จางเซวียนมองดูพวกหวังจิ่งสือที่มาเยือน พร้อมกับถามว่า “พวกคุณมาที่นี่เพื่อพบเย่ฝานงั้นเหรอ”
“ประธานหวังจะมาพบคุณชายเย่เพื่อขอความช่วยเหลือ” จางซือเลี่ยงกล่าว
จางเซวียนกะพริบตาก่อนกล่าว “อ่อ มีเื่อะไรเหรอ! ยังไงตอนนี้เย่ฝานก็ยังนอนหลับอยู่ ผมเองก็ไม่มีอะไรทำ พวกคุณลองเล่าให้ฟังหน่อยสิ”
หวังจิ่งสือเห็นจางเซวียนสนใจ จึงรีบเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟังคร่าวๆ
เขาหลงหู่มีชื่อเสียงโด่งดัง ตอนที่หวังจิ่งสือเกิดเื่ก็อยากจะเชิญคนของเขาหลงหู่มาช่วย แต่น่าเสียดายที่เขาไม่รู้จักคนของคนเขาหลงหู่เลย จึงต้องพึ่งซินแสปลอมแบบนี้
“รถเบรกแตก เกิดเื่ร้ายบ่อยๆ มีคนะโตึก ดูท่าทางพวกคุณคงจะไปขุดอะไรที่ไม่ควรขุดหรือเปล่า ทำให้พลังพิฆาตเล็ดลอดออกมา! แล้วเย่ฝานบอกว่ายังไงล่ะ!”
“คุณชายเย่บอกว่ามันมีค่ายกลสลับดวงชะตา!” หวังจิ่งสือในใจเป็กังวลมาก ถ้าไม่ใช่เพราะซินแสอวิชชานั่น บางทีเย่ฝานก็คงไม่รีบร้อนไปเดตขนาดนั้น และถึงเขาจะเร่งรีบ ก็ควรจะพูดอะไรออกมาบ้าง
“ซินแสจางรู้จักค่ายกลสลับดวงชะตาหรือเปล่าครับ” จางซือเลี่ยงเอ่ยถาม
จางเซวียนพยักหน้าแล้วพูดว่า “รู้จักสิ ค่ายกลสลับดวงชะตาจะใช้ในการสลับดวงชะตาของคู่ฝาแฝด เป็ค่ายกลที่ชั่วร้ายมาก แฝดคนที่ถูกแย่งดวงชะตาไปจะเกิดเหตุเภทภัย บ้านแตกสาแหรกขาด คนในครอบครัวล้มหายตายจาก ไร้ทายาทสืบสกุล ส่วนแฝดคนที่สลับดวงชะตามาเป็ของตนจะอยู่ดีมีสุขใน่เวลาหนึ่ง แต่ว่าสุดท้ายก็หนีไม่พ้นชะตาที่ต้องถูกแก้แค้น ค่ายกลสลับดวงชะตาจะทำงานเพียงสามสิบปีเท่านั้น เมื่อผ่านไปสามสิบปี ก็จะสำแดงผลกรรมตามสนอง”
หวังจิ่งสือรู้สึกตกตะลึง คิดในใจว่าผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงวินิจฉัยเพียงไม่นาน ก็ได้ตำตอบที่แท้จริง จางเซวียนสมกับที่มาจากเขาหลงหู่ เป็ศิษย์ของอาจารย์ที่มีชื่อเสียง มีประสบการณ์และความรู้กว้างขวาง ไม่เหมือนซินแสจอมปลอมที่เขาเชิญมา เอาแต่บ่นว่าเย่ฝานพูดจาเหลวไหล
“พวกคุณไปสืบเื่นี้มาหรือยัง?”
