ต้วนชิงิยื่นมือผายขึ้นเพื่อแสดงให้หมอโจวรู้ว่าไม่ต้องมากพิธี “หมอโจวเป็คนรู้จักของท่านพ่อเช่นนั้นหลานขอเรียกท่านว่าลุงไป๋ ท่านลุงไม่ต้องมากพิธี เื่แม่ของเอ้อตั้นนั้นหลานก็ได้ยินมาบ้าง ขอให้ท่านลุงช่วยบอกสถานการณ์ตามความเป็จริงว่าเป็เช่นไร!”
หมอโจวเหมือนคิดหนักอยู่มากเขามองไปยังต้วนชิงิที่ดูแล้วอายุยังไม่ถึงสิบปีด้วยสายตาที่ยังสับสนอยู่ไม่น้อย จึงถอนหายใจเฮือกยาวและพูดขึ้นว่า “แม่ของเอ้อตั้นนั้นเดิมทีทำงานอยู่ในจ้วงจื่อแต่เมื่อคืนหลังจากกลับมาก็รู้สึกไม่สบาย จนวันนี้ตอนเช้าได้เสียชีวิตแล้วดังนั้นลุงจึงเชื่อว่าโรคระบาดนี้จะต้องแพร่ออกไปจากที่นี่จึงขอร้องให้คุณหนูใหญ่และบ่าวรับใช้ทั้งหมด นับแต่นี้อย่าออกจากจ้วงจื่อจนกว่าจะหยุดโรคระบาดนี้ได้สำเร็จ!”
แม่ของเอ้อตั้นทำงานที่จ้วงจื่อและป่วยยังไม่ทันข้ามวันก็เสียชีวิตแล้วหรือ?
เด็กสาวถึงกับตกตะลึงไปเล็กน้อยเหมือนมีอะไรบางอย่างผุดขึ้นในใจ แต่กลับลืมไปชั่วขณะ!
สายตาของนางมีความกังวลใจจนแทบล้นทะลัก ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่จึงถามขึ้น “ท่านลุงหลานอยากรู้ว่าก่อนที่แม่ของเอ้อตั้นจะเสียชีวิต นางมีอาการอย่างไรบ้าง?”
เพราะโรคเวินอี้ต้องมีอาการบางอย่างที่บ่งบอกชัดเจนไม่ผิดแน่ หมอโจวเป็หมอที่ตรงไปตรงมาและไม่สรุปอะไรอย่างไม่มีมูลอีกทั้งผ่านการวินิจฉัยของหมอโจวแล้ว จะต้องมีความรู้และความเข้าใจกับโรคเวินอี้ไม่น้อย
เขาตอบอย่างจริงจัง “ร่างกายจะร้อนไปทั่ว ผดผื่นแดงขึ้นตามร่างกายเมื่อผื่นแดงแตกออกจะมีน้ำเหลืองๆ ไหลออกมา และแพร่กระจายโรค!”
สีหน้าของต้วนชิงิทำให้คนที่เห็นคาดไม่ออกว่าในใจคิดอะไรอยู่ผื่นแดง ตัวร้อน น้ำเหลือง แพร่โรค? นี่เป็ตำราที่จดบันทึกข้อสังเกตของโรคเวินอี้ไว้แต่ว่าโรคนี้มาจากไหน? แพร่จากจ้วงจื่อจริงหรือ? มันช่างเหมาะเจาะอะไรขนาดนี้!
ต้วนชิงิหายใจยาวและแอบกำมือไว้แน่นภายใต้แขนเสื้อยาวถ้าเกิดเป็เวินอี้ขึ้นจริงต้องเป็เื่ใหญ่แน่!
ความอึดอัดกดดันทำให้คนในห้องหายใจไม่ออก หลังจากที่เด็กสาวเงียบไปพักหนึ่งก็เอ่ยปากถามอีกครั้ง“หลานอยากถามท่านลุงว่านอกจากโรคเวินอี้แล้วยังมีโรคอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคนี้หรือไม่... หรือว่าโดนยาพิษอะไรเข้า?”
นางยังคงพูดต่อ “ท่านลุงก็รู้ดีว่า โรคเวินอี้แม้จะน่ากลัวแต่ก็ไม่อาจทำให้คนตายในชั่วข้ามคืนได้”
ต้วนชิงิถามคำถามสุดท้ายอย่างมีความหวัง ‘โรคเวินอี้’ ทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนนางจึงหวังว่าจะเป็โรคอื่นหรือไม่ก็ป่วยจากโรคอื่น…เพราะโรคเวินอี้แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วแต่ไม่เคยได้ยินว่าจะพรากชีวิตคนเพียงชั่วข้ามคืนและนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เคยได้ยิน!
