เย่ฝานออกไปกับถังอวี่เซวียน แต่ละครก็ยังต้องถ่ายทำต่อ
เหลียงซินถือพัดลมพกพาไว้ในมือ ส่วนลู่อิ๋งก็นั่งอยู่ข้างๆ
“เพื่อนของแฟนเธอคนนั้น ลูกเล่นแพรวพราวไม่เบาเลยนะ!”
เป็ความจริงที่เหลียงซินรู้สึกชื่นชมความสามารถของเย่ฝาน เย่ฝานเป็ญาติของคุณชายใหญ่ตระกูลไป๋ แล้วยังกล้าเข้าไปตีสนิทกับาาแห่งวงการภาพยนตร์อย่างถังอวี่เซวียนอีก ได้คืบจะเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา ไม่รู้ว่าเย่ฝานคุยอะไรกับถังอวี่เซวียน พอเย่ฝานบอกว่าอยากคุยด้วย คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยอมไปคุยกับเย่ฝานง่ายๆ แบบนั้น
เหลียงซินรู้สึกเ็ปในจิตใจ เมื่อก่อนเพื่อทำให้มีชื่อเสียง หล่อนเคยทำตัวใกล้ชิดกับถังอวี่เซวียนเพื่อสร้างข่าวปั่นกระแส แต่บริษัทต้นสังกัดของถังอวี่เซวียนก็รีบออกมาแก้ข่าว แฟนคลับสมองกลวงของเขาก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หล่อนว่าไม่มีอะไรดีสักอย่าง แล้วยังด่าหล่อนว่าเป็โสเภณีที่ศัลยกรรมมา ว่าเธอเป็ผู้หญิงเลวอีก
ลู่อิ๋งหัวเราะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และไม่ได้พูดอะไรกลับไป
เขาเคยคุยกับไช่เจิ้นจวิ้นเกี่ยวกับเื่นี้มาก่อน พอพูดถึงเย่ฝาน ไช่เจิ้นจวิ้นมักจะแสดงความชื่นชมและเลื่อมใสต่อเย่ฝานเป็อย่างมาก แต่พอหล่อนถามลึกลงไป หมอนั่นกลับไม่เล่าอะไรออกมาเลย
ลู่อิ๋งรู้จากปากของไช่เจิ้นจวิ้นว่า “เย่ฝานและคุณชายสามตระกูลไป๋มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน พูดได้ว่ากำลังคบหากันอยู่”
ลู่อิ๋งเองก็รู้สึกลึกๆ ว่าเย่ฝานคนนี้มีความซับซ้อนอยู่ไม่น้อย ไม่เหมือนกับคนทั่วๆ ไป
รถเบนท์ลี่ย์คันหนึ่งขับเข้ามายังสตูดิโอ
“รถเบนท์ลี่ย์ เย่ฝานกลับมาแล้วเหรอ! ไม่ใช่นี่! สไตล์ของรถคันนี้เหมือนกับรถของเย่ฝาน แต่ว่าป้ายทะเบียนรถเหมือนจะไม่ใช่ รถของเย่ฝานดูเหมือนว่าจะไม่ได้ขับออกไปไหน” เหลียงซินพูดพลางหรี่ตาลง
ลู่อิ๋งทำตาโตพลันคิดในใจว่า “เย่ฝานสนิทกับคุณชายสามตระกูลไป๋มาก คนในรถคงจะไม่ใช่คุณชายสามหรอกนะ”
ไป๋อวิ๋นซีก้าวลงมาจากรถ เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น สายตาของคนทั้งสตูดิโอก็จับจ้องเขา
พอผู้กำกับเห็นไป๋อวิ๋นซีมาถึง เขาตกตะลึงไปทันที
ถึงแม้บ้านตระกูลไป๋จะเป็ผู้ลงทุนสร้างละครเื่นี้เสียเป็ส่วนใหญ่ ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก แต่กลายเป็ว่าไม่เพียงแต่คุณชายใหญ่เพิ่งจะมาเยี่ยมกองถ่ายเมื่อหลายวันก่อน วันนี้คุณชายสามยังปรากฏตัวอีกคน
“คุณชายสาม ทำไมถึงมาได้ครับเนี่ย?”
