แม้บรรยากาศในวันนี้จะคึกคักทว่ามหาเสนาบดีไม่ได้เชิญขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ทั้งราชสำนักมาร่วมงานในจวนของตนเขาเชิญเพียงขุนนางที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันในยามปกติ รวมกับญาติจากฝ่ายภรรยาของตนแล้วจัดโต๊ะเพียงห้าหกโต๊ะเท่านั้นนับได้ว่าเป็การจัดงานที่เรียบง่ายยิ่งนัก
หลินชิงเวยในฐานะเจาอี๋ของวังหลวง อีกทั้งยังเป็บุตรสาวคนโตของครอบครัวสกุลหลินย่อมต้องมานั่งร่วมโต๊ะในโต๊ะประธานหากว่ากันตามฐานะเซียวเยี่ยนนั่งในตำแหน่งประธาน ด้านซ้ายคือเซียวอี้ด้านขวาคือมหาเสนาบดีหลิน ถัดไปก็เป็หลินชิงเวยและจ้าวซื่อสองแม่ลูก
แม้มหาเสนาบดีหลินจะมีฐานะสูงศักดิ์ด้วยตำแหน่งมหาเสนาบดีของราชสำนักทว่าท่านอ๋องทั้งสองท่านต่างให้เกียรติมาเป็แขกเขายังคงรับรองด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดอาหารเลิศรสบนโต๊ะอาหารอันอุดมสมบูรณ์และวิจิตรบรรจงลำพังแค่มองก็ทำให้คนเกิดความอยากอาหารเห็นได้ว่ามหาเสนาบดีหลินและจ้าวซื่อทุ่มเทจิตใจลงไปไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากกล่าวเปิดงานเล็กน้อยต่อมาทุกคนต่างเริ่มขยับตะเกียบรับประทานอาหารใบหน้าของจ้าวซื่อมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลาเวลานี้นางยืนขึ้นรินสุราให้กับเซ่อเจิ้งอ๋องและเซี่ยนอ๋องด้วยตนเองคำพูดคำจาที่นางจำนรรจาล้วนอ่อนหวานน่าฟังส่งผลให้คนหาตำหนิหรือฟังแล้วไม่สบายใจไม่ได้
มหาเสนาบดีหลินยกจอกสุราดื่มคารวะต่อเซ่อเจิ้งอ๋องและเซี่ยนอ๋องตามลำดับแล้วจึงยกจอกสุราเพื่อคารวะแก่แขกทั้งหมดแขกที่มาเยือนต่างลุกขึ้นกล่าวคำอวยพรล้วนด้วยถ้อยคำไพเราะและเป็สิริมงคลมหาเสนาบดีฟังแล้วยินดียิ่งยวด
ทุกคนดื่มสุรา หลินชิงเวยหยิบตะเกียบกินอาหารบนโต๊ะเซียวเยี่ยนดื่มสุราลงไปหลายจอก เขาไม่ถนัดเื่การพูดจา ไม่รู้ว่าเป็การกระทำโดยเจตนาหรือไม่เพราะเขาเห็นหลินชิงเวยกินอาหารจานใดก็จะใช้ตะเกียบของตนคีบอาหารรสชาติโอชาที่นางเพิ่งกินไปมาลองกินเช่นกัน
ทว่าสีหน้าของเซียวเยี่ยนผิดปกติ ั้แ่บริเวณลำคอของเขาค่อยๆแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของสุรา ค่อยๆ ลามขึ้นไปบนใบหน้าหล่อเหลาเขาคีบปลิงทะเลที่หลินชิงเวยเพิ่งกินไป ปลิงทะเลสดใหม่กรุบกรอบ รสชาติดียิ่ง
จากนั้นขณะที่ทุกคนกำลังดื่มกินอย่างมีความสุขเซียวเยี่ยนพลันส่งเสียงพรึ่บ ศีรษะของเขาฟุบลงบนโต๊ะไม่ได้สติ
มหาเสนาบดีหลินตกตะลึง “เซ่อเจิ้งอ๋อง!”
แเื่ที่มาร่วมงานทั้งหมดต่างตื่นตระหนกใและหวาดกลัว มีคนถามขึ้นว่า“เซ่อเจิ้งอ๋องเป็อันใดเล่า?”
จ้าวซื่อหน้าซีดแล้วซีดอีก มหาเสนาบดีหลินถลึงตากล่าวกับนาง“ยังไม่รีบไปเชิญท่านหมอ!”