หมอโจวครุ่นคิดและปฏิเสธความคิดของต้วนชิงิอย่างรวดเร็วเขาส่ายหน้า “สิ่งที่คุณหนูใหญ่พูดมาก็ตรงกับหนังสือแพทย์ที่จดบันทึกไว้ เพียงแต่ไม่เคยมีกรณีแบบนี้มาก่อนดังนั้นสาเหตุโรคของแม่เอ้อตั้น จะต้องเป็โรคเวินอี้อย่างแน่นอน!”
เด็กสาวรู้สึกผิดหวังขึ้นมา “หลานจะทำตามที่ท่านลุงบอก... ไม่ให้คนในจ้วงจื่อออกไปเดินเพ่นพ่าน เพื่อดูว่ายังมีใครติดโรคนี้อีกหรือไม่ขอรบกวนท่านลุงช่วยตรวจโรคให้กับพวกนางทีละคนด้วยยิ่งไปกว่านั้น ขอให้ท่านลองหาวิธีการรักษาโรคนี้ให้เร็วที่สุดด้วย!”
หมอโจวได้ฟังก็รีบตอบรับอย่างไม่รีรอ “คุณหนูใหญ่โปรดวางใจได้ หน้าที่หมอคือการรักษาผู้ป่วยอยู่แล้ว หมอจะรีบหาวิธีการรักษาให้เร็วที่สุดเพื่อช่วยผู้ป่วย”
เมื่อเื่มาถึงจุดนี้ให้คนในจ้วงจื่อห้ามออกไปข้างนอกจึงจะเป็วิธีช่วยที่ดีที่สุด ในระหว่างที่หมอโจวกำลังพูดอยู่ภรรยาของสวีป๋อก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความลนลาน เมื่อเห็นสวีป๋อก็ร้องะโไม่หยุดว่า “แย่แล้ว! เหล่าเหยาโถวที่ชุนตงโถวเมื่อคืนหลังจากกลับไปก็ติดโรคไปด้วยตอนนี้ใกล้จะไม่ไหวแล้ว! ”
เมื่อหมอโจวได้ฟังที่ภรรยาของสวีป๋อเล่าจึงขอตัวลา “หมอจะต้องขอตัวไปดูสักหน่อยประเดี๋ยวค่อยกลับมาตรวจให้คนในจ้วงจื่อแล้วกัน!”
ต้วนชิงิพยักหน้า “ลำบากท่านลุงด้วย!”
พูดจบก็ให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปส่งหมอโจวหลังจากที่หมอโจวไปแล้ว ผู้ดูแลสวีป๋อและชวี๋เหลียงก็ตามออกไปด้วยเมื่อเดินไปถึงประตูด้านนอก ทั้งสองคนตั้งใจเดินไปคนละทางเมื่อเห็นชวี๋เหลียงเดินไปไกลแล้ว ภรรยาของสวีป๋อถึงจะเดินและพูดกระซิบกับสวีป๋อว่า“เ้าว่าเื่นี้ น่าเชื่อถือหรือไม่?”
สวีป๋อหันหัวกลับไปมองต้วนชิงิที่อยู่ในห้องจากแววตาแวววับได้เปลี่ยนเป็เ้าเล่ห์ จากนั้นจึงพูดอย่างมีเลศนัยว่า “ถ้านางตายด้วย เื่นี้ก็จะน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก!”
ทุกคนต่างออกไปจนหมดแล้วเหลือเพียงความเงียบสงัดเข้าปกคลุม
เมื่อหมอโจออกไปไม่นานต้วนชิงิก็พูดด้วยน้ำเสียงน่ากลัวกับแม่นมหนิงว่า “แม่นมไปตามเถี่ยเฟิงและลูกน้องอีกสองสามคนให้ไปค้นหาสิ่งของที่คนเหล่านี้นำติดตัวมาด้วยให้ทั่ว จำไว้ว่าถ้าเจอสิ่งผิดปกติไม่ว่าจะเป็ของที่มีคนให้มาหรือพวกเครื่องหอมต่างๆ ต้องค้นให้ละเอียด... อีกอย่างแม่นมช่วยข้าสืบหน่อยว่า แม่ของเอ้อตั้นทำงานอะไรในจ้วงจื่อและเมื่อคืนกลับไปเมื่อไร ในหนึ่งวันที่ผ่านมานางไปเจอใครมาบ้าง ทำอะไรมาบ้างและพูดกับใครบ้าง... ยังมีเหล่าเหยาโถวทำงานอะไร ไม่กี่วันมานี้เจอใครมาบ้างกินอะไรบ้าง ไปสืบมาให้ข้าอย่างละเอียด!”
