ไร้กังวล นี่เป็ความรู้สึกเดียวที่ทุกคนในเหตุการณ์ได้รับ
ไม่กี่วันมานี้ ทุกคนใช้ชีวิตอย่างประหยัด กินก็ไม่กล้ากิน ดื่มก็ไม่กล้าดื่ม ขณะเดียวกันยังต้องใช้กำลังจำนวนมาก ตอนนี้เห็นแหล่งน้ำเช่นนี้ ทำไมจะไม่ดื่มให้เต็มอิ่มล่ะ?
จ้าวอี้เป็เช่นเดียวกัน
แม้น้ำใต้ดินนี้เป็น้ำไหล เห็นได้ชัดว่าสามารถใช้ได้ ใสและเย็น
ไทสันที่ราวกับหมีขั้วโลกได้ยื่นศีรษะลงไปในแม่น้ำ ดื่มอย่างเต็มอิ่ม เสียงดื่มเอื้อกๆอย่างเต็มอิ่ม ทุกคนต่างได้ยิน
“อ๊า...”
เมื่อทุกคนกำลังได้รับความปิติที่เหนือความคาดหมายนี้ ไทสันก็ร้องโอดครวญทันที!
เขานำศีรษะดึงขึ้นจากในน้ำ บนจมูก บนใบหู บนปาก บนหน้า มีปลาปิรัญญ่าขนาดเท่าฝ่ามือกว่าสิบตัวกัดอยู่บนนั้น เืสดไหลออกมา
ไทสันร้องโอดครวญ มือกลับไม่ช้า รีบดึงปลาปิรัญญ่าออกจากใบหน้า เืกระจายไปทั่ว เืบางหยดกระเด็นไปกลางแม่น้ำ ในพริบตา แม้น้ำใต้ดินก็ราวกับเดือดขึ้น ปลาปิรัญญ่าที่ซ่อนอยู่ในนั้นไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่!
คนไม่กี่คนรีบเข้าไปช่วย ใช้กำลังไม่น้อยถึงจะจัดการปลาปิรัญญ่าได้เสร็จสิ้น ปลาปิรัญญ่าเหล่านี้ดุร้ายมาก และกัดไม่ปล่อย
ไทสันโกรธเกรี้ยว ฝ่ามือขนาดเท่าพัดจีนได้หยิบปลาปิรัญญ่าจากบนพื้นมาตัวหนึ่ง แล้วกัดอย่างดุร้าย แล้วกลืนเนื้อปลาลงท้อง ปากยังพูดพึมพำไม่ชัดเจน “ใครให้พวกแกกัดฉัน ฉันก็จะกินพวกแก!”
ดวงตาของจ้าวอี้เป็ประกายทันที ความคิดนี้กลับไม่เลว
ปลาปิรัญญ่าดุร้าย แต่กลับสามารถเป็แหล่งอาหารได้ สำหรับตอนนี้ที่ท้องทุกคนเต็มไปด้วยน้ำ นี่เป็ทางเลือกที่ไม่เลว
ถอดเสื้อออก จ้าวอี้นำเสื้อโยนลงไปในน้ำ รอสักพักก็รู้สึกถึงการกัดของปลาปิรัญญ่า จึงดึงเสื้อขึ้นมา บนนั้นห้อยอยู่ประมาณห้าหกตัว
นี่น่าจะเป็วิธีตกปลาที่ง่ายที่สุด ปลาปิรัญญ่าที่นี่ไม่เคยถูกคนตกมาก่อน จึงไม่มีความอันตรายอะไร จ้าวอี้ประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย
พละกำลังของปลาปิรัญญ่านั้นแข็งแกร่งเป็พิเศษ แม้ดึงออกมาจากในน้ำแล้ว มันจะไม่ตายในทันที จ้าวอี้จึงหยิบมีดสั้นออกมา แล้วจัดการพวกมันอย่างระมัดระวัง
“น่าเสียดายที่ที่นี่ไม่มีเครื่องก่อกำเนิดไฟ เพิ่มเหล้าเข้าไปหน่อย วันเวลาที่นี่ก็ไม่ใช่จะรับไม่ได้” ชาร์ลีทำตามทุกระเบียดนิ้ว และพูดล้อเล่นไปด้วย
รสชาติของปลาปิรัญญ่าดิบนั้นคาวมาก เพียงแต่ทุกคนทำเพื่อท้องอิ่ม จึงไม่สนใจอะไรมากมาย
หลังจากทานอิ่ม ทุกคนก็ฟื้นกำลังพอสมควรแล้ว ขณะนี้จึงรวมตัวกันปรึกษา
“ที่นี่น่าจะเป็โพรงธรรมชาติ คนคนนั้นตอนแรกอาจขุดที่นี่ขึ้นโดยบังเอิญ ไม่รู้ว่าเขาออกไปยังไง?”
