จ้าวอี้เล่าบทสนทนาที่ได้พูดกับหัวหน้าคนนั้นเล็กน้อย หวังว่าจะร่วมแรงร่วมใจ คิดวิธีแก้ไขสถานการณ์
“ทุกคนลองพูดว่าตอนนี้มีวิธีอะไรที่ดีบ้าง”
“เื่นี้ง่ายมาก พวกเราสามารถแจ้งกองทหารรักษาการณ์ได้ ให้พวกเขาจัดคนมาสนับสนุน แม้ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่เหล่านี้จะขัดขวาง เมื่อเผชิญหน้ากับกำลังคน ก็สามารถถูกปราบปรามได้” เจี่ยงจาวตี้พูดอย่างมีเหตุผล
“ไม่ได้ ผู้พิทักษ์สุสานเหล่านี้มีรากฐานความเชื่อที่มั่นคงกว่าพันปี ถ้าพวกเราใช้ไม้แข็ง ก็ยากจะรับรองได้ว่าจะไม่นำไปสู่เหตุการณ์นองเืบริเวณกว้าง จาวตี้ เธอต้องจำไว้ กองทัพเป็สิ่งที่กระทำต่อภายนอก ไม่ใช่สามารถกระทำต่อประชาชนของตนได้” จ้าวอี้พูดอย่างจริงจัง นี่เป็ความคิดของเขา ปากกระบอกปืนของกองทัพไม่สามารถเล็งที่ประชาชนของตนเองได้ ไม่อย่างนั้น จะสามารถเรียกว่ากองทัพของประชาชนได้เหรอ?
ความคิดแย่ๆนี้ถูกปฏิเสธ ทุกคนปรึกษากัน เห็นได้ชัดว่าไม่มีวิธีที่ดีอะไร
แม้ว่าจ้าวอี้จะสามารถหลบหลีกหูตาของคนเหล่านี้ได้ แล้วแบเข้าไป บวกกับเจี่ยงจาวตี้ เป็สองคน ก็ไม่มีผลอะไร นี่ไม่ใช่เื่ที่คนสองคนจะสามารถแก้ปัญหาได้
“ดูท่า ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่น่าจะแบ่งเป็สองสาย สายหนึ่งปกป้องอนุสาวรีย์ของเจงกิสข่าน วางอยู่ด้านหน้าให้ทุกคนเห็น และสุสานที่แท้จริง น่าจะเป็ที่นี่ หัวหน้า นี่เป็การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ นอกจาก สามารถขุดพบสุสานจิ๋นซี นี่ก็เป็งานชิ้นสำคัญที่ไม่มีใครเกิน!” อู๋เยว่พึมพำ ยิ่งพูดตนเองยิ่งตื่นเต้น ท้ายที่สุดจึงเกือบจะะโแล้ว
“ปัญหานี้ทิ้งไปก่อน ที่จริงลองคิดดู นี่เป็สุสานของบรรพบุรุษ แม้จะเก่าแก่ ก็รบกวนการพักผ่อนของบรรพบุรุษ ฉันคิดว่าแบบนี้ไม่ได้ ปัญหานี้ท้ายที่สุดยังต้องส่งให้เบื้องบนพิจารณา?” จ้าวอี้ตัดสินใจไม่ได้ ใจเขาไม่อยากจะขุดสุสานนี้ เพียงแต่คนที่ตัดสินใจท้ายที่สุด กลับไม่ใช่ได้ เมื่อพวกเขากลับไป รายงานสมบูรณ์แบบ จะต้องส่งให้เบื้องบน ตามธรรมเนียมแล้ว ถ้าสุสานเจงกิสข่านถูกยืนยัน จะต้องดำเนินการขุดค้นในบริเวณกว้าง
นี่เป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ท้องฟ้าค่อยๆมืดลง สิ่งที่ทำให้จ้าอี้แปลกใจก็คือ หัวหน้าคนนั้นยังไม่กลับมา
คนที่จับตามองพวกเขา ได้จุดคบเพลิง ทานเนื้อแห้งที่ตนเองนำมาด้วยอย่างเงียบๆ
