ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่งย่านชานเมือง
สือเยว่มองหูเซียงอวี้ด้วยความไม่พอใจ “บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ลงมือกับเย่ฝาน? แล้วตอนนี้รู้แล้วใช่ไหม”
ในใจของหูเซียงอวี้เสียใจเป็อย่างมาก “ฉันไม่ได้ลงมือกับเย่ฝานนะ”
ถึงแม้ว่าหูเซียงอวี้จะเป็คนหยิ่งยโส แต่หลังจากโดนเย่ฝานซัดฝ่ามือใส่จนกระเด็นไปในครั้งนั้น หล่อนก็รู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ฝาน
หูเซียงอวี้ไม่กล้าลงมือกับเย่ฝาน แต่กลับเลือกลงมือกับเซี่ยวฉือแทน
เซี่ยวฉือแปลอักษรโบราณด้วยความล่าช้า หูเซียงอวี้คิดว่าเซี่ยวฉือเป็พวกทำงานเฉื่อยชา จึงไม่พอใจเขาั้แ่แรกแล้ว
ประกอบกับเื่ที่หล่อนถูกเย่ฝานเล่นงาน มีความเกี่ยวข้องกับเซี่ยวฉืออยู่บ้าง พอกระจกจันทรากระจ่างเริ่มเปล่งพลัง ก็ถูกพลังลึกลับอันแรงกล้าสะท้อนกลับมา ทำให้กระจกจันทรากระจ่างแตกทันที
“เธอนี่ช่างกล้ามากเลยนะ นึกไม่ถึงว่าจะกล้าขโมยกระจกจันทรากระจ่างของฉันไป ตอนนี้กระจกกลายเป็แบบนี้ แล้วจะให้ฉันรายงานอาจารย์ว่ายังไง?”
สือเยว่ดูกระจกที่ไร้ความสว่างไสว รู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของหูเซียงอวี้เป็ที่สุด
เดิมทีกระจกจันทรากระจ่างเป็ของวิเศษของหลี่ชิงเสวี่ยซึ่งเป็อาจารย์ของสือเยว่ เนื่องจากสือเยว่ต้องออกจากนิกายไปปฏิบัติภารกิจ หลี่ชิงเสวี่ย้าให้หล่อนปกป้องหูเซียงอวี้ให้ดี ถึงได้นำของวิเศษชิ้นนี้มาให้สือเยว่ยืมชั่วคราว
สือเยว่คาดไม่ถึงว่าหูเซียงอวี้จะกล้าทำแบบนี้ กลางดึกแอบขโมยของวิเศษจากหล่อนไปลอบทำร้ายเซี่ยวฉือ ถ้าทำสำเร็จก็แล้วไป แต่สุดท้ายกลับทำให้เสียเื่ และกระจกจันทรากระจ่างยังเสียหายอีก
ในใจของสือเยว่กังวลไม่น้อย ระดับวรยุทธ์ของหูเซียงอวี้ไม่ได้เก่งกาจนัก แถมยังเป็คนเอาแต่ใจ ทว่ากลับเป็ที่รักและเอ็นดูของอาจารย์ หูเซียงอวี้ในสภาพเช่นตอนนี้ หากถูกอาจารย์รู้เข้า คนที่โดนทำโทษเกรงว่าจะเป็หล่อนซะมากกว่า
ั้แ่เล็กจนโต หูเซียงอวี้คอยใส่ร้ายหล่อนมาตลอด และอาจารย์ยังมักจะลงโทษหล่อนเพราะความผิดพลาดที่เกิดจากหูเซียงอวี้อยู่บ่อยๆ เริ่มแรกสือเยว่คิดว่าอาจารย์น่าจะถูกหูเซียงอวี้ปิดหูปิดตาเอาไว้ แต่พอนานวันเข้า สือเยว่จึงเข้าใจว่า อาจารย์ไม่ใช่คนที่จะถูกปิดบังได้ง่ายๆ แต่ทั้งหมดมันเป็เพราะอาจารย์ลำเอียงต่างหาก
“ศิษย์พี่ อย่ามัวเป็ห่วงเื่กระจกอยู่เลย ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าร่างกายของฉันไม่สามารถเดินพลังปราณได้ พี่คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นคะ!” หูเซียงอวี้กล่าว
สือเยว่มองดูหูเซียงอวี้ ในใจของหล่อนคาดเดาไปต่างๆ นานาแต่ไม่ได้พูดอะไร
