เซี่ยเสี่ยวหลานแสดงออกอย่างเบิกบานทีเดียวพอถึงบ้านก็ครุ่นคิดว่าจะรับประทานปลาชิงอย่างไรดี
พวกหลิวหย่งไม่รู้ว่าเธอเบิกบานจริงหรือหลอก อย่างไรเสียไม่ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะบอกอะไรพวกเขาก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเซี่ยเสี่ยวหลานไม่มีฝีมือใช้มีดที่น่าชื่นชมเลยสักนิดทว่าหลี่เฟิ่งเหมยทำอาหารจนเคยชิน เธอทำตามคำอธิบายของเซี่ยเสี่ยวหลานเลาะกระดูกปลาชิงใหญ่ 15 ชั่งออก จากนั้นก็แล่เนื้อปลาเป็แผ่นนำเนื้อปลาครึ่งหนึ่งหั่นเป็แผ่นบางๆ ตอกไข่ใส่สองฟอง ใส่เหล้าและขิงเพื่อปรุงอาหารเติมเกลือหมักเล็กน้อย สุดท้ายก็ใช้แป้งชุบแล้วพักไว้ก่อน
ในขณะเดียวกันก็วุ่นกับการใช้เนื้อปลาอีกครึ่งหนึ่งขูดเป็ปลาป่นเพื่อปั้นลูกชิ้น
ปลาป่นยุ่งยากมาก ต้องใช้มีดขูดเนื้อปลาจนเป็เนื้อเดียวกันทีละน้อยอีกทั้งยังต้องเอาก้างออก สุดท้ายใส่เกลือและไข่ไก่ ตีปลาป่นไม่หยุดทำให้มันกลายเป็ลักษณะเนื้อเหนียว ถึงจะสามารถปั้นเป็ลูกชิ้นปลาได้
“ของแบบนี้ช่างยุ่งยากเหลือเกิน!”
ศีรษะหลี่เฟิ่งเหมยถึงขั้นเหงื่อซึม ให้เธอทำอาหารพื้นๆ อย่างนึ่งหมั่นโถวทำซาลาเปา หรือพวกบะหมี่เนื้อแพะนั้นยังพอไหว วิธีรับประทานพิถีพิถันเช่นนี้เธอลองทำด้วยตนเองเป็ครั้งแรกจริงๆแต่หลิวจื่อเท่ารับประทานเผ็ดไม่ได้ ปลาชิง 15 ชั่งหนึ่งตัวทำปลาต้มน้ำ [1] ให้คนไม่กี่คนอย่างไรก็รับประทานไม่หมดครึ่งหนึ่งจึงทำเป็ลูกชิ้นปลาเพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มรสความแปลกใหม่ถ้ารับประทานไม่หมด ก็สามารถเก็บไว้สองวันก็ไม่เน่าเสีย
“ของอร่อยย่อมยุ่งยาก วิธีกินแบบคนเมือง พิถีพิถันกว่าพวกเราคนชนบทนัก”
หลิวหย่งเคยรับประทานอาหารชนิดนี้ที่ภัตตาคารรัฐในครอบครัวฝีมือดีสู้พ่อครัวใหญ่ประจำภัตตาคารรัฐไม่ได้แน่นอนลอกเลียนแบบได้บางส่วน ก็ถือว่าไม่สิ้นเปลืองปลาตัวนี้เซี่ยเสี่ยวหลานรู้วิธีทำปลาต้มน้ำ เธอนำผักดองออกมาจากในไหจำนวนหนึ่งสับละเอียดพร้อมขิงสดและกระเทียม จากนั้นค่อยตัดพริกแห้งเป็ชิ้นเล็กปอกหอมอีกนิดหน่อย
ทั้งครอบครัวทำราวกับว่าความขัดแย้งหน้าประตูวัดไป๋ซีไม่เคยเกิดขึ้น
ตั้งกระทะน้ำมันเดือด ทอดเครื่องปรุงต่างๆ จนหอมเซี่ยเสี่ยวหลานทำปลาต้มน้ำแบบฉบับง่ายหนึ่งที่
แน่นอนว่ารสชาติไม่ดีเท่าพ่อครัวใหญ่ในภัตตาคารทำ แต่หน้าตาภายนอกดูแล้วไม่เลวเลยทีเดียวมีหลี่เฟิ่งเหมยและหลิวเฟินดูแลเื่ความแรงของไฟ เนื้อปลาจึงนุ่มพอดี รสชาติก็ถือว่าได้มาตรฐานอาหารประจำครัวเรือนปลาต้มน้ำที่เซี่ยเสี่ยวหลานทำผ่านเกณฑ์แล้ว!
