“ผมมีครอบครัวแล้ว”
ประโยคนี้ของเหยียนจิ่งจื้อเหมือนกับฟ้าผ่าลงมาใส่คนในงานแถลงข่าว แม้แต่จินเป้ยน่ายังชะงักอยู่นานถึงจะตามเขาทัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนักข่าวที่ถูกเหยียนจิ่งจื้อทิ้งเอาไว้ข้างหลัง
มีบางหนังสือพิมพ์ที่ทำเกี่ยวกับเื่การเงิน แต่ก็มที่ทำเกี่ยวกับข่าวบันเทิง คำพูดนี้ของเหยียนจิ่งจื้อ ถึงแม้จะมีนักข่าวที่มีจิตใจมั่นคง หลังจากดึงสติกลับมาได้ก็รีบตามไป แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เหยียนจิ่งจื้อได้ปิดประตูบานนั้นไปแล้ว ทิ้งนักข่าวที่มีคำถามเป็กระบุงเอาไว้
“ขอสอบถามได้ไหมว่าคุณนายเหยียนที่ประธานเหยียนพูดถึงคือใครกันครับ?”
“ประธานเหยียนแต่งงานั้แ่เมื่อไหร่คะ?”
“ที่ประธานเหยียนประกาศในวันนี้เพราะอยากจะให้สถานะอย่างเป็ทางการกับฝ่ายหญิงใช่ไหมครับ?”
และยังมีนักข่าวที่อยากจะได้คำตอบจากเหยียนจิ่งจื้อจึงถามออกไปตรงๆ “คุณนายเหยียนคือคุณติงเจียลี่ใช่ไหมคะ?”
“ประธานเหยียน คุณคิดจะมีลูกกี่คนครับ?”
คำถามร้อยแปดพันเก้ามีมาทุกคำถาม จินเป้ยน่าปิดประตูให้เหยียนจิ่งจื้อและหมุนตัวไปเห็นเขากำลังทำหน้าครุ่นคิด
เขาคงไม่ใช่กำลังคิดว่าจะมีลูกกี่คนอยู่จริงๆ ใช่ไหม!
มุมปากของเหยียนจิ่งจื้อยกขึ้น เมื่อคืนไม่ได้นอนมาทั้งคืน วันนี้แทนที่จะเหนื่อยล้า แต่เขากลับสดใสเกินไป หนึ่งคือเพื่อมาแก้ไขเหตุการณ์ะเิที่ทำให้เฉินตงเสียภาพลักษณ์ สอง…แน่นอนว่าอันนี้สำคัญมาก ั้แ่นี้ต่อไปเขาจะมีชีวิตที่สงบสุขแล้ว
เขาค่อยๆ หันกลับไปถามจินเป้ยน่า “เมื่อครู่บอกฉันว่าเซิงเสี่ยวมาถึงแล้วไม่ใช่หรือ อยู่ไหนล่ะ?”
จินเป้ยน่าเองตอนที่งานแถลงข่าวดำเนินมาได้ครึ่งทางเธอก็ได้รับข้อความจากคนด้านล่างว่าเนี่ยเซิงเสี่ยวมาถึงแล้ว ถึงได้ไปบอกกับเหยียนจิ่งจื้อ ตอนนี้พอมองไปรอบๆ ห้องพักผ่อนถึงพบว่าไม่มีใครอยู่จริงๆ
จู่ๆ บอดี้การ์ดชุดดำก็มาเคาะประตู “ท่านประธาน เมื่อครู่คุณเนี่ยมาแล้ว แต่ดูเหมือนคุณยังยุ่งอยู่ จึงไปรับโทรศัพท์ก่อนจะออกไปแล้วครับ”
“โทรศัพท์อะไร?”
เมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ของเ้านาย บอดี้การ์ดคนนั้นก็มองไปยังเหยียนจิ่งจื้อ “ขอโทษครับท่านประธาน ผมไม่ทราบ”
เหยียนจิ่งจื้อดึงสายตากลับมา แน่นอนเขาก็ไม่รู้ว่าเป็โทรศัพท์จากใคร โทรศัพท์ของคุณนายเหยียนบอดี้การ์ดคนหนึ่งจะไปรู้ได้อย่างไร เขาก็ใจกล้าถามไปแล้ว
แต่ว่าความหมายในการเรียกเนี่ยเซิงเสี่ยวมาที่นี่ ไม่ใช่เื่การนัดกินข้าวธรรมดาจะเทียบได้ แต่มันคือการประกาศความสุขของพวกเขาต่อหน้าทุกคน จนเหมือนกับเป็การประกาศแต่งงานได้เลย
แต่เนี่ยเซิงเสี่ยดันกลับไปแล้ว
จู่ๆ ใจของเขาก็เหมือนตกลงมาจากยอดเขา ก่อนจะยกมือไปทางจินเป้ยน่า “เอาโทรศัพท์ฉันมาให้หน่อย” ในใจเขาโกรธ ถ้าหากเธอนั่งรออยู่ที่นี่ดีๆ ไม่แน่พาดหัวข่าวพรุ่งนี้อาจจะเป็ “ท่านประธานแห่งบริษัทเฉินตงมีภรรยาสาวแล้ว”
เขาอยากจะดูจริงๆ ว่าโทรศัพท์สำคัญอะไรที่ทำให้เธอทิ้งเขาไป หลังจากเหยียนจิ่งจื้อกดโทรออกไปแล้วก็เม้มปาก ชัดเจนว่าเขากำลังโกรธมาก
ในเวลาแบบนี้จินเป้ยน่าเองก็ไม่กล้าพูด จึงออกไปถามสถานการณ์กับคนที่อยู่แถวนั้น
ตอนที่กลับมามือถือโทรศัพท์เครื่องหนึ่งเอาไว้ แถมมันยังดังอยู่ เธอเดินเข้าไปก็เห็นเหยียนจิ่งจื้อยังเอาโทรศัพท์ไว้ข้างหู จนจินเป้ยน่าต้องพูดบอกเขา “ท่านประธาน ไม่ต้องโทรแล้วค่ะ โทรศัพท์ของคุณนายร่วงอยู่ด้านล่างเก้าอี้ ฉันเมื่อเจอมันเมื่อครู่นี้”
สีหน้าของเหยียนจิ่งจื้อในตอนนี้แย่มาก ความเหนื่อยล้าจากเมื่อคืนเหมือนมันจะแล่นเข้ามาในวินาทีนี้ เนี่ยเซิงเสี่ยวควรจะรู้ว่าในตอนที่เขาเหนื่อย สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคืออย่าทำให้เขาโกรธ ไม่อย่างนั้น เมื่อโมโหจนะเิออกมาจะยิ่งแย่
“เอามา” เหยียนจิ่งจื้อรับโทรศัพท์มาจากมือจินเป้ยน่า ในตอนนี้เสียงยังปกติ แต่เมื่อเลื่อนเปิดไปเจอสายที่เพิ่งโทรเข้าเขียนว่า “จ้าวหยวนฟาง” สามคำ โทรศัพท์ในมือก็ลอยไปชนเข้ากับกำแพงจนแตกกระจาย
เพล้ง เมื่อหลายวันก่อนเขาเพิ่งจะซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้เธอ ถึงแม้มันจะสวยและคุณภาพดีแค่ไหน แต่เมื่อมาเจอแรงแบบนี้ก็ยากที่แบตเตอรี่จะไม่แตกกระเด็นออกมา
จินเป้ยน่าเดินไปหยิบดูก่อนจะขมวดคิ้วแน่น มันใช้ไม่ได้แล้ว
ในสมองคิดไปถึงภาพงานเลี้ยงครั้งที่แล้วที่เธอได้รับาเ็แล้วจ้าวหยวนฟางอุ้มเธอออกไป ความรู้สึกเกลียดชังทำให้หัวของเหยียนจิ่งจื้อเครียดเกร็ง เหมือนกับนาฬิกาไขลานแบบเก่าที่ถูกขันจนแน่นจนใช้งานไม่ได้ ในอกของเข้ามีความโกรธอัดแน่น จะระบายออกมาก็ไม่ได้
เธอไม่ใช่คนที่จะไปไหนต่อไหนคนเดียว แต่ในเวลานี้เธอคงไม่ได้ออกไปด้วยเื่เล็กๆ ที่แม้แต่โทรศัพท์ก็ยังทิ้งไว้แบบนี้
เขาถึงกับมีลางสังหรณ์ ว่าเธอจะไม่กลับมาแล้ว
แต่ก่อนเนี่ยเซิงเสี่ยวเคยบ่นว่า: นายเป็ผู้หญิงหรือ? ทำไมลางสังหรณ์ถึงได้แม่นแบบนี้
เหยียนจิ่งจื้อกุมขมับตัวเอง แล้วเดินผ่านข้างตัวจินเป้ยน่าไป และเก็บอารมณ์เมื่อครู่ลงไป “ไปหาตัวเธอกับฉัน!”