“ศิษย์พี่ ฉันไม่สบายตัวเลยค่ะ พี่ช่วยหาหมอวิทยายุทธ์โบราณมาตรวจอาการให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ” หูเซียงอวี้เอ่ย
สือเยวทำหน้าบึ้งตึง “หมอวิทยายุทธ์โบราณ? เธอคิดว่าจะหาได้ง่ายๆ เหรอ? ฉันเคยบอกเธอั้แ่แรกแล้วใช่ไหม? เหนือฟ้ายังมีฟ้า เย่ฝานไม่ใช่คนที่ควรล่วงเกินั้แ่แรก”
ตอนแรกหูเซียงอวี้คิดว่าสือเยว่กังวลเกินกว่าเหตุ แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นตรงกับคำพูดของสือเยว่ทุกอย่าง แต่อย่างไรหล่อนก็ไม่ได้คิดว่าสือเยว่มีญาณล่วงรู้เหตุการณ์ข้างหน้า แต่หล่อนกลับรู้สึกว่าสือเยว่กำลังเห็นตนเป็ตัวตลกอยู่ต่างหาก
พอได้ยินสือเยว่ตำหนิหล่อนว่าไม่เชื่อฟัง เหมือนจะบอกเป็นัยๆ ว่าหล่อนหาเื่ใส่ตัวเอง หูเซียงอวี้ก็พลันเดือดดาล
“ศิษย์พี่คงจะไม่นิ่งดูดายโดยที่ไม่ช่วยกันเลยใช่ไหม ความจริงที่ฉันกลายเป็แบบนี้ พี่ดีใจมากเลยใช่ไหม ถ้าฉันตายไป อาจารย์ก็จะเหลือพี่เป็ลูกศิษย์เพียงคนเดียว ต่อไปเคล็ดวิชาที่อาจารย์มี พี่ก็จะได้ไปทั้งหมด พี่มีจิตใจเหมือนอสรพิษอย่างนี้ ต่อให้ฉันกลายเป็อย่างนี้ อาจารย์ก็ไม่มีวันเปลี่ยนสายตาที่มองพี่ได้หรอก” หูเซียงอวี้พูดถากถาง
สือเยว่ได้ยินคำพูดของหูเซียงอวี้ สีหน้าของหล่อนก็เปลี่ยนเป็บึ้งตึงทันที
…….............................................................................
ไป๋อวิ๋นซีวางสายโทรศัพท์ สีหน้าของเขาแลดูเคร่งเครียด
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซี แล้วถามด้วยความสงสัย “อวิ๋นซี เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมสีหน้าของนายถึงดูแย่ขนาดนั้นล่ะ”
“มีคนคิดจะลอบทำร้ายคุณตา แต่ว่าไม่สำเร็จ ตอนนี้คนคนนั้นน่าจะอยู่ที่คฤหาสน์ย่านชานเมือง” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยความเ็า
“ลอบทำร้ายคุณตา? หรือจะเป็ผู้หญิงคนนั้น?” เย่ฝานเอียงคอพลางถาม
เย่ฝานขมวดคิ้วพร้อมพูด “ผู้หญิงคนนี้ไร้คุณธรรมสิ้นดี! นึกไม่ถึงว่าจะกล้าลงมือกับคนชราคนหนึ่ง”
ไป๋อวิ๋นซีคิดในใจ ครั้งนี้ถือว่าโชคดีมาก หากไม่ใช่เพราะคุณตามีหยกคุ้มภัยอยู่ที่บ้านไม่น้อย จะเกิดเื่ร้ายแรงอะไรบ้างก็ยังไม่รู้
“ผู้หญิงคนนั้นก็ได้รับาเ็อยู่ไม่น้อย ในระยะนี้น่าจะต้องรักษาตัวอยู่เหมือนกัน”
เย่ฝานลูบคางของตนแล้วพูดว่า “ฉันไปจัดการหล่อนเสียดีไหม”
“ไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะ” ไป๋อวิ๋นซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไป๋อวิ๋นซีไม่ชอบให้เขาฆ่าคน แต่หากฝ่ายตรงข้ามล้ำเส้นและท้าทายกันขนาดนี้ ไป๋อวิ๋นซีก็จะไม่ห้ามเขา
…….................................................................................