หวังจิ่งสือพยักหน้าแล้วตอบว่า “ไปสืบมาแล้วครับ” หลังจากที่เย่ฝานจากไป เขาก็เริ่มสืบหาเื่ราวในอดีต
“เดิมทีที่ผืนนั้นมีเ้าของเดิมชื่อว่าหยูเหวิน หยูเหวินมีน้องชายหนึ่งคนชื่อว่าหยูอู่ ทั้งสองล้วนทำธุรกิจแกะสลักหิน น้องชายเป็คนร่าเริง จิตใจกว้างขวาง มีอัธยาศัยดี จึงทำให้มีลูกค้ามากมาย นานวันเข้าลูกค้าของพี่ชายก็โดนน้องแย่งไปเกือบหมด”
“ต่อมาภายหลัง ได้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้หยูอู่เสียชีวิต ผ่านไปไม่นานธุรกิจของหยูเหวินก็กลับมาเจริญรุ่งเรืองขึ้น ขณะที่ภรรยาและลูกของหยูอู่ต้องอยู่อย่างยากลำบาก มีหนี้สินมากมาย สุดท้ายเขาคิดไม่ตกจึงจบชีวิตด้วยการกินยาตายทั้งบ้าน”
“ธุรกิจของหยูเหวินนับวันยิ่งเติบโตขึ้น แต่ว่าปีที่แล้วกลับเกิดปัญหา ทุกอย่างล้มเหลวเหมือนูเาถล่ม ชั่วพริบตาเดียวบริษัทต้องปิดตัวลง ถูกเ้าหนี้ตามยึดทรัพย์สิน...” ความจริงแล้วที่ดินผืนนี้เขาก็ไม่สามารถซื้อได้ แต่ว่าพอหยูเหวินเสียชีวิต ทรัพย์สินถูกริบไปเป็ของหลวง เขาใช้วิธีการนิดหน่อยก็สามารถขอซื้อที่ดินนั่นเอาไว้ได้
“หยูเหวินเสียชีวิตแล้ว หากนับไปนับมาก็น่าจะครบสามสิบปีพอดี”
จางเซวียนหัวเราะแล้วพูดว่า “มันถูกต้องแล้วล่ะ กรรมดีกรรมชั่วย่อมตอบสนองในที่สุด ที่หยูอู่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์น่าจะเป็ฝีมือของหยูเหวิน หยูเหวินเสพสุขความร่ำรวยมาสามสิบปี ก็คงจะถึงเวลาที่ต้องชดใช้กรรมแล้ว”
หวังจิ่งสือพูดด้วยความประหม่าว่า “หากหยูอู่อยากจะแก้แค้น ทำไมไม่ไปหาหยูเหวินล่ะ! เขาออกมาอาละวาดแบบนี้ได้ยังไงกัน?”
“ใครใช้ให้คุณซื้อที่ผืนนั้นล่ะ ความแค้นของหยูเหวินถูกเก็บกดมานานสามสิบปี เกรงว่าจะกลายเป็ิญญาอาฆาตไปแล้ว หากคุณโดนทำร้ายแบบเขา คุณอยากจะแก้แค้นไหม” จางเสวียนกล่าว
หวังจิ่งสือ “…”
“ซินแสจาง คุณมีวิธีต่อกรกับผีตนนั้นไหมครับ?” หวังจิ่งสือเอ่ยถาม
จางเซวียนหัวเราะเก้อก่อนตอบว่า “ภูตผีที่เกิดจากค่ายกลสลับดวงชะตาจะมีพลังอาฆาตรุนแรงมาก ถูกสะกดหนึ่งปีแต่เวลายาวนานเหมือนสิบปี ิญญาอาฆาตตนนั้นมีอายุราวสามร้อยปีแล้ว ถ้าให้ผมไปปราบ อาจจะรับมือไม่ไหว”
“นายกลับไปฝึกอีกหลายปีแล้วค่อยไปเถอะ เ้านั่นมันไม่ใช่ผีธรรมดา” เย่ฝานกล่าวพร้อมกับเดินลงมาจากบันได
จางซือเลี่ยงเห็นเย่ฝานก็ดีใจขึ้นมาทันที “คุณชายเย่ คุณตื่นแล้วเหรอครับ!”
เย่ฝานในชุดนอนลายมิกกี้เมาส์ ยืนอยู่บนบันไดด้วยท่าทางไม่สนโลก
จางซือเลี่ยงคิดในใจ ไม่รู้ว่านี่เป็ภาพลวงตาหรือเปล่า แต่เขารู้สึกทันทีว่า แม้เย่ฝานจะสวมชุดนอน ก็ไม่สามารถปกปิดท่วงท่าของยอดคนผู้นี้ได้เลย
เย่ฝานเกาหัวที่มีผมเผ้ายุ่งเหยิง แล้วพูดว่า “ตื่นแล้ว แต่ว่าฉันปวดหัวมากเลย!”
“คุณชายเย่นายเป็อะไรไป! ทำไมถึงนอนนานขนาดนี้?” จางเซวียนเอ่ยถาม
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เมื่อวานตาเฒ่านั่นมอมเหล้าฉัน ฉันเลยดื่มเยอะไปหน่อย”
“ใครกันที่กล้ามอมเหล้านาย!”