เนี่ยเซิงเสี่ยวกลับมาที่บ้านด้วยใจที่ร้อนเป็ไฟ ตอนที่ลงจากรถถึงได้พบว่าเมื่อครู่รีบร้อนเกินไปจนทำโทรศัพท์หาย เดิมทีคิดจะโทรไปบอกเหยียนจิ่งจื้อ แต่หาในกระเป๋าไปสองรอบก็หาไม่เจอ เธอกระทืบเท้าก่อนจะรีบขึ้นลิฟต์ไป
เมื่อครู่จ้าวหยวนฟางโทรมาบอกว่าจู่ๆ เหนี่ยวเหนี่ยวก็เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ให้เธอรีบกลับมาดู
ตอนที่เหนี่ยวเหนี่ยวผ่าตัดตอนนั้นคงจะสำเร็จแล้ว หมอก็พูดว่าปกติแล้วคงจะไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน แต่ว่าถ้าหากเกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นมาเช่นนั้นก็ถือว่าหนักมากแล้ว มันจะเกี่ยวข้องกับชีวิตทันที
ตอนที่เนี่ยเซิงเสี่ยววิ่งกลับมาในหัวก็คิดวนแต่เื่เหนี่ยวเหนี่ยวั้แ่เกิดจนถึงตอนนี้ ั้แ่ตัวเท่าลูกหนูจนโตมาขนาดนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนใจ จนกระทั่งวิ่งไปชนกับร่างผู้ชายคนหนึ่ง
“คุณเนี่ย คุณรีบขึ้นรถเถอะครับ” ผู้ชายคนนั้นเดินอ้อมไปเปิดประตูรถ และใช้สัญญาณมือบอกว่ากำลังรอเธอขึ้นรถ
เนี่ยเซิงเสี่ยวเหม่อมองเขา ก่อนจะจำได้ว่าเขาคือคนขับรถของจ้าวหยวนฟาง แต่ก่อนเคยมารับเธอกับเหนี่ยวเหนี่ยว เขามาปรากฏตัวที่นี่และให้เธอขึ้นรถ…
“คุณหลี่ ลูกชายฉันเป็อะไรคะ?” เธอจับแขนของคนขับรถด้วยความร้อนใจ
“คุณเนี่ยอย่าเพิ่งใจร้อนไป เหนี่ยวเหนี่ยวอาการทรงตัวแล้ว แต่ว่าคุณหมอทางนั้นแนะนำให้ย้ายโรงพยาบาลทันที คุณรีบขึ้นรถเถอะ คุณจ้าวรอคุณอยู่ที่สนามบินแล้ว” คนขับรถพูดจบก็มองเนี่ยเซิงเสี่ยวอย่างหนักแน่น
บางทีสายตานี้ก็หนักแน่นเกินไป ทำให้เนี่ยเซิงเสี่ยวไม่สงสัยอะไร แต่ว่า…
“สนามบิน?” เธอไม่เข้าใจ “คุณหลี่คะ เหนี่ยวเหนี่ยวของฉันอยู่ที่ไหนกันแน่?” ความรีบร้อนทำให้เธอสูญเสียความสามารถในการวิเคราะห์ไป
สุดท้ายเธอก็ยังเข้ามานั่งในรถฟังคนขับรถพูดถึงอาการจากนั้นก็ไปที่สนามบิน
“คุณเนี่ยไม่รู้ สถานการณ์ในตอนนั้นเร่งรีบมาก ผมเองก็เห็นเหนี่ยวเหนี่ยวมาหลายครั้ง แถมยังเอ็นดูมากด้วย เมื่อเห็นหน้าซีดขาวของเขาตอนนั้นก็รู้สึกปวดใจมาก ถึงแม้จะใช้ยาที่ทำให้อาการทรงตัวได้ แต่เกิดการต่อต้านแบบนี้ โรคโลหิตจางั้แ่กำเนิดแบบนี้มีเพียงยาที่ประเทศปารีสคิดค้นขึ้นมาใหม่เท่านั้นถึงจะได้ผล คุณจ้าวได้ติดต่อทางนั้นเอาไว้แล้ว เหลือแค่คุณที่ต้องไปเท่านั้น”
เนี่ยเซิงเสี่ยวฟังจบก็เริ่มงุนงง ทำไมเหนี่ยวเหนี่ยวจะต้องออกนอกประเทศล่ะ ทำไมจู่ๆ จ้าวหยวนฟางถึงได้จัดการทำเื่ได้ครบครันแบบนี้?
