พวกจ้าวอี้ออกไปได้ไม่นาน เลขาซ่งก็พาแอนดริวมาปรากฏอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ มองเห็นประตูใหญ่เต็มไปด้วยตำรวจติดอาวุธ พวกเขาจึงหยุดลง
“คุณแอนดริว คุณก็เห็นแล้ว ผมไม่ได้หลอกคุณจริงๆ พวกเขาเตรียมจะไปฝึกภาคสนาม ยิ่งกว่านั้นสถานที่ยังไม่ได้กำหนด จึงติดต่อพวกเขาไม่ได้ เอกสารลับของรัฐบาลคุณก็เห็นแล้ว ตอนนี้คุณก็มาถึงที่แล้ว เชื่อรึยังล่ะ?” เลขาซ่งใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ พูดพร้อมยิ้มขื่น
แอนดริวมองอย่างใช้ความคิดไปที่ยามติดอาวุธที่ประตูใหญ่
“ฉันสามารถเข้าไปดูข้างในได้ไหม?”
แอนดริวพูดเช่นนี้ แล้วสาวเท้าจะเดินเข้าไปด้านใน ตำรวจติดอาวุธจึงยกปืนขึ้นอย่างไม่เกรงใจ “หยุด ยืนอยู่นอกเส้น ไม่งั้นพวกเราจะยิง”
ดูใบหน้าเคร่งขรึมของตำรวจติดอาวุธ ฝีเท้าของแอนดริวจึงหยุดลง เขารู้ว่าตำรวจสองคนนี้กล้ายิงเขาจริง
“นี่ไม่ได้จริงๆ ที่นี่เป็พื้นที่ทางทหาร พวกเรารอก่อนเถอะ ไม่กี่วันพวกเขาก็น่าจะกลับมาแล้ว หัวหน้าของพวกเรายืนยันแล้ว ต้องนำวัตถุโบราณส่งให้คุณแน่”
เลขาซ่งถูกท่าทางของแอนดริวทำให้ใ และรีบหยุดเขาทันที
แอนดริวหันหน้ามายิ้มให้เลขาซ่ง “ได้สิ งั้นก็รอพวกเขากลับมาค่อยคุยเื่สัญญาแล้วกัน ฉันยังมีหลายที่ที่ไม่ได้ไป”
พูดจบ เขาจึงหันหน้าหนีเดินจากไป
ถ้าเซี่ยตันเห็นฉากนี้ จะต้องยกย่องความฉลาดของตนแน่นอน เหตุผลใหญ่ของเธอที่เห็นด้วยกับความเห็นของจ้าวอี้ ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความกดดันจากเบื้องบน ครั้งนี้ดีแล้ว การฝึกภาคสนาม ย่อมหาคนไม่เจอ จึงไม่สามารถบีบบังคับเธอได้ และสามารถยื้อเวลาไปได้อีกวันสองวัน ยื้อไปอีกวันก็มีเวลาให้ผู้เฒ่าหยางมากอีกวัน การเตรียมการของเขาก็จะยิ่งสมบูรณ์
แรกเริ่มกองทัพยังคงผ่อนคลาย และทุกคนค่อยๆทิ้งระยะห่าง
“พวกนายเป็ผู้หญิงกันหมดเหรอไง? วิ่งช้าขนาดนี้? ดูพวกผู้หญิงนำพวกนายไปแล้ว ข้างล่างพวกนายไม่มีไ*เหรอ?”
คำพูดหยาบคายของจ้าวอี้เสียดแทงผู้ชายผู้ชายไม่กี่คนที่ด้านหลังสุด คนไม่กี่คนนี้ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันเพิ่มความเร็ว แต่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ช้าลง เสียงลมหายใจเหมือนกับเครื่องสูบลมที่ส่งเสียงอันเหน็ดเหนื่อย
จ้าวอี้ยกท่อฉีดน้ำขึ้น เล็งไปที่ผู้ชายที่ด้านหลังสุดคนหนึ่ง ไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือเซวียิ่ เปิดท่อฉีดน้ำ ทำให้เขาเปียกราวกับไก่ตกน้ำแกง
น้ำอันเย็นเฉียบทำให้เซวียิ่สั่นไหว ทันใดนั้น เซวียิ่ก็ถลึงตามองจ้าวอี้ด้วยความโกรธ!