ไป๋อวิ๋นซีมองผู้กำกับแวบหนึ่งแล้วถามว่า “เย่ฝานล่ะ”
เจียงฮุยหัวเราะอย่างประหม่าพลางตอบ “ไปแล้วครับ”
“ไปไหน?”
เจียงฮุย “…” ที่คุณชายไป๋ลำบากลำบนเดินทางมาตั้งไกลก็เพื่อจะมาจับชู้งั้นเหรอ เย่ฝานเ้าหมอนี่ก็จริงๆ เลย ทำไมถึงไม่รู้จักพอนะ
“คุณชายสาม เขาเพิ่งออกไปกับถังอวี่เซวียนค่ะ” เหลียงซินพูดขึ้น
ไป๋อวิ๋นซีหันไปมองเหลียงซินแวบหนึ่ง เหลียงซินแย้มรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แพรวพราว
ไป๋อวิ๋นซีหันกลับมามองผู้กำกับแล้วถามว่า “คุณผู้กำกับรู้ไหมว่าเขาไปที่ไหน?”
“อวิ๋นซี ฉันกลับมาแล้ว” เย่ฝานในชุดจีนโบราณ ะโโลดเต้นเข้ามาในสตูดิโอ”
ไป๋อวิ๋นซีเห็นเย่ฝานท่าทางดีอกดีใจ จึงถามเขาด้วยความจนใจว่า “นายไปไหนมา?”
“ฉันไปคุยธุรกิจมา!” เย่ฝานตอบ
“คุยสำเร็จไหม?”
“กำลังเจรจากันอยู่ ไม่พูดเื่นี้แล้วดีกว่า อวิ๋นซี นายมาดูฉันถ่ายละครเหรอ?” เย่ฝานถามด้วยความตื่นเต้น
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้า แล้วตอบกลับไป “ใช่ ฉันมาดูนายถ่ายละคร”
เย่ฝานหันไปทางผู้กำกับแล้วถามว่า “ผู้กำกับ! ถึงคิวผมถ่ายละครหรือยังครับ?”
ผู้กำกับรีบตอบว่า “ใช่ๆๆ ถึงคิวของคุณแล้ว คุณมาได้ทันเวลาเลยครับ กำลังจะถึงคิวคุณถ่ายพอดีเลย”
เดิมทียังไม่ถึงคิวของเย่ฝาน แต่ในเมื่อไป๋อวิ๋นซีมาเยี่ยมทั้งที ผู้กำกับจึงเอาคิวถ่ายละครของเย่ฝานแทรกขึ้นมาก่อน “คุณชายเย่ เดี๋ยวฉากนี้คุณต้องะโลงมาจากหลังคา จากนั้นก็ยื่นกระบี่ออกไปข้างหน้า ฟันคนด้านล่างให้ล้มลงทั้งหมด”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “โอ้ นี่ง่ายมาก!”
“อ่อ งั้นผมจะให้คนเตรียมสลิงนะครับ”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ แล้วพูดว่า “ระดับความสูงแค่นี้เอง ทำไมต้องใช้สลิงด้วย ผมะโลงมาเองก็ได้” พอเย่ฝานพูดจบก็ะโขึ้นไปบนหลังคา
ผู้กำกับ “…”
ผู้กำกับดูเย่ฝานบนหลังคาที่ดูกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา แล้วหันกลับมามองไป๋อวิ๋นซีซึ่งกำลังระงับความโมโหเอาไว้ เขาถามออกไปว่า “คุณชายสามครับ เย่ฝานเขามีวิชาตัวเบาจริงๆ ใช่ไหมครับ เคล็ดวิชาตัวเบาในตำนานมันมีอยู่จริงใช่ไหมครับ?”
ไป๋อวิ๋นซีกวาดตามองผู้กำกับแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ผู้กำกับ คุณคิดมากเกินไปแล้ว จะมีวิชาตัวเบาได้ยังไงกัน เย่ฝานก็แค่ะโได้สูงกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง!”