แต่เมื่อมาถึงสนามบินแล้วเห็นเหนี่ยวเหนี่ยวก็มีความคิดเดียวเท่านั้น นั่นก็คือไม่ว่าจะไปที่ไหน ขอแค่ทำให้เหนี่ยวเหนี่ยวหายดี เธอก็จะพาเขาไป
เพราะว่าเนี่ยเหนี่ยวเหนี่ยวในเวลานี้หน้าขาวซีดเหมือนกับกระดาษที่เพิ่งจะออกมาจากโรงงาน ไม่มีกลิ่นอายมีชีวิต เดิมทีเขาเป็ต้นไม้มีชีวิตชีวาต้นหนึ่ง ที่จะบิดก้นเหมือนเด็กผู้หญิงเพื่อหยอกให้เธอหัวเราะ เรียกเธอเสี่ยวเสี่ยว เรียกเธอว่าแม่
มีคนบอกว่าหลังจากที่ผู้หญิงมีลูก ชีวิตต่อไปก็จะยกให้กับลูกทั้งหมด แต่เนี่ยเซิงเสี่ยวยังไม่ลืมเหยียนจิ่งจื้อ
เธอมองไปยังจ้าวหยวนฟาง ให้เขารอก่อน “หยวนฟาง โทรศัพท์ฉันหาย ฉันขอยืมโทรศัพท์นายโทรหน่อยได้ไหม?”
จ้าวหยวนฟางมองไปที่เธอ จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองส่งไปให้เธอ ปากก็ยังพูดบ่นออกมาเบาๆ “เธอจำเบอร์เขาได้?”
เขารู้จักเนี่ยเซิงเสี่ยวมานานหลายปีแล้ว ก็ถือว่ารู้จักเธอพอสมควร ความคิดของเธอละเอียด แต่ว่ากับเื่ตัวเลขเธอจะค่อนข้างช้ามาก มีครั้งหนึ่งเขาอยากจะให้เธอเป็บัญชีส่วนตัวของเขา เนี่ยเซิงเสี่ยวก็รีบโบกมือแล้วหัวเราะ “นายเอาบัตรธนาคารหนึ่งใบมาให้ฉันดูทั้งวัน ฉันก็ไม่แน่ว่าจะจำได้ว่ามีตัวเลขกี่ตัว จะต้องรู้ไว้ว่าฉันจำพวกตัวเลขไม่ค่อยได้”
แต่ตอนนี้เนี่ยเซิงเสี่ยวกลับพยักหน้า “จำได้”
เธอจำเบอร์ของเหยียนจิ่งจื้อได้ ถึงแม้นี่จะเป็เบอร์ที่เหยียนจิ่งจื้อเพิ่งจะใช้หลังจากกลับมาอยู่ที่นี่ แต่เธอก็จำได้ เหมือนของของเหยียนจิ่งจื้อ สิ่งที่ชอบ รวมถึงอะไรที่ทำให้โกรธ เธอสามารถใช้ตัวเลขมาวัดได้
สีหน้าเปลี่ยนสามครั้ง เช่นนั้นจะมีคนเจอกับโชคร้าย โกรธเกินห้าครั้ง เขาก็จะถีบเก้าอี้คนข้างๆ หรือทำอย่างอื่นๆ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง
จู่ๆ จ้าวหยวนฟางก็รู้สึกเหนื่อย
เขารู้สึกว่าเนี่ยเซิงเสี่ยวที่ตัวเองกอดอยู่นั้นจู่ๆ ก็เปลี่ยนมาเป็ะเิที่ตั้งเวลาเอาไว้