เซี่ยวฉือวางสายโทรศัพท์
“คุณคะ เป็ยังไงบ้าง อวิ๋นซีว่าพูดว่ายังไง!”
“อวิ๋นซีบอกว่า เขาจะจัดการเื่นี้เอง”
มู่หว่านพยักหน้าแล้วพูดว่า “อย่างนั้นก็ดีแล้ว ฉันว่านะงานแปลอักษรโบราณพวกนั้นน่ะ ต่อไปคุณต้องคิดให้ดีก่อนรับงาน คราวก่อนที่รับมาหนึ่งงาน ก็ไปกระตุ้นให้นินจาจากรัฐวะออกมา จนถูกลอบสังหารถึงสองสามครั้ง ครั้งนี้ช่วยผู้หญิงคนนั้นแปลงาน หล่อนก็โมโหจนลงมือลอบทำร้ายคุณอีก”
เซี่ยวฉือหัวเราะอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็เื่ใหญ่แบบนี้”
“หยกเ่าั้ของฉัน! จะต้องเก็บเอาไว้ดีๆ นั่นเป็ของที่สามารถคุ้มครองชีวิตของพวกเรานะ” เซี่ยวฉือกล่าว
มู่หว่านพยักหน้า “รู้แล้ว รู้แล้วล่ะค่ะ”
“รู้อย่างนี้ น่าจะขอแบ่งมาจากตาเฒ่าไป๋เยอะกว่านี้หน่อย”
ในบรรดาสินสอดที่เย่ฝานมอบให้มีหยกคุ้มภัยจำนวนสองพันชิ้น ในตัวของไป๋อวิ๋นซีมีของวิเศษที่เย่ฝานทำขึ้นสำหรับเขาโดยเฉพาะ จึงไม่จำเป็ต้องพกหยกคุ้มภัยติดตัว
เมื่อไป๋อวิ๋นซีไม่ต้องใช้หยก ไป๋ซื่อหยวนจึงเรียกเซี่ยวฉือและญาติคนอื่นๆ มารวมตัวกัน และแบ่งหยกให้ทุกคน
เซี่ยวฉือนำหยกมาทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้น เดิมทีเขาคิดว่าเป็จำนวนเท่านี้ก็น่าจะพอใช้ แต่ในระยะนี้มีคนมากมายยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อซื้อหยกเหล่านี้ เซี่ยวฉือจึงรู้สึกว่าหยกหนึ่งร้อยชิ้นมันน้อยเกินไปเสียแล้ว
..............................................................................................
ในระหว่างที่สือเยว่กำลังกระวนกระวายใจไม่เป็สุขอยู่นั้น ในที่สุดหลี่ชิงเสวี่ยก็มาถึง
หลี่ชิงเสวี่ยเห็นอาการาเ็ของหูเซียงอวี้ ยังไม่ทันจะถามใดๆ ทั้งสิ้น หล่อนก็ซัดฝ่ามือที่ใบหน้าของสือเยว่อย่างจัง “ฉันบอกให้เธอดูแลศิษย์น้องให้ดี เธอดูแลศิษย์น้องอย่างนี้น่ะเหรอ?”
สือเยว่ลูบใบหน้าของตนเอง ไม่กล้าโต้ตอบกลับไปสักคำ ถึงแม้จะพอเดาได้ว่าตนจะต้องเผชิญชะตากรรมนี้ แต่ในใจของสือเยว่ก็ไม่เป็สุข
“อาจารย์... อาจารย์คะ ทำไมฉันถึงเดินลมปราณไม่ได้เลย...” หูเซียงอวี้เห็นหน้าหลี่ชิงเสวี่ยก็พูดอ้อน
“อาจารย์ดูสิคะ” หลังหลี่ชิงเสวี่ยตรวจอาการาเ็ของหูเซียงอวี้ สีหน้าก็เคร่งเครียด
“ทำไมเธอถึงาเ็ขนาดนี้ได้?”
