ดวงหน้าที่ผ่านการประทินโฉมอย่างประณีตเบื้องหน้าอ่อนโยนถึงเพียงนี้ ทว่าดวงตาที่ดูราวกับสายน้ำกลับไม่อาจััถูกจิตใจของตงฟางซวี่ ร่างกายของเขาชะงักค้าง ยืนให้ซีเยว่จัดการอาภรณ์ของเขา
สตรีงดงามรู้สึกเพียงว่าสายตาของเขาตกอยู่บนใบหน้าของตนเอง นางหลุบตาลง พยายามทำให้ตนเองแสดงท่าทีของพระชายาที่อ่อนโยนมากด้วยคุณธรรมออกมา เขาไม่ได้ปฏิเสธการััของนาง ดูท่าเมื่อคืนนี้คงจะเป็เพราะยินดีจึงดื่มเข้าไปหลายจอกจนลืมนึกถึงความเหมาะสม
เพียงพริบตาเดียว ราวกับว่าอารมณ์ที่ประดุจเมฆหมอกปิดกั้นถูกปัดเป่าจนกระจ่างชัด การกระทำของซีเยว่ยิ่งทวีความอ่อนโยนมากขึ้น
“รัชทายาท พระชายา ได้เวลาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ด้านนอกมีขันทีรออยู่นานแล้ว
ซีเยว่หยุดการกระทำในมือของตนลง อดไม่ได้ที่จะมองสำรวจบุรุษตรงหน้า อาภรณ์ลายัสี่เล็บ ร่างกายสูงศักดิ์เหยียดตรง จิตใจของเขาสว่างไสวราวดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างหาที่เปรียบมิได้
ไม่กล่าวไม่ได้ว่า รัชทายาทแห่งแคว้นเฉินเป็บุรุษที่โดดเด่นเป็ที่หมายปองของสตรีทั่วทั้งใต้หล้า ชั่วขณะนั้น ความคิดที่ปิดซ่อนอยู่ในใจเอ่อล้นขึ้นมาในสมองอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตงฟางซวี่กลับยืนนิ่งไม่ขยับ ซีเยว่เงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย ดวงตาของเขาทำให้ดวงใจของนางตื่นตะลึง
ดวงตาสีดำราวหมึกมีประกายความรังเกียจไหลเวียน ทว่าเพียงพริบตาเดียวก็เลือนหายไป ตงฟางซวี่กักเก็บท่าทางการแสดงออกของตนราวกับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้น
“ไปเถอะ” น้ำเสียงเรียบเฉยดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
ซีเยว่ชะงักไปเล็กน้อย เป็นางที่รู้สึกไปเองหรือ? แต่เมื่อครู่นางคิดว่ารัชทายาทมีเจตนาที่จะฆ่าฟันตนเองจริงๆ
ซีเยว่สงบความสงสัยในจิตใจ เมื่อได้สติกลับมาตงฟางซวี่ก็เดินไปข้างหน้าแล้ว จึงต้องรีบยกชายกระโปรงขึ้นแล้วเดินตามไป
ภายในตำหนักของไทเฮา ฮองเฮาทรงนั่งประทับอยู่ข้างพระวรกายของไทเฮานานแล้ว บนศีรษะมีมงกุฎหงส์สีทองอันพิถีพิถัน พระพักตร์ประดับไปด้วยความเข้มงวด เป็ลักษณะของผู้เป็มารดาอย่างแท้จริง
