ฉินหวยหยวนมีการติดต่อสื่อสารกับข้าราชสำนักจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์ของฉินหยีหนิงกับเขามีความใกล้เคียงกัน ดังนั้นไม่จำเป็ต้องพูดซ้ำๆ ย่อมสามารถเข้าใจความคิดของนางได้แล้ว คนเช่นนี้มีไม่มากนัก
เพราะนางเป็ลูกสาวของตนเอง ไม่ว่าจะเป็หน้าตาหรือความประพฤติที่คล้ายคลึงกัน สิ่งเ่าั้ย่อมไม่ต้องพูดถึง แต่นางยังมีความฉลาดเฉลียวมากอีกด้วย
ฉินหวยหยวนชื่นชอบ สีหน้าของเขาดูอบอุ่นขึ้นทันตายามเอ่ยว่า “เ้าช่างรู้ความยากลำบากของพ่อนะ”
ฉินหยีหนิงพูดอย่างจริงจัง “ท่านพ่อทำงานเป็ข้าราชสำนัก อยู่ภายใต้หวงช่างและทำได้ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เกรงว่าแม้แต่ตอนเข้านอนก็ยังต้องเปิดตาข้างหนึ่ง มันเป็งานที่หนักหนาทั้งสมองและจิตใจจริงๆ ท่านเป็หัวหน้าครอบครัว ถ้าท่านประมาท กลัวว่าครอบครัวของเราก็คงจะเป็เหมือนครอบครัวติ้งกั๋วกงเช่นกัน บางครั้งลูกคิดเื่เหล่านี้ ก็รู้สึกกังวล เกี่ยวกับการทำงานหนักและความกดดันของท่านพ่อ แต่น่าเสียดายที่ลูกเป็ลูกสาวและไม่สามารถแบ่งเบาภาระของท่านพ่อได้”
เมื่อเห็นนางที่เป็เพียงเด็กผู้หญิงอายุยังน้อยแต่กลับทำตัวเหมือนผู้สูงอายุ ฉินหวยหยวนก็รู้สึกว่าลูกสาวของเขาน่ารักอย่างมาก รวมถึงสิ่งที่นางพูดยังจับใจเขามากที่สุด ในบ้านหลังนี้อย่าว่าแต่ล่าวไท่จุน แม้แต่น้องชายอีกสองคน ทั้งสามคนนั้นต่างก็เห็นว่า เขาก็เป็เพียงูเาที่ไม่เคยล้มลงอย่างแน่นอน
บางครั้งสิ่งที่ผู้ชาย้า ไม่ใช่คนในครอบครัวสามารถช่วยเขาได้มากแค่ไหน แต่ขอเพียงคำนึงถึงความพยายามและความลำบากใจของเขา ซึ่งนั่นเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นได้แล้ว
การสนทนาได้รับการสรุปแล้ว ฉินหวยหยวนก็ได้เอ่ยขึ้นว่า “อีกสักพักเ้าไปหาท่านย่าของเ้า ถ้าท่านย่าของเ้าถามอะไร เ้าก็ตอบเอาตัวรอดด้วยก็แล้วกันนะ”
ฉินหยีหนิงรู้ว่าฉินหวยหยวนกลัวว่านางจะโต้เถียงกระแทกกระทั้นกับล่าวไท่จุน
“เ้าค่ะ ลูกเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
ฉินหวยหยวนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและเอ่ยว่า “ตอนนี้เ้ากลับไปเถิดและเกลี้ยกล่อมท่านแม่ของเ้าด้วยนะ ใจของนางต้องเศร้าโศกเสียใจเป็แน่”
ฉินหยีหนิงตอบรับ ทันทีที่นางลุกขึ้นยืนคำนับเพื่อแสดงความเคารพ เสียงของฉี่ไท่กลับดังแทรกมาจากด้านนอก “ล่าวแหย่ คนจากวังหลวงมาที่นี่ บอกว่าฮ่องเต้ขอให้ท่านเข้าเฝ้า ให้ล่าวแหย่รีบเข้าไปที่วังโดยเร็วด้วยขอรับ”
ฉินหวยหยวนตอบรับเบาๆ “เข้าใจแล้ว”
หัวใจของฉินหยีหนิงเย็นะเื “ท่านพ่อ เื่ของจ้าวหยุนซือ...”
