“ไม่ใช่น้าสะใภ้รองที่มีข่าวดี แต่เป็สาวใช้อุ่นเตียงในจวนน้าสะใภ้รองตั้งครรภ์?” อวิ๋นซูขมวดคิ้ว นางได้ยินมาว่านายท่านบ้านรองและฮูหยินบ้านรองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่มีสาวใช้อุ่นเตียงในจวนมาหลายปีแล้ว ครั้งนี้สาวใช้อุ่นเตียงมีข่าวดี หรือว่าระหว่างนายท่านบ้านรองและฮูหยินจะเกิดเื่อะไรขึ้น
“หากคุณหนูหกมีเวลา ก็ไปที่จวนฮูหยินเสียหน่อยเถิดเ้าค่ะ ระยะนี้ฮูหยินจิตใจหม่นหมอง ส่วนบ่าวก็ถูกฮูหยินจัดเตรียมให้ไปปรนนิบัติรับใช้นัง...” ลวี่หลัวไม่อยากปรนนิบัติสาวใช้อุ่นเตียงที่มีข่าวดีผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย หากว่าเป็ไปได้ นางอยากจะฆ่าคนผู้นั้นแทนฮูหยิน
“อืม ข้ารู้แล้ว เ้าต้องดูแลน้าสะใภ้รองให้ดีๆ”
เมื่อกลับมาที่เรือนไผ่ ชุนเซียงรีบเข้ามาต้อนรับ “คุณหนูเ้าคะ ท่านโหวกลับมาแล้ว กำลังรอท่านอยู่ที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ”
“ท่านพ่อได้ไปเรือนอนุห้าหรือไม่?”
บนใบหน้าของชุนเซียงพลันปรากฏรอยยิ้ม “เ้าค่ะ พอกลับมาก็ไปที่เรือนเลย บ่าวเห็นแล้วก็รู้สึกยินดีแทนอนุห้านัก” เมื่อคิดถึงใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา จมูกของชุนเซียงพลันขมฝาด รอมาหลายปีขนาดนี้แล้ว ในที่สุดก็มีบุตรเป็ของตนเองตามที่หวัง
ภายในเรือนฮูหยินผู้เฒ่า ชางหรงโหวกำลังอุ้มทารกในอ้อมอกอย่างระมัดระวัง เด็กคนนี้กว่าจะเกิดมาไม่ง่ายเลย ความอ่อนโยนที่ไม่ได้เห็นมานานภายในใจของเขาราวกับถูกัั ค่อยๆ ยื่นมือออกไป ไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะใช้นิ้วเล็กๆ ทั้งห้าของตนจับนิ้วชี้ของชางหรงโหวไม่ยอมปล่อย หยอกล้อกันจนฮูหยินผู้เฒ่าที่อยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดัง “ดูเถิด เขาชอบเ้าขนาดไหน!”
ในสายตาของบุรุษผู้เข้มแข็งปรากฏความอ่อนโยนออกมาหลายส่วน “ต้องคิดชื่อให้ดีๆ แล้ว”
เงาร่างสง่างามปรากฏบริเวณประตู อวิ๋นซูยกชายกระโปรงขึ้นแล้วนั่งลง ชางหรงโหวปรายตามอง ฮูหยินผู้เฒ่าพบว่า สายตาที่เขามองอวิ๋นซูไม่ได้เ็าเช่นเดิมอีก กลับมีความชื่นชมอยู่หลายส่วน “ซูเอ๋อร์ ครั้งนี้ลำบากเ้าแล้ว”
ไม่ทราบว่าเขาหมายถึงเื่ที่เจียงหนาน หรือว่าเื่ของอนุห้า บางทีอาจจะหมายถึงทุกเื่
“มิสู้ให้ซูเอ๋อร์ตั้งชื่อให้คุณชายสิบเป็อย่างไร?” ฮูหยินผู้เฒ่าดวงตาเปล่งประกาย ชีวิตของเด็กคนนี้เป็อวิ๋นซูที่ช่วยกลับมา หวังว่าในอนาคตเขาจะมีความสามารถเหมือนอวิ๋นซู
“ท่านย่าเ้าคะ ไม่ได้เด็ดขาด”
ชางหรงโหวคิดใคร่ครวญ “อวิ๋นซู เ้าตั้งชื่อมาเถิด!”