หลี่ชิงเสวี่ยหันไปมองที่สือเยว่ แล้วพูดว่า “เธอดูแลศิษย์น้องประสาอะไร น้องไม่รู้ความ ทำไมถึงไม่ปรามน้อง?”
สือเยว่เห็นว่าหลี่ชิงเสวี่ยโมโห จึงรีบคุกเข่าต่อหน้าหล่อน “ขออาจารย์อย่าได้โกรธ ทั้งหมดเป็ความผิดของฉันเองค่ะ”
“คนไร้ประโยชน์” หลี่ชิงเสวี่ยใช้เท้าเหยียบร่างของสือเยว่ แล้วกระทืบจนหล่อนกระอักเื
หูเซียงอวี้ได้เห็นถึงชะตากรรมของสือเยว่ ในที่สุดก็เผยรอยยิ้มสะใจออกมา ภาพรอยยิ้มนั้นสะท้อนเข้าไปในดวงตาสือเยว่พอดี
หลี่ชิงเสวี่ยเดินไปข้างเตียงพักฟื้น ไถ่ถามอาการของหูเซียงอวี้โดยไม่สนใจสือเยว่เลยสักนิด สือเยว่ดูภาพตรงหน้า ความเ็าก็ก่อเกิดขึ้นในจิตใจ
หลี่ชิงเสวี่ยถ่ายทอดพลังปราณของหล่อนสู่ร่างของหูเซียงอวี้เล็กน้อย แล้วกล่อมหูเซียงอวี้จนหลับไป
“ฉันจะออกไปข้างนอก เธอดูแลศิษย์น้องให้ดีนะ ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นอีกละก็ ระวังตัวไว้ให้ดีๆ”
สือเยว่รีบตอบรับ “ทราบแล้วค่ะ”
……...............................................................................................
เย่ฝานขี่กระบี่บิน เหาะไปตามเส้นทางในแผ่นที่ เสาะหาจุดหมายปลายทาง
คฤหาสน์ย่านชานเมืองตั้งตระหง่านเรียงรายเต็มไปหมด เย่ฝานจึงไม่แน่ใจว่าที่ตามหาคือคฤหาสน์หลังไหนกันแน่ ได้แต่เหาะไปทั่วสารทิศ
ในทันใดนั้นก็มีไอเย็นระลอกหนึ่งลอยผ่านมา ดวงตาของเย่ฝานส่องแสงเป็ประกาย นึกไม่ถึงว่าในสถานที่แห่งนี้ เขาจะรู้สึกถึงกลิ่นอายของไขกระดูกเย็นบริสุทธิ์
ยังไงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะหาตัวหูเซียงอวี้ได้จากคฤหาสน์หลังไหน เย่ฝานจึงตัดสินใจตามกลิ่นอายของไขกระดูกเย็นบริสุทธิ์ไป และได้เจอกับคฤหาสน์ลึกลับหลังหนึ่งเข้า
เย่ฝานแปะยันต์อำพรางไว้ที่ตัว แล้วแอบเข้าไปในสวนของคฤหาสน์
เมื่อเย่ฝานเห็นคนในคฤหาสน์ เขาอดประหลาดใจไม่ได้
ในคฤหาสน์ปรากฏร่างชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน ชายคนนั้นเป็ผู้าุโของนิกายโปรดมวลชีวันที่เย่ฝานเคยพบในงานชุมนุมแลกเปลี่ยนวิทยายุทธ์โบราณ ส่วนหญิงในชุดสีขาวอีกคน ร่างของหล่อนมีพลังปราณดั้งเดิมลักษณะคล้ายคลึงกับหูเซียงอวี้ไหลเวียนอยู่ น่าจะเป็คนของวังจันทรา
“เื่ของหูเซียงอวี้ คุณว่าเราควรทำยังไงกันดี!” เสียงอันเยือกเย็นของผู้หญิงคนหนึ่งเล็ดลอดเข้ามาในหูของเย่ฝาน
“หรือเป็เพราะเกรงกลัวเย่ฝาน ดังนั้นเื่ของลูก คุณก็จะไม่จัดการงั้นเหรอ?” ใบหน้าของผู้ฝึกตนหญิงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เย่ฝานได้ยินที่คนทั้งสองพูดก็อดกะพริบตาไม่ได้ ในใจสงสัยอยู่ไม่น้อย
“ตอนที่หูเซียงอวี้ออกจากวังมา ทำไมเธอถึงไม่เตือนหล่อนว่าอย่ายั่วโมโหเย่ฝาน?”
