หลิวหรงตกอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นนอนอยู่บนเตียงด้วยอาการสะลึมสะลือละม้ายไม่ได้สติแม่นมหลี่ที่กำลังวุ่นวายชี้นิ้วสั่งบ่าวรับใช้คนหนึ่งให้คนไปหาน้ำร้อนหันมาบอกอีกคนให้หาเสื้อผ้า ช่างเป็ภาพที่ชุลมุนวุ่นวายเสียจริง!
ผ่านไปไม่นานหมอฮั่วก็มาถึงเห็นต้วนเจิ้งนั่งอยู่ด้านข้างของนางเขาจึงให้คนเอาผ้าเช็ดหน้ามาวางก่อนค่อยจับชีพจรของผู้ที่นอนไม่ได้สติ!
ภายในห้องปราศจากสุ้มเสียงหมอฮั่วย่นคิ้วเข้ากันน้อยๆ มีสีหน้าเคร่งเครียด
หน้าตาและท่าทางของผู้เป็หมอทำให้ต้วนเจิ้งอดรนทนไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นด้วยความร้อนใจ “หมอฮั่วอาการเป็อย่างไรบ้าง?”
เถี่ยเฟิงเป็คนไปเชิญหมอมาด้วยเื่ที่รีบร้อนจึงได้เล่าเื่ราวของหลิวหรงให้ฟังคร่าวๆ ระหว่างทางไปรอบหนึ่งทว่าตอนนี้หมอฮั่วมองต้วนเจิ้งด้วยสีหน้าแปลกประหลาดผ่านไปครู่หนึ่งจึงเก็บหมอนที่วางมือออก ส่งสัญญาณให้ต้วนเจิ้งตามออกมาข้างนอก
ทั้งคู่มาถึงห้องรับแขกหมอฮั่วที่ยังคงขมวดคิ้วอยู่เช่นเดิมเอ่ยปากถามต้วนเจิ้ง “เมื่อครู่ นายท่านต้วน บอกว่าอี๋เหนียงตกเืหรือ?”
เขาพยักหน้าด้วยความกังวลใจ “ใช่ ไม่กี่วันมานี้ข้าเพิ่งจะรู้ว่านางตั้งท้องแต่คาดไม่ถึงว่าวันนี้ไม่ทันระวัง จึงทำให้นางมีเืไหลออกมา!”
เื่สาวไส้ให้กากินเขาไม่มีทางบอกคนนอกอย่างหมอฮั่วเป็แน่แต่เพราะหลิวหรงเห็นสภาพต้วนอวี้หรานที่สูญเสียความบริสุทธิ์เมื่อครู่จึงเสียใจอย่างมาก ล้มลงไปกับพื้นจนทำให้แท้งลูก!
เื่ในจวนของผู้ดีสูงศักดิ์ทั้งหลายต่างมีเื่ที่ไม่อยากให้ใครรับรู้หมอฮั่วจึงไม่ซักไซ้ไล่เลียง แต่เมื่อได้ฟังที่ต้วนเจิ้งพูดเขากลับส่ายหน้าเล็กน้อย “ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง!”
ต้วนเจิ้งจิตใจหดหู่เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูด ‘ไม่ถูกต้อง’ จึงรีบถามอย่างร้อนใจ “หมอฮั่ว อาการหนักมากหรือ?”
เขามองไปยังต้วนเจิ้งเอ่ยวาจา“นายท่านต้วน เื่แรก อี๋เหนียงไม่ได้ตั้งท้อง แค่มีระดูเท่านั้น!เื่ที่สอง ร่างกายของนางไม่มีตรงไหนได้รับาเ็!”
ได้ยินที่อีกฝ่ายเล่ามาภายในใจของเขาพลันหนาวเย็นจนหน้าซีดเผือด พลั้งปากถามขึ้นอย่างร้อนรน “หมอฮั่ว ช่วยพูดอีกครั้งจะได้หรือไม่!”