“ได้เ้าค่ะ” แม่นมหนิงตอบแล้วกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปแต่ต้วนชิงิยังสั่งเพิ่มอีกว่า “สำหรับติงเอ๋อร์ก็ต้องจับตาให้ดีตอนไปค้นสัมภาระของนางก็ไม่ต้องตั้งใจค้นละเอียด แค่ทำพอเป็พิธีไปก็พอ!”
เพราะติงเอ๋อร์ยังมีประโยชน์อยู่ต้องทำให้นางไม่ทันได้สังเกตและรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามองอยู่สุดท้ายเด็กสาวเคลื่อนกายมาใกล้แล้วพูดเสียงเบาว่า “แม่นมหนิงมีเื่หนึ่งเ้าต้องช่วยข้าตามพี่สะใภ้ตี๋มา ข้ามีเื่จะให้นางทำ!”
อีกฝ่ายรีบพยักหน้ารับ “ได้เ้าค่ะ อีกประเดี๋ยวบ่าวจะแอบไปแจ้งสะใภ้ตี๋ให้ทราบ!”
สะใภ้ตี๋เมื่อก่อนเป็บ่าวรับใช้ในจวนต้วนเจิ้งถูกใจนางจึงอยากรับเป็อนุ แต่หลังจากที่ถูกหลิวหรงใส่ร้ายจนเกือบตายสุดท้ายฮูหยินติงโหรวได้แอบช่วยชีวิตนางไว้ และส่งมาที่จ้วงจื่อ!นับวันนางรอดจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด! เมื่อสองวันก่อนนางได้ยินว่าคุณหนูใหญ่มาที่นี่ จึงแอบเข้ามาเยี่ยมกลางดึก เมื่อพูดคุยกันจนถึงเื่หลิวหรงนางก็กัดฟันกรอดพลางนึกถึงเื่เก่าที่ได้เจอมา!
แม่นมหนิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถามอย่างระมัดระวัง “คุณหนูแม้สะใภ้ตี๋จะมีความแค้นกับหลิวอี๋เหนียงแต่นางก็เคยเป็คนที่นายท่านถูกใจมาก่อน บ่าวจึงคิดว่าคนแบบนี้ใช้ประโยชน์ได้แต่ไม่ควรให้นางรู้เื่มากเกินไป!”
อีกฝ่ายหัวเราะแม่นมหนิงเบาๆ “ถ้าจะให้นางทำเื่ที่ง่ายแสนง่ายอีกครั้งข้าจะบอกนางว่าถ้าเื่นี้ทำสำเร็จชีวิตของหลิวหรงถ้าไม่ตายก็เจ็บเจียนตาย แม่นมว่านางจะทำหรือไม่?”
ความแค้นและผลประโยชน์ล้วนเป็แรงผลักดันสำคัญเป็อันดับต้นๆ ที่ทำให้มนุษย์ยอมทำทุกอย่างต้วนชิงิเชื่อว่าไม่ว่าสะใภ้ตี๋จะเกลียดหลิวหรงจริงหรือแกล้งมาภักดีก็ไม่ได้ส่งผลอะไรเพราะว่านางวางแผนให้สะใภ้ตี๋สร้างเื่เท่านั้นส่วนของจริงอยู่ในกำมือของนางหมดแล้ว!
และไม่ว่าเื่เวินอี้จะเป็จริงหรือหลอกลวงทว่าเื่นี้กำลังทำให้คนเริ่มหวาดกลัว ดังนั้นนางจะต้องคิดหาวิธีให้เร็วที่สุดเพื่อหยุดความเสียหายและความหวาดกลัวนี้!
แม่นมหนิงฟังที่เด็กสาวอธิบายอย่างละเอียดจึงตอบรับและขอตัวลาออกไป
แม้ในใจของนางยังมีข้อสงสัยอีกมากแต่รู้ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ควรถาม สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ ทำตามที่คุณหนูกำชับไว้ทุกเื่ซึ่งจะเป็การช่วยแบ่งเบาความกังวลให้คุณหนูได้มากที่สุด
เมื่อเห็นแม่นมเดินออกไปเด็กสาวจึงกวักมือเรียกเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ให้ไปหาเสี่ยวหรง
เสี่ยวหรงเป็บ่าวรับใช้ที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าประตูห้องของต้วนชิงิ รับผิดชอบเื่ทั่วไปในเรือนและนางยังเป็บ่าวรับใช้ที่ฮูหยินติงโหรวนำตัวกลับมาที่จวนโดยปกติมีหน้าที่ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเด็กสาวครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ได้มาจ้วงจื่อ จึงพานางมาด้วยอีกอย่างห้องพักของนางก็ติดกับติงเอ๋อร์จึงสะดวกในการจับตามอง!