ชาร์ลีมองรอบด้าน มองได้ไม่ค่อยชัดเจน ไม่มีทางเลือก เพราะตอนนี้ไฟฉายใกล้หมดพลังงานแล้ว
“พวกเราแบ่งไปค้นหาทางออกสองกลุ่ม?”
จ้าวอี้เสนอความเห็นนี้
ทางออกต้องอยู่ที่นี่แน่ เพียงแต่ต้องใช้เวลาหน่อยเท่านั้น แม้ที่นี่จะดูแล้วไม่ขาดแคลนอาหาร แต่กลับไม่มีเกลือ ถ้าคนไม่ได้ทานเกลือเป็เวลานาน ร่างกายจะอ่อนแรง ดังนั้น จึงไม่อาจอยู่ที่นี่ไปทั้งชีวิต
“ก็ดี นายว่าพวกเราต้องปิดปากถ้ำไหม?” ชาร์ลีพยักหน้าตกลง แล้วพูดเช่นนี้ทันที
จ้าวอี้ชะงัก เขาเข้าใจความหมายของชาร์ลีทันที
คนของพวกเขาไม่มากแล้ว อีกทั้งกำลังการต่อสู้ก็ลดลงอีกขั้น และคนชุดดำลึกลับนั่นก็เลือกที่จะลอบโจมตีอยู่ตลอด แม้สองคนจะไม่กลัว แต่ก็รู้สึกค่อนข้างเป็อุปสรรค มีเพียงเป็โจรพันวันการป้องกันโจรพันวันจะมีที่ไหน?
“ไม่เหมาะสม พวกเราได้ทิ้งอุปกรณ์ไปไม่น้อยแล้ว ยิ่งกว่านั้นการปิดตายยังใช้เวลาไม่น้อย ไม่เท่าพวกเราทำกับดักไว้หน่อยดีกว่า” จ้าวอี้เกลียดคนคนนี้เข้าไส้เช่นกัน แม้จะไม่ได้เห็นกับตา แต่ชาร์ลีและเขาต่างมีเป้าหมายในการฆ่าบุคคลลึกลับคนนี้เช่นกัน ต่างมีการคาดการณ์เช่นกัน และภายใต้ปัจจัยในตอนนี้ การคาดการณ์นี้เป็ความจริงได้ถึงแปดเก้าสิบเปอร์เซ็น
“ฉันชอบวิธีนี้ นายทำหรือว่าฉันทำ?”
“ฉันเก่งเื่การวิเคราะห์มากกว่า นายทำเถอะ”
ความสามารถของทั้งสองต่างคนต่างมีดีเฉพาะตัว ในด้านนี้ ชาร์ลีเหนือชั้นกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ชาร์ลีก็ไม่ถ่อมตัว พลิกหาอุปกรณ์ในกระเป๋าเป้ ไม่นานก็หาอุปกรณ์ที่ใช้ได้เจอ แม้สิ่งของไม่มาก แต่ชาร์ลีเชื่อ ว่าถ้าคนคนนั้นอยากออกมา ต้องรู้สึกยินดีอย่างยิ่งแน่
ยอดฝีมือที่แท้จริง จะสามารถใช้วัตถุดิบจำกัด สร้างการฆ่าที่พอให้คนปวดหัว และชาร์ลีก็เป็หนึ่งในยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย
วางกับดักเสร็จ ทั้งสองถึงแบ่งกำลังคนของแต่ละคนแยกกันด้านหนึ่งเดินขึ้นบน ด้านหนึ่งเดินลงล่าง
จ้าวอี้ชัดเจนดี
นี่น่าจะเป็การร่วมมือกันครั้งสุดท้ายแล้ว
พบกันอีกครั้ง ก็เป็่เวลาชี้ความเป็ความตาย!
