เซี่ยต้าจวินจำไอ้หนุ่มตรงหน้าคนนี้ได้ เ้าหมอนี่มิใช่คนเขียนหนังสือสัญญาหย่าแทนเขาและหลิวเฟินในวันนั้นหรือ?
เซี่ยต้าจวินเกือบลงมือต่อยคนแล้ว บีบกำปั้นไว้แน่นอยากทำให้เฉินชิ่งได้รับการสั่งสอนเสียหน่อย ที่นี่ก็ไม่ใช่หมู่บ้านชีจิ่งเสียด้วยยังจะมีกลุ่มคนวิ่งมาช่วยเฉินชิ่งรุมเขาหรือ?
แต่ที่นี่คือเซี่ยนอีจง
อาจารย์ใหญ่ซุนยังนั่งอยู่บนเวที ถ้าเห็นเขาทำร้ายคน จะต้องไม่ช่วยเขาเกลี้ยกล่อมหลิวเฟินแน่นอน
จื่ออวี้บอกว่านี่คือ ‘การอดทนต่อความอัปยศเพื่อภารกิจหนัก’ เขาอดทนข่มอารมณ์สักพัก ถึงจะสามารถทำให้หลิวเฟินและเขากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งได้เซี่ยจื่ออวี้เคยอธิบายอย่างจริงจังแก่เขาว่าอะไรคือ ‘การอดทนต่อความอัปยศเพื่อภารกิจหนัก’ เซี่ยต้าจวินคิดว่าตนเองกำลังอดทนต่อความอัปยศเพื่อภารกิจอยู่เขาถึงขั้นใจกว้างไม่คิดเล็กคิดน้อยกับสองแม่ลูก และทำตามคำพูดของหลานสาว ที่บอกว่าต้องไว้หน้าพวกเธอให้เกียรติพวกเธอ นี่ยังไม่จริงใจพออีกหรือ?
และใน่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่มีคนซักผ้าทำอาหารให้เขา เมื่อเขากลับบ้านหลังจากทำงานข้างนอกนานสองสามเดือนหลังจากถอดเสื้อผ้าสกปรกบนตัวออก ค้นหีบคุ้ยตู้ก็ยังหาเสื้อผ้าที่สะอาดไม่เจอสักชุดอาบน้ำก็ไม่มีคนขัดหลังให้ ไม่ต้องพูดถึงความห่วงใยว่าเขาจะกินอิ่มนอนอุ่นหรือไม่ขณะทำงานนอกบ้านแม่เฒ่าเซี่ยสนแค่เื่ล้วงขอเงิน จางชุ่ยและหวังจินกุ้ยก็เป็พี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ใครจะโผล่มาห่วงใยเขาได้?
เซี่ยต้าจวินคิดว่าผู้ชายควรมีภรรยาสักคน มีลูกได้หรือไม่ค่อยว่ากันซักผ้าทำอาหารให้เขาได้ ยามค่ำคืนนอนหลับเป็เพื่อนเขาได้ก็พอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นคือสินค้าขาดทุนที่หลิวเฟินให้กำเนิดก่อนหน้านี้กลับมีอนาคตสดใสเซี่ยต้าจวินคือคนรักศักดิ์ศรีมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อก่อนกลัวคนอื่นพูดลับหลังว่าเขาไร้ลูกชายให้ความเคารพครั้งสุดท้าย [1] หากเซี่ยเสี่ยวหลานสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ลูกสาวผู้เป็นักศึกษามหาวิทยาลัย ชาวบ้านคนไหนจะกล้าเย้ยหยันว่าเขาไร้ลูกชายกัน?