ในเมื่อชางหรงโหวเอ่ยปากแล้ว อวิ๋นซูคงไม่อาจปฏิเสธได้ นางเดินเข้าไปใกล้ใบหน้าเล็กๆ อันอ่อนนุ่ม “เช่นนั้น ให้เขาชื่ออวิ๋นหง”
“อวิ๋นหง? บัณฑิตมิอาจมิแน่วแน่ ภารกิจอันหนักหน่วงแลหนทางอันยาวไกล1 เป็ชื่อที่ดี!” ชางหรงโหวยิ้มกว้าง ดวงตาเปล่งประกาย ฮูหยินผู้เฒ่าก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ซูเอ๋อร์ตั้งชื่อได้ดี! อวิ๋นหง เ้าต้องขอบคุณพี่หกของเ้าให้มากๆ!”
ทารกผู้นี้ราวกับฟังเข้าใจ จับมือของชางหรงโหวแกว่งไกวไปมาอย่างยินดี
“ซูเอ๋อร์ พรุ่งนี้เข้าวังไปเข้าเฝ้าฝ่าาด้วยกันกับพ่อ”
...
ภายในห้องของอนุห้า
“อี๋เหนียง นอนเฉยๆ อย่าเพิ่งขยับตัว ให้บ่าวช่วยเถิดเ้าค่ะ” อวี้เอ๋อร์รีบเข้าไปช่วยนางห่มผ้า “คุณหนูสั่งไว้ว่า ภายในเวลาหนึ่งเดือนนี้ อี๋เหนียงไม่สามารถโดนความเย็นได้โดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นภายหน้าจะมีอาการเรื้อรังได้เ้าค่ะ”
อนุห้าเพียงรู้สึกปวดาแบริเวณท้อง ไม่ว่าเื่อะไรล้วนต้องนอน แต่ความเ็ปเล็กน้อยเท่านี้นางเต็มใจรับ ขอเพียงลูกของนางปลอดภัยไร้อันตราย
“คุณชายสิบเล่า?”
“เกรงว่าตอนนี้คงกำลังถูกท่านโหวอุ้มไม่ยอมปล่อยมืออยู่เ้าค่ะ!” อวี้เอ๋อร์ยิ้ม บนใบหน้าของอนุห้าพลันปรากฏรอยแดงขึ้นอย่างมีความสุข
เสียงประตูเปิดออก อนุห้าได้ยินจึงหันไปมอง พบกับใบหน้าครุ่นคิดของอวิ๋นซู
“คุณหนูหก...ยังไม่ได้ยินดีกับเ้า ที่ได้รับการแต่งตั้งจากฝ่าาให้เป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่”
“อี๋เหนียงต้องพักผ่อนให้ดีๆ อย่าได้ขยับตามใจ” อวิ๋นซูเข้ามาใกล้ “ยังเจ็บปากแผลอยู่หรือไม่เ้าคะ?”
อนุห้าส่ายศีรษะ “นี่ไม่นับเป็อะไรได้ ลำบากคุณหนูหกแล้วที่ช่วยชีวิตข้ากับคุณชายสิบไว้อีกครั้งหนึ่ง”
“คุณชายสิบหน้าตาเหมือนอนุห้ามากเ้าค่ะ” อวิ๋นซูย้อนคิดไปถึงใบหน้าเล็กๆ นั้น ในดวงตาเจือไปด้วยความอ่อนโยน อย่างไรก็ตามนางคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงมองไปยังทิศทางหนึ่งอย่างเหม่อลอย
“คุณหนูหกมีเื่ในใจหรือ?”
ใคร่ครวญอยู่คู่หนึ่ง อวิ๋นซูจึงค่อยๆ เอ่ยปาก “อนุห้ารู้เื่ท่านลุงรองและน้าสะใภ้รองหรือไม่เ้าคะ?”