“ลูกเป็ถึงขนาดนี้แล้ว คุณก็ยังจะโทษฉันใช่ไหม? คุณไม่คิดจะหาทางแก้ไขบ้างเหรอ? หรือว่าคุณจะรอดูลูกกลายเป็คนไร้ความสามารถต่อหน้าต่อตา”
ตู้ิย่นคิ้วเข้าหากัน แล้วพูดว่า “หล่อนโดนพลังของของวิเศษจู่โจมกลับ อวัยวะและเส้นลมปราณทั่วร่างกายล้วนได้รับความเสียหาย ต่อไปเกรงว่าจะไม่สามารถฝึกฝนวิทยายุทธ์โบราณได้อีก ถึงแม้จะสามารถฝึกวิทยายุทธ์ได้ แต่ระดับวรยุทธ์ก็คงพัฒนาได้ช้ามากอยู่ดี”
“สือเยว่นังคนไร้ประโยชน์ ฉันให้หล่อนคอยดูแลปกป้องเซียงอวี้ให้ดี แต่หล่อนกลับไม่ใส่ใจ ไม่แน่ว่าหล่อนอาจหวังให้เซียงอวี้เกิดเื่อยู่แล้วก็ได้”
ตู้ิกล่าวด้วยความเ็า “ตอนนี้ไม่ว่าจะพูดอะไรมันก็สายไปแล้วล่ะ”
“อาการาเ็ของลูกสาว คุณมีวิธีเยียวยาไหมคะ!”
“เื่อวัยวะ สามารถหาอวัยวะที่เหมาะสมมาเปลี่ยนถ่ายได้ ส่วนเื่เส้นลมปราณ ก็คงต้องค่อยๆ ฟื้นฟูกันต่อไป” ตู้ิเอ่ยเสียงเรียบ
“เย่ฝานเ้าคนสารเลว”
“เย่ฝานอายุยังน้อย แต่ความสามารถเก่งกาจขนาดนี้ หากไม่ใช่เพราะเคล็ดวิชาของเขามีความพิเศษมาก ก็คงเป็เพราะโชคเข้าข้างแน่ๆ” ตู้ิพูด
หลี่ชิงเสวี่ยยกมุมปากขึ้นในท่าทีเหน็บแนม “คุณอยากได้เคล็ดวิชาของเย่ฝานขึ้นมาแล้วงั้นเหรอ คุณกลัวเขาไม่ใช่เหรอ? หรือว่ามีแผนคิดจะ่ชิงเคล็ดวิชาของเย่ฝาน”
“เย่ฝานดีกับไป๋อวิ๋นซีมากๆ อีกอย่าง ฉันคิดว่าไป๋อวิ๋นซีก็น่าจะเริ่มฝึกตนแล้วเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นไป๋อวิ๋นซีก็คงไม่สามารถต่อกรกับหยางเชียนซันได้นานขนาดนั้น วิทยายุทธ์ที่ไป๋อวิ๋นซีฝึกฝนก็แปลกประหลาดมาก ฉันคิดว่าเย่ฝานคงเป็คนสอนวิชาให้เขา” ตู้ิกล่าว
หลี่ชิงเสวี่ยหัวเราะอย่างเ็า “คุณบอกเื่นี้กับฉันเพื่ออะไร? อยากจะแบ่งปันเคล็ดวิชากับฉันงั้นเหรอ? คุณใจดีขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ตอนที่หลี่ชิงเสวี่ยยังเป็สาวสะพรั่ง ได้พบกับตู้ิ หล่อนแอบคบหากับตู้ิ ถึงแม้จะต้องเสี่ยงอันตรายที่อาจถูกวังจันทราจับได้ และแล้วทั้งคู่ก็มีลูกด้วยกันหนึ่งคน
ต่อมาภายหลังผู้าุโในวังจันทราก็เขียนจดหมายไปให้หล่อน เพื่อเกลี้ยกล่อมให้หล่อนกลับไป หลี่ชิงเสวี่ยจึงได้ให้ตู้ิผ่าตัดตกแต่งเยื่อพรหมจารีให้ตน
หลี่ชิงเสวี่ยตัดสินในกลับมาที่วังจันทราด้วยความหวาดระแวง กลัวจะถูกจับได้ แต่โชคดีที่ตอนนั้นวังจันทราเกิดเื่อยู่พอดี เหล่าผู้าุโจึงไม่มีเวลาสนใจหล่อน หล่อนจึงใช้ชีวิตอย่างสงบในวังจันทรามาได้จนถึงตอนนี้ หลังจากนั้นไม่นาน หล่อนก็ได้พาหูเซียงอวี้เข้ามาในวังจันทราในนามของเด็กกำพร้าคนหนึ่ง และรับหล่อนเป็ลูกศิษย์
สามสิบปีผ่านไป หลี่ชิงเสวี่ยไม่ใช่สาวแรกรุ่นเหมือนเช่นเคย ความรู้สึกระหว่างหล่อนและตู้ิก็ไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนตอนแรกเริ่ม
“อาเสวี่ย พวกเรารักกันขนาดนี้ ทำไมเธอถึงพูดอย่างนี้ล่ะ?”