“มองอะไรก็มอง! อยากเป็ผู้หญิงเหรอ? กองทัพผู้หญิงใกล้จะตามพวกนายทันแล้ว ไปรวมกับพวกเธอไหม?” จ้าวอี้พูดยั่วยุ และใช้ท่อน้ำฉีดใส่เขาเล็กน้อย
เซวียิ่มองกองทัพผู้หญิงที่อยู่ไกลไม่ถึงร้อยเมตร กัดฟันแน่น แล้วจึงวิ่งต่อ
ไม่โทษที่สภาพร่างกายของเขาแย่ที่สุดในหมู่ผู้ชาย เพราะแม้ว่าเขาจะอยู่ในคุก แต่เวลาส่วนมากก็ได้แต่ศึกษาแล้วก็ศึกษา จากนั้นก็ทำวิจัย ถ้าร่างกายแบบนี้ดีถึงจะแปลก
“วิธีเดิมอีกแล้ว” เจี่ยงจาวตี้พูดเสียงเบา หางตาพกพารอยยิ้ม เธอหันกลับไปมองกองทัพผู้หญิงที่ยิ่งห่างออกไปเรื่อยๆ จากนั้นจึงหยุดลงทันที
“เซี่ยตัน แบบนี้ไม่ได้ ถ้าทำแบบนี้ต่อไปเกรงว่าผู้หญิงส่วนมากจะไม่ถึงจุดหมายแน่ ถ้าไปไม่ถึงจุดหมาย จ้าวอี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีอะไรที่จะรอพวกเรา ไม่มีอาหารกินคือเบาที่สุด กำลังของพวกเราสองคนดีที่สุด พวกเราต้องช่วยพวกเธอ”
เซี่ยตันพยักหน้า เธอเห็นด้วยกับความเห็นของเจี่ยงจาวตี้ทั้งหมด
หญิงสาวสองคนเริ่มขนกระเป๋าเป้ของผู้หญิงที่พละกำลังไม่พอ แบกไว้บนหลังของตน ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไป ผู้หญิงคนอื่นจะสบายขึ้นเยอะ
“ได้ไหม?” เจี่ยงจาวตี้มองเซี่ยตันที่แบกกระเป๋าเป้อยู่ห้าหกใบ แล้วถามไปหนึ่งคำ
“ไม่มีปัญหา เธอยังเยอะกว่าฉันอีก” เซี่ยตันมีแรงผลักดันขึ้นอีกครั้ง
“รักษาระดับความเร็ว ไม่ว่าจ้าวอี้จะกระตุ้นยังไง ก็ต้องอย่าเพิ่มความเร็ว ตามจังหวะของฉัน!” เจี่ยงจาวตี้เตือนผู้หญิงที่อยู่ด้านหลัง เธอชัดเจนดี ถ้าเดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าแล้ว กำลังจะถูกบริโภคไปจนหมดสิ้น ระยะทางกว่าสิบไมล์ไม่ใช่เื่ล้อเล่น
ปริมาณการฝึกฝนเช่นนี้สำหรับคนทั่วไป เหมือนกับปีศาจชัดๆ
“ฉันพอ! ไม่ได้ ทำไมจ้าวอี้ถึงนั่งรถได้ พวกเราเหนื่อยจนเหมือนหมา อา ฉันยอมแพ้!” เฉินตงวิ่งไปยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ เขาจึงหยุดลง แล้วรอจ้าวอี้
“พลทหาร! ทำไมนายถึงหยุด?”
จ้าวอี้มองสถาพที่ยังดีอยู่ของเฉินตง จึงมองเขาอย่างค่อนข้างไม่เข้าใจ
“ร่างกายของฉันดีพอ แต่ฉันอยากนั่งรถ” เฉินตงแหงนคอมองจ้าวอี้
จ้าวอี้พยักหน้า “ได้ ถ้านายเป็คนแรกที่ไปถึงจุดหมาย อีกทั้งกลุ่มผู้ชายยังเร็วกว่ากลุ่มผู้หญิง ต่อไปนายจะไม่ต้องฝึกอีก และสามารถฝึกพวกเขากับฉัน ถ้านายแพ้ ก็ต้องเข้าร่วมการฝึก เป็ยังไง?”