คนที่มีลูกชาย แต่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ยังดีสู้ลูกสาวของเขาไม่ได้เลยสักนิด
เขายินดีที่จะยอมรับหลิวเฟินและลูกสาวอีกครั้งและตั้งมั่นว่าภายภาคหน้าจะดีต่อสองแม่ลูกสักหน่อยถ้าเซี่ยเสี่ยวหลานสอบติดมหาวิทยาลัย ต่อให้เขาต้องทุบหม้อขายเหล็ก [2] ก็ต้องส่งเสียเธอ หลานสาวเรียนได้ ลูกสาวของเขาก็ต้องเรียนได้เหมือนกันจื่ออวี้พูดถูก ภรรยาไม่ได้มีไว้ทุบตี หลิวเฟินไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นในหมู่บ้าน เพราะเธอกล้าที่จะหนีไปแล้วหนหนึ่ง...คำพูดพวกนี้สะท้อนกึกก้องอยู่ในใจเซี่ยต้าจวินถึงฝืนกลั้นความพลุ่งพล่านที่จะต่อยคนไว้
“ฉันเป็พ่อของเสี่ยวหลาน ทำไมฉันจะมาไม่ได้?”
เฉินชิ่งอยากขอความช่วยเหลือจากเหล่าเพื่อนนักเรียนให้พาตัวเซี่ยต้าจวินออกไป ทำไมตอนเสี่ยวหลานอยู่ตระกูลเซี่ยเขากลับไม่ดีต่อเธอบ้างเวลานี้ดันมาบอกว่าเป็บิดาบังเกิดเกล้า! เฉินชิ่งแน่ใจแล้วว่าเซี่ยต้าจวินมาเพื่อก่อความวุ่นวายคนตระกูลเซี่ยล้วนเลวร้าย คนที่เรียกตนว่าคือน้องสาวเสี่ยวหลานมาเพื่อให้ร้ายเสี่ยวหลานต่อหน้าเขาพี่สาวเสี่ยวหลานก็พาคนรักที่เคยชิงไปจากเสี่ยวหลานมาโอ้อวด ย่าแท้ๆของเสี่ยวหลานยิ่งไปกันใหญ่ เฉินวั่งต๋ากลับมาจากการไปย้ายทะเบียนบ้านให้สองแม่ลูกที่หมู่บ้านต้าเหอเล่าว่าไม่เคยพบเคยเจอหญิงชราที่เ้าเล่ห์และมีฝีปากที่ร้ายกาจขนาดนั้นมาก่อนเลย!
“เสี่ยวหลานไม่ได้อนุญาตให้คุณมา คุณจะอยู่ที่นี่ไม่ได้!”
เฉินชิ่งยังไม่ทันดันตัวเซี่ยต้าจวินไป ผู้บริหารโรงเรียนบนแท่นบรรยายทัก ‘เฮ้ยเฮ้ย’ สองครั้ง
“ผู้ปกครองทุกท่าน รีบหาชั้นปีของบุตรหลานตนเอง และนั่งประจำที่พวกเราจะประชุมกันแล้ว เวลาของทุกคนล้ำค่ามากเวลาของเหล่านักเรียนเตรียมสอบล้ำค่ายิ่งกว่า...”
“เฉินชิ่ง เธอรีบพาผู้ปกครองคนนี้นั่งเสีย”
อาจารย์ฉีรับผิดชอบรักษาลำดับของห้อง 3 เมื่อผู้บริหารบอกจะเริ่มเธอก็พบว่ายังมีคนยืน
ต่อหน้าธารกำนัล เหล่าผู้ปกครองและอาจารย์ต่างมองอยู่จะพูดเื่ในครอบครัวของเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ได้ เฉินชิ่งผลักเซี่ยต้าจวินให้ไปนั่งที่แถวหลังเขากลัวว่าเซี่ยต้าจวินจะลงทำร้ายคนจึงแยกเซี่ยต้าจวินและหลิวเฟินให้ไกลจากกันเท่าที่จะไกลได้
เซี่ยต้าจวินนั่งลงก็ส่งเสียงเรียก ‘อาเฟิน’ อันที่จริงหลิวเฟินหวาดกลัวยิ่งนัก แต่เธอจะปล่อยให้เซี่ยต้าจวินดูออกไม่ได้
ในชนบทมีสุนัขท้องถิ่นทั่วทุกหนแห่ง ถ้าไม่ระวังจะโดนมันไล่กัด ดังนั้นต้องห้ามวิ่งหนีหากหนีย่อมเป็การบอกสุนัขว่าเรากลัวมัน มันจะยิ่งดุร้ายขึ้น ต้องก้มลงไปเก็บหินมาเพื่อปาใส่มันโยนของใส่มัน กระทืบเท้าโห่ร้องทำท่าทางองอาจข่มขู่มัน!