เพราะว่า ชาร์ลีได้ก่อเหตุฆาตกรรมมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงแต่เพื่อมีชีวิตต่อไปในสถานที่นี้ ทั้งสองฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันชั่วคราว
ตอนนี้ มีทางออก ่เวลาการเดินตามทางของตนเองก็มาถึง
นี่เป็การเดิมพัน
ถ้าจ้าวอี้หาทางออกเจอก่อน ถ้างั้น จ้าวอี้จะต้องดำเนินการลอบโจมตีที่ทางออก และรวบตัวชาร์ลี แต่ถ้าชาร์ลีหาทางออกเจอก่อน ก็จะไม่บอกจ้าวอี้ และหายไปอย่างไร้ร่องรอย หนึ่งคนคือทหารหนึ่งคนคือโจร ความขัดแย้งเช่นนี้ไม่สามารถประนีประนอมกันได้
ดังนั้น เมื่อถึงตอนแยกตัว ทั้งสองจึงมีข้อตกลงลับๆโดยไม่พูดถึงทางออก จะแจ้งอีกฝ่ายได้ยังไง ในใจพวกเขารู้ดี
จ้าวอี้เลือกขึ้นบน มีโอกาสเพียงครึ่งๆเท่านั้น
ทั้งสามเดินขึ้น้าประมาณห้านาที ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงโอดครวญลอดผ่านมาอย่างคลุมเครือจากที่ที่พวกเขาเพิ่งจากมา
น่าจะเป็คนชุดดำ
นี่แปลว่า ที่จริงพวกเขาตามอยู่ด้านหลังพวกเขามาตลอด เพียงแต่ระมัดระวังอย่างที่สุด
“พวกเราต้องกลับไปไหม?”
เจี่ยงจาวตี้ถาม
“ไม่ พวกเราหาทางออกต่อ หาทางออกเจอค่อยว่ากัน ไม่ต้องรีบ”
จ้าวอี้คิด รู้สึกไม่จำเป็ต้องไปจับคนคนนี้ เพราะถ้าจับเขา ถ้าตายก็ยังดี แต่ถ้ามีชีวิต ก็ยังต้องรักษาเขา และจำเป็ต้องพาเขาออกไปด้วยแน่ แบ่งกำลังคนจับตาดูเขา ถึงตอนนี้ ก็จะเป็ภาระอย่างร้ายแรง
เื่เร่งด่วนคือการออกไป
เจี่ยงจาวตี้ไม่พูดอะไรอีก
ขอบเขตของถ้ำนั้นไม่เล็ก เดินขึ้นบนยิ่งแคบลงเรื่อยๆ ชายฝั่งก็ยิ่งชุ่มชื้นขึ้นเรื่อยๆ
ย่ำอยู่บนนั้น ก็ส่งเสียงกรอบแกรบ ในสถานที่เงียบเชียบเช่นนี้ จึงเสียดหูเป็พิเศษ
ในที่สุด หลังจากครึ่งชั่วโมง ก็ไม่มีทางที่สามารถเดินได้แล้ว
“ดูแล้วดวงพวกเราจะไม่ดี ทางออกน่าจะอยู่ทางพวกเขา”
จ้าวอี้หัวเราะขื่นหนึ่งคำ การเดิมพันนี้ขึ้นอยู่กับพระเ้า
ทั้งสามต่างค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยแล้ว พักผ่อนสักครู่ จึงเริ่มเดินย้อนกลับ
อีกครึ่งชั่วโมงผ่านไป ย้อนกลับถึงปากถ้ำที่พวกเขาเข้ามา จึงเริ่มเดินลงต่อ เดินไปได้ไม่นาน ทันใดนั้น ตรงหน้าก็มีเสียงฝีเท้ากระจัดกระจายลอดผ่านมา
“ใคร!”