พระพักตร์ของไทเฮาประดับไปด้วยรอยสรวลบางเบาอันยากที่จะหยั่งถึง ค่อยๆ จิบชาชั้นยอดของราชสำนักที่อยู่ในมือ นางข้าหลวงหลายสิบคนที่อยู่รอบๆ ยืนแบ่งเป็สองแถว เป็ฉากที่อลังการและกดดันไม่น้อย
ซีเยว่ที่ติดตามอยู่เื้ัของตงฟางซวี่มองเห็นฉากนี้มาแต่ไกล นางย่อมรู้ฐานะของตนเองดี อดไม่ได้ที่จะคิดมากขึ้นหลายส่วน การยกน้ำชาคารวะครั้งนี้ของตนควรจะพิถีพิถันให้มากเสียหน่อย ไม่อาจมีข้อบกพร่องได้แม้แต่น้อย
ขบวนข้าราชบริพารอันยิ่งใหญ่เข้ามาต้อนรับ ในที่สุดไทเฮาก็หยุดการกระทำลง มีแม่นมเดินเข้ามา “เหนียงเหนียงทรงทอดพระเนตรเถิดเพคะ คู่บ่าวสาวมาแล้ว”
“เสด็จย่า เสด็จแม่” ตงฟางซวี่คารวะครั้งหนึ่งแล้วจึงยืนอยู่ด้านข้าง ซีเยว่รับรู้ได้ถึงสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตกอยู่บนร่างของตน
โชคยังดี ก่อนหน้าที่นางจะมายังแคว้นเฉินได้รับการชี้แนะในเื่พิธีการทั้งหมดมาก่อนแล้ว การทดสอบเล็กน้อยนี้ไม่นับว่ายากเกินความสามารถของนาง
“เฉินเชี่ยถวายพระพรเสด็จย่าและเสด็จแม่เพคะ” นางก้าวขึ้นไปคารวะครั้งหนึ่ง ทั้งสง่างาม ไม่สูญเสียความถ่อมตัวและความระมัดระวัง ทำให้ผู้คนหาข้อบกพร่องไม่เจอแม้แต่จุดเดียว
“พระชายาไม่จำเป็ต้องมากมารยาท” ไทเฮาทรงพระสรวล พระขนงละเอียดเลิกขึ้น แม่นมรีบเดินขึ้นไปเพื่อส่งมอบน้ำชาในถาด ทุกคนจ้องมองไปยังการเคลื่อนไหวของซีเยว่ ราวกับคิดจะหาข้อผิดพลาดออกมาให้ได้
อย่างไรก็ตาม สตรีผู้นี้พิถีพิถันเป็อย่างยิ่ง ราวกับได้ทำการศึกษาระเบียบวิธีการตามปกติมาอย่างถี่ถ้วน ไทเฮาและฮองเฮาจิบน้ำชา ในใจของซีเยว่เกิดความลำพองใจ นางรู้ดีว่าการคารวะในวันนี้มีเป้าหมายก็เพื่อ้าอบรมสั่งสอนตน แต่เกรงว่าความคิดของพวกเขาจะต้องตกสู่ความว่างเปล่าเสียแล้ว
“อืม พระชายาและรัชทายาทเป็คู่สร้างคู่สมกันจริงๆ อายเจียเห็นแล้วก็ให้ชื่นชมยิ่งนัก ตอนนี้อายุของรัชทายาทก็ไม่น้อยแล้ว เป็เวลาที่ควรจะมีทายาท พระชายาจะต้องใส่ใจเสียหน่อย”
พระเนตรของไทเฮาเปล่งประกายราวดวงดาว ซีเยว่หน้าแดง ไทเฮาพระองค์นี้ก็ช่างตรงไปตรงมาเสียเหลือเกิน เกรงว่าในพระราชวังจะไม่มีใครที่ไม่ทราบว่าเมื่อคืนนางและฝ่าาไม่ได้ร่วมหอกัน วันนี้พระองค์ตรัสเช่นนี้ ทรง้าตำหนิว่าตนเองเลินเล่อหรืออย่างไร?
“เฉินเชี่ยเข้าใจแล้วเพคะ”
“รัชทายาท ในเมื่อได้เป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว ในยามที่ใส่ใจพระราชสำนักก็ต้องนึกถึงพระชายาให้มากๆ จุดธูปไหว้บรรพบุรุษให้แก่เหล่าราชวงศ์แคว้นเฉินของพวกเราให้เร็วหน่อย รู้แล้วหรือไม่?” ฮองเฮาตรัสขึ้น ดวงพระเนตรของพระองค์เจือไปด้วยความหมายลึกล้ำอยู่หลายส่วน ตงฟางซวี่พยักหน้าน้อยๆ “ลูกจะจดจำไว้พ่ะย่ะค่ะ”
ซีเยว่คิดไม่ถึงว่าการมาในวันนี้จะมาเพื่อปัญหาลูกหลาน รอยยิ้มบนใบหน้าของนางไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยรสชาติแห่งความขมขื่น
ความจริงตงฟางซวี่เข้าใจกระจ่าง ไทเฮาและฮองเฮาไม่ได้เชื่อมั่นในองค์หญิงซีเยว่ผู้นี้ไปทั้งหมด จะอย่างไรนางก็เป็คนที่มาจากแคว้นอี้ จำต้องคิดทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ใจของนางเพื่อผูกมัดนางเอาไว้ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือการมีทายาท
เมื่อมีทายาทแล้ว นางย่อมต้องมีความกังวล นี่นับเป็ข้อต่อรองของพวกเขา
แน่นอนว่าในจุดนี้ จักรพรรดิแคว้นอี้จะคิดไม่ถึงได้อย่างไร ในใจของซีเยว่ขมขื่น ฟังไทเฮาและฮองเฮาทรงพระสรวล กล่าวถึงบุตรของรัชทายาทว่าจะมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร บนใบหน้าของนางมีเพียงรอยยิ้มเชื่อฟังประดับอยู่
...
เพียงไม่นานอวิ๋นซูก็ได้รับจดหมายที่มาจากในวัง เื่ของทายาทนั้น ด้วยความเข้าใจที่นางมีต่อเซียวอี้เชิน จะต้องไม่ให้ซีเยว่ได้มีโอกาสเป็มารดาโดยเด็ดขาด ถึงแม้จะต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อจะทำให้รัชทายาทยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างนี้ได้ แต่ตนเองก็ยังสามารถเลือกลงมือกับซีเยว่ก่อนได้
ณ สนามฝึกม้า ลมพัดกระโชกแรง พัดทรายจนม้วนขึ้นมาเป็วง
เส้นผมสีดำของผู้เยาว์บนหลังม้าปลิวไสว ในดวงตามีประกายไฟลุกไหม้จนทำให้ผู้คนยากที่จะมองตรงๆ ได้ เขาเอี้ยวกายเลี้ยว สะกิดพื้นะโทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โคจรไปทั้งสองฟากฝั่งราวกับปลาได้น้ำ หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับม้า ฝีมือสูงส่งเสียจนทำให้ผู้คนชมเชยไม่ขาดปาก กระทั่งทหารองครักษ์ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองให้มากขึ้นเสียหน่อย
“คนผู้นั้นเป็ใคร?”
ตอนนี้เอง เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจดังขึ้น เหล่าทหารยังคงไม่เก็บสายตากลับมาจากบนร่างของอวิ๋นซู “นั่นคือท่านอาจารย์อวิ๋นที่ฝ่าารัชทายาทเชิญมาขอรับ”
“หือ? ช่างน่าสนใจ” ในน้ำเสียงของบุรุษผู้นั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานอยู่หลายส่วน เงาร่างสูงใหญ่เดินผ่านเบื้องหน้าของทหาร ดวงหน้าด้านข้างที่ทำให้ผู้คนประทับใจอย่างลึกล้ำทำให้ทหารสั่นไปทั้งร่าง นั่นไม่ใช่...