เซี่ยต้าจวินก็เป็เพียงสุนัขดุร้ายตัวหนึ่งมิใช่หรือ?
ทุกวันนี้หลิวเฟินไม่กล้ากล่าวคำโกหกประเภท ‘นั่นคือพ่อลูก’ ‘เขายังรักลูก’ ต่อเซี่ยเสี่ยวหลานด้วยซ้ำ หลังออกจากตระกูลเซี่ยเธอพบว่าเซี่ยเสี่ยวหลานไม่้า ‘ความรัก’ ของเซี่ยต้าจวิน ตอนนี้ไม่ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานหรือเธอก็มีชีวิตที่ดีและเบิกบานกว่าเดิมทีเดียว
วันตรุษจีน ทั้งครอบครัวห้อมล้อมปรองดองกันสนทนาหัวร่อต่อกระซิกพลางห่อเกี๊ยวกัน รับประทานเกี๊ยวเสร็จก็เก็บกวาดโต๊ะ จากนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานก็นำของปีใหม่ที่โจวเฉิงส่งให้ออกมาวางทีละอย่างภาพแบบนี้ หลิวเฟินที่แต่งงานเข้าตระกูลเซี่ยเป็ยี่สิบปีไม่เคยได้ััแม้เพียงสักครั้ง
แม่สามีที่มักไม่ให้ความสำคัญกับเธอ ด่าทอเธอ ผิดหวังในตัวเธอ
บรรดาสะใภ้ที่มักคิดเอาเปรียบ ไม่เพียงแต่เอาเปรียบ ยังจะผลักไสเธออีกด้วย
ทั้งยังมีสามีที่หาเงินให้หลานสาวใช้ ปล่อยลูกสาวใกล้ตาย ไม่มีเงินให้ไปโรงพยาบาลแม้แต่หยวนเดียวรู้จักแค่การโบกกำปั้นทำร้ายคนอื่น
หลิวเฟินจมสู่ห้วงความคิดของตนเอง ตระกูลเซี่ยสำหรับเธอแล้วคือฝันร้ายดีๆนี่เอง!
“อาเฟิน!”
เซี่ยต้าจวินเรียกอีกแล้ว ผู้ปกครองด้านข้างสะกิดแขนหลิวเฟิน
“ผู้ชายด้านหลังคนนั้นกำลังเรียกคุณหรือเปล่า?”
หลิวเฟินยังคงรู้สึกหวาดกลัว ทว่ามีความรังเกียจเสียมากกว่า “อือ กำลังเรียกฉัน เขาเป็สามีเก่าของฉันน่ะ... ฉันไม่อยากสนใจเขา”
สามีเก่า?
ในปี 84 พวกคำว่าสามีเก่าภรรยาเก่าล้วนเป็คำศัพท์ที่นำสมัยแม่ม่ายและพ่อม่ายพบได้บ่อย ส่วนการหย่านั้นน้อยมากที่จะพบเห็นสามีภรรยาต้องทะเลาะกันขนาดไหนถึงจะหย่ากันเล่า? ใช้ชีวิตร่วมกันต้องมีอุปสรรคสู้รบปรบมือ เขวี้ยงเก้าอี้คว้ามีดแน่นอน สุดท้ายไม่ใช่ยังคืนดีกันหรือ!
สามีภรรยาตั้งเท่าไรที่เป็คู่เวรคู่กรรมกันไปทั้งชาติ
อย่างเช่นพวกหลิวเฟินที่แต่งงานในยุค 60 แบบนี้ความรักอะไรไม่รู้จัก คนเขาแนะนำจัดแจงให้ชายหญิงทั้งสองฝ่ายพบหน้ากันถ้าไม่ได้พิการถึงขั้นขาดแขนขาดขา โดยทั่วไปก็ยินยอมตกลงแต่งงานกันแล้วหลังแต่งงานถึงรู้ว่าทั้งสองคนนิสัยใจคอไม่ลงรอยกัน ทว่าหลับนอนด้วยกันแล้วแม้แต่ลูกก็ให้กำเนิดแล้ว ไม่เหมาะสมกันก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะแก้ไขได้ จำเป็ต้องใช้ชีวิตร่วมกันต่อไป...หย่า? จะหย่าได้อย่างไร
คนนอกจะพูดอย่างไร ลูกที่บ้านจะมองอย่างไรบิดามารดาของสองฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่?