“นายท่านรอง? ถ้าพูดถึงนายท่านรองและฮูหยินรอง นับเป็คู่รักที่ทำให้ผู้คนรู้สึกอิจฉา บ้านรองมีคุณชายเพียงคนเดียว ว่ากันว่าเพราะเื่นี้จึงทำให้ฮูหยินรองตำหนิตัวเองเป็อย่างมาก เดิมทีคิดจะให้นายท่านรองแต่งอนุภรรยาเข้ามาหลายคน แต่นายท่านรองกลับไม่ยินยอม เห็นว่าเมื่อหลายปีก่อนอับจนหนทาง จึงได้รับสาวใช้ห้องข้างมาสองคน แต่ก็ยังไม่มีทายาท ภายหลังจึงอยู่กับฮูหยินรองมาตลอด ความรู้สึกระหว่างพวกเขาสองสามีภรรยาลึกซึ้งยิ่ง”
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ แต่เหตุใดลวี่หลัวจึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนั้น? ไม่เคยแตะต้องนางบำเรอมาหลายปี แต่ครั้งนี้อนุภรรยามีข่าวดี...ดูแล้ว ราวกับว่ามีเื่อะไรที่คนนอกไม่อาจทราบ
“เหตุใดคุณหนูหกจึงได้พูดเื่ของบ้านรองขึ้นมากะทันหัน?”
อวิ๋นซูได้สติกลับมา “ไม่มีอะไรเ้าค่ะ ได้เห็นคุณชายสิบจึงคิดว่าวันหน้าหลังจากที่เขาเติบโต จะน่ารักมีชีวิตชีวาเหมือนคุณชายซีหรือไม่”
“ฮะๆ ข้าเองก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น”
วันต่อมา
ภายในห้องทรงพระอักษร จักรพรรดิเฉินทรงทอดพระเนตรสตรีที่ดูไม่ยินดียินร้ายเบื้องพระพักตร์ ในพระทัยอดไม่ได้ที่จะชื่นชม พระองค์ได้เห็นรายงานของเหล่าหมอหลวงแล้ว บอกว่าวิชาแพทย์ของคุณหนูหกทำให้พวกเขาเปิดหูเปิดตาเป็อย่างยิ่ง อายุน้อยถึงเพียงนี้แต่กลับมีฝีมือสูงส่ง ทำให้พระองค์ชื่นชมไม่น้อย
“โรคระบาดในเจียงหนานครั้งนี้สามารถควบคุมได้ ลำบากหย่งจี๋เสี้ยนจู่แล้ว”
“หม่อมฉันมิกล้าเพคะ สามารถทำประโยชน์ให้ฝ่าาได้ นับว่าเป็เกียรติของหม่อมฉันแล้วเพคะ” อวิ๋นซูค้อมกายน้อยๆ จักรพรรดิเฉินทรงพระสรวลอย่างพอพระทัย “ไม่รู้ว่าหย่งจี๋เสี้ยนจู่หมั้นหมายแล้วหรือยัง? มีบุรุษในใจแล้วหรือไม่?”
ชางหรงโหวที่อยู่ข้างๆ ไม่คิดว่าฝ่าาจะทรงตรงไปตรงมาเช่นนี้ หรือรัชทายาทบอกเจตนาของเขากับฝ่าาแล้ว?
“หม่อมฉันไม่มีใจคิดเื่ระหว่างชายหญิง เพียงหวังว่าจะสามารถอยู่ปรนนิบัติท่านย่าและท่านพ่อ ทำประโยชน์ให้ประชาชนได้เพคะ”
“ฮ่าๆ เป็สตรีกลับมีใจกตัญญูเช่นนี้ หาได้ไม่ง่ายเลย เจิ้นจะส่งเสริมเ้าให้ดีอย่างแน่นอน อีกอย่าง จะให้เหล่าหมอหลวงในวังไปเรียนรู้กับหย่งจี๋เสี้ยนจู่ให้มากหน่อย! ่นี้คุณหนูรองหลิ่วก็เข้าวังมาอยู่เป็เพื่อนไทเฮาอยู่บ่อยๆ ไทเฮาชมเชยคุณหนูรองต่อหน้าเจิ้นว่าเป็ผู้มีความฉลาดเฉลียว ขุนนางที่รักช่างเลี้ยงบุตรีทั้งสองออกมาได้โดดเด่นจริงๆ!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋า? ชางหรงโหวยิ้มบางๆ ไม่กล่าวอะไร ส่งสายตาบอกใบ้ให้อวิ๋นซูครั้งหนึ่ง สตรีผู้นี้เข้าใจโดยพลัน “หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
เมื่อออกมาจากห้องทรงพระอักษร จึงรออยู่หน้าประตูวังอย่างสงบเสงี่ยม
เงาหนึ่งปรากฏที่ประตูวัง เห็นเกี้ยวบริเวณไม่ไกลเข้าพอดี ตงฟางซวี่พลันได้สติกลับมา ข้ารับใช้ของเขาทิ้งข้อความไว้ให้ในเรือนไผ่ ในวันนี้นัดหมายอวิ๋นซูให้มาพบที่โรงเตี๊ยมนอกวัง แต่รอนานถึงเพียงนี้แล้วก็ยังไม่มา หรือว่าคุณหนูหกจะไม่เห็นจดหมาย?
