โทรศัพท์ของไป๋อวิ๋นซีดังขึ้น “ฮัลโหล มีเื่อะไร”
“ท่านประธานคะ มีคุณผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่าจางเหวินเทามาขอพบคุณชายเย่ค่ะ” เสียงพนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์ดังลอดมา
“เข้าใจล่ะ ให้เขาขึ้นมาได้” ไป๋อวิ๋นซีกล่าว
พนักงานต้อนรับหญิงทั้งสองส่งจางเหวินเทาขึ้นลิฟต์
“หมอนี่เป็ใครกัน! สวมชุดนักพรตแบบนี้ เป็นักแสดงหรือเปล่านะ?”
“อาจจะไม่ใช่นักแสดงก็ได้นะ ได้ยินว่าสุขภาพของประธานไป๋ไม่สู้ดีนัก คุณปู่ของท่านประธานเลยเชิญคนมารักษาอาการมากมาย ในจำนวนนั้นก็มีพวกนักพรตอยู่ด้วย”
“่นี้แขกที่มาบริษัทเรามีหลากหลายรูปแบบจริงๆ คนแบบไหนก็มีหมด”
“ก็ใช่น่ะสิ! คุณชายเย่คนนั้นดูท่าทางบ้าๆ บอๆ ไม่เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ประธานไป๋กลับดีกับเขามาก ถึงขนาดอนุญาตให้หมอนั่นย้ายเก้าอี้เอนหลังเข้าไปไว้ในห้องทำงานเลยนะ”
“เธอรู้ไหม ั้แ่คุณชายเย่เข้ามาที่นี่ ประธานไป๋ไม่ด่าคนบ่อยเหมือนแต่ก่อนด้วยล่ะ” พนักงานต้อนรับหญิงกล่าวด้วยแววตาส่องประกายระยิบระยับ
เมื่อจางเหวินเทาเข้ามาในห้องทำงาน ก็มองเห็นเย่ฝานที่เอนตัวอย่างี้เีบนเก้าอี้
ห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซีตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำ ให้กลิ่นอายเคร่งขรึมเยือกเย็น ทว่ากลิ่นอายนั้นถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงด้วยเก้าอี้เอนหลังสีทองตัวนั้น จางเหวินเทาเดาว่าเก้าอี้นั่นน่าจะเพิ่งเพิ่มเข้ามาหลังจากเย่ฝานมาที่นี่
“อาจารย์จาง คุณมาหาผมเหรอครับ” เย่ฝานถาม
จางเหวินเทาพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว ผมได้ยินว่าคุณมาที่เมืองหลวง หยางเฟยบอกผมว่าถ้าอยากเจอคุณ ให้มาหาคุณชายไป๋ก็ได้เจอแล้ว”
จางเหวินเทามองเย่ฝานแล้วหันไปมองไป๋อวิ๋นซี พลันนึกในใจว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืบหน้าไปรวดเร็วจริงๆ! เย่ฝานเ้าหมอนี่ถึงขนาดเข้ามาอยู่ในห้องส่วนตัวของไป๋อวิ๋นซีได้เลย
“เข้าใจคิดนะเนี่ย” เย่ฝานพูด
จางเหวินเทา “…”
“คุณชายเย่ยังขายยันต์อยู่หรือไม่?” จางเหวินเทาถามขึ้น
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ไม่ขายแล้วครับ ขายยันต์ได้เงินน้อยไปหน่อย ผมก็เลยเลิกทำไปแล้ว”
จางเหวินเทานำยันต์ที่ซื้อจากเย่ฝานกลับไปที่เขาหลงหู่เพื่อให้ผู้าุโในสำนักดู หลายท่านต่างชื่นชมยันต์เ่าั้ของเย่ฝานมาก เดิมทีจางเหวินเทายังคิดว่าจะสามารถซื้อยันต์ล้ำค่าของเย่ฝานในราคาถูกได้ แต่สุดท้ายเ้าหมอนี่กลับไม่ขายยันต์เสียอย่างนั้น
“ระยะนี้ผมเจอธุรกิจใหม่ที่ทำเงินได้เร็วกว่า” เย่ฝานพูดด้วยสีหน้าเบิกบาน
จางเหวินเทาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “มันคือธุรกิจอะไรหรือ!”
เย่ฝานหัวเราะอย่างมีเลศนัย ก่อนตอบว่า “หาเงินกับคนรวย!”
