูลตั้งใจให้พวกเขาทำหน้าที่เป็บอดี้การ์ดให้กับคนบ้านตระกูลไป๋!” มู่เหลียนผิงตอบ
“มันก็เป็เื่ที่ดีนะ เพียงแต่ว่าคนพวกนี้ยอมทำหน้าที่เป็บอดี้การ์ดให้คนธรรมดาจริงๆ หรือ?” สวีหยวนชิงพูดด้วยความไม่แน่ใจ
มู่เหลียนผิงกวาดตามองมู่สืออวี้และพวกแวบหนึ่ง “พวกเรารับปากยืนยันกับท่านผู้นำตระกูลแล้วครับ”
สวีหยวนชิงนึกในใจว่า มีเย่ฝานอยู่ คนพวกนี้คงไม่กล้าก่อเื่อะไร ก็คงจะวางใจได้ “ไปกันเถอะ”
…….............................................................................
ณ บ้านตระกูลหยาง
หยางเหลิงเสวี่ยนั่งอยู่ในห้อง สีหน้าเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
ก่อนหน้านี้หล่อนถูกเย่ฝานโจมตีด้วยจิตสังหาร ต่อมาก็ถูกมู่เหลียนผิงต่อสู้จนแพ้ราบคาบ บารมีและชื่อเสียงของหล่อนในบ้านตระกูลหยางเสื่อมเสียไปไม่น้อย
“พี่ครับ ไม่เป็ไรใช่ไหม” หยางอ้าวเดินเข้ามาในห้อง แล้วถามด้วยความสำรวม
หยางเหลิงเสวี่ยส่ายหน้าตอบ “พี่ไม่เป็อะไร เื่เล็กน้อยแค่นี้ทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก”
หยางเหลิงเสวี่ยมองมู่เหลียนผิงด้วยความดูแคลนมาตลอด หล่อนคิดอยู่เสมอว่าการหมั้นกับมู่เหลียนผิงเป็ความอัปยศ แต่ปรากฏว่าครั้งนี้...
“ท่านผู้นำตระกูลล้มเลิกเื่ต้นผลอัคคีวิเศษแล้วเหรอ?” หยางเหลิงเสวี่ยถาม
หยางอ้าวพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่ครับ! ความสามารถของมู่ฟงไม่ได้ด้อยไปกว่าท่านผู้าุโหยางหงเลย! อีกอย่าง การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้นำมาซึ่งผลประโยชน์ใดๆ ตระกูลวิทยายุทธ์โบราณอื่นๆ และตระกูลทหารดูเหมือนจะไม่อยากร่วมมือกับเราแล้ว”
หยางเหลิงเสวี่ยกัดฟันกรอด “ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว”
“ตระกูลวิทยายุทธ์โบราณอื่นๆ และตระกูลทหารเกรงว่าเย่ฝานจะเข้ามาพัวพันกับเื่นี้” หยางอ้าวกล่าว
“เย่ฝานคนนั้นเก่งกาจจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะสามารถทำให้คนทะลวงพลังปราณขั้นแปดได้...” หยางเหลิงเสวี่ยพูดด้วยความสงสัย
ท่านผู้าุโหยางหงต้องทุ่มเทแรงกายขนาดไหน ถึงจะสำเร็จพลังปราณขั้นที่แปดได้! แต่เย่ฝานกลับทำให้มู่ฟงสำเร็จขั้นนั้นได้อย่างง่ายดาย
หยางอ้าวส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่รู้เหมือนกันนะครับ แต่ผมได้ยินว่ามีคนไม่น้อยที่ไปขอซื้อยาจากเขา แต่เย่ฝานบอกว่ากินยาหมดไปแล้ว คนที่ไปหาเขาจึงต้องกลับมามือเปล่า”
…….........................................................................................