“รัชทายาท ท่านต้องรีบกลับวังพ่ะย่ะค่ะ!” นอกห้องทรงพระอักษร ขันทีเห็นเขาก็รีบเข้ามาต้อนรับ
“เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?”
“ชางหรงโหวและหย่งจี๋เสี้ยนจู่มาเข้าเฝ้าฝ่าา เมื่อครู่ฝ่าาทรงมีรับสั่งเรียกท่านพอดี กระหม่อมไปที่ตำหนักพระองค์ แต่พระองค์ไม่อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
อะไรนะ? ชางหรงโหวกับอวิ๋นซูเข้าวัง? มิน่าเล่าตนเองจึงได้รอแต่ไม่พบคน ไม่คิดว่าจะเดินเฉียดไหล่กันเช่นนี้ “พวกเขายังอยู่ข้างในหรือไม่?”
ไม่รอให้ขันทีผู้นั้นตอบ ตงฟางซวี่ก็ทนรอไม่ไหว ผลักประตูห้องทรงพระอักษรแล้วสาวเท้าเข้าไป
“เสด็จพ่อ!”
อย่างไรก็ตาม เบื้องหน้าของเขาเหลือเพียงจักรพรรดิเฉินและชางหรงโหว ไหนเลยจะมีสตรีที่ใจเขาคิดถึง สายตาของตงฟางซวี่พลันปรากฏความโดดเดี่ยวขึ้น
“รัชทายาทไปไหนมาหรือ? เมื่อครู่เจิ้นสั่งคนให้ไปหาเ้า...”
“ถวายพระพรฝ่าา!”
“ชางหรงโหวไม่ต้องมากพิธี!” ตงฟางซวี่ยื่นมือออกไปดึงเขาขึ้น สายตาปรากฏการสอบถามอยู่หลายส่วน ชางหรงโหวเข้าใจได้ในทันที “เมื่อครู่ลูกหญิงเพิ่งจะออกไป รัชทายาททรงพบหรือไม่?”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ตงฟางซวี่พลันคิดได้ถึงเกี้ยวที่ประตูวังหลังนั้น!
...
“คุณหนูเ้าคะ กลับจวนหรือไม่เ้าคะ?”
อวิ๋นซูยกม่านขึ้น มองไปยังกลุ่มคนแออัด “ไม่ ไปจวนท่านลุงรอง”
ภายในเรือน
ฮูหยินรองเหม่อมองไปยังชายคา ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าเบาๆ แว่วมา “วันนี้นายท่านก็ไม่กลับจวนหรือ?”
“เ้าค่ะ ฮูหยิน” ลวี่หลัวขมวดคิ้ว มองไปยังฮูหยินของตนด้วยท่าทางเศร้าหมอง อารมณ์ก็มัวหมองขึ้นมา
หลังจากความเงียบคู่หนึ่ง ฮูหยินรองจึงหันมา มือพลิกหนังสือบนโต๊ะ แต่ท่าทางจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “ยาสงบครรภ์ส่งไปแล้วหรือไม่?”
“ส่งไปแล้วเ้าค่ะ”
“ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง”
“...ท่านหมอบอกว่าสุขภาพของอี๋เหนียงอ่อนแอ ต้องบำรุงให้มากเ้าค่ะ” ความจริงแล้วสิ่งที่ลวี่หลัว้าพูดคือ ไม่ต้องไปสนใจสุขภาพอ่อนแออะไรนั่นของอี๋เหนียงหรอก สุขภาพของฮูหยินต่างหากที่จะต้องบำรุงให้มาก!
ฮูหยินรองถอนหายใจเบาๆ “งั้นหรือ? เช่นนั้นก็ให้ท่านหมอสั่งยาให้สักหลายเทียบเถิด”
“...ฮูหยินเ้าคะ ท่าน...”