จางเหวินเทา “…”
“ผมพบว่าในโลกนี้ เศรษฐีที่มีเงินมหาศาลแต่โง่เขลาและมักถูกคนลอบทำร้ายมีอยู่ไม่น้อยเลย ผมไปช่วยเหลือแค่ไม่กี่คน ผ่านไปแป๊บเดียวผมก็รวยแล้ว” เย่ฝานกล่าว
จางเหวินเทา “…”
“คุณชายเย่ ความจริงที่ผมมาหาคุณในวันนี้ เพราะมีเื่อยากให้คุณช่วย” จางเหวินเทาเอ่ย
เย่ฝานมองจางเหวินเทาแล้วพูดว่า “งั้นเหรอ? เกิดเื่อะไรเหรอครับ!”
“ครั้งที่แล้วหลังจากที่เธอออกจากสุสาน พวกเราได้พาคนอีกกลุ่มเข้าไปสำรวจ แต่ว่าน้ำในสุสานลึกมาก นักพรตหลายท่านต่างก็ไม่กล้าเข้าไป” จางเหวินเทาเล่า
เย่ฝานพยักหน้า หลังจากนั้นพูดว่า “จะต่อกรกับองค์หญิงนั่นมันไม่ง่ายเลยนะ นางยังมีลูกน้องอีกตั้งสิบแปดตน อย่าไปหาเื่นางจะดีกว่า”
“ก็ใช่น่ะสิ! ยังดีที่ยังไม่เข้าไปลึกกว่านี้ ทำให้คนในทีมที่าเ็ล้มตายมีไม่มากนัก แต่ว่าคนที่ออกมาจากสุสานแต่ละคนล้วนหลับใหลไม่ได้สติ ถ้าปล่อยไว้เกรงว่าจะเป็อันตรายถึงชีวิตได้” จางเหวินเทากล่าว
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานพร้อมพูดว่า “เย่ฝาน นายคิดว่าเป็เพราะอะไร?”
“พวกเขาสูดไอพลังของซากศพมากเกินไป ก่อนหน้านั้นที่พวกเราไป ทีมงานที่อยู่ด้านนอกสุสานแค่สูดไอพลังของซากศพเข้าไปยังถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ แต่นี่คนธรรมดาเข้าไปในสุสาน ผลจะเป็ยังไงก็คงเดาได้ไม่ยาก” เย่ฝานกล่าว
“แล้วยังพอมีทางช่วยไหม?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“มีสิ เอาไอพลังของซากศพออกจากร่างกายก็น่าจะดีขึ้น” เย่ฝานมองไปทางจางเหวินเทาพร้อมพูด “พวกร่างทรงที่เขาหลงซานน่าจะมีวิธีช่วยนี่นา”
จางเหวินเทา “…” พวกเขาไม่ได้เป็พวกร่างทรงสักหน่อย! เย่ฝานพูดอย่างกับว่าคนของเขาหลงหู่ล้วนเป็แก๊งสิบแปดมงกุฎอย่างนั้นแหละ
“คนของเขาหลงหู่ก็พอมีวิธีรักษาอยู่ แต่จำนวนคนมากเกินไป กำลังไม่เพียงพอจริงๆ” จางเหวินเทากล่าว
“้าให้ผมเข้าไปช่วย?” เย่ฝานเอ่ย
จางเหวินเทาพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่”
เย่ฝานมองจางเหวินเทาพร้อมเอ่ย “คุณจะให้ค่าตอบแทนผมเท่าไรล่ะ! คุณต้องรู้นะ ว่าค่าตัวของผมตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ที่ผ่านมาคนที่เชิญผมไปช่วยให้เงินผมขนาดนี้เชียวนะ” เย่ฝานกางนิ้วทั้งห้าออกมา
จางเหวินเทากล่าวหยอกล้อ “ห้าสิบหยวนหรือ?”
เย่ฝานเหลือบตามองบน ก่อนพูดออกไป “ห้าสิบล้านหยวนต่างหาก!”