ในคฤหาสน์ของเย่ฝาน
เย่ฝานนั่งอยู่บนโซฟากะพริบตาปริบๆ แล้วถามว่า “นายบอกว่าบ้านตระกูลมู่จะส่งคนมาคุ้มครองฉัน?”
“ใช่ พวกเขามาถึงแล้วด้วย ตอนนี้พักอยู่ที่บ้านตระกูลไป๋ หากนาย้าละก็ เรียกพวกเขามาสองคนก็ได้นะ” ไป๋อวิ๋นซีบอก
“คฤหาสน์หลังนี้ฉันเสียเงินซื้อมาตั้งสามล้านหยวน! จะยอมให้คนอื่นเข้ามาอยู่ได้ยังไง อีกอย่างฉันก็ไม่จำเป็ต้องให้ใครมาคุ้มครองด้วย” เย่ฝานเอียงหัวพลางคิดในใจว่า คิดว่าเขาโง่หรือไง จะเรียกบอดี้การ์ดอ่อนหัดมาทำลายโลกแห่งความรักของเขาและไป๋อวิ๋นซีทำไมกัน
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้า แล้วเอ่ยว่า “อืม ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ดังนั้นให้พวกเขาพักอยู่ที่บ้านตระกูลไป๋ก็แล้วกัน”
ตอนนี้บ้านตระกูลมู่ยอมให้ลูกศิษย์ออกสู่โลกภายนอก ด้านหนึ่งอาจจะเนื่องด้วยเื่ยาของเย่ฝานดึงดูดผู้ฝึกวิทยายุทธ์ให้ปรากฏตัว อีกด้านหนึ่งก็น่าจะเป็เพราะบ้านตระกูลมู่เริ่มเห็นความสำคัญในตัวเย่ฝานแล้ว
หากผู้นำบ้านตระกูลมู่ไม่โง่ ก็คงจะตระหนักถึงความสามารถของเย่ฝาน และ้าพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกก้าวหนึ่ง
……................................................................................
ณ เขาหลงหู่
“นึกไม่ถึงว่าตาเฒ่าบ้านตระกูลมู่จะส่งลูกศิษย์ออกไป หรือเ้าหมอนี่วางแผนให้ลูกศิษย์ของบ้านตระกูลมู่ออกมาฝึกตนยังโลกภายนอกหรือยังไง?” จางเซวียนกล่าว
“ที่เป็อย่างนี้ ฉันคิดว่าพวกนั้นน่าจะมองเห็นความสามารถของเย่ฝาน” จางเหวินเทาเอ่ย
จางเซวียนพยักหน้า “น่าเสียดาย ผลอัคคีวิเศษที่เย่ฝาน้า พวกเราเขาหลงหู่ไม่สามารถหามาให้เขาได้”
่นี้ของของเย่ฝานราคาพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว เขาหลงหู่ไม่มีปัญญาจะซื้อหามาได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ของที่เย่ฝานนำออกมาขายแต่ละอย่างล้วนเป็ของดี คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป!
“พวกตาเฒ่าบ้านตระกูลมู่หลักแหลมเสียจริง!” จางเหวินเทาอดพูดออกมาไม่ได้
เย่ฝานรักไป๋อวิ๋นซีมาก คนบ้านตระกูลมู่ไปเป็บอดี้การ์ดให้คนบ้านตระกูลไป๋ แน่นอนว่าเย่ฝานก็ต้องรับน้ำใจในครั้งนี้ไว้!
“คุณชายเย่ ่นี้กำลังทำอะไรอยู่?” จางเหวินเทาถามพร้อมกับหันไปมองจางเซวียน
“่นี้หรือครับ? ดูเหมือนจะว่างงานนะครับ เอาแต่ศึกษานิยายลามกกับทายาทรุ่นที่สองของบ้านตระกูลไช่ ยังไงเย่ฝานก็ยังอายุน้อย แถมยังอยู่ใน่ข้าวใหม่ปลามัน ก็คงหลีกเลี่ยงเื่แบบนี้ไม่ได้” จางเซวียนตอบพลางส่ายหน้า
จางเหวินเทาสูดหายใจเข้าลึก “คุณชายเย่วันๆ ไม่ทำงานทำการ ยังฝึกฝนพลังปราณได้รวดเร็วขนาดนี้! ”
จางเซวียนขมวดคิ้ว “คุณชายเย่ช่างต่างกับพวกเราจริงๆ!”