ขณะนี้ พวกจ้าวอี้ไม่ใช่ไม่คิดจะให้อาหารที่ตนเองนำมากับพวกเขา แต่ คนเหล่านี้ระแวดระวังมาก โดยพื้นฐานจึงไม่รับความหวังดีจากพวกจ้าวอี้ อู๋เยว่ใช้ความกล้าถามพวกเขา สอบถามเื่ในชนเผ่าของพวกเขา แต่อีกฝ่ายกลับไม่พูดไม่จา
ขณะที่พวกเขาอับจนหนทาง ที่ไกลๆก็ค่อยๆมีเสียงกีบเท้าม้าลอดผ่านมา ยิ่งใกล้เรื่อยๆ มีเพียงม้าตัวเดียวที่กลับมา
บนหลังม้า มีสองคน
เพิ่งมาถึงที่นี่ จ้าวอี้ก็เห็นหัวหน้าคนนั้นตกลงมาจากบนหลังม้า ด้านหลังของเขา มีเืไหลไม่หยุด
แผ่นอกที่ค่อยๆกระเพื่อม แสดงให้เห็นว่าเขายังมีชีวิต
ด้านหลังถูกยิ่ง!
“เจี่ยจาวิ ช่วยคน!”
จ้าวอี้แค่มองก็รีบะโ
เจี่ยจาวิหยิบกระเป๋าแพทย์แล้ววิ่งมา
คนเฝ้ายามเ่าั้รีบยกปืนขึ้นทันที อู๋เยว่จึงะโเป็ภาษามองโกลที่ด้านข้างพวกเขา พวกเขาถึงวางปืนลงอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คนส่วนมาก ได้ล้อมอีกคนที่อยู่บนม้าไว้ ปากพูดบางอย่างเสียงดังด้วยความกังวล
นั่นเป็คนแก่ผมขาวคนหนึ่ง โครงร่างใหญ่ การแต่งกายแตกต่างจากชายมองโกลทั่วไป และได้สลบอยู่บนหลังม้า ภายนอกดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร
จ้าวอี้กระซิบกับอู๋เยว่ “พวกเขากำลังพูดอะไร”
“ผู้าุโ พวกเขากำลังเรียกผู้าุโ”
ยกผู้าุโลงมาจากหลังม้า พวกเขาวางไว้บนพื้นอย่างระวัง จากนั้นวิ่งอย่างรีบร้อนมา แต่น่าเสียดายที่จ้าวอี้ฟังไม่ออก
อู๋เยว่แปลทันที
“พวกเขาบอกให้ช่วยผู้าุโก่อน”
“ไม่มีเหตุผล อาการาเ็ของคนคนนี้ร้ายแรง ปัจจัยการผ่าตัดของที่นี่พื้นฐานขนาดนี้ ถ้ายังล่าช้า จะสามารถดึงกลับมาได้ไหมก็บอกยาก คนแก่คนนั้นไม่เป็ไร เพียงแค่สลบไป” เจี่ยจาวิได้ยินแล้ว จึงรีบแนะนำทันที จากนั้นจึงก้มหน้าทำการผ่าตัดต่อ
เซี่ยตันส่องไฟฉายให้จ้าวิอยู่ด้านข้าง ปัจจัยการผ่าตัดอย่างง่ายๆได้ถึงขีดจำกัด
“แปลตามคำที่เขาพูด”
จ้าวอี้พูดกับอู๋เยว่
อู๋เยว่พยักหน้า แล้วพูดเสียงดัง อีกฝ่ายตอบกลับไม่กี่คำ
“พวกเขาบอกว่าชีวิตของผู้าุโสำคัญกว่า”
“ไม่มีชีวิตใครสำคัญกว่าใคร คนแก่นั่นตายไม่ได้ ให้พวกเขารอก่อน” จ้าวอี้ไม่สามารถแบ่งลำดับของคนได้ จึงพูดอย่างไม่พอใจ
จากการช่วยเหลือของเจี่ยจ้าวิ การาเ็ของหัวหน้าคนนั้นจึงคงที่ และผู้าุโก็ค่อยๆฟื้นขึ้น สองตาของเขาค่อนข้างเซื่องซึม ทันใดนั้นก็ะเิน้ำตาออกมา
“จบแล้ว ต๋าเอ่อร์ฮู่จบแล้ว!”