“ได้!” เขาหลงหู่มีธุรกิจใหญ่โต นักธุรกิจผู้ร่ำรวยและมีชื่อเสียงไม่น้อยมักจะเชิญคนจากเขาหลงหู่ไปช่วยดูฮวงจุ้ยหรือปราบภูตผีปีศาจ หลังจากช่วยเหลือแล้วย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนจำนวนมากเหมือนกัน
“คนละห้าสิบล้านหยวนใช่ไหม? คนที่หมดสติมีทั้งหมดกี่คนล่ะ! รายได้ไม่น้อยเลยคราวนี้!” เย่ฝานถามพลางเบิกตาโต
จางเหวินเทา “…”
ไป๋อวิ๋นซีสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ คิดในใจว่า : เย่ฝานช่างละโมบจริงๆ! เ้าหมอนี่ ใจคอจะตักตวงเงินจากเขาหลงหู่จนหมดเลยหรือไง? ไม่กลัวโดนตีหรือไงนะ!
“อาจารย์จาง เขาหยอกเล่นน่ะครับ” ไป๋อวิ๋นซีพูด
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีแล้วรีบแย้ง “หยอกเล่น? ฉันเปล่านะ!”
ไป๋อวิ๋นซีกวาดตามองเย่ฝานด้วยสายตาเ็า จากนั้นกล่าวว่า “หุบปาก คนละห้าสิบล้านหยวน นายไม่กลัวจุกตายหรือไง!”
เย่ฝานได้ยินคำพูดนั้นแล้วมองไป๋อวิ๋นซี ด้วยสายตาอย่างคนไม่ได้รับความเป็ธรรม
ไป๋อวิ๋นซียิ้มให้จางเหวินเทาพลางพูดว่า “อาจารย์จาง คุณอย่าฟังคำพูดเหลวไหลของเขาเลยครับ คุณก็รู้ว่าเขาพูดจาไม่ค่อยรู้เื่อยู่แล้ว”
จางเหวินเทาหัวเราะแล้วตอบว่า “ใช่ๆ ฉันรู้ดี”
“ผมได้ยินมาว่าเขาหลงหู่มีสำนักสาขาอยู่ที่เมืองหลวงด้วย ที่สำนักสาขานี้เป็แหล่งรวบรวมของแปลกและหายากนานาชนิด ความจริงพูดถึงเื่เงินบ่อยๆ มันรู้สึกไม่ดีเท่าไร ถ้ายังไงอาจารย์พาเย่ฝานเข้าไปเลือกดูของสักชิ้นสองชิ้นก็น่าจะพอแล้ว!” ไป๋อวิ๋นซีเสนอ
จางเหวินเทา “…”
หมดกันๆ คุณชายสามแห่งบ้านตระกูลไป๋ถูกเ้าคนโง่เย่ฝานดึงไปเป็พวกซะแล้ว สำหรับผู้าุโแห่งเขาหลงหู่แล้ว เงินเป็เื่รอง ของหายากต่างหากที่เปรียบเหมือนสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่เ้าเย่ฝานผู้นี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ฉวยโอกาสตอนที่เขายังไม่มีชื่อเสียง ใช้ของบางส่วนที่มีแลกเปลี่ยนแทนค่าตัว ก็เป็เื่ดีอยู่ไม่น้อย
ได้ยินเช่นนั้นเขาจึงหันกลับมาอย่างรวดเร็ว มองไปที่จางเหวินเทาพร้อมกับพูดว่า “อวิ๋นซีพูดถูกแล้ว ขอของนิดหน่อยมาแทนเงินก็ได้ แต่คุณห้ามเอาของไม่ดีมาโกงผมนะ! ไม่งั้นผมจะเขียนยันต์ดวงซวยไปติดไว้ที่หน้าประตูบ้านคุณ”
จางเหวินเทา “…”
ไป๋อวิ๋นซีถลึงตาใส่เย่ฝานอย่างโมโห แต่เย่ฝานกลับหัวเราะเสียงใส
จางเหวินเทาถามด้วยความสงสัย “ยันต์ดวงซวยเป็ยันต์ยังไงกัน มีประโยชน์อะไร! เป็อันตรายถึงชีวิตหรือเปล่า?”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ยันต์ดวงซวยไม่เป็อันตรายถึงชีวิตหรอก ก็แค่ออกจากบ้านโดนหมากัด กินข้าวก็จะเจอแมลงสาบในอาหาร ถ้าเล่นพนันก็จะแพ้ตลอด...”
จางเหวินเทาทำท่าทางชื่นชม “ยันต์นี้ฟังดูเข้าท่าเหมือนกันนะ!”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