เฉินตงจิตใจสั่นไหว เงื่อนไขของจ้าวอี้นี้เหมือนกับให้มาฟรีๆ ตอนนี้เมื่อคิดดู เขาเริ่มไม่พอใจถ้าแค่ได้นั่งรถไปตลอดทางแล้ว
ตั้งสามวัน ไม่รู้ว่าสามวันนี้จ้าวอี้จะเปลี่ยนไปใช้วิธีอะไรฝึกพวกเขาบ้าง ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงการฝึกฝนเช่นนี้ได้ ก็มีค่าแค่ไหนไม่รู้ สำหรับว่าเขาร้อนใจที่จะได้ที่หนึ่งหรือไม่ อย่าล้อเล่นเลย ั้แ่เด็กเขาก็ได้ฝึกฝนกังฟู ในกลุ่มผู้ชายคนที่น่ากลัวที่สุดคือจางอี้เฟย แต่จางอี้เฟยคนนี้ก็รีบร้อนเกินไป เขาไม่อาจได้ที่หนึ่งแน่ ส่วนผู้หญิงเหรอ? ฮาๆ ตอนนี้เฉินตงยังไม่เห็นกองทัพผู้หญิงเลย เซวียิ่ที่รั้งอยู่ท้ายสุด ก็ยังนำผู้หญิงอีกไกล
“ได้สิ!”
เฉินตงตกลงการเดิมพันที่เขาคิดว่าเขาต้องชนะในทันที
“พูดแล้วไม่คืนคำ!”
“รีบทำให้เร็วที่สุด!”
เฉินตงวิ่งพุ่งไปด้านหน้าราวกับม้าแข่ง เมื่อแซงจางอี้เฟยไปได้ ยังทักทาย “พี่จาง ฉันไปก่อน จะไปรอพวกนายที่จุดหมาย”
ระยะทางอย่างมากที่สุดของูเาไถซาน ตอนนี้เหลือสี่สิบไมล์
สิบไมล์แรก กองทัพผู้ชายโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่เซวียิ่ที่รั้งท้าย ก็ยังนำเจี่ยงจาวตี้อยู่สองไมล์ได้ แต่หลังจากสิบไมล์แล้ว แม้ว่าเซวียิ่จะพยายามแค่ไหน สองเท้าราวกับจมอยู่ในตะกั่ว ยิ่งช้าลงเรื่อยๆ อย่างพูดว่าเขาวิ่ง พูดว่าเดินจะดีกว่า เขาได้ถูกกองทัพผู้หญิงตามทันแล้ว ค่อยๆขนาบข้างมาแล้ว
“เซวียิ่ เอากระเป๋าเป้มาให้ฉัน ไม่งั้นนายจะอดทนได้ไม่ถึงที่หมาย”
บนใบหน้าของเซี่ยตันเต็มไปด้วยเหงื่อ ภาระของเธอไม่เบา วิ่งไปด้วยและพยายามดึงกระเป๋าเป้ของเซวียิ่ไปด้วย ใครจะรู้ว่าเซวียิ่ยิ่งกัดฟันเพิ่มความเร็วเล็กน้อย ผลีผลามไม่ให้เซี่ยตันจับได้
เซี่ยตันก็เพิ่มความเร็วอีก ยังคงคิดจะช่วยเซวียิ่ เซวียิ่หอบหายใจแล้วหยุดลง “คุณยุ่งอะไร! ผมไหว! ฮูๆ...”
“เซี่ยตัน อย่าเสียจังหวะการหายใจของเธอ!” เจี่ยงจาวตี้แซงเซี่ยตันไป ขณะเดียวกันก็เตือนเธอประโยคหนึ่ง
“เอามาให้ฉัน!”
“ผมไหว!”
เห็นกองทัพที่ค่อยๆไกลออกไป เซี่ยตันจึงอดไม่ไหว กระชากกระเป๋าของเซวียิ่ แล้วกัดฟันผลักเขาไปด้านหน้า
เซวียิ่คิดจะผลักเธอออกไป แต่ ทั้งตัวเขาเปียกโชก และยังจะไปเอาแรงมาจากไหน?
ขณะนี้ เจี่ยงจาวตี้ได้วิ่งกลับมา ขมวดคิ้วมองฉากนี้
“วุ่นวายจริงๆ! ฉันจะแบกนาย!”
