ณ บ้านตระกูลเย่
เย่อิ้งหลันจับแก้มที่บวมแดงของตนด้วยดวงตาแดงก่ำ
“เย่ฝานตบเธอ?” เย่ติ่งหงเอ่ยถาม
เย่อิ้งหลันพยักหน้าและส่งเสียง “อืม” ออกมาอย่างน่าสงสาร
หวังเสี่ยวเฟยเห็นเย่อิ้งหลันในสภาพอย่างนี้ก็รู้สึกปวดใจ
“คุณพ่อครับ เ้าบ้านั่นนับวันจะยิ่งกําเริบเสิบสาน ที่ผ่านมาก็เอาแต่เที่ยวผู้หญิงจนเกิดเื่อื้อฉาว นี่ยังกล้าตบได้แม้แต่น้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง!” เย่หงเหวินพูดด้วยความโมโห
เย่ติ่งหงสูบบุหรี่พลางถามเย่อิ้งหลันว่า “ทำไมเย่ฝานถึงตบเธอ มันต้องมีสาเหตุสิ”
“หนูเจอเขาในร้านขายยาจีน เขาจ่ายเงินสามล้านหยวนซื้อโสมแดงหนึ่งต้น พอหนูถามเขาว่าเขาเอาเงินมาจากไหน เขาก็ตบหนูเลย” เย่อิ้งหลันตอบด้วยความน้อยใจ
เย่หงเหวินพูดด้วยความแปลกใจ “เงินสามล้านหยวน เขาไปเอามาจากที่ไหนกันนะ?” ตอนที่เย่ฝานออกจากบ้านไป เขาก็ออกไปแต่ตัวนี่
“ช่างเถอะ ยังไงก็เงินแค่สามล้านเท่านั้น ได้ข่าวว่าทางบ้านตระกูลอู่ก็คอยช่วยเหลือเขาอยู่ จะดีหรือร้ายเขาก็เป็คนของบ้านตระกูลเย่ จะมีเงินล้านติดตัวอยู่บ้างก็เป็เื่ปกติ” เย่ติ่งหงมองเย่อิ้งหลันอย่างแข็งกร้าวแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ถึงแม้ว่าเย่ฝานจะออกจากบ้านไปแล้ว แต่ยังไงเขาก็ยังเป็พี่ชายของเธอ ถ้าเธอเจอก็ต้องดีและเป็มิตรกับเขาด้วย”
เย่ติ่งหงไม่ค่อยชอบใจหวังเสี่ยวเฟยเท่าใดนัก การแต่งงานระหว่างตระกูลเย่และตระกูลอู่เป็อันต้องล้มเลิก เพียงเพราะเย่หงเหวินรักกับหวังเสี่ยวเฟย ส่วนว่าที่เ้าสาวอู่อิงก็ช่างวาสนาน้อยนัก จากไปั้แ่อายุยังน้อย
ไม่กี่ปีมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านตระกูลเย่และบ้านตระกูลอู่ห่างเหินกันไปมากทีเดียว แม้ว่าบ้านตระกูลอู่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเย่ฝานมากนัก แต่ก็ยังคอยดูแลให้ความช่วยเหลือเขาอยู่บ้าง
เย่อิ้งหลันยังมีความหวังให้ผู้เป็ปู่ออกหน้าจัดการเื่นี้ให้ตน แต่ดูท่าทีของคุณปู่แล้วก็รู้ว่าหมดหวัง ความโกรธแค้นที่มีต่อเย่ฝานก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก
…
เย่ฝานค่อยๆ ผ่าโสมโลหิตอย่างระมัดระวัง เขานำของเหลวบริสุทธิ์ที่ได้ แบ่งออกเป็ชุดเล็กๆ จำนวน 10 ชุดด้วยกัน เย่ฝานนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงเพื่อดูดซับพลังปราณจากโสมโลหิต
พลังปราณไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเย่ฝานเป็ระลอกๆ เย่ฝานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น พลังปราณที่เพิ่มขึ้นจากการดูดซับโสมโลหิตนั้น เทียบเท่ากับการได้ฝึกยุทธ์ 4-5 วันเลยทีเดียว
ขณะที่เย่ฝานกำลังฝึกฝนอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่นั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เย่ฝานจึงต้องเลิกฝึกด้วยความจำใจ
เย่ฝานเปิดประตู พอเห็นผู้มาเยือนก็ขมวดคิ้วอย่างรำคาญและพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงมาได้ล่ะ!”
“ทำไมแกถึงทำท่าทางแบบนี้!” เย่หงเหวินกล่าว
เย่ฝานตอบกลับไปด้วยความรำคาญ “มีธุระอะไรก็พูดมา ถ้าไม่มีก็กลับไปซะ!”
เย่หงเหวินโดนตอกหน้ากลับจนแทบกระอักเื “ทำไมแกถึงตบน้องสาวของตัวเอง ใครใช้ให้แกทำร้ายน้องสาวของตัวเอง? นับวันแกจะยิ่งกำเริบเสิบสานมากเกินไปแล้วนะ!”
“ก็ยัยนั่นมาขวางทางผม แถมยังใส่ร้ายป้ายสีผมอีก ผมก็ต้องจัดการเธอเป็ธรรมดา ใครใช้ให้ยัยนั้นทำตัวเลวๆ แบบนั้นล่ะ! พ่อคิดว่าผมอยากทำร้ายเธอเหรอ ผมตบเธอ ผมก็เจ็บมือนะ” เย่ฝานลูบคางแล้วตอบกลับ
เย่หงเหวินมองไปที่เย่ฝานแล้วถามว่า “แกไปเอาเงินสามล้านหยวนมาจากไหน?”
เย่ฝานทำตาหยีพลางตอบกลับไปว่า “นั่นไม่ใช่เงินของพ่อสักหน่อย แล้วพ่อจะถามผมทำไม? พ่อเอาทรัพย์สินเงินทองที่แม่ทิ้งไว้ให้ไปปรนเปรอเมียน้อย เอาไปเลี้ยงลูกนอกสมรสทั้งสองคนของพ่อ แล้วตอนนี้จะมาห่วงผมทำไม”
“แกพูดอย่างนี้ได้ยังไง? ฉันเป็พ่อแกนะ!” เย่หงเหวินพูดกระหืดกระหอบด้วยความโมโห
“ผมรู้ ผมยังจำที่พ่อพูดได้ดี พ่อไม่มีลูกที่น่าอับอายขายขี้หน้าอย่างผม ดีเหมือนกัน ผมก็ไม่อยากได้พ่อแบบคุณเหมือนกัน” เย่ฝานนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา อ้าปากหาวพลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“พูดกับแกด้วยเหตุผลไม่ขึ้นเลยจริงๆ” เย่หงเหวินเดิมทีตั้งใจว่าจะมาสั่งสอนเย่ฝาน แต่กลับโดนลูกตำหนิเสียไม่มีชิ้นดี ในใจรู้สึกไม่เป็สุข “ทำไมแกถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้?”
“ผมกลายเป็แบบนี้ ไม่ใช่เพราะฝีมือลูกนอกสมรสของพ่อหรอกเหรอ ที่ทำให้ผมเสื่อมเสียชื่อเสียง สุดท้ายเขาก็ได้ลงเอยกับผู้หญิงสารเลวเลี่ยวถิงถิง หญิงชั่วกับชายโฉด” เย่ฝานสบถด่าด้วยน้ำเสียงเ็า
ถึงอย่างไรเย่ฝานก็ใช้ชีวิตอยู่กับเย่หงเหวินมาเป็สิบสิบปี เย่หงเหวินรู้จักลูกชายของตนเองดี และพอจะเดาได้ว่าเย่ฝานไม่มีความกล้าพอที่จะก่อเื่ทารุณคนอื่นอย่างที่โดนกล่าวหาได้ แต่เื่เกิดมาถึงทุกวันนี้ เย่หงเหวินก็ไม่เคยคิดจะเรียกร้องความบริสุทธิ์ให้กับลูกเลย
ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเื่ที่เกิดขึ้นกับเย่ฝานก็คือเย่จื้อเจ๋อ ถ้าจะเปรียบกันแล้ว อย่างไรเย่หงเหวินก็รู้สึกรักลูกคนนี้มากกว่าเย่ฝานอยู่ดี