อาหารจานนี้ดีไปเสียทุกอย่าง เสียแค่เปลืองน้ำมันยิ่งนัก
ถ้าเทน้ำมันน้อย พริกจะไม่ออกสี เมื่อรับประทานเนื้อปลารสชาติก็จะไม่เข้มข้น
เมื่อก่อนหลี่เฟิ่งเหมยตัดใจทำอาหารแบบนี้รับประทานไม่ได้เหมือนกันน้ำมันพืชหนึ่งชั่งราคาหนึ่งหยวนกว่า ส่วนเกลือราคาเพียงสองเหมาต่อชั่งเท่านั้นทำปลาหนึ่งชามต้องใช้น้ำมันอย่างน้อยหนึ่งชั่ง ต่อให้เป็ตอนฤดูร้อนที่จับปลาจากในแม่น้ำได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อต้มปลาแบบนี้ก็เสียดายน้ำมันอยู่ดี สำหรับตอนนี้ หลี่เฟิ่งเหมยเห็นจนชินตาแล้วปลาตัวละ 20 หยวนยังยอมซื้อได้เงินค่าน้ำมันพืชแค่นั้นไม่ถือว่าร้ายแรงอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น เงินที่ซื้อปลานี้มาจากคนตระกูลเซี่ย เหตุผลนี้ทำให้ปลาต้มพริกอร่อยมากขึ้นอีก
อยู่ดีๆ หลี่เฟิ่งเหมยก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมา “คนวันนี้น่ะ ป้าจำได้ว่าเมื่อก่อนไม่ได้ชื่อเซี่ยจื่ออวี้นี่ ชื่อเซี่ยชุนฮัวไม่ใช่หรือ?”
“ชื่อเซี่ยชุนฮัวนั่นแหละต่อมาจบมัธยมต้นก็เกลียดที่ชื่อของตัวเองสละสลวยไม่พอ จึงเปลี่ยนเป็เซี่ยจื่ออวี้เอง”
สำหรับเื่นี้เซี่ยเสี่ยวหลานกลับไม่ได้นำมาเย้ยหยันเซี่ยจื่ออวี้ การเกลียดที่ชื่อไร้รสนิยมไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลยแม้เซี่ยเสี่ยวหลานจะไม่ได้เปลี่ยนชื่อแบบนี้ก็ตาม... แต่สุดท้ายคนที่โดนเรียก ‘เซี่ยชุนฮัว’ ก็ไม่ใช่เธอ เธอไม่อาจรับรู้ความรู้สึกของเ้าตัวได้
หลี่เฟิ่งเหมยไม่ยินดีนักเพราะชื่อของเซี่ยจื่ออวี้ซ้ำกับหลิวจื่อเทาลูกชายของเธอหนึ่งตัวอักษรเทาเทาอายุหกปี ตอนอายุครบหนึ่งเดือนก็ตั้งชื่อจริงให้แล้วเร็วกว่าเซี่ยจื่ออวี้เสียอีก อย่างไรก็ตามคนชื่อซ้ำกันบนโลกมีตั้งมากมายเท่าไร อย่าว่าแต่ตัวอักษร ‘จื่อ’ ตรงกลางตัวเดียว เหมือนกันทั้งชื่อแซ่ก็มีไม่น้อยหลี่เฟิ่งเหมยแค่รู้สึกว่าเซี่ยจื่ออวี้ขัดตาล้วนๆ จึงสามารถหาข้อบกพร่องได้ทุกที่
รับประทานอาหารเสร็จหลิวเฟินแอบถามหลี่เฟิ่งเหมยว่าเื่ของวันนี้จะทำอย่างไร
หลี่เฟิ่งเหมยถามเธอกลับแทน
“เธออยากแต่งงานกับเซี่ยต้าจวินอีกครั้งหรือไม่? ผ่านมาก็หลายเดือนแล้ว เธอหายเคืองโกรธหรือยังเล่า!”
หลิวเฟินไม่เคยคิดจะแต่งงานอีกครั้ง ตอนเธอขายกากน้ำมันเหนื่อยยากมากเหลือเกินเวลาในแต่ละวันล้วนถูกโดยธุรกิจและเื่ของเซี่ยเสี่ยวหลาน มีเวลาไปคิดถึงเื่เมื่อก่อนเสียที่ไหนคนคนหนึ่งอาจโอนอ่อนผ่อนตามจนเคยชินจึงไม่รู้จักการขัดขืนแต่เมื่อเธอได้ขัดขืนหนึ่งครั้ง เคยลิ้มรสชาติของการเป็มนุษย์ทำไมต้องกลับไปเป็วัวเป็ม้าให้ตระกูลเซี่ยกัน!