“ในฐานะที่เป็พ่อ ย่อมมีวิธีรับมือ เ้าไปเถิด”
“ฮ่องเต้จะไม่ลงโทษท่านใช่หรือไม่?” ฉินหยีหนิงเป็ห่วงอย่างมาก ถ้าสิ่งที่นางมีทั้งหมดจะทำร้ายครอบครัว นางจะไม่เอาเด็ดขาด
ฉินหวยหยวนพยักหน้าพร้อมกดที่หน้าผากของฉินหยีหนิง “เป็เด็กเป็เล็ก ก็ทำเื่ที่เด็กๆ เขาทำกัน อายุยังน้อยเ้าไม่ต้องกังวลเช่นนี้ ไปหาท่านย่าของเ้าเถิด”
น้ำเสียงที่แสดงถึงความรักนี้ ฉินหยีหนิงไม่ค่อยได้รับจากผู้าุโ ยามนั้นใบหน้าของนางจึงเปลี่ยนเป็สีแดง ดวงตาเหมือนมีม่านหมอกบางหลุบลงคล้ายกับจันทร์เสี้ยว นางคำนับอำลาฉินหวยหยวนอย่างเชื่อฟัง ก่อนถอยกลับไป
ครั้นคล้อยหลังฉินหยีหนิงแล้ว ฉินหวยหยวนก็สั่งให้ฉี่ไท่เตรียมรถม้า
ฟากฝั่งฉินหยีหนิงก็กลับไปถึงเรือนสื่อเซี่ยวอย่างรวดเร็ว นางก้าวเท้ายังไม่ทันถึงประตูหน้า นางเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กนั่งยองๆ อยู่ห่างจากบันได เมื่อนางเข้ามา เด็กคนนั้นก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปด้านใน
นางรู้สึกแปลกๆ จนลดระยะสาวเท้าลงเล็กน้อย ทว่าแค่เพียงเหยียบขึ้นขั้นบันได สายตาพลางเห็นแม่นมฉินก้าวเท้าออกมาอย่างเร่งรีบ ทั้งยังถือโคมไฟมาด้วย
ครั้นเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจน ฉินหยีหนิงได้เอ่ยถามอย่างไพเราะว่า “แม่นมฉิน ล่าวไท่จุนมีคำสั่งอะไรหรือ?”
แม่นมฉินย่อเข่าคำนับและฉินหยีหนิงก็คำนับคืน
คู่สนทนาลดเสียงลงยามที่เดินอยู่ข้างกัน “ล่าวไท่จุนร่างกายไม่ค่อยสบายนัก ตอนนี้เพิ่งทานยา นางกำลังมีอารมณ์บูดบึ้งอยู่ วันนี้เื่ราวของครอบครัวติ้งกั๋วกงแพร่กระจายออกไปทั่วแล้ว ล่าวไท่จุนกังวลมากถึงได้ตักเตือนฮูหยินไปสองสามประโยค ฮูหยินอาจจะอารมณ์ไม่ดีจึงได้โต้เถียงล่าวไท่จุน เป็ผลให้ล่าวไท่จุนยิ่งโกรธเคือง สั่งให้คนพาฮูหยินไปที่ศาลบรรพบุรุษเพื่อคิดทบทวน อีกสักครู่คุณหนูไปหาล่าวไท่จุนแล้ว จะต้องระมัดระวังตัวด้วยนะเ้าคะ”
ฉินหยีหนิงค่อนข้างประหลาดใจ
นางไม่แปลกใจที่ซุนซื่อก่อเื่อีกเช่นเคย แต่ที่น่าประหลาดก็คือนึกไม่ถึงว่าล่าวไท่จุนจะเลือกปฏิบัติถึงขั้นนี้
ล่าวไท่จุนไม่ชื่นชอบซุนซื่อ ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในวันสองวัน ่ก่อนหน้านางอดทนมาโดยตลอด แต่นึกไม่ถึงว่าตอนนี้แม้แต่วันเดียวนางก็ทนไม่ได้
“ขอบพระคุณแม่นมฉิน ข้ารับทราบแล้ว แม้ว่าท่านแม่จะหุนหันพลันแล่น แต่หัวใจของนางก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรและเมื่อเื่แบบนี้เกิดขึ้น คงไม่มีใครสามารถสงบจิตใจได้เ้าค่ะ การพูดการจาจะกระทบกระทั่งล่าวไท่จุนก็ยังเป็ไปได้ ล่าวไท่จุนก็ทุ่มหัวใจเพื่อตระกูลของพวกเราทั้งตระกูล เฮ้อ...ลำบากล่าวไท่จุนแล้ว”
แม่นมฉินได้ยินเสียงแห่งความไพเราะและสง่างาม พลอยให้ต้องยกยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “ข้าก็พูดเช่นนี้กับล่าวไท่จุนเหมือนกันเ้าค่ะ”
“มีแม่นมฉินอยู่ข้างๆ ล่าวไท่จุน ยังรับมือได้ดีกว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆ อย่างพวกเราเสียอีก พวกเราเจอเื่ไม่ดีเกิดขึ้นต่างก็ตื่นตระหนกแล้ว...”