ปากของพวกวงศาคณาญาติ มีไม่กี่คนที่ต้านทานได้
ผู้ปกครองคนนี้พินิจหลิวเฟินอย่างละเอียด ลักษณะซื่อตรงไร้พิษภัยคาดว่าโดนฝ่ายชายขอหย่า และช่างน่าสงสารจริงๆ
เซี่ยเสี่ยวหลานใช้ชีวิตกับมารดาที่หย่าร้างแล้วยังสามารถรักษาระดับผลการเรียนได้ดีถึงเพียงนี้ ยิ่งไม่ง่ายเอาเสียเลยศึกษาเล่าเรียนด้วยตนเองที่บ้าน? ถ้าไม่หาเงินค่าเล่าเรียนด้วยตัวเองยังมีหนทางอื่นอีกหรือ
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าสนใจเขาเลย ฉันว่าสามีเก่าคุณท่าทางเอาเื่ประชุมเสร็จฉันจะเรียกผู้ปกครองสองสามคนออกไปเป็เพื่อนคุณ”
หลิวเฟินประหลาดใจ
เธอนึกว่าเมื่อพูดสถานะหย่าร้างออกไปผู้หญิงที่ยังชมเชยเธอด้วยความเป็มิตรเมื่อสักครู่คงเปลี่ยนท่าทีใครจะรู้ว่าคนเขายังคงปลอบขวัญเธออยู่ แม้สมองของหลิวเฟินประมวลผลช้าแต่เธอไม่ได้โง่งม
เช่นนั้นแล้ว การหย่าไม่ได้เื่ที่น่าขายหน้าอย่างที่เธอจินตนาการใช่หรือไม่?
“ถ้ายังสามารถอยู่ด้วยกันได้ ใครจะหย่ากัน?”
ผู้หญิงด้วยกันทั้งนั้น จะไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิงหรือและเพราะว่าหลิวเฟินดูเรียบง่ายซื่อสัตย์ ไม่เหมือนพวกผู้หญิงผัดหน้าทาปากที่มีเล่ห์เหลี่ยมจัดโดยปกติทั่วไปพอผู้หญิงแบบหลิวเฟินนี้หย่าร้างจะไม่ถูกคนสงสัยในพฤติกรรมของฝ่ายหญิง
เซี่ยต้าจวินเรียกติดกันหลายหนหลิวเฟินก็ไม่ตอบรับ นอกจากหลิวเฟินจะแสร้งไม่ได้ยินแล้วยังสนทนากับคนที่นั่งข้างๆ ด้วย ไม่เห็นเซี่ยต้าจวินอยู่ในสายตาโดยสิ้นเชิงเมื่อผู้หญิงไม่โดนทุบตีสักหน่อย ก็ไม่ยอมเชื่อฟังแต่โดยดีเซี่ยต้าจวินเริ่มบีบกำปั้นแน่น
เขากำลังอดทนอัปยศแบกรับภารกิจหนัก!
อาจารย์ใหญ่ซุนกล่าวสุนทรพจน์เป็อันดับแรกจากนั้นเป็การกล่าวของเหล่าวังหัวหน้าระดับชั้น เซี่ยนอีจงได้จัดมอบทุนการศึกษา โดยประเมินจากอันดับคะแนนของการสอบปลายภาคในภาคเรียนที่แล้วเซี่ยเสี่ยวหลานเป็อันดับสองของชั้นปี สิบอันดับแรกได้รางวัลทั้งหมดสองอันดับแรกคือ ‘ทุนการศึกษารางวัลพิเศษ’ อันดับที่ 3 และ 4 คือรางวัลที่หนึ่ง อันดับที่ 5 ถึง 7 คือรางวัลที่สอง อันดับที่ 8 ถึง 10 คือรางวัลที่สาม จากการจัดสรรจำนวนคนของทุนการศึกษาก็เห็นได้ว่าไม่ถูกต้องเดิมที ‘รางวัลพิเศษ’ จะมอบแก่อันดับหนึ่งของชั้นปีเท่านั้นส่วนรางวัลอื่นแต่ละรางวัลมอบแก่นักเรียนจำนวนละสามคน
โรงเรียนตั้งใจดูแลเซี่ยเสี่ยวหลานโดยเฉพาะ แบ่งสองอันดับแรกเป็ ‘รางวัลพิเศษ’ ทั้งคู่
‘รางวัลพิเศษ’ มีเงินรางวัลจำนวน 200 หยวน เซี่ยเสี่ยวหลานไม่ยอมรับเงินอุดหนุนของโรงเรียนทว่าเงินรางวัลนี้เธอได้มาโดยอาศัยคะแนนของตนเอง ยังจะไม่ยอมรับได้หรือ?