อวิ๋นซูออกแรงดึง ม้าพลันเปลี่ยนทิศทางไปอย่างรวดเร็ว บนผืนทรายปรากฏรอยกลีบเท้าม้าประทับเป็รอยลึก สายลมอันบ้าคลั่งทำให้อาภรณ์ปลิวไสว ราวกับนางกำลังต่อกรอยู่กับสายลม แสงอาทิตย์ตกกระทบลงบนร่างของนางทำให้เกิดประกายแสงที่ผู้คนมิอาจถอนสายตา
ในยามนี้เอง เื้ัมีม้าจำนวนมากไล่ตามมาติดๆ เสียงร้องอันบ้าคลั่งทำให้คิ้วของอวิ๋นซูขมวดแน่น ปรายตามองไป เื้ัมีบุรุษผู้หนึ่งที่มุมปากระดับไปด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน
ม้าเร็วหลายตัวบีบบังคับการเคลื่อนไหวของอวิ๋นซู พวกมันวิ่งชนกันสะเปะสะปะ ใต้ร่างเกิดการสั่นะเืขึ้น หรือว่าคนผู้นี้คิดอยากจะเห็นตนเองถูกม้าที่บ้าคลั่งเหล่านี้ชนจนตกลงจากหลังม้า?
ในดวงตาของบุรุษผู้นั้นเปล่งประกายไปด้วยเจตนาร้าย ราวกับยินดีที่อีกฝ่ายตกลงสู่กับดัก ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขาค่อยๆ กลายเป็ความประหลาดใจและความกระตือรือร้น มองเงาร่างที่ะโข้ามสิ่งกีดขวางบนเส้นทางวิ่งม้าซึ่งถูกม้าคลั่งทั้งหลายตัวขวางกั้น ร่างกายอันแข็งแรงตวัดเป็เส้นอยู่กลางอากาศ คนผู้นั้นยกมือขึ้นสูง จุดสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนปะทะเข้ากับลมแล้วตกลงไป เื้ัมีเสียงร้องของม้าที่ตื่นตระหนก พวกมันค่อยๆ หยุดการไล่ตาม ก้มหน้าลงราวกับกำลังหาอะไรบางอย่าง ในเวลาเพียงชั่วพริบตาม้าเร็วตัวนั้นก็พุ่งทะยานออกจากฝูงม้า
ทว่าวินาทีต่อมา เชือกรัดผมพลันขาดออก เส้นผมสีดำราวหมึกปลิวไสวดุจเส้นไหม ดวงหน้าอันงดงามกระจ่างใสของคนผู้นั้นประดับไปด้วยความภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน ภายใต้แสงอาทิตย์เช่นนี้ดูศักดิ์สิทธิ์ราวกับนาง์ สูงส่งมิอาจเอื้อม
ที่แท้แล้วเป็สตรี?!
บุรุษผู้นั้นยากที่จะบรรยายอารมณ์ของตนในตอนนี้ ในเวลาเพียงชั่วพริบตา สตรีผู้นั้นขี่ม้ามาถึงเบื้องหน้าของตน มองลงมาด้วยท่าทางเข้มงวดสูงส่งจนไม่อาจล่วงเกินได้
อวิ๋นซูมองบุรุษด้านล่าง ผมของเขาถูกรวบขึ้นสูงครอบด้วยกวาน1 ชุดฮว๋าฝูสีม่วงสง่างามขับให้ผิวสีทองแดงของเขาเด่นชัด จมูกโด่งริมฝีปากบางแย้มยิ้ม แสดงให้เห็นถึงนิสัยเอาแต่ใจอันเป็เอกลักษณ์ บนเข็มขัดเลี่ยมไปด้วยหินหยกอันประเมินค่ามิได้ ร่างกายยืดตรงดุจต้นสนท่ามกลางสายลม แต่ที่ทำให้อวิ๋นซูไม่พอใจก็คือ ดวงตาประดุจดั่งนักล่าคู่นั้น
“เ้าคือผู้ใด?” อวิ๋นซูค่อยๆ ยกแขนของตนขึ้น มืออีกข้างหนึ่งกุมอยู่ที่อาวุธลับบนข้อมือ เมื่อครู่นี้นางรับรู้ได้ถึงเจตนาร้ายอันเข้มข้นของคนผู้นี้
บุรุษผู้นั้นมองการเคลื่อนไหวของนาง หรือในแขนเสื้อนั่นจะซ่อนอะไรเอาไว้? ริมฝีปากยกโค้ง กล่าวด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน “แล้วเ้าเล่าเป็ผู้ใด? ที่นี่เป็สถานที่ของพระราชวงศ์ ไม่อนุญาตให้เข้าออกตามใจ”
เหล่าทหารที่เดิมทีคิดจะวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นท่าทางดั่งสตรีของอวิ๋นซูก็ตื่นตะลึงจนลืมขยับ ท่านอาจารย์อวิ๋นที่รัชทายาทเชิญมาถึงกับเป็สตรีเชียวหรือ?
ในเวลาเพียงชั่วพริบตา สตรีผู้นี้ถึงกับเกิดความขัดแย้งกับองค์ชายรองขึ้นมาได้ บรรยากาศอันรุนแรงนี้ทำให้ทหารได้สติกลับมา รีบวิ่งเหยาะๆ ตามเข้าไป
“องค์ชายรองขอรับ! นี่...ทะ...ท่านอาจารย์อวิ๋น นี่องค์ชายรองขอรับ!” ทหารผู้นั้นไม่ทราบว่าควรจะเรียกอวิ๋นซูอย่างไรไปชั่วขณะหนึ่ง
องค์ชายรอง? ความจริงแล้วบุคคลที่สามารถเข้าออกสนามฝึกม้าได้จำเป็ต้องเป็พระบรมวงศานุวงศ์แห่งแคว้น อวิ๋นซูรวมผมขึ้นอย่างเรียบเฉย พลิกตัวลงจากม้า ไม่ได้ห้ามสายตาสำรวจอันเสียมารยาทขององค์ชายรองอีก เลิกสนใจแล้วเดินจากไป
คิดไม่ถึงว่ามืออันแข็งแกร่งทรงพลังคู่หนึ่งจะจับแขนนางเอาไว้แน่น
“พบองค์ชายอย่างข้ายังไม่คารวะอีก? เ้าช่างโอหังเสียจริง สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อนี้คืออะไร?” น้ำเสียงของเขาไปด้วยความสนุกสนานอย่างชัดเจน ถึงกับไม่สนใจข้อห้ามระหว่างชายหญิง ทำท่าจะเข้าไปม้วนแขนเสื้อของอวิ๋นซูขึ้น
ดวงตาของอวิ๋นซูคมกริบ การกระทำของเขาทำให้สายตาของนางเปล่งประกาย นิ้วเรียวยาวยังคง้ากดลงบนอาวุธลับ นางรีบขยับแขนออก เกิดเสียงดังกุกกัก ประกายสีเงินถูกยิงออกเฉียดผ่านแก้มของเขาจนเส้นผมขาดไปเล็กน้อย
“...ฝ่าา...” ทหารที่อยู่ด้านข้างใเป็อย่างยิ่ง องค์ชายรองรู้สึกิับริเวณแก้มปรากฏความเ็ปเล็กน้อย ในชั่วขณะที่เขากำลังมึนงง อวิ๋นซูก็ดึงมือของตนกลับมา หมุนกายทะยานเข้าสู่ป่าในชั่วพริบตา
“ฝ่าา พระองค์ได้รับาเ็หรือไม่?” ทหารไม่ทราบว่าควรจะทำอย่างไรดี นิสัยขององค์ชายรองไม่ได้เป็มิตรเหมือนกับรัชทายาท
ตงฟางรุ่ยยื่นมือออกไปััแก้มที่ถูกอาวุธลับเฉียดผ่าน ดูเหมือนว่านิ้วมือของตนจะไปแตะถูกจุดสำคัญเข้า หากว่าเมื่อสักครู่นี้นางไม่ได้ต่อต้าน เกรงว่าตนเองจะถูกอาวุธลับยิงเข้าระหว่างคิ้วแล้ว
ในใจไม่มีความรู้สึกเสียใจ เขากลับมองไปยังทิศทางที่อวิ๋นซูจากไป รอยยิ้มที่ไม่ทราบความหมายปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เดินไปข้างม้ากลุ่มนั้นที่ถูกตนเองทำให้ตื่นใจนคลั่ง ก้มตัวลงเก็บของที่อวิ๋นซูโปรยลงเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมาดม “...ถั่วทอด?”
...
ภายในพระราชวัง
ในสวนบุปผาหลวง เงาร่างงดงามเดินเยื้องย่างอยู่บนระเบียงทางเดินอันงดงาม
สายตาที่ทุกคนมองนางล้วนเต็มไปด้วยความเคารพและหวาดกลัว ซีเยว่มีท่าทีสุขุมเยือกเย็นและสง่างาม ทว่าในใจกลับคิดคำนวณถึงสิ่งอื่น เส้นทางในวังหลังแห่งนี้นางจดจำได้แล้ว เพียงแต่มีบางแห่งที่นางไม่สามารถปรากฏตัวได้เนื่องด้วยฐานะของนาง นางจะนำแผนที่ส่วนนี้ส่งกลับไปยังแคว้นอี้ เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองไม่ได้มีจิตใจเป็อื่น
บริเวณไกลออกไป ดวงตาดุจเหยี่ยวคู่หนึ่งสังเกตเห็นถึงเงาร่างอันไม่คุ้นเคยนี้
“พระชายา พระองค์ดูดอกไม้นี่สิเพคะ ช่างงดงามมากเลยเพคะ!” สาวใช้ด้านหลังชี้ไปยังดอกไม้สีชมพูแดงภายในสวนดอกไม้ ซีเยว่ได้สติกลับมา ด้วยภูมิอากาศในแคว้นอี้ ในฤดูนี้จะเห็นดอกไม้อันงดงามเช่นนี้ได้น้อยมาก และมีเพียง่เวลานี้เท่านั้นที่นางจะรู้สึกได้ว่าตนเองหลุดพ้นจากพันธนาการอันดำมืด ได้มีโอกาสที่จะผ่อนคลายลงบ้าง
นางยื่นมือออกไปคิดจะััดอกไม้อันอ่อนโยนนั้น คิดไม่ถึงว่ามือใหญ่คู่หนึ่งจะจับแขนนางเอาไว้ “เ้ารู้หรือไม่ว่าดอกไม้นี้ ผู้ใดเป็คนปลูก?”
น้ำเสียงโกรธเคืองดังขึ้นเหนือศีรษะ ซีเยว่เบนสายตาขึ้นมองด้วยความตกตะลึง คิดไม่ถึงว่ากลับถูกดวงตาคมราวกับเหยี่ยวทำให้ใ
“เ้า...”
“โอหัง! ถึงกับกล้าเสียมารยาทกับพระชายารัชทายาทหรือ!” สาวใช้ด้านหลังะโเสียงดัง
พระชายารัชทายาท? ตงฟางรุ่ยปรายตามองไปยังดวงหน้างดงามเบื้องหน้า ในตอนนี้เอง บริเวณไกลออกไปมีเสียงของรัชทายาทดังแว่วขึ้น
“พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน?”
ซีเยว่หันกลับไปด้วยความหวาดกลัว มือของตนเองยังถูกอีกฝ่ายจับแน่น นางมองไปยังสีหน้าของตงฟางซวี่ คิดว่าเขาจะเข้าใจผิด “ฝ่าา มะ ไม่ใช่...”
**********************
1 กวาน คือ สิ่งที่ชนชั้นสูงชาวจีนในสมัยโบราณใช้สวมครอบบนศีรษะ เพื่อเป็เครื่องบอกระดับพระยศพระเกียรติ