เจียงฮุย “…” แม้เขาจะไม่ฉลาดนัก แต่ก็ไม่ได้โง่! ความสูงขนาดนี้ เขาไม่ได้เรียกว่าะโสูงกว่าคนอื่นหรอกนะ
เย่ฝานยืนอยู่บนหลังคา ชุดของเขาโบกสะบัดดั่งเปลวเพลิง เส้นผมของเขาปลิวไหวไปตามสายลม “ผู้กำกับเริ่มถ่ายได้หรือยัง?”
“คุณชายเย่ คุณยังไม่ได้หยิบกระบี่เลยนะครับ”
“เย่ฝานตวัดมือเบาๆ กระบี่ก็ลอยขึ้นไปถึงมือของเขา”
ก่อนหน้านี้เย่ฝานเคยแสดงภาพแบบนี้มาแล้ว เจียงฮุยเห็นภาพนี้อีกครั้งก็อดตกตะลึงไม่ได้ “คุณชายไป๋ ที่คุณชายเย่แสดงออกมานั้น ใช่ที่เรียกว่าพลังจิตหรือเปล่า! ยอดเยี่ยมจริงๆ เลยนะครับ!”
ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พลังจิตอะไรกัน เป็เพียงการแสดงมายากลต่างหากล่ะ ผู้กำกับคุณไม่รู้จักมายากลหรือไง?”
เจียงฮุย “…” การแสดงมายากล อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต้องมีการจัดทำเป็พิเศษ แต่กระบี่ในมือของเย่ฝานนั้นไม่ใช่
“เริ่มถ่ายกันได้หรือยัง? คอยดูผมตวัดดาบฟาดฟันศัตรูไว้ล่ะ!” เย่ฝานพูดด้วยความฮึกเหิม
เจียงฮุย “…”
“นักแสดงทุกคนประจำที่...” เจียงฮุยะโบอกทุกคน
เย่ฝานเหาะลงมาจากหลังคา แล้วตวัดดาบออกไป นักแสดงที่อยู่ด้านล่างพลันล้มลงในชั่วพริบตาเดียว
เจียงฮุย “…”
เย่ฝานเก็บกระบี่ ร่างของเขาค่อยๆ ลอยลงมายังพื้นดิน
“คัท!”
เจียงฮุยดูนักแสดงที่ล้มลงกับพื้น เขายังไม่ได้ะโคำว่า “ล้ม” เลย ทำไมพวกเขาถึงล้มลงพร้อมๆ กันอย่างนั้น แถมยังเป็การล้มที่ดูเป็ธรรมชาติอีกด้วย
“ผู้กำกับผ่านหรือยังครับ!” เย่ฝานถามพลางเดินเข้ามาใกล้
เจียงฮุยพยักหน้า พร้อมกับตอบว่า “ผ่านแล้ว ผ่านแล้วครับ! ครั้งนี้ทุกคนทำได้ดีกว่าปกติมากเลย!”
เย่ฝานพูดด้วยความดีใจว่า “ผมบอกแล้วไงว่าผมเป็อัจฉริยะ! การถ่ายละครไม่เป็อุปสรรคสำหรับผมเลยสักนิด!”
ไป๋อวิ๋นซีหันหน้าไปอีกทางแล้วเหลือบตามองบน
“วันนี้ยังมีฉากของผมอีกไหม!” เย่ฝานถาม
เจียงฮุยส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีแล้วครับ”
“งั้นดีเลย อวิ๋นซีพวกเราไปกินข้าวกันเถอะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ห่วงแต่เื่กินจริงๆ
พอเย่ฝานจากไป นักแสดงที่ล้มลงไปกับพื้นต่างลุกขึ้นมาพร้อมกับเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บ “ผู้กำกับ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ! ทำไมผมรู้สึกเหมือนถูกฟันเข้าจริงๆ...”
“ผมรู้สึกเหมือนมีลมพัดมาระลอกหนึ่ง จากนั้นผมก็ล้มลงไปโดยไม่รู้ตัวเลย”
.............................
เย่ฝานนั่งหาวอยู่ในรถ ไป๋อวิ๋นซีดูเย่ฝานที่มีท่าทางเกียจคร้าน เขาจึงถามออกไปว่า “วันนี้นายออกไปกับาาแห่งวงการภาพยนตร์ถังอวี่เซวียนเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก็ใช่น่ะสิ!”