ความคิดของหลิวเฟินแน่วแน่มาก
หลี่เฟิ่งเหมยจึงยิ้มแย้มออกมา “แล้วเธอกลัวอะไรกลัวเสี่ยวหลานหน้ามืดแย่งผู้ชายกับเซี่ยชุนฮัวอีกครั้งหรือ? ผู้ชายเกาะผู้หญิงเทียบโจวเฉิงได้ที่ไหน! เด็กโจวเฉิงนั่นฉันมองตรงไหนก็น่าโปรดปรานไปเสียหมด”
แม้อาชีพการงานของโจวเฉิงจะไม่มีอิสระขนาดนั้นนอกจากไม่สามารถพบหน้ากันบ่อยครั้ง โจวเฉิงก็หาที่ติไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ส่วนการไม่สามารถพบหน้ากันบ่อยครั้ง สำหรับคนยุค 80 ความสัมพันธ์ระยะไกลไม่ใช่ปัญหาชีวิตแต่งงานของคนมากมายแยกกันอยู่คนละหนแห่ง ก็สามารถอยู่จนชั่วชีวิตได้มิใช่หรือหากเป็อนาคต สังคมแปรเปลี่ยนรวดเร็วเหลือเกิน ไม่ว่าหญิงหรือชายต่างมีสิ่งล่อลวงใจมากขึ้นพอสามีภรรยาอยู่ต่างที่ การครองเรือนก็ไม่มั่นคงเอาเสียเลย
หลิวเฟินย่อมโปรดปรานโจวเฉิงมากเช่นกันรูปลักษณ์หล่อเหลาของชายหนุ่มเป็ที่น่าชื่นชอบของแม่ภรรยาส่วนใหญ่ในใต้หล้ายิ่งกว่านั้นคือการเอาใจใส่เซี่ยเสี่ยวหลานโดยเฉพาะ แม้ตนเองลางานไม่ได้ก็ไหว้วานมิตรสหายมาซางตูเพื่อเยี่ยมเยียนเสี่ยวหลาน
สตรีเป็เช่นนี้ หากจะลืมเลือนคนหนึ่ง ย่อมต้องหาคนที่ดีกว่า
หลี่เฟิ่งเหมยเห็นด้วยเป็อย่างยิ่ง ในการแต่งงานรอบสองกับหลิวหย่งนั้นเธอไม่เสียใจแม้แต่น้อยเว้นเสียแต่ไม่กี่ปีก่อนที่ยากจนสักหน่อยบ้านหลิวไม่มีพ่อแม่สามีผู้รับมือยากต้องคอยปรนนิบัติไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างสะใภ้ที่ระหองระแหง หลี่เฟิ่งเหมยสามารถจัดการรับผิดชอบในครอบครัวได้อย่างมีอิสระดีกว่าสามีคนก่อนของเธอยิ่งนัก
แต่งงานได้หลายปีทั้งสองคนเคยทะเลาะกันยกใหญ่หนึ่งครั้งเพราะตรุษจีนปีก่อนโดนคนทวงหนี้ขวางประตูทะเลาะเสร็จหลิวหย่งก็ออกเดินทางไปหาเงินทันที
และใช่ ปีนี้สภาพคล่องทางการเงินในครอบครัวก้าวหน้าขึ้นอย่างกะทันหันทั้งครอบครัวสามารถย้ายไปอาศัยที่ซางตูได้ ไม่ต้องบรรยายเลยว่าชีวิตของหลี่เฟิ่งเหมยผ่านไปอย่างมีความสุขเพียงใด
ต่อให้สามีคนก่อนคุกเข่าหมอบขอร้องอยู่บนพื้นหลี่เฟิ่งเหมยต้องเสียสติก่อนถึงจะยอมกลับไป
บ้านหลิวรับประทานปลาชิง บ้านเฉินเองก็รับประทานปลาชิงเช่นเดียวกัน
สะใภ้ใหญ่เฉินไม่มีฝีมือทำอาหารพิถีพิถันขนาดนั้นเธอทำปลาต้มน้ำของเสฉวนไม่เป็ ทว่าเธอยังพอทำปลาต้มพริกได้
ปลาต้มพริกของซางตูในอนาคตส่วนมากเลือกใช้ปลาเฉาทำไม่ใช่เพราะปลาเฉาดั้งเดิมที่สุด แต่เพราะนานวันเข้าปลาชิงยิ่งหายากร้านอาหารทำได้เพียงเลือกใช้ปลาเฉาซึ่งยอดเยี่ยมรองลงมาเป็วัตถุดิบหลักปลาชิงที่เซี่ยเสี่ยวหลานมอบให้ ทำปลาต้มพริกได้พอดิบพอดีพอปลาต้มพริกไอร้อนกรุ่นขึ้นโต๊ะ บ้านเฉินคนไหนจะบอกว่าไม่อร่อยกัน?