ไม่มีเวลาให้สอบถามอะไร จ้าวซื่อด้านหนึ่งให้คนไปเชิญท่านหมออีกด้านหนึ่งให้คนในจวนประคองร่างของเซียวเยี่ยนไปพักผ่อนในเรือนด้านในของจวนมหาเสนาบดีอย่างไรยังมีแเื่มากมายต้องรับรองดูแลมหาเสนาบดีหลินกล่าวกับแเื่ทุกคนให้กินดื่มต่อไปคนทั้งครอบครัวรีบตามเข้าไปดูเหตุการณ์ในเรือนด้านหลัง
หากเซ่อเจิ้งอ๋องเกิดเื่อันใดขึ้นที่นี่จริงๆเช่นนั้นสกุลหลินย่อมไม่อาจรักษาศีรษะเอาไว้ได้ พวกเขาไหนเลยจะไม่ตื่นตระหนก
เพียงแต่คนในครอบครัวเหล่านี้ หลินชิงเวยไม่รวมอยู่ในนั้น
ชั่วพริบตาเบื้องหน้าโต๊ะอาหารตัวใหญ่ที่ควรไปก็ไปแล้วเหลือเพียงหลินชิงเวยเผชิญหน้ากับเซียวอี้สองคนคนทั้งสองกลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง ควรกินก็กินต่อไป ควรดื่มก็ดื่มต่อไป
เซียวอี้มีความสุขกับการกินดื่มของตน เขากล่าวขึ้นว่า“หากเกิดเื่อันใดขึ้นกับเซ่อเจิ้งอ๋อง เ้าไม่กังวลหรือไร?หากมีเื่อันใดขึ้นจริงๆ เ้าในฐานะบุตรสาวคนโตของสกุลหลินย่อมต้องร่วมประสบเคราะห์กรรมไปด้วย”
หลินชิงเวยกินปลิงทะเลอีกคำหนึ่งแล้วเลิกคิ้วเอ่ยว่า“คำพูดของคนโบราณมิใช่กล่าวได้ดียิ่ง บุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไปข้าในสายตาของบิดา น้องเสวี่ยหรงจึงจะเป็บุตรีแท้ๆ ของเขาเกี่ยวข้องอันใดกับข้าด้วยเล่า? อีกทั้งข้าเป็เจาอี๋ของฝ่าา ไฉนข้าต้องมาร่วมประสบเคราะห์กรรม?”พูดแล้วช้อนตาขึ้นมองเซียวอี้ “อย่างไรเซ่อเจิ้งอ๋องก็เป็พี่น้องแท้ๆของเซี่ยนอ๋อง เวลานี้พี่ชายแท้ๆ หมดสติไม่ฟื้น ท่านอ๋องกลับนั่งกินดื่มอยู่ที่นี่ท่านไม่ร้อนใจหรือ?”
เซียวอี้กล่าวยิ้มๆ “เวลานี้รอบกายเซ่อเจิ้งอ๋องคงแวดล้อมไปด้วยผู้คนขาดเปิ่นหวางคนหนึ่งคงไม่กระไร”
ดังนั้นคนทั้งสองจึงนั่งกินอาหารเลิศรสที่วางอยู่เต็มโต๊ะต่อไปกระทั่งหลินชิงเวยจุกจนมิอาจเสแสร้งได้อีก นางเรอออกมาสองครั้งจึงยอมวางตะเกียบลง
หลินชิงเวยผลักเก้าอี้ออกแล้วยืนขึ้นสะบัดแขนเสื้อ“ไม่ทราบว่าเวลานี้เซ่อเจิ้งอ๋องเป็อย่างไรบ้าง ข้าเข้าไปดูสักหน่อยท่านอ๋องค่อยๆ กินนะเพคะ”
หลินชิงเวยกำลังจะเดินจากไป เซียวอี้กล่าวว่า “เจาอี๋ช้าก่อนเปิ่นหวางไปพร้อมกับเ้า”
ภายในห้องท่านหมอได้รีบรุดมาถึงแล้วเขาจับชีพจรวิเคราะห์อาการอยู่ครู่หนึ่ง เซียวเยี่ยนยังไม่ได้สติ หลินชิงเวยและเซียวอี้ยืนอยู่นอกวงล้อมได้ยินท่านหมอกล่าวว่า “เซ่อ สีหน้าของเซ่อเจิ้งอ๋องแดงก่ำ ริมฝีปากเขียวคล้ำผนวกกับชีพจรที่อ่อนแรงสับสน นี่ นี่เป็อาการของผู้ต้องพิษ!”
คนทั้งหมดในเรือนล้วนตื่นตระหนก
มหาเสนาบดีหลินกล่าวทันทีว่า “บังอาจ เซ่อเจิ้งอ๋องจะต้องพิษได้อย่างไรกันเ้าไม่้าศีรษะแล้วใช่หรือไม่!”
“ข้าน้อย ข้าน้อยมิกล้า...” ท่านหมอกล่าว “แต่อาการของเซ่อเจิ้งอ๋องหากไม่ได้รับการถอนพิษอย่างทันท่วงที เกรงว่า เกรงว่า...”