“ตาของอวิ๋นซีไง ถึงแม้ร่างกายของตาเฒ่านั่นจะอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง แต่ว่าฉันก็ต้องไว้หน้าเขาหน่อย!” เย่ฝานพูดพร้อมส่ายหน้า
“อาจารย์เซี่ยวนั่นเอง สมควรแล้วที่ต้องให้เกียรติเขา” จางเซวียนกล่าว
หวังจิ่งสือขมวดคิ้วนึกในใจว่า ดูท่าทางเย่ฝานจะสนิทสนมกับไป๋อวิ๋นซีจริงๆ!
“เมื่อวานหลังจากที่ฉันดื่มจนเมาแล้ว เหมือนกับได้กินอะไรที่อร่อยมาก” เย่ฝานเอียงคอ กะพริบตาด้วยความสงสัยเป็อย่างมาก
“กินเต้าหู้เข้าไปหรือเปล่า[1]?” จางเซวียนถาม
“เต้าหู้เหรอ น่าไม่ใช่นะ ฉันเคยกินเต้าหู้ รสชาติก็ไม่เท่าไร ธรรมดาๆ” เย่ฝ่านพูดพร้อมส่ายหน้า
จางเซวียน “…” เต้าหู้ที่พูดถึงมันไม่ได้หมายถึงเต้าหู้ที่เอาไว้กินสักหน่อย! เย่ฝานเ้าคนปัญญาอ่อน!
…
เย่ฝานหันมามองจางซือเลี่ยงแล้วพูดว่า “รถกบสี่ตาของคุณเหมือนจะจอดไว้ข้างถนน เมื่อวานอวิ๋นซีน่าจะเป็คนส่งฉันกลับบ้าน ไว้วันหลังฉันจะเอารถไปคืนให้คุณนะ”
จางซือเลี่ยงหัวเราะด้วยความประหม่า แล้วพูดว่า “คุณชายเย่ รถคันนั้นจอดในที่ห้ามจอด โดนตำรวจยึดไปแล้ว แต่วันหลังผมไปรับรถที่สถานีตำรวจก็ได้แล้วครับ”
“จอดในที่ห้ามจอด? ฉันจอดในที่ห้ามจอดเหรอ?” เย่ฝานถาม
จางซือเลี่ยงพยักหน้าพร้อมตอบกลับไป “ใช่ครับ!”
เย่ฝานหัวเราะอย่างอายๆ แล้วพูดว่า “งั้นต้องขอโทษด้วยจริงๆ แต่จะโทษฉันคนเดียวก็ไม่ได้นะ ไอ้กฎจราจรอะไรเนี่ยมันเยอะเกินไปจริงๆ”
จางซือเลี่ยงพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว ใช่แล้วครับ กฎจราจรสมัยนี้มันค่อนข้างยุ่งยากจริงๆ”
“รอให้ฉันเหาะได้เมื่อไร ก็คงไม่ต้องใช้รถแล้วล่ะ” เย่ฝานเอ่ย
จางเซวียน “นายเหาะได้...”
เย่ฝานมองจางเซวียนแล้วอธิบายว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้ รอให้ฉันยอดคนผู้นี้บรรลุในวิชาทั้งปวงซะก่อน ตอนนั้นถึงจะเหาะได้”
จางเซวียน “…”
…
“คุณชายเย่ ที่คุณบอกว่าไม่ได้มีผีแค่ตนเดียวนั่นหมายถึงอะไรครับ?” หวังจิ่งสืออดไม่ได้ เขาจึงดึงบทสนทนาที่ออกนอกเื่ให้กลับมา
“ในค่ายกลสลับดวงชะตานั้นไม่ได้มีแค่ร่างของหยูอู่ที่ถูกฝังไว้ ยังมีร่างของคนอื่นๆ อีกด้วย น่าจะเป็ร่างของภรรยาและลูกชายของเขา” เย่ฝานกล่าว
หวังจิ่งสือมองเย่ฝานแล้วนึกในใจ ยอดคนก็คือยอดคน! พูดออกนอกเื่อยู่แท้ๆ พอกลับมาพูดเื่จริงจัง ก็สามารถอธิบายได้อย่างมั่นใจ ไม่เหมือนกับซินแสไม่เอาไหนคนนั้น พูดไปพูดมาก็หนีไม่พ้นหลอกขายของศักดิ์สิทธิ์
จางเซวียนเบิกตาโตขณะกล่าว “อยู่กันทั้งครอบครัวเลยเหรอ!”