คำพูดนอบน้อมถ่อมตนดังกล่าวได้ผลกับแม่นมฉินเป็อย่างมาก นางพาฉินหยีหนิงเข้ามาที่ประตูแล้วเดินผ่านห้องโถง พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าที่มีมาตลอดทาง แม้กระทั่งคางของนางก็อดไม่ได้ที่ยกขึ้นด้วย
ฉินหยีหนิงกำจัดความโศกเศร้าภายในหัวใจซึ่งตื่นตระหนก จากนั้นฝืนยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้า
ผู้สูงอายุเชื่อในโชคลาง แต่เดิมนางก็กลัวว่าครอบครัวฉินจะถูกครอบครัวติ้งกั๋วกงทำให้ลำบากด้วย ถ้านางร้องไห้เศร้าโศกเสียใจอีก จะพูดอะไรได้?
“ล่าวไท่จุน” เข้าประตูแล้ว ฉินหยีหนิงเดินผ่านไม้กั้นแกะสลักเข้าไปยังห้องด้านใน จากนั้นจึงคำนับอย่างสง่างาม
ล่าวไท่จุนถือหม้อยาเส้นทองเหลืองไว้ในมือ นางขมวดคิ้วฉับเมื่อเห็นฉินหยีหนิงพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ทำไมเ้าถึงได้กลับมาช้าเล่า? เ้าไปไหนมา? เ้าอย่าไปเรียนรู้จากท่านแม่ของเ้าเลย ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจนว่าอันไหนภายนอก อันไหนคือภายใน แม้ว่าครอบครัวข้างนอกของเ้าจะดีกับเ้า ให้เงินและกิจการให้เ้าอีก แต่ในตัวของเ้าก็ยังมีเืตระกูลฉินอยู่นะ เ้าเป็คนของตระกูลฉิน
อย่าคิดว่าเ้าได้รับมรดกจากครอบครัวข้างนอกแล้ว ก็จะสามารถทำอะไรได้ สิ่งนั้นเป็เพียงแค่ขนเล็กน้อยของพวกเขาก็เท่านั้น เ้าเป็เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีผมยาวและประสบการณ์ยังน้อยอยู่ เ้าจะรู้อะไร กว่าจะซาบซึ้งจนเป็เช่นนี้แล้ว เ้าก็ไม่กลัวว่าจะทำความเดือดร้อนให้ตนเอง จนนำปัญหามาให้บ้านของเราหรือ!”
วิจารณ์เป็ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ในเมืองเช่นนี้ ทำให้ใจของฉินหยีหนิงรู้สึกวิตกกังวล
แม้ว่าจ้าวหยุนซือจะเป็เพียงแค่ขนเล็กๆ ของตระกูลซุน หรือว่าสำหรับตระกูลฉินนั้นไม่ใช่? ทำไมไม่เห็นล่าวไท่จุนยินดีจะให้นางเล่า?
แต่ฉินหยีหนิงรู้ว่า อุปนิสัยของล่าวไท่จุนเป็เช่นนั้น ท้ายที่สุดแล้วคนผู้นั้นก็เป็ย่า หรือว่านางสามารถฆ่าอีกฝ่ายได้?
“ล่าวไท่จุนสั่งสอนนั้นถูก หลานกลับมาก่อนนี้แล้ว เพียงแต่ว่าท่านพ่อเรียกข้าไปพบที่ห้องหนังสือข้างนอกบ้าน พูดคุยเป็เวลานาน ทำให้กลับมาสาย ทำให้ข้ามาหาท่านไม่ทันเวลาเ้าค่ะ” ฉินหยีหนิงยอมรับว่านางผิด
นึกไม่ถึงว่านางจะดุคนผิด?!