จ้าวอี้เดินไปด้านข้างของเขา อู๋เยว่คอยแปล
“ด้านในเกิดเื่อะไรขึ้น รีบพูด!”
“สิ่งของชั่วร้ายนั่น คาดไม่ถึงว่าจะพาคนมาฆ่าชนเผ่าของตนเองอย่างราบคาบ! ของบ้านี่! ฉันตาบอดจริงๆ ตอนแรกทำไมถึงให้เขาออกไปร่ำเรียน!” น้ำตาของผู้าุโออกมาไม่หยุด พร้อมก่นด่าคนคนนั้นไม่หยุด
“ฆ่าไปหมด? ฆ่าไปกี่คน? อีกฝ่ายกี่คน?”
สีหน้าของจ้าวอี้เปลี่ยนไป การนองเืเช่นนี้ ถ้าเป็ในประเทศ เกรงว่าอาจนำมาซึ่งความปั่นป่วนโกลาหล
“ร้อยกว่าคน! ตายหมด ทำไมถึงช่วยตาแก่ไร้ประโยชน์อย่างฉัน ให้ฉันตายไปด้วยให้รู้แล้วรู้รอด!”
“พวกเขามีกี่ร้อยคน? เดี๋ยวคุณค่อยร้องไห้!”
จ้าวอี้ถามอย่างไม่กล้าเชื่อ จับไหล่ทั้งสองของผู้าุโ เวลานี้ไม่ใช่เวลามาร้องไห้
ผู้าุโเช็ดน้ำตา “พวกเขามีเพียงยี่สิบกว่าคน แต่อาวุธของพวกเขารุนแรงเกินไป มีนักรบของชนเผ่า้าจะต่อต้าน แต่ถูกทำลายจนสิ้นซาก!”
คำพูดของผู้าุโทำให้จ้าวอี้ใ กำลังของอาวุธปืนเช่นนี้ไม่น้อยจริงๆ อีกฝ่ายต้องใช้อาวุธปืนที่มีกำลังสูงแน่
“รีบติดต่อทหารรักษาการณ์ ให้ทหารรักษาการณ์ออกปฏิบัติการ เื่นี้พวกเราจัดการไม่ไหว” จ้าวอี้สูดหายใจเข้าลึก แล้วหันหน้าไปพูดกับอู๋เยว่
“ไม่ได้!”
ผู้าุโตอบสนองทันที เขาพูดเสียงดัง
“ไม่ได้?”
จ้าวอี้ใช้สายตาสงสัยมองที่เขา “คุณไม่อยากแก้แค้นรึไง? ไม่อยากให้ฆาตกรพวกนี้ถูกนำมาดำเนินคดี เพื่อแก้แค้นให้ชนเผ่าของคุณที่ตายไปเหรอ?”
“ไมไ่ด้ แจ้งทหารรักษาการณ์ไม่ได้ ถ้าแจ้งทหารรักษาการณ์ ประเทศก็จะรู้ ถึงตอนนั้นพวกเราจะเป็คนทรยศไปตลอดชีวิต แม้ตายก็ล้างบาปของพวกเราไม่ได้!”
ผู้าุโปฏิเสธอย่างไม่อดทน ท่าทางค่อนข้างแข็งกร้าว ชายบางคนมองพวกจ้าวอี้อย่างระแวดระวัง
“งั้นคุณบอกว่าทำยังไง? ปล่อยให้พวกเขาหนีไปอย่างลอยนวลเหรอ?”