เขาจึงเล่าให้ฟังทีละคำทีละประโยคอีกรอบ “หมอขอใช้ชื่อเสียงในการรักษาสี่สิบปีมารับประกันว่าอี๋เหนียงของท่านไม่ได้ตั้งท้อง เป็เพราะถึงรอบระดูและร่างกายอ่อนแอเท่านั้นจึงทำให้เป็ลมได้ง่าย!”
เขาหน้าซีดขาวผงะถอยไปด้านหลังสองก้าว มือจับที่เก้าอี้ไม้พะยูงขาอ่อนแรงราวกับจะลุกขึ้นไม่ไหวอีกต่อไป! ต้วนชิงิเห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินขึ้นไปด้านหน้า พูดเสียงแ่เบา “ท่านพ่อระวังจะล้มลงไปเ้าค่ะ!”
ผู้เป็บิดาได้สติกลับมาพลางโบกมือ “พ่อไม่เป็ไร!” แล้วยกมือประสานขอบคุณหมอฮั่ว“กลางค่ำกลางคืนต้องรบกวนหมอฮั่ว ต้องขออภัยด้วย... เถี่ยเฟิงหยิบเงินค่ารักษามากเป็สองเท่ามอบให้หมอฮั่ว!” ผ่านไปชั่วครู่เถี่ยเฟิงจึงได้พาหมอฮั่วไปส่ง
ถึงตอนนี้ใบหน้าของต้วนเจิ้งละม้ายแก่ขึ้นเป็สิบปี เขาเอื้อมมือไปจับเก้าอี้ไม้ด้วยร่างกายสั่นเทิ้มบนมือเห็นเส้นเอ็นที่ปูดขึ้น ถ้ามองจากด้านข้างจะเห็นถึงสายตาที่โเี้และสิ้นหวังเป็ที่สุด!
ต้วนชิงิที่ยืนอยู่ด้านหลังมองผู้เป็บิดาจากเคยมีกำลังวังชามาตลอด กลับซูบผอมลงอย่างผิดหูผิดตาครั้นแสงไฟที่อยู่บนโต๊ะกระทบตกลงมายังร่างกายพลันเห็นเส้นผมเริ่มมีสีขาว!
ท่านพ่อแก่แล้ว!
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาทำให้ต้วนชิงิไม่สบายใจ
เมื่อต้วนเจิ้งหันหลังมานางจึงรีบก้มหน้าลง พูดเสียงแ่เบา “ในเมื่อท่านพ่อไม่เป็อะไรแล้วชิงิขอตัวก่อน!”
ได้เห็นร่างที่บอบบางของบุตรสาวคนโตเดินออกจากประตูไปอย่างเชื่องช้าเ้าอายุน้อยเพียงนี้กลับต้องแบกภาระที่หนักเกินตัวภายในใจของต้วนเจิ้งรู้สึกเ็ปรวดร้าวทรมาน!จึงอดไม่ได้ที่จะเอื้อนเอ่ยรั้งบุตรสาว “ชิงิ”
นางหันหน้ากลับไปมองต้วนเจิ้งถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ท่านพ่อ มีเื่อะไรหรือ?”
เขามองนางนิ่งคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่างทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปาก จึงยกมือขึ้นโบกมือให้ต้วนชิงิไปได้
เื่บางเื่ต้วนเจิ้งเข้าใจแล้วแต่มีบางเื่ถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดไม่ออก! แต่คิดไม่ออกก็เป็สิ่งดีเพราะตอนนี้ความจริงปรากฏให้เห็นตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว!
การเผชิญกับสีหน้าเรียบนิ่งที่แฝงไปด้วยท่าทางห่างเหินของลูกสาวกับผู้หญิงที่กำลังนอนอยู่ในห้องตอนนี้ ทำให้เขาบังเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งละม้ายอยากจะเข้าไปถาม‘ทำไม’ ทว่าความกล้า กลับอันตรธานไปหมด!