“ถังอวี่เซวียนรูปร่างหน้าตาไม่เลวเลยนะ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า ถังอวี่เซวียนเป็เทพบุตรในฝันของสาวๆ ไม่น้อย ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแฟนคลับสาวๆ คอยตามเขาอยู่ตลอด
เย่ฝานลูบคางแล้วเอ่ยว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน! ไม่ทันสังเกตน่ะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ไม่ทันสังเกต?
“ฉันได้ยินมาว่านายหลงรักถังอวี่เซวียนั้แ่แรกเห็น ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรก็ยอมตามเขาไปแล้ว” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
“นี่ใครมาพูดจาเหลวไหลอะไรอีก ฉันแค่เห็นว่าเ้าหมอนั้นมีิญญาร้ายตามอยู่ และผู้กำกับก็บอกว่าเขาเป็ดาราที่มีเงินเยอะ ฉันก็เลยถามเขาว่าจะยินดีจ่ายเงินให้ฉันยื่นมือเข้าช่วยไหม!” เย่ฝานอธิบาย
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้ว รู้สึกว่าตนเองราวกับคนเสียสติ พอได้ยินว่าเย่ฝานนัดคุยกับถังอวี่เซวียนก็รีบมาดูทันที ไป๋อวิ๋นซีรู้สึกว่าตนเองเหมือนกับภรรยาที่เป็โรคประสาทแล้วถูกสามีทอดทิ้งไปมีคนอื่น โชคดีที่สมองของเย่ฝานไม่ค่อยเข้าใจเื่ซับซ้อนแบบนี้ เขาคงคิดไม่ถึงขั้นนั้น ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงจะรู้สึกได้ใจมากแน่ๆ
“ถังอวี่เซวียนถูกผีร้ายติดตามงั้นเหรอ มันเื่อะไรกันแน่?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เื่นี้ฉันก็ยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก น่าจะถูกจับคู่กับผีเพื่อจัดวิวาห์ยมโลก”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ฉันพบว่าในวงการบันเทิงมีคนไม่น้อยที่มีปัญหา บางทีธุรกิจของฉันในอนาคตอาจจะหาลูกค้าจากวงการนี้ได้” เย่ฝานเอ่ย
“เื่มันเป็ยังไงเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นายรู้จักนางเอกละครเื่นั้นไหม”
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วตอบว่า “ฉันเคยเห็นหล่อน เป็หญิงสาวที่สวยมากคนหนึ่ง”
เมื่อครู่ที่เขาเข้าไปในสตูดิโอ เหลียงซินก็เข้ามาตีสนิทกับเขา ผู้หญิงคนนี้เป็แฟนของซ่งเฉิงปินไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมจึงรีบร้อนหาผู้ชายรายต่อไปนัก
“หล่อนใช้หนอนกู่วัยแรกรุ่น ความจริงหล่อนอายุสามสิบกว่าปีแล้ว แต่พอมองแล้วกลับเหมือนหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ เท่านั้น แต่ว่าหนอนกู่ที่หล่อนใช้เหมือนจะมีปัญหา”
ไป๋อวิ๋นซีถามอย่างไม่เข้าใจ “มีปัญหายังไง?”
“ที่จริงหนอนกู่วัยแรกรุ่นจะสามารถใช้งานต่อเนื่องถึงยี่สิบปี และจะไม่ก่อโทษต่อเ้าของร่าง หนอนกู่ที่หล่อนได้มาน่าจะเป็ของที่ไม่สมบูรณ์ วันนี้ตอนที่หล่อนเข้าไปในห้องแต่งตัว ฉันได้สั่งให้ผีน้อยตนหนึ่งติดตามเข้าไปด้วย จึงได้รู้ว่าหล่อนเข้าไปคุยโทรศัพท์กับหมอผีหนอนกู่คนนั้น เพื่อซื้อธูปเยวี่ยหลันในราคาห้าล้านหยวน”
“ธูปเยวี่ยหลัน มันคืออะไรกัน?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“เป็ของที่ใช้บูชาหนอนกู่ พอหนอนกู่ได้สูดกลิ่นของมันเข้าไปแล้ว จะรู้สึกสบาย แล้วจะไม่อาละวาด”
“ไม่รู้เหมือนกันว่าหมอผีหนอนกู่นั่นตั้งใจให้ของที่ไม่สมบูรณ์กับหล่อนหรือเปล่า เพื่อเรียกค่ารักษาหนอนกู่เป็ระยะๆ แบบนี้” เย่ฝานกล่าว
ได้ยินว่าผู้หญิงในวงการบันเทิงยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อรักษาใบหน้าของตนเองไว้ให้งดงามอยู่เสมอ เหลียงซินคงทำทุกอย่างเพื่อรักษาความงามของตนเองจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแล้วถามว่า “นายคิดว่าหมอผีหนอนกู่ที่อยู่เื้ัเหลียงซิน จะเป็คนเดียวกับที่ทำให้จางซือเลี่ยงถูกกระทำไหม?”