ใบหน้าของฮูหยินรองปรากฏรอยยิ้มขมขื่นออกมาโดยไม่รู้ตัว ตนเองจะทุกข์ใจอะไรอีก บ้านรองมีสมาชิกในครอบครัวน้อยมาก วันนี้อี๋เหนียงมีข่าวดี ตนเองควรจะยินดีถึงจะถูก จะอย่างไรก็นับว่าเป็เื่ที่อยู่ในใจมาตลอด แต่ว่านางกลับหลอกตัวเองไม่ลง
“น้าสะใภ้รอง”
ตอนนี้เอง เสียงอันอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังขึ้น ฮูหยินรองหันไปด้วยความประหลาดใจ พบกับใบหน้าที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบใจของอวิ๋นซู “คุณหนูหก โอ้ไม่สิ วันนี้ต้องเป็หย่งจี๋เสี้ยนจู่แล้ว”
อวิ๋นซูเดินเข้าไปจับมือนางเบาๆ “สีหน้าของน้าสะใภ้รองไม่ค่อยดีเลยเ้าค่ะ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ เสี้ยนจู่ ฮูหยินไม่ได้หลับสนิทมานานแล้วเ้าค่ะ!” ลวี่หลัวใจเร็วปากไว ฮูหยินรองมองนางอย่างลึกล้ำครั้งหนึ่ง นางจึงรู้ตัวว่าตนเองพูดมากเกินไปแล้ว รีบย่อกาย “บ่าวขอตัวเ้าค่ะ”
ภายในเรือนเหลือเพียงพวกนางสองคน อวิ๋นซูดึงฮูหยินรองให้นั่งลง “น้าสะใภ้รองเ้าคะ ในจวนเกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?”
“...มีเื่น่ายินดี อี๋เหนียงในจวนตั้งครรภ์แล้ว”
“น้าสะใภ้รองอย่าปิดบังข้าเลยเ้าค่ะ ตกลงเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?” สายตาของอวิ๋นซูกระจ่างใสยิ่ง บนใบหน้าของฮูหยินรองไม่มีความยินดีเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมองใบหน้าอันจริงจังของอวิ่นซู อารมณ์ความรู้สึกพลันเอ่อล้นขึ้นมา อยากจะระบายความอยุติธรรมและความอึดอัดภายในใจทั้งหมดออกมา
“เมื่อไม่นานมานี้ นายท่านกลับมาจากนอกเมืองพร้อมพาสตรีผู้หนึ่งมาด้วย เขาบอกกับข้าว่า...” พูดถึงตรงนี้ เสียงของฮูหยินรองก็ติดขัดเล็กน้อย “สตรีผู้นั้นตั้งครรภ์ เป็บุตรของเขา”
ที่แท้เื่ราวก็เป็เช่นนี้ อวิ๋นซูรู้ว่านายท่านรองไปทำธุระนอกเมืองกับชางหรงโหวบ่อยครั้ง ครั้งนี้ จู่ๆ ก็พาสตรีตั้งครรภ์กลับมาคนหนึ่ง มิน่าเล่าฮูหยินรองจึงได้ไม่รู้สึกยินดี
“เดิมทีข้าควรที่จะยินดีกับนายท่าน แต่ว่าในใจ...”
“ดังนั้น ท่านลุงรองจึงรับสตรีผู้นี้เป็อี๋เหนียงหรือ?”
สายตาของฮูหยินสองล่องลอยไปไกล “เดิมทีเขาไม่เต็มใจ เพียงแต่บอกว่าจะเก็บสตรีผู้นี้ไว้ รอให้คลอดบุตรออกมาอย่างปลอดภัยเสียก่อนค่อยจัดหาที่พักให้เรียบร้อย จะอย่างไรนั่นก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของนายท่าน สตรีผู้นั้นควรจะมีฐานะ”
อวิ๋นซูเข้าใจดี ไม่ว่าสตรีผู้นั้นจะสามารถเป็อี๋เหนียงได้หรือไม่ ในใจของฮูหยินรองล้วนไม่ยินดี
******************
1 บัณฑิตมิอาจมิแน่วแน่ ภารกิจอันหนักหน่วงแลหนทางอันยาวไกล เป็คำพูดของขงจื๊อ