……...........................................................................................
ณ บ้านตระกูลไป๋
“อวิ๋นซี คนของบ้านตระกูลมู่มาอยู่ที่นี่ หลานคิดเห็นยังไงบ้าง” ไป๋ซื่อหยวนถาม
ไป๋ซื่อหยวนรู้มานานแล้วว่ามีกลุ่มคนที่เรียกว่าผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ และก็รู้ถึงความเก่งกาจของพวกเขาดี เมื่อก่อนมีคนเพิ่มขึ้นมาแค่คนเดียวก็วุ่นวายขนาดนั้น ตอนนี้ในบ้านมีคนเพิ่มขึ้นหลายคน เขาจึงอดกังวลไม่ได้
“พวกเขาคงจะอยากมาที่นี่เพราะเย่ฝานเป็เหตุน่ะครับ แต่พวกเขายอมมาเป็บอดี้การ์ดด้วยความเต็มใจแบบนี้ ก็ไม่ใช่เื่เสียหายอะไรนะครับ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยความเฉยเมย
“ปู่เข้าใจดี แต่ว่าคนคนนั้นเป็ถึงผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณเชียวนะ!” ถึงแม้ไป๋ซื่อหยวนจะมีเงินทอง แต่เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณก็อดประหม่าไม่ได้
“คุณปู่ครับ เขาเป็แค่ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณเท่านั้น ปู่อย่ากังวลไปเลยครับ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไป๋ซื่อหยวนมองไป๋อวิ๋นซี ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
“อวิ๋นซี ปู่ว่าหลานดูเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นเยอะเลยนะ! เป็เพราะอยู่กับเย่ฝานมานานหรือเปล่า” ไป๋ซื่อหยวนนึกในใจว่า แต่ก่อนหลานชายเป็คนสำรวมและอ่อนน้อม! เย่ฝานเ้าหมอนั่นเป็คนอวดเก่งอวดดี มักจะเห็นคนอื่นเป็คนอ่อนหัดไปเสียหมด
ไป๋อวิ๋นซีนึกในใจว่า คุณปู่กำลังบอกเป็นัยว่าตัวเขาอวดดีงั้นเหรอ? หลังจากได้ฝึกตน มุมมองต่อโลกของเขาก็ไม่เหมือนเดิม
“ปู่ได้ยินนักพรตสวีเล่าว่า หลานก็เริ่มฝึกตนแล้วเหรอ! ฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณลำบากมากนะ! เห็นนักพรตสวีบอกว่ามู่เหลียนผิงฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณจนมีาแไปทั้งตัวเลย” ไป๋ซื่อหยวนพูดด้วยความกังวลใจ
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้า แล้วตอบว่า “ผมสบายดีครับ” ขอเพียงได้ร่วมบำเพ็ญคู่กับเย่ฝาน พลังปราณของเขาก็จะสูงขึ้นเอง แทบไม่ต้องฝึกอะไรเพิ่ม
โดยทั่วไปของการบำเพ็ญคู่ คนที่ระดับพลังปราณต่ำกว่าจะเป็ผู้ได้เปรียบ พลังปราณของเขาจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้การกระตุ้นจากผู้ที่ระดับพลังปราณสูงกว่า
ไป๋ซื่อหยวนพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไม่ลำบากไปหน่อยเหรอ หลานอย่าฝืนตัวเองเลยนะ ปู่ว่าหลานผอมไปเยอะเลย”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