จ้าวอี้ะโเสียงดัง เสียงฝีเท้านี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีแค่คนเดียว
“เป็พวกเรา!”
เสียงของชาร์ลีคุ้นเคยดี
ทั้งสองกลุ่มเงียบงันลงภายใต้ความมืด และพวกเขาก็พูดขึ้นพร้อมกัน
“บนนั้นไม่มีทาง?”
“ด้านล่างไม่มีทาง?”
ยุ่งยากแล้ว
หลังรวมตัวอีกครั้ง ท่าทางของทุกคนต่างเคร่งเครียด อีกฝ่ายหลอกตนหรือไม่ มีเส้นทางออกไปแน่นอน แต่กลับไม่พูด จุดนี้น่าจะเป็ไปไม่ได้ ตอนนี้ในใจของทุกคนต่างอยากออกไปให้เร็วที่สุด ไม่ใช่เปลืองเวลาอยู่ที่นี่
“พวกเรามาคิดให้ละเอียดอีกหน่อย ในเมื่อเส้นทางไม่อยู่ด้านล่าง และไม่อยู่้า ถ้างั้นความเป็ไปได้หนึ่งเดียว ก็คืออยู่ฝั่งตรงข้าม”
สองฝ่ายรวมตัวกันอีกครั้ง และเริ่มปรึกษาค้นหาทางออก
สำหับการตัดสินของจ้าวอี้ คนอื่นไม่มีความเห็น
“แม้จะเป็เช่นนี้ แต่เราจะข้ามไปยังไง? ในแม่น้ำไม่รู้ว่ามีปลาปิรัญญ่าแค่ไหน? และแม่น้ำกว้างเท่าไหร่? พวกเราลงไปจะว่ายผ่านไปได้ไหมก็เกรงว่าจะพูดยาก...”
เจี่ยงจาวตี้หวาดกลัวแม่น้ำสายนี้มาก เธอไม่อยากถูกทำให้เสียโฉมเหมือนไทสัน ยังไงแล้ว เธอก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่ง จึงให้ความสำคัญกับรูปโฉมของตนเอง
“น่าจะไม่ยาก ฉันว่า ตอนแรกคนคนนั้นต้องสามารถว่ายผ่านไป ไม่มีเหตุผลที่เราจะผ่านไปไม่ได้” ชาร์ลีเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม
ทุกคนปรึกษากันอยู่นาน กลับไม่มีวิธีที่ดี ดูแล้วทำได้เพียงไม้แข็งแล้ว
ใครจำนำหน้า ก็กลายเป็ปัญหา
ต้องรู้ว่า คนคนแรกที่ลงไปมีอันตรายมากที่สุด
จ้าวอี้ไม่โง่ เวลานี้ เขาจะออกโรงคนแรกได้ยังไง เช่นกัน ชาร์ลีก็นิ่งเงียบ
“แบบนี้ลงไปไม่ได้ จับฉลากไหม จับฉลากเป็วิธีที่ยุติธรรมที่สุด บนหน้าไทสันมีาแ ไม่เหมาะที่จะลงน้ำคนแรก ดังนั้น พวกเราทางนี้จะทำ พวกนายไม่มีความเห็นใช่ไหม?”
จ้าวอี้พยักหน้าส่งสัญญาณว่าไม่มีความเห็น เวลานี้เขาไม่อาจถอยกลับ
ในฝ่ามือข้างหนึ่งของไทสันจับก้อนหินเล็กๆไว้ มืออีกข้างไม่มี คนที่นำหน้าก่อนจะเลือกมือที่ไม่มีก้อนหิน เป็วิธีที่ยุติธรรม จ้าวอี้และชาร์ลีเลือกมาหนึ่งมือ โชคไม่ดี ชาร์ลีได้ไปหนึ่ง
ชาร์ลีก็ไม่เกี่ยงความรับผิดชอบ ยืดเส้นสายเล็กน้อย จากนั้นส่วนเอวก็ได้ผูกเชือกไว้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนจะสามารถช่วยอยู่ที่ชายฝั่ง
ว่ายคนแรก ความอันตรายย่อมมากเล็กน้อย เพียงแต่จะช้าหรือเร็วก็ต้องลงน้ำ ที่จริงการเผชิญอันตรายก็ไม่ต่างกัน ดังนั้น การแสดงออกของชาร์ลีจึงยินดี ช้าเร็วก็ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งนี้
ตกลงสัญญาณการช่วยเหลือเสร็จ ก็สูดหายใจลึก ชาร์ลีจึงะโลงไปในแม่น้ำ
เขาไม่ช้า แม้จะสู้นักกีฬาไม่ได้ แต่ในบรรดาคนส่วนมาก ก็เป็มือดีคนหนึ่ง
สองมือผลัดกันอยู่ด้านหน้า ความเร็วของท่าฟรีสไตล์นั้นค่อนข้างรวดเร็ว
แต่ว่า เพิ่งว่ายไปได้ไม่กี่เมตร ท่าทางของเขาก็ฝืดเคือง ความเร็วลดลงมากในทันที
เพียงแต่ ชาร์ลีไม่ยอมแพ้ ยังอดทนต่ออีกสิบกว่าเมตร ในที่สุดจึงทนไม่ไหว ร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง
ทุกคนที่ชายฝั่งรีบดึงเชือกทันที ดึงชาร์ลีกลับมา ใช้กำลังไม่น้อย ถึงจะดึงเขากลับมาชายฝั่งได้
ทุกคนมองดูร่างกายของเขา ก็ต้องสูดไอเย็น
แน่นขนัด มีปลาปิรัญญ่าอยู่ถึงเกือบร้อยตัวห้อยอยู่บนตัวชาร์ลี ทุกตัวต่างกัดไม่ปล่อย! ไม่แปลกใจ ที่ชาร์ลีจะว่ายออกไปไม่ได้
ต้องรู้ว่า กำลังของปลาในน้ำนั้นไม่น้อย
ตัวเดียวชาร์ลีสามารถไม่สนใจได้ สองตัวก็ไม่สลักสำคัญ แต่มีปลาขนาดเท่าฝ่ามือกว่าร้อยตัว เขาจึงเกือบไม่อาจว่ายได้ ดังนั้น จึงล้มเลิกในที่สุด
ชาร์ลีหอบหายใจเฮือกใหญ่ กล้ามเนื้อทั้งตัวแข็งเกร็ง พวกจ้าวอี้ใช้มีดสั้นจัดการปลาปิรัญญ่าบนตัวเขาพวกนั้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่กล้าดึงออกมา เป็เพราะว่า ร่างกายของชาร์ลีเกือบไม่มีส่วนที่ไม่ถูกกัด ถ้าใช้แรงดึง ถ้างั้นชาร์ลีก็เกือบไม่เหลือิัส่วนที่ดีแล้ว
สิบกว่านาทีเต็ม ถึงจัดการปลาปิรัญญ่าได้หมด
“ดูท่าการเร่งร้อนจะไม่ได้ ไม่รู้ว่าคนคนนั้นตอนแรกผ่านไปได้ยังไง”
จ้าวอี้ขมวดคิ้วไตร่ตรอง
พูดถึงฝีมือ ในบรรดาคนกลุ่มนี้ชาร์ลีเรียกได้ว่าเฉียบคมแล้ว เขาทำไม่ได้ เช่นเดียวกัน คนอื่นก็ผ่านไปไม่ได้ อดทนต่อไป ก็มีแต่จะถูกปลากัดกิน
“อามิตตาพุทธ เมื่อก่อนพระผู้เป็เ้าก็ต้องกรีดเนื้อตัวเองให้อาหารเหยี่ยว ถ้าอาตมาลงไปก่อน ดึงดูดความสนใจของปลาเหล่านี้ คิดดูแล้วพวกโยมก็จะมั่นใจได้” สามเณรสิงเฉินป่าวประกาศเสียงดังทันที พร้อมพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“นี่ไม่ได้!”
จ้าวอี้อยากและไม่อยากปฏิเสธ