เย่ฝานพยักหน้า “ถูกแล้ว ค่ายกลสลับดวงชะตานั้นสลับดวงชะตาของหญิงที่แต่งงานกับเขาและลูกชายด้วย ถ้าฉันเดาไม่ผิด อาจเป็เพราะภรรยาและลูกของเขาตายอย่างผิดปกติ อีกอย่างตอนนี้ผีตนนั้นคงจะหลอมรวมร่างของตนไว้กับค่ายกลแล้ว นั่นหมายความว่ามันสามารถดึงพลังของค่ายกลมาเป็พลังของตนเองได้”
จางเซวียนขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “อย่างนั้นคงจะจัดการไม่ง่ายแล้วล่ะ! ฉันคนเดียวน่าจะรับมือไม่ไหว”
“นายอายุยังน้อย ตอนนี้ค่อยๆ ศึกษาและฝึกฝนเพิ่มอีกหน่อยก็คงจะเก่งขึ้น” เย่ฝานกล่าวด้วยท่าทางเหมือนผู้ใหญ่สอนเด็ก
จางเซวียน “…” เย่ฝาน เ้าหมอนี่ อายุน้อยกว่าฉันแท้ๆ กล้าบอกว่าฉันยังเด็ก
“คุณชายเย่ คุณช่วยจัดการเื่นี้ได้ไหม?” จางซือเลี่ยงถาม
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่ง!”
จางซือเลี่ยงถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมครับ?”
เย่ฝานยักไหล่พลางตอบ “ผีตนนั้นร้ายกาจมาก! ถูกคนฆ่าตายแล้วยังใช้ค่ายกลสลับดวงชะตาสะกดเอาไว้อีก”
หวังจิ่งสือได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกอยากจะกระอักเืออกมาทันที ผีตนนั้นปราบได้ไม่ง่ายเลย เขาเองกว่าจะมาถึงวันนี้ก็ไม่ง่ายเช่นเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาของโครงการก่อสร้างนี้ เขาทุ่มเทจนเหนื่อยล้าทั้งใจและกาย หยูเหวินไอ้คนไร้มโนธรรม ทำร้ายน้องชายของตัวเอง แล้วยังจะทิ้งหายนะใหญ่ไว้อย่างนี้อีก!
“คุณชายเย่ ผมก็ลำบากมากเหมือนกันนะครับ!” หวังจิ่งสือพูดด้วยใบหน้าโศกเศร้า
เย่ฝานมองหวังจิ่งสือแล้วเอ่ยว่า “ดูไม่ออกเลย”
หวังจิ่งสือ “...คุณชายเย่ ผมผอมลงไปสิบกิโลเพราะกลุ้มใจกับเื่นี้”
“งั้นเหรอ คุณอ้วนเกินไปแล้ว ผอมลงสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” เย่ฝานพูด
หวังจิ่งสือ “…”
“ผีตนนั้นเกรงว่าจะเป็ผีร้าย มันจะผลักเด็กคนนั้นให้ตกตึกตาย คุณชายเย่ คุณไม่สงสารผม ไม่สงสารคนบริสุทธิ์ที่อาศัยอยู่ในตึกบ้างเหรอ?” หวังจิ่งสือพูดโอดครวญ
เย่ฝานส่ายหน้าก่อนตอบ “ผีที่จะผลักเด็กตกตึกเป็ผีเด็ก น่าจะเป็ลูกชายของหยูอู่ ผีน้อยตนนั้นแค่อยากเล่นกับเด็กชาย เขาอยากจะสั่งสอนเด็กชายที่เป็ฝาแฝดผู้พี่คนนั้นสักหน่อย ไม่ได้คิดจะเอาชีวิต คุณก็รู้ว่าตอนนี้การะโตึกเป็เกมที่นิยมเล่นกันในหมู่ภูตพี่”
หวังจิ่งสือ “…” เกม? เกมแบบนี้คนธรรมดามันเล่นได้ที่ไหนกันเล่า
…
รถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ที่ประตูทางเข้า ตำรวจหญิงผลักประตูเดินเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
เย่ฝานมองเฉินเข่อหลันแล้วถามว่า “ทำไมเธอถึงมาที่นี่ได้ ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ฉันไม่มีทางชอบเธอหรอก”
เฉินเข่อหลันกัดฟันกรอดพร้อมพูดว่า “วางใจเถอะ เพราะฉันไม่ได้ชอบนาย”
เย่ฝานยักไหล่ก่อนตอบว่า “งั้นก็ดี เธอมีเื่อะไร?”