“เช่นนั้นเ้ามัวโง่งมอะไรกันเล่า ยังไม่รีบถอนพิษอีก!” จ้าวซื่อตะคอกดุดัน
ท่านหมอลำบากใจอย่างยิ่ง “ท่านใต้เท้ามหาเสนาบดี ฮูหยินมิใช่ข้าน้อยไม่ถอนพิษให้แต่เป็เพราะข้าน้อยไม่ทราบว่าเซ่อเจิ้งอ๋องต้องพิษชนิดใด”
หลินชิงเวยก้มหน้าลงหัวเราะ เสียงใสกังวานของนางดึงขึ้นจากนอกวงล้อม“ข้าจดจำได้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องเพิ่งจะดื่มสุราที่จ้าวฮูหยินเป็ผู้รินให้”
คนทั้งหมดตกตะลึงอีกครั้ง ทุกคนค่อยๆ หันกลับมาทันทีที่จ้าวซื่อเห็นว่าเป็หลินชิงเวยก็กล่าวด้วยสีหน้าโกรธขึ้งว่า“เ้าพูดจาเหลวไหล! ชิงเวย นี่เ้าหมายความอย่างไรกันหรือเ้าคิดว่าข้าเป็วางยาพิษในสุราของเซ่อเจิ้งอ๋องใช่หรือไม่?ข้าไม่เพียงแต่รินสุราให้เซ่อเจิ้งอ๋องเท่านั้น ข้ารินสุราให้คนทั้งหมดเหตุใดทุกคนจึงไม่เป็อะไร?”
สีหน้าของหลินชิงเวยสงบนิ่ง นางอดทนฟังจ้าวซื่อพูดจนจบ
เซียวอี้ที่ยืนอยู่ข้างกายมองหลินชิงเวย “ใช่แล้วเปิ่นหวางดื่มสุราที่จ้าวฮูหยินเป็ผู้เติมให้เช่นกันทว่าไม่ได้รู้สึกมีสิ่งใดผิดปกติ”
หลินชิงเวยยังคงไพล่มือทั้งคู่ไว้ด้านหลังดังเดิมท่าทางของนางช่างน่ารักน่าเอ็นดูและไร้พิษสง สีหน้ากลับดูเหมือนลังเลใจนางมองหน้าจ้าวซื่อแล้วยกยิ้มมุมปากกล่าว่า “ในเมื่อไม่ใช่ฝีมือของจ้าวฮูหยินดูเหมือนท่านจะหวาดกลัวยิ่งนัก? ข้าไม่ได้พูดว่าจ้าวฮูหยินเป็ผู้วางยาพิษข้าเพียงแต่พูดว่าเซ่อเจิ้งอ๋องดื่มสุราเท่านั้นดูท่าแล้วเป็ไปได้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องอาจจะอาหารเป็พิษ นี่เกี่ยวข้องกับร่างกายของแต่ละคน”จ้าวซื่อพรูลมหายใจโล่งอกออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ หลินชิงเวยกล่าวอีกว่า“แต่สุรานี้กินคู่กับอาหารจานนี้จะทำให้เกิดภาวะอาหารเป็พิษดูเหมือนยากที่จ้าวฮูหยินจะพ้นความผิด”
จ้าวซื่อร้อนใจ ดูเหมือนนางทำอะไรหลินชิงเวยไม่ได้แม้แต่น้อย
ไม่ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจะต้องพิษด้วยสาเหตุใดนางเป็ผู้ดูแลทั้งหมดซ้ำยังเติมสุราคีบอาหาร แน่นอนว่านางไม่อาจปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวได้
ครานี้มหาเสนาบดีหลินไม่อาจมองหลินชิงเวยด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง บุตรสาวคนนี้ของตนมีนิสัยขี้กลัวอ่อนแอั้แ่เล็กกระทั่งเขาผู้ซึ่งเป็บิดาก็ยังดูแคลนเล็กน้อยการตัดสินใจให้นางแต่งเข้าวังให้ฮ่องเต้แทนหลินเสวี่ยหรงเพื่อเป็การเสริมความเป็สิริมงคลเป็เื่ถูกต้องเหมาะสมกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วมหาเสนาบดีหลินไม่ได้รู้สึกละอายแก่ใจในเื่นี้แม้แต่น้อยหลินเสวี่ยหรงแตกต่างจากนาง หลินเสวี่ยหรงเยือกเย็นเฉลียวฉลาด งดงามใจกว้างมหาเสนาบดีหลินมีแผนการให้หลินเสวี่ยหรงแต่งให้เซี่ยนอ๋องการแต่งงานที่ดีเช่นนี้จึงจะไม่ทำให้สกุลหลินต้องเสียหน้า
ยามนี้ดูแล้ว หลินชิงเวยกลับต่างจากเมื่อก่อนอยู่บ้าง เมื่อก่อนขอเพียงมีเื่อันใดเกิดขึ้นนางก็จะซ่อนตัวในมุมๆหนึ่งไม่กล้าส่งเสียงวันนี้ร่างของนางกลับเปล่งประกายชนิดหนึ่งดึงดูดสายตาผู้คนให้หันมามอง
มหาเสนาบดีหลินเอ่ยขึ้นว่า “ชิงเวยไฉนเ้าจึงรู้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องอาหารเป็พิษ?”