ล่าวไท่จุนมีความโกรธอยู่เต็มท้อง แต่กลับเจอตะปูอ่อนนุ่มเช่นนี้ ก็มีความรู้สึกอายอยู่หลายส่วน
ฉินหยีหนิงจะรอให้ผู้สูงอายุยอมอ่อนข้อเสียที่ไหน? ทำเช่นนั้นไม่ใช่การรอให้คนเกลียดหรอกหรือ?
ดังนั้นนางจึงยื่นบันไดอีกครั้งทันที “ทำให้ท่านย่าต้องกังวลแล้ว เป็เพราะหลานสาวผิดเอง วันนี้เื่ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจวนติ้งกั๋วกงไม่ต้องพูดถึง หนังสือประกาศจากต้าโจวก็เต็มไปหมดทุกที่ อีกทั้งยังมีเื่ที่ฉาวกั๋วจ้างฆ่าคนบนถนนอีก ตอนนี้ข้างนอกอยู่ในความสับสนวุ่นวายไปหมด หลานไม่ควรกลับมาช้า เพียงแต่ว่ามีเื่เร่งด่วนทางกิจการและได้ไปหาหัวหน้าจงเพื่อสอบถามเื่บัญชีอีกด้วย ทำให้กลับมาช้า ขอล่าวไท่จุนได้โปรดยกโทษให้ด้วยเ้าค่ะ”
ล่าวไท่จุนรู้สึกว่าเื่ก็ผ่านไปแล้ว ที่สำคัญใจของนางรู้สึกดีมากแล้ว “อืม รู้ผิดแล้ว ก็ดีแล้ว เ้าลุกขึ้นมาคุยเถิด”
นางลืมคำดุด่าที่เตรียมไว้ทั้งหมดโดยไม่รู้ตัว
ฉินหยีหนิงยืนขึ้นด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนำไม้นวดมานวดขาของล่าวไท่จุน ถามเฉพาะเื่อาหารเย็น อร่อยหรือไม่ ไม่มีความหมายของคำพูดที่จะอ้อนวอนเื่ของซุนซื่อเลย
ล่าวไท่จุนเห็นแล้ว ส่งผลให้หัวใจของนางรู้สึกอบอุ่นมากยิ่งขึ้น
ในจังหวะนั้น บ่าวจี๋เสียงซึ่งอยู่ข้างนอกก็วิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ ใบหน้าของนางซีดเซียวยามแจ้งว่า “ล่าวไท่จุน! ข้างนอกเกิดเื่ขึ้นแล้ว!”
“มีอะไรเหรอ? ตื่นตระหนกเช่นนี้ระวังจะทำให้ล่าวไท่จุนใ” แม่นมฉินตำหนิ
จี๋เสียงมองฉินหยีหนิง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความซับซ้อนและความเห็นอกเห็นใจ นางคุกเข่าลงพลางพูดว่า “ล่าวไท่จุน ผู้ชายตระกูลซุนเพิ่งถูกลากออกมาและถูกตัดหัวไปหมดแล้ว! รวมถึงคุณชายน้อยอายุห้าขวบด้วย!”
ล่าวไท่จุนใจนเผลอปล่อยหม้อยาเส้นในมือร่วงลงพื้น เถ้าถ่านของยาเส้นกระจัดกระจายไปทั่ว
“เ้าว่าอย่างไรนะ! ไม่ใช่ว่าจะตัดหัวอีกสามวันหรือ”
จี๋เสียงเอ่ยขึ้น “เมื่อสักครู่นี้ฉี่ไท่คนเคียงข้างล่าวแหย่มารายงาน บอกว่า คืนนี้ล่าวแหย่ถูกฮ่องเต้เรียกเข้าเฝ้าเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญ เหตุผลที่ครอบครัวซุนถูกปะาก่อนนั้น เป็เพราะว่า... เพราะว่าต้าโจว ไม่ได้สมองของหลานชายคนโตของติ้งกั๋วกง ด้วยความโกรธแค้น จึงสั่งคนให้สังหารเชลยสองหมื่นคน หวงช่างโกรธมาก จนเขาไม่สามารถรออีกสามวันได้แล้ว จึงมีคำสั่งให้ปะาผู้ชายตระกูลซุน ตอนนี้ศพถูกทิ้งไว้นอกประตู บนพื้นเต็มไปด้วยเืและให้ใครดุด่าก็ได้...”