เหล่าวังประกาศชื่อของเซี่ยเสี่ยวหลานให้ผู้ปกครองของเซี่ยเสี่ยวหลานขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัล ทั้งที่ประชุมล้วนเต็มไปด้วยเสียงปรบมือ
หลิวเฟินยืนขึ้น เซี่ยต้าจวินก็อยากยืนขึ้นเหมือนกัน แต่ถูกสะใภ้ใหญ่เฉินที่นั่งอยู่ข้างๆดึงไว้ “คุณนี่นะ ทำไมหนังหน้าหนาขนาดนี้? นั่นคือรางวัลที่คุณควรไปรับหรือ?”
ที่เฉินชิ่งจัดแจงให้เซี่ยต้าจวินอยู่แถวหลังสุดนั้นหาใช่เื่บังเอิญไม่เป็เพราะมารดาของเขาอยู่แถวหลังสุดนั่นเอง สะใภ้ใหญ่เฉินมาประชุมผู้ปกครองให้เฉินชิ่งตื่นเต้นเสียเมื่อคืนวานมาพักที่บ้านพักในตัวเมืองดังนั้นถึงไม่ได้เดินทางพร้อมหลิวเฟิน พอหลิวเฟินเข้าหอประชุม สะใภ้ใหญ่เฉินก็เห็นลูกชายแท้ๆคอยติดตามปรนนิบัติดูแล อีกทั้งมีผู้ปกครองมากมายห้อมล้อมหลิวเฟินถามไถ่โน่นนี่เธอจึงไม่เข้าไปทักทาย
เมื่อครู่เซี่ยต้าจวินเรียก ‘อาเฟิน อาเฟิน’ อย่างกับเรียกขวัญ สะใภ้ใหญ่เฉินอยากฟาดคนเหลือเกิน
ทั้งสองคนก็หย่าขาดกันแล้ว คนเขาไม่ยินดีสุงสิงกับคุณในใจคุณไม่ตระหนักบ้างหรือ?
เซี่ยต้าจวินไม่รู้จักสะใภ้ใหญ่เฉิน แต่สะใภ้ใหญ่เฉินรู้จักเขาวันที่หย่านั้นเขาโดนคนของหมู่บ้านชีจิ่งกดไว้กับพื้นส่วนสะใภ้ใหญ่เฉินมุงดูอยู่รอบนอก เซี่ยต้าจวินกลับบ้านแม่พร้อมหลิวเฟินไม่บ่อยนักแน่นอนว่าไม่รู้จักสตรีวัยกลางคนผู้เป็ความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของหมู่บ้านชีจิ่ง...สมควรแล้วที่เวลานี้เขาจะมีสีหน้าตะลึงงัน
จัดการคว่ำผู้หญิงคนนี้ได้หรือไม่?
ไม่ได้ จื่ออวี้บอกว่าต้องอดทนอัปยศแบกรับภารกิจหนักไว้
เชิงอรรถ
[1]送终 ให้ความเคารพครั้งสุดท้าย หมายถึงการดูแลบิดามารดารวมถึงญาติผู้ใหญ่ก่อนสิ้นใจและหมายถึงการจัดงานศพให้บิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ก็ได้เช่นกัน
[2]砸锅卖铁 ทุบหม้อขายเหล็ก หมายถึง เสียสละทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมี