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน! แต่ก็อาจเป็ไปได้นะ”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
........................
ไป๋อวิ๋นซีเดินเข้าไปในบริษัทเหมือนเช่นทุกวัน
พอพนักงานเห็นไป๋อวิ๋นซีเดินเข้ามา พวกหล่อนก็มีสีหน้าแปลกไป แต่ไป๋อวิ๋นซีก็ไม่ได้ใส่ใจ
พอไป๋อวิ๋นซีเดินจากไป พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็หยิบหนังสือพิมพ์ออกมา บนหน้าหนังสือพิมพ์ปรากฏคำว่าาาแห่งวงการภาพยนตร์ถังอวี่เซวียนแอบพบกันอย่างลับๆ กับคู่เกย์ของเขา
“ท่านประธานไป๋มีท่าทีไม่ต่างจากทุกวันนะ!”
“หรือว่าเขาจะยังไม่รู้เื่ของคุณชายเย่!”
“ได้ยินมาว่าคุณชายเย่ไปกุ๊กกิ๊กกับถังอวี่เซวียน”
“ไม่น่าจะเป็ไปได้! คุณชายเย่ดูเป็คนซื่อสัตย์ในความรักมาก และรักท่านประธานไป๋สุดหัวใจจริงๆ นะ”
เย่ฝานเข้ามาที่บริษัทเจาซีเป็ประจำ จนกลายเป็บุคคลที่พนักงานเกือบทุกคนต้องกล่าวถึงในยามว่าง!
.....................................
ไป๋อวิ๋นซีไปชงกาแฟที่ห้องน้ำชา ก็ได้ยินเสียงเลขาสองคนกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่
“ผู้ชายก็เป็อย่างนี้แหละ! ส่วนมากมักจะจิตใจโลเลจนปลาไหลเรียกพ่อ ไม่นึกเลยว่าคุณชายเย่ก็เป็อย่างนั้น”
“าาแห่งวงการภาพยนตร์ถังอวี่เซวียนไม่ใช่คนธรรมดาเลยนะ เขาเป็เทพบุตรในใจของสาวๆ ไม่น้อยเลย!
“ถ้าพูดถึงเื่รูปร่างหน้าตาแล้ว ถังอวี่เซวียนกับท่านประธานไป๋น่าจะสูสีกันมาก”
“เธอคิดว่าเป็เพราะท่านประธานไป๋เ็าเกินไปหรือเปล่า คุณชายเย่ตามจีบด้วยความกระตือรือร้น แต่อีกฝ่ายกลับเ็าใส่ตลอด นานวันเข้าก็คงทนไม่ได้”
เลขาทั้งสองเมื่อเห็นไป๋อวิ๋นซีก็ใมาก
“คุณชายไป๋มาชงชาหรือคะ!”
ไป๋อวิ๋นซีดูทั้งสองด้วยสายตาเ็า “เวลาทำงาน ขอให้เอาใจใส่หน่อย อย่าเอาแต่คอยนินทาคนอื่นให้มากนัก”
เลขาทั้งสองคนเดินจากไปด้วยความรู้สึกเสียหน้า
ใบหน้าของไป๋อวิ๋นซีพลันเคร่งเครียด เขาเดินเข้าไปในห้องทำงานด้วยความเบื่อหน่าย คนในบริษัทเห็นเขาเป็ยังไงกันนะ! เป็คนที่ถูกสามีทิ้งหรือไงกัน!