พูดโดยไม่รอให้เซวียิ่ปฏิเสธ แล้วนำเซวียิ่แบกไว้บนหลัง
ใบหน้าของเซวียิ่แดงในทันที ดิ้นรนอยากจะลง แต่ถูกเจี่ยงจาวตี้โยนอย่างแรงลงไปบนพื้น “นายมันไอขยะ! นายอยากให้เซี่ยตันเหนื่อยตายเหรอ? ฉันไม่ได้จะแบกนายไปถึงจุดหมาย แต่แค่สิบไมล์ ฉันจะแบกนายไปสิบไมล์ นายฉวยโอกาสนี้ฟื้นฟูกำลังให้ดี นี่เป็สิ่งที่ควรทำ”
พูดไป เจี่ยงจาวตี้ก็แบกเซวียิ่ขึ้นใหม่ แล้วสาวเท้าตามกองทัพไป
“ขอบคุณเธอมาก!” เซี่ยตันพูดขอบคุณเสียงเบาไปหนึ่งประโยค เธอชัดเจนดี ถ้าไม่เห็นแก่เธอ เจี่ยงจาวตี้ย่อมไม่จัดการกับเซวียิ่ เซี่ยตันอยากจะแบกเซวียิ่ด้วยตนเอง แต่เธอชัดเจนดี เธอยังทำได้ไม่เท่าเจี่ยงจาวตี้ ในข้อสรุปของพละกำลัง ทั้งสองคนก็ยังทิ้งห่างกันไกล
“โอ้ๆๆ! ฉากนี้ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ผู้ชายให้ผู้หญิงแบกบนหลัง” จ้าวอี้รอแล้วรออีกอยู่บนรถด้านหน้า แต่ไม่ได้รอเซวียิ่ที่รั้งท้าย ก็หันหน้ากลับไป การฝึกก็คือการฝึก เขาก็กังวลว่าจะเกิดเื่ไม่คาดคิดอะไรเช่นกัน แต่พอดีกับที่เห็นฉากนี้ ถ้าเขาไม่แซวถึงจะแปลก
เซวียิ่ร้องไห้แล้ว
เขารู้สึกว่าตนเองไม่มีประโยชน์เกินไป นี่เป็ความอัปยศที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน น้ำตาหยดลงมา ทำให้หลังของเจี่ยงจาวตี้เปียกโชก
เขาอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
“หุบปาก! อย่าร้อง! นายเป็ผู้ชายจะร้องไห้ได้ยังไง! ฉันแบกคนอื่นมาไม่น้อย ยังไม่เคยเห็นใครไร้ประโยชน์เท่านาย แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าคราวหลังจะทำไม่ได้ ค่อยๆฟื้นกำลัง นายยังต้องวิ่งเองอีกระยะหนึ่ง! นายคิดซะว่าเขาไม่มีตัวตน” เจี่ยงจาวตี้สังเกตได้ถึงพฤติกรรมเล็กๆนี้ของเซวียิ่ แล้วคำรามไปไม่สองสามประโยค
เซวียิ่หยุดร้องไห้ทันที เช็ดน้ำตา แล้วเริ่มหลับตาพักผ่อน
จ้าวอี้เห็นฉากนี้จึงพยักหน้า เด็กคนนี้ยังคงเยียวยาได้ สามารถฟังคำแนะนำ นี่เป็ลักษณะที่ดี และเห็นได้ยาก ที่จ้าวอี้จะไม่ปากร้ายต่อไป
มาถึงไมล์ที่สามสิบ กองทัพผู้หญิงค่อยๆตามกลุ่มผู้ชายทัน ผู้ชายส่วนมากเริ่มรีบร้อน แล้วเพิ่มความเร็วในทันที ถ้าให้กองทัพผู้หญิงแซงไปจริงๆ พวกเขารู้สึกว่าเสียหน้าเกินไป
เจี่ยงจาวตี้ก็วางเซวียิ่ลง เซวียิ่พักผ่อนมาระยะหนึ่ง จึงรู้สึกดีขึ้น แล้วคิดจะเพิ่มความเร็วในทันที แต่กลับถูกเจี่ยงจาวตี้ดึงไว้