จ้าวอี้ถูกผู้าุโนี้ทำให้โกรธ เขาอยากเปิดสมองของเขาออกดูจริงๆ ว่าแท้จริงแล้วตาแก่นี่คิดอะไรอยู่
“ต้องแก้แค้น! ต้องแก้แค้น! ชนเผ่าของเรายังมีคน นักรบของชนเผ่าแบ่งเป็สี่กลุ่มคอยเฝ้าระวังอยู่สี่ทิศ ทิศเหนือเชื่อไม่ได้ นั่นเป็ลูกน้องโดยตรงของเขา ยังมีกองทัพทิศตะวันตกและทิศตะวันออกอีก นาย นาย รีบแจ้งพวกเขา ให้พวกเขากลับมาจัดการกบฎ คนพวกนี้เืต้องล้างด้วยเื! นาย ไปที่อนุสาวรีย์ข่านผู้ยิ่งใหญ่ แจ้งพวกเขา บอกพวกเขาว่าเราเกิดเคราะห์ร้าย สำหรับฮูเหอปารื่อต้องส่งให้พวกคุณดูแลแล้ว”
พูดไป ในที่สุดผู้าุโคนนี้ก็ฟื้นคืนความสงบ จัดเตรียมลูกน้องแบ่งเป็สามทาง โค้งตัวลงบนม้า มองท่าทางแก่ชราไม่ออกแม้แต่น้อย สามารถเป็ผู้าุโของชนเผ่านี้ เห็นได้ชัด ว่าตอนอายุยังน้อย ก็เป็มือดีอันดับหนึ่ง
จ้าวอี้ดึงบังเหียนม้าเล็กน้อย แล้วพูดด้วยความจริงใจ “ทำแบบนี้พวกคุณจะรนหาที่ตาย! แม้คนของพวกคุณจะมาก แต่อาศัยปืนพวกนั้นเหรอ? จะต่อกรกับศัตรูพวกนั้นได้ยังไง? ส่งให้ทหารรักษาการณ์เถอะ นี่ไม่ใช่ปัญหาที่พวกคุณจะแก้ไขได้”
ผู้าุโมองจ้าวอี้อย่างสงบ “นี่เป็ภารกิจภายในของชนเผ่าเรา ถ้าคุณขัดขวาง ก็เป็ศัตรูของเรา การปฏิบัติต่อศัตรู พวกเรามีปืนลูกซอง ถ้าคุณไม่ขัดขาง คุณก็เป็สหายของชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ สหายมาก็มีเหล้าดีๆให้ คุณจะเลือกยังไง!”
คนคนนี้เป็คนหัวแข็งจริงๆ
ชายชาวมองโกลเ่าั้ยกปืนในมือขึ้น ดวงตาแดงก่ำมองจ้าวอี้ ราวกับจ้าวอี้เป็ศัตรูของพวกเขา
จ้าวอี้ไม่ทำก็ไม่ได้ ปล่อยบังเหียน เพราะเขาชัดเจนดี ว่าอีกฝ่ายจะยิงจริงๆ!
บางครั้งมีความเชื่อ ก็เป็เื่ที่น่ากลัว
พวกเขาไม่สนใจความตาย!
ปกห้องสุสานของเจงกิสข่าน เป็ความเชื่อที่ฝังอยู่ในกระดูกของพวกเขาทุกยุคทุกสมัย!
ความเชื่อนี้ไม่อาจสั่นคลอน!
แม้จะดูโง่ ดูบ้าคลั่ง แต่ในใจของจ้าวอี้แสดงความยกย่องคนเช่นนี้อย่างมาก!
เสียงกีบเท้าม้ายิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ คนของพวกเขาได้หายไปในความมืด
จ้าวอี้กัดฟันพิจารณาวิธี ท้ายที่สุดจึงได้ตัดสินใจ!