เฉินวังต๋าคีบเนื้อปลาหนึ่งชิ้นเข้าปากเขาชอบรับประทานปลามากกว่าเป็ดไก่รวมถึงสัตว์ปีกอื่น คนอายุมากเปลืองแรงกัดกระดูกแต่เนื้อปลาไม่ทำร้ายฟันฟาง
“เด็กเสี่ยวหลานคนนั้นหากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็ควรเป็คนของหมู่บ้านชีจิ่ง”
เฉินวั่งต๋าไม่ได้้าของขวัญแม้แต่น้อยจากเซี่ยเสี่ยวหลานบ้านเฉินมิใช่ซื้อปลาชิงตัวโตราคา 20 หยวนไม่ไหวแต่ทุกครั้งที่เซี่ยเสี่ยวหลานกลับหมู่บ้านจะไม่มาเยือนมือเปล่าสิ่งของมากน้อยก็เป็ความตั้งใจ เซี่ยเสี่ยวหลานรู้จักสำนึกบุญคุณปราดเปรื่องในการปฏิบัติตัวกับผู้อื่น นี่คือสิ่งที่เฉินวั่งต๋าโปรดปรานที่สุดมากกว่า
คนของหมู่บ้านพวกนั้นบอกว่าที่ดินที่แบ่งให้เซี่ยเสี่ยวหลานและหลิวเฟินกว้างเกินไปเ้าพวกโง่นั่นรู้อะไรบ้าง
ถ้าไม่มีที่ดินผืนนี้ เซี่ยเสี่ยวหลานผู้ที่เพิ่งมาลงหลักปักฐานในหมู่บ้านชีจิ่งจะมีความรู้สึกว่าเป็ส่วนหนึ่งต่อหมู่บ้านหรือ? เห็นว่าเด็กสาวคนนั้นมุมานะ หากสอบติดมหาวิทยาลัยอาจไปแล้วไม่หวนกลับคืน ทว่าตอนนี้เซี่ยเสี่ยวหลานจะจากไปไกลเพียงใดแต่รากฐานยังคงอยู่ในหมู่บ้านชีจิ่ง
นักศึกษามหาวิทยาลัยทุกวันนี้ล้ำค่าจะตายหมู่บ้านต้าเหอก็เห็นว่าพี่สาวของเสี่ยวหลานสอบติดมหาวิทยาลัย ถึงได้พะเน้าพะนอคนหนึ่งเหยียบย่ำคนหนึ่งสุดแรงเลยนี่?
หมู่บ้านต้าเหอมีนักศึกษาหนึ่งคนสุดยอดอะไรกันเล่าเดี๋ยวหมู่บ้านชีจิ่งจะมีนักศึกษาสองคนแล้ว!
นักศึกษากับนักศึกษาไม่เหมือนกันหากไม่รอสักสิบปีก็ดูไม่ออกว่าใครโดดเด่นกว่า เฉินวั่งต๋าแค่รอวันนั้นแล้วกันนะไม่ว่าจะเป็เซี่ยเสี่ยวหลานหรือเฉินชิ่งหลานชายของเขาอาจสามารถนำความเปลี่ยนแปลงใหม่มาสู่หมู่บ้านชีจิ่งที่ล้าหลังนี้ก็เป็ได้
เขาไม่เคยศึกษาเล่าเรียน ทว่าเขาจดจำคำของผู้บังคับบัญชาในอดีตที่พูดในตอนนั้นได้ถือปืนสามารถปกป้องประเทศ แต่การศึกษาสามารถปกครองประเทศ
เชิงอรรถ
[1]水煮鱼 ปลาต้มน้ำ คือ อาหารเสฉวน ทำจากปลาแล่บางต้มในน้ำซุปที่มีเครื่องปรุงและผักดอง