“เมื่อวานตอนที่เด็กผู้ชายคนนั้นะโลงมาจากตึก ก็มีลมประหลาดพัดเข้ามา นายเป็คนทำเหรอ?” เฉินเข่อหลันถามพร้อมจ้องมองเย่ฝาน
เฉินเข่อหลันมาจากครอบครัวตำรวจ พ่อของหล่อนเคยเจอคดีที่เป็ปาฏิหาริย์น่าเหลือเชื่ออยู่ไม่น้อย เฉินเข่อหลันจึงไม่สงสัยเลยว่าโลกนี้มีสิ่งลี้ลับอยู่มากมาย
“เปล่านี่! ตอนนั้นบังเอิญมีลมพัดมาพอดี เป็โชคดีของเด็กคนนั้นมากกว่า” เย่ฝานตอบ
“หลังจากที่เด็กชายคนนั้นถูกช่วยลงมาแล้ว ก็พูดตลอดว่ามีผี!” เฉินเข่อหลันกล่าว
เย่ฝานกะพริบตา ทำหน้าเหมือนผู้บริสุทธิ์แล้วพูดว่า “เธอไปบอกกับคุณครูของเด็กนั่นหรือยัง ให้ครูพูดกับเขาว่าถ้ายังพูดเหลวไหลอีกจะให้การบ้านเพิ่มเป็สิบเท่า เด็กสมัยนี้กลัวคุณครูของเขาที่สุด”
เฉินเข่อหลัน “…”
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ฉันได้ยินมาว่านายเคยบอกกับคนอื่นว่าร่างกายของไป๋อวิ๋นซีมีความพิเศษบางอย่าง จึงมีผลในการดึงดูดภูตผีปีศาจให้เข้ามาหา เว้นแต่เขาหลับนอนกับนาย ไม่อย่างนั้นก็จะถูกภูตผีเล่นงานไปตลอด!” เฉินเข่อหลันเอ่ย
หวังจิ่งสือได้ยินคำพูดของเฉินเขอหลัน ก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง เย่ฝ่านเ้าหมอนี่ กล้าพูดอย่างนั้นจริงหรือ เขาพูดอย่างนั้นไปแล้ว ยังสามารถอาศัยอยู่ในเมืองหลวงอย่างปลอดภัยไร้กังวลได้อีก!
เย่ฝานทำปากมุ่ยด้วยความไม่พอใจ เขาตอบกลับไปว่า “เธอพูดเื่เหลวไหลอะไร! ฉันกับอวิ๋นซีเรารักกันด้วยความยินยอมพร้อมใจ ฉันไม่เคยใช้เื่ผีไปคุกคามเขาเลย...”
“นายจับผีเป็เหรอ?” เฉินเข่อหลันถาม
เย่ฝานพูดอย่างจริงจังว่า “ในฐานะเยาวชนยุคใหม่ที่กำเนิดท่ามกลางสายลมอันอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ เติบโตภายใต้ธงแดงที่โบกสะบัด ฉันรักในการดำรงอยู่ หลงใหลในวิทยาศาสตร์ คว่ำบาตรความคิดด้านไสยศาสตร์ เชื่อมั่นว่าบนโลกใบนี้ไม่มีผี! นี่เจ๊ ดูท่าทางเจ๊ก็เหมือนพวกปัญญาชน! ทำไมถึงงมงายแบบนี้ เจ๊พูดเื่ภูตผีปีศาจอย่างนี้ไม่ค่อยดีเลยนะ!”
จางเซวียน “…” นี่คือปณิธานของเย่ฝานหรือ
เฉินเข่อหลันใช้นิ้วชี้หน้าเย่ฝาน ก่อนพูดด้วยโทสะ “เย่ฝ่าน ใช่สิ นายแน่มากๆ... นายมันแน่มากจริงๆ!”
เย่ฝานพยักหน้า พลางพูดว่า “ฉันมันแน่อยู่แล้ว”
เฉินเข่อหลันเดินออกไปด้วยอาการเซ็งสุดขีด แล้วรีบขับรถจากไป
…………………………………………………………………………………………………………
[1] กินเต้าหู้ (吃豆腐) เป็คำสแลง หมายถึง แต๊ะอั๋งหรือลวนลาม