เขาถือโอกาสที่บ่าวรับใช้ต่างวุ่นวายกันอยู่แอบเดินหนีจากเรือนหลิวหรง ไม่นานหลังจากนั้นจึงให้เถี่ยเฟิงถ่ายทอดคำสั่งถ้าหลิวอี๋เหนียงหายดีแล้ว ก็ไม่ต้องออกจากประตูเรือนอีก
นี่เป็การกักบริเวณหลิวหรงอีกครั้งเพราะถ้านางตื่นขึ้นมาจะต้องโวยวาย ร้องห่มร้องไห้ ต้องเจอต้วนเจิ้งให้ได้เพียงแต่เขาได้ตัดสินใจแล้วว่า จะไม่ยอมมองนางแม้แต่หางตาอีกต่อไป!
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ท่าทางของต้วนเจิ้งก็เปลี่ยนเป็เงียบลงจนผิดสังเกตยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่ยอมไปเรือนอี๋เหนียงคนไหนอีก เอาแต่นอนไม่ก็อยู่ที่ห้องหนังสือยามว่างก็จะสอนต้วนชิงิจัดการเื่ในจวนและอ่านหนังสือเท่านั้น!
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็เื่ที่จะพูดต่อทีหลัง
…...
ต้วนชิงิเดินออกจากเรือนหลิวหรงโดยมีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์มายืนรอรับนานแล้ว!
ครั้นเห็นผู้เป็นายเดินออกมาเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงหยิบเสื้อคลุมในมือส่งให้พลางช่วยแต่งตัวให้ต้วนชิงิจนเสร็จเรียบร้อย จึงเอ่ยถามเสียงเบา “คุณหนูยังสบายดีไหมเ้าคะ!”
เด็กสาวพยักหน้าตอบรับเบาๆจากนั้นเดินกลับไปที่เรือนของนาง
ครั้งนี้หลิวหรงจะต้องเหงาเปล่าเปลี่ยวไปอีกระยะหนึ่งอย่างน้อยที่สุดก่อนต้วนเจิ้งออกศึกนางไม่มีทางได้พบ! ดังนั้นสิ่งที่หลิวหรงวาดฝัน ว่าจะถือโอกาสที่ต้วนเจิ้งไม่อยู่ควบคุมจวนต้วนก็พลันมลายหายวับไป!
เื่ราวในอดีตแจ่มชัดละม้ายเพิ่งเคยเกิดขึ้นสองแม่ลูกที่ทำร้ายและทำลายชื่อเสียงของนางได้ฝังความโกรธแค้นและชิงชังไว้ที่นางตลอดมา!ทว่าวันนี้เื่ที่นางวางแผนก็เป็ดั่งที่นางวาดหวังไว้แล้วทั้งทำให้หลิวหรงไม่เป็ที่โปรดปราน ใส่ร้ายต้วนอวี้หรานจนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงและต้วนเจิ้งที่ทุกข์ระทมเสียใจ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้กลับทำให้ต้วนชิงิดีใจไม่ออกแม้แต่น้อย
เื่ในคืนนี้ทั้งหมดมาจากน้ำมือของนางทั้งสิ้น!
วันนั้นต้วนชิงิที่อยู่ท่ามกลางหมู่มวลพฤกษา หันไปเจอบ่าวรับใช้ข้างกายต้วนอวี้หรานที่นางส่งไปแฝงตัวโดยบังเอิญวางแผนให้บ่าวคนนั้นส่งข้อความให้กับไป๋หย่วนฮ่าว
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตามหาบ่าวรับใช้คนนั้นและปะปนเข้าไปพูดคุยด้วยจนเริ่มคุ้นเคย จึงไหว้วานให้บ่าวคนใหม่ไปถ่ายทอดคำพูดว่า ‘คุณหนูเกิดเื่แล้ว’ เพื่อที่จะทำให้ไป๋หย่วนฮ่าวคิดว่าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยากพบเขา จึงส่งบ่าวคนใหม่ให้มาแจ้งเป็การเพิ่มความน่าเชื่อถือ!