“รีบไปเกิดใหม่เหรอ! ทำตามฉัน หายใจออก...หายใจเข้า...หายใจออก...” เธอสอนวิธีการหายใจในการวิ่งให้เซวียิ่ เซวียิ่ค่อยๆจับความรู้สึกอย่างช้าๆ ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น และเซวียิ่ก็เชื่อฟังอย่างน่าประหลาด
จางอี้เฟยวิ่งไปๆ ก็เห็นเฉินตงที่กำลังเท้าเข่าพัก
“แม่มัน ฉันเพิ่งจะได้พัก พวกนายก็ตามมาทันแล้วเหรอ ไม่ได้!” เฉินตงกัดฟัน แม้ร่างกายจะเหน็ดเหนื่อย แต่ก็ยังคงเริ่มวิ่งเร็วขึ้น
สิบไมล์สุดท้าย ผู้ชายที่เพิ่มความเร็วอยู่ตลอด ในที่สุดก็ถูกพวกผู้หญิงตามขนาบข้าง ดีที่พวกเขายังคง้าศักดิ์ศรี ให้ตายยังไงทุกคนก็ยังต้องเร็วกว่าผู้หญิง เพียงแต่ดูแล้ว พวกเขาจะสามารถไปถึงที่หมายได้หรือไม่ ยังคงเป็สิ่งที่ไม่อาจรู้
ห้าไมล์สุดท้าย เดิมทีเฉินตงที่นำอยู่ด้านหน้าในที่สุดก็วิ่งไม่ไหว เขาถูกจางอี้เฟยตามทัน จางอี้เฟยเต็มไปด้วยเหงื่อเช่นกัน แต่ยังคงรักษาความเร็วเฉลี่ยไว้ได้ วิ่งโดยไม่พูดสักคำ กองทัพของผู้ชายห่างไปไกล โดยไม่มีรูปแบบ ในทางกลับกันกองทัพผู้หญิงมีเจี่ยงจาวตี้คอยแนะนำ จึงยังคงความเป็ระเบียบไว้ได้ เพียงแต่หนึ่งในนั้นได้เพิ่มเซวียิ่เข้ามา
สองไมล์สุดท้าย คนส่วนมากต่างพึ่งความบากบั่นในการอดทนต่อไป จ้าวอี้ถึงที่หมายก่อนล่วงหน้า แล้วะโใส่พวกเขา “อดทน! อดทนคือชัยชนะ ตรงนี้คือจุดหมาย! สู้! สู้!”
ทุกคนมองเห็นความหวัง ปลุกพลังเฮือกสุดท้าย เริ่มพุ่งตรงไปยังจุดหมาย
ในที่สุดก็ถึงแล้ว
เื่แรกของเกือบทุกคนที่มาถึงที่หมายก็คือนอนพักบนพื้น และไม่สนว่าพื้นจะสกปรกหรือไม่
“ยืนขึ้นให้หมด! ยืนขึ้น! อย่านอน ค่อยๆลดความเร็ว!” จ้าวอี้คนนี้ในสายตาของพวกเขาคือปีศาจ เขาราวกับไม่มีความเป็มนุษย์ เตะพวกเขาอย่างต่อเนื่องให้ลุกขึ้น บังคับพวกเขาให้ค่อยๆเดิน
นี่เป็ประสบการณ์ของกองทัพ จ้างอี้เฟย เจี่ยงจาวตี้ และเซี่ยตันพวกเขาไม่ได้นอนลงในครั้งแรก แต่ค่อยๆเดินมาอย่างช้าๆ มองเห็นเพื่อนๆที่นอนอยู่ จึงฉุดพวกเขาให้ขึ้นมาเดินเช่นกัน
“ไม่มีใครสลบไป และไม่มีใครล่าช้า นี่ไม่มีเหตุผลเลย” จ้าวอี้เดินไปมา มองทุกๆคน ตอนแรกที่เขาคิด อย่างน้อยต้องมีหนึ่งในสาม และเขาได้ติดต่อรถฉุกเฉินไว้แล้ว แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ใช้
“พวกเราผู้หญิงตามอยู่ด้านหลัง น่าจะกลัวเสียหน้ากันมั้ง!” เจี่ยงจาวตี้พูดพลางหัวเราะร่า เธอดีใจที่เห็นฉากนี้