หลี่ชิงเสวี่ยไม่หวั่นไหวเลยสักนิด หล่อนถามด้วยความสงสัย “คุณบอกเื่นี้กับฉัน หรือว่าคุณ้าให้ฉันร่วมมือกับคุณจัดการไป๋อวิ๋นซี เย่ฝานยากที่จะต่อกรได้ แต่ไป๋อวิ๋นซียังนับว่าอ่อนหัดอยู่มาก!”
“ความสามารถของไป๋อวิ๋นซีไม่น่าเป็กังวล เพียงแต่ว่าเย่ฝานเป็ห่วงคุณชายสามตระกูลไป๋คนนี้มาก จึงทำของวิเศษป้องกันภัยให้เขาทั้งตัว”
วันที่หยางเชียนซันลงมือกับไป๋อวิ๋นซี ตู้ิเฝ้าดูเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบ บนตัวของไป๋อวิ๋นซีพกของวิเศษไว้มากมาย ทำให้ตู้ิเกรงกลัวไม่น้อย ระดับวรยุทธ์ของตู้ิอยู่ในขั้นห้าเท่านั้น หากเทียบกับหยางเชียนซันยังนับว่าห่างกันหลายชั้น
“คนขี้ขลาด ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วก็ยังใจเสาะเหมือนเดิม จะจัดการกับคนมุทะลุวัยยี่สิบต้นๆ ยังจะกังวลอีก มัวแต่คิดมากแล้วมันจะมีความหมายอะไรล่ะ?” หลี่ชิงเสวี่ยเย้ยหยัน
เย่ฝานแอบฟังอยู่สักครู่ ในที่สุดก็หมดความอดทน!
“มันไม่มีความหมายอะไรหรอก ยังไงพวกแกก็กำลังจะตายอยู่แล้ว จะคิดยังไงก็เสียเวลาเปล่า” เสียงของเย่ฝานเล็ดลอดเข้าไปในหูของทั้งสองคนอย่างชัดเจน
ตู้ิและหลี่ชิงเสวี่ยพุ่งตัวมายังสวนพร้อมๆ กัน เย่ฝานนั่งอยู่บนต้นไม้สูงชะลูดต้นหนึ่ง มองทั้งสองลงมาจาก้า
สีหน้าของตู้ิกลายเป็ซีดเผือด ดวงตาของเย่ฝานส่องประกายเ็า “ฉันเกลียดคนที่คิดจะทำร้ายภรรยาฉันที่สุด”
พลังพิฆาตอันแรงกล้าหลอมรวมอยู่ในร่างของเย่ฝาน “พวกแกทั้งคู่ต้องตาย”
เย่ฝานเพียงตวัดมือ ดาบสองเล่มพุ่งไปยังคนทั้งคู่ในเวลาเดียวกัน ตู้ิและหลี่ชิงเสวี่ยยังไม่ทันได้ตอบโต้ ก็ถูกดาบเสียบทะลุหัวใจทันที
เย่ฝานจุดลูกไฟหนึ่งดวงเผาทั้งสองจนกลายเป็เถ้าธุลี