เื่ที่เกิดต่อมาก็เป็เช่นนั้น!
ลูกพี่ลูกน้องที่เป็ญาติห่างๆของแม่นมหนิงผู้นั้นเกลียดหลิวหรงเข้ากระดูกดำนางแบกต้วนอวี้หรานเข้าไปในห้องมืดนั่น จุดกำยานปลุกอารมณ์หลังจากที่ไป๋หย่วนฮ่าวมาถึงได้ไม่นานเซียงเย่เอ๋อร์ที่คลั่งไคล้หลิวยวนก็เดินเข้ามา ในความมืดนั้นเขาไล่นางออกไปพลันรู้สึกได้ว่าเื่มันแปลกพิกล ทว่าไม่ทันแล้วเพราะว่าเหตุการณ์ทั้งหมดต้วนชิงิวางแผนรัดกุมไว้เป็อย่างดี!
ทันทีที่เจอตัวไป๋หย่วนฮ่าวก็พบต้วนอวี้หรานอยู่ที่นั่นเช่นกันส่วนหลิงหรงที่ทานยาอยู่หลายวันก็สลบไสลยังไม่ตื่น! ต้วนเจิ้งเป็ห่วงนางมากจึงออกคำสั่งให้เถี่ยเฟิงไปเชิญหมอมาตรวจดูอาการความเป็ห่วงเป็ใยนั้นทำให้เขาดูแลนางที่ยังไม่ได้สติด้วยตัวเอง
ภายหลังจากที่ตรวจเสร็จหมอเล่าความจริงให้ต้วนเจิ้งฟัง โดยไม่บอกหลิวหรง!
สาเหตุที่หลิวหรงมีเืไหลออกมาได้เป็เื่ง่ายมาก! วันนั้นภายในห้องจุดกำยานซึ่งจะส่งผลให้ประสาทรับรู้ผิดปกติและวิงเวียนศีรษะ!อีกทั้งต้วนชิงิยังส่งคนไปใส่ยาปริมาณน้อยนิดในน้ำชาที่หลิวหรงดื่มทุกวันเมื่อถูกกลิ่นกำยานกระตุ้น จึงทำให้ระดูมาในทันที!
ทว่าเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใส่ใน่ฤดูหนาวค่อนข้างหนาต่อให้มีระดูก็คงไม่ได้ซึมเลอะออกมาชัดเจนขนาดนี้เด็กสาวจึงวางแผนให้คนเตรียมเืไก่ไปทาไว้ที่ชุดหลิวหรง และสาดไว้ที่พื้น!ให้คนที่อยู่ด้านหลังร้องะโขึ้นมา! พูดว่าอี๋เหนียงเืไหลแล้วเื่ทั้งหมดเป็อันสำเร็จ!
นางชนะแล้ว! นางเล่นงานหลิวหรงได้สำเร็จ ทว่าเหตุใดนางถึงไม่รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย?...ที่ไม่ดีใจเพราะเห็นต้วนเจิ้งดีกับหลิวหรงหรือเห็นต้วนเจิ้งทุกข์ระทมตรอมใจ?จนนางละม้ายเสียใจตามไปด้วยกันแน่!
มันคืออะไรกันแน่ที่ทำให้นางเสียใจเช่นนี้!
ต้วนชิงิเดินเนิบนาบอยู่ท่ามกลางสายลมหนาวโชยแ่พลางจมลงสู่ภวังค์ทีละน้อยๆ แววตาคล้ายหวนระลึกคิดอะไรอยู่ก็สุดรู้พระพายยามราตรีพัดผ่านมาวูบหนึ่ง พัดกรูมาปะทะใบหน้า ช่างหนาวเหน็บนางหัวเราะเบาๆ...แก้แค้นหรือ? เป็เหมือนดาบสองคมเสียจริงหาใช่อีกฝ่ายสูญเสียไปอย่างเดียวแม้กระทั่งตัวเองก็สูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเช่นกัน