“แจ้งทหารรักษาการณ์ ให้พวกเขามาสนับสนุนพวกเรา พวกเราออกเดินทาง ไปช่วยเหลือชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ ช่วยพวกเขาได้หรือไม่ อยู่ที่ความกรุณาของพระเ้าแล้ว คนคนนี้...ชื่ออะไรนะ?”
อู๋เยว่เตือนจ้าวอี้ “ฮูเหอปารื่อ ภาษามองโกลแปลว่าเทพเ้าแห่งทิศตะวันออก”
“ใช่ ฮูเหอปารื่อ ไม่ส่งให้โรงพยาบาลไม่เป็ไรใช่ไหม?”
เจี่ยจ้าวิตอบ “ไม่เป็ไร แม้จะส่งไปโรงพยาบาลก็แค่ตรวจสอบ ทนไหวหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง ถ้าพรุ่งนี้เขาสามารถฟื้นขึ้นนมา เขาก็สามารถมีชีวิต ถ้าไม่ฟื้น ผลที่ดีที่สุดคือนอนเป็ผัก ฉันคิดว่า นักรบเช่นนี้เลือกความตาย ยังดีกว่าเลือกนอนป่วยติดเตียงไร้ความรู้สึกไปทั้งชีวิต!”
"งั้นดี! พวกเราออกเดินทาง! พวกนายรออยู่ในรถปฏิบัติการก็พอ เกราะกันะุของรถปฏิบัติการดีมาก ไม่อาจทำร้ายพวกนายได้! เื่การใช้กำลังปล่อยให้พวกเราเถอะ"
จ้าวอี้ยิ้มเล็กน้อยให้เจี่ยงจาวตี้ เจี่ยงจาวตี้ใช้สายตาที่หนักแน่นตอบกลับ
สถานที่รวมตัวของชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ไม่ต้องหาอย่างเจาะจง เพียงแค่จ้าวอี้ดำเนินการระบุตำแหน่ง แล้วไปทางสัญญาณก็พอแล้ว
ยิ่งใกล้ขึ้นเรื่อยๆ สามารถมองแสงไฟได้จากที่ไกลๆ
กระโจมมองโกเลียที่เดิมทีเป็สัญลักษณ์ของชายแดนภาคเหนือได้ลุกโชนไปด้วยไฟ ราวกับกำลังสะอื้นอย่างหมดหนทาง ความรุนแรงของไฟสูงมาก แต่กลับไม่มีสัญญาณว่าจะกระจายออก ตอนนี้พื้นหญ้าเต็มไปด้วยความชุ่มชื้น จึงไม่ต้องกังวลว่าไฟจะลาม
จ้าวอี้ไม่ได้รีบร้อนพุ่งเข้าไปแต่ทีแรก เขาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของตนเองและของเพื่อน จึงไม่สามารถช่วยคนอื่น โดยไม่สนชีวิตของตน
เขาเห็นแล้ว เห็นผู้าุโขี่ม้านำการโจมตี ปากเป่าแตรโบราณที่มีพลัง ยกปืนขึ้น ยิงกระจัดกระจายไปที่ศัตรู แต่มองไปที่อีกฝ่าย เสียงโจมตีของอีกฝ่ายดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาล้มลงบนพื้นอย่างอนาถ
นี่เป็พลังของอาวุธในยุคปัจจุบัน
ทำให้ชีวิตของผู้คนไปและไม่หวนคืน
นี่เป็ทางเลือกของเวลา นี่เป็ทำนองเพลงเศร้าของความหมดหนทาง!
เสียงตอนจบของเพลงอันโศกเศร้าและเปล่าเปลี่ยวดังก้องอยู่ทั่วทุ่งหญ้าผืนนี้ที่เจงกิสข่านเคยโลดโผน วีรบุรุษกำลังโผบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับกำลังร้องบทสวดศพครั้งสุดท้าย
แต่นี่ไม่ใช่ตอนจบ!
