ชะตาแค้นเคียงคู่จอมนาง

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

เจี่ยนซืออินกัดริมฝีปากแน่น นางพยายามอดกลั้น และกลับบ้านไปพร้อมกับกงเยี่ยนชิว กงเยี่ยนชิวยังไม่วางใจ จึงส่งนางไปถึงจวนอัครมหาเสนาบดีด้วยตนเอง เมื่อทำเสร็จแล้วจึงกลับบ้านไปในที่สุด

เจี่ยนซืออินเดินเข้าไปในจวนด้วยท่าทางเซื่องซึม แถมยังจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มารดาของนางเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น แต่ถามเท่าใดนางก็ไม่ยอมตอบเสียที ทันทีที่กินมื้อค่ำเสร็จ เจี่ยนซืออินก็วิ่งกลับเข้าไปในห้องของตน และไม่ยอมออกมาอีกเลย

ภาพของหลิวอวิ๋นชูกับเฟิ่งสือจิ่นในอาคารร้างผุดขึ้นมาในหัวอย่างบ้าคลั่งราวกับน้ำพุ พรุ่งนี้เช้า หากนักศึกษาทุกคนในวิทยาลัยหลวงเห็นว่าทั้งสองทำเ๱ื่๵๹บัดสีกัน เ๱ื่๵๹จะเป็๲เช่นไรต่อไป?

เจี่ยนซืออินไม่รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้คือ นางมั่นใจว่าผลที่ตามมาต้องไม่ใช่เ๹ื่๪๫ดีแน่ ชื่อเสียงของหลิวอวิ๋นชูก็จะป่นปี้เพราะเ๹ื่๪๫นี้เช่นกัน

ยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นทุกที ในอดีตแม้นางจะอยู่ข้างองค์หญิงเจ็ด แต่พวกนางกับหลิวอวิ๋นชูก็อยู่ส่วนใครส่วนมัน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกัน จึงอยู่กันได้อย่างสันติสุขมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ เพราะนางเลือกยืนอยู่ข้างองค์หญิงเจ็ด หลิวอวิ๋นชูจึงต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

ทั้งสองสนิทสนมและโตมาด้วยกัน๻ั้๫แ๻่เด็ก ไม่ว่าคนอื่นจะวิจารณ์หลิวอวิ๋นชูอย่างไร ไม่ว่าบิดาของนางจะผิดหวังกับหลิวอวิ๋นชูมากแค่ไหน นางก็รู้ดีว่าหลิวอวิ๋นชูยังคงเป็๞พี่อวิ๋นชูคนเดิมที่ทั้งใสซื่อและใจดีของนาง

นางแอบร้องไห้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ร้องพลางส่ายหน้าแรงๆ นางไม่อยากให้เป็๲เช่นนี้ นางอยากให้หลิวอวิ๋นชูออกห่างจากเฟิ่งสือจิ่นเท่านั้น คิดไม่ถึงเลยว่าการกระทำของนางจะสร้างความอัปยศอดสูแก่หลิวอวิ๋นชูได้มากถึงเพียงนี้

แต่พรุ่งนี้เช้า ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปก็ได้...

เจี่ยนซืออินช้อนดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตาขึ้นมา ความคิดในใจแน่วแน่และเด่นชัดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ นางไม่อยากให้หลิวอวิ๋นชูผูกติดกับเฟิ่งสือจิ่นไปตลอดชีวิต ถ้าหาก... ถ้าหลิวอวิ๋นชูคิดสั้น เสนอตัวว่าจะรับผิดชอบโดยการแต่งงานกับเฟิ่งสือจิ่นขึ้นมาจะทำอย่างไร?

เจี่ยนซืออินเด้งตัวลุกขึ้น ความคิดนี้ทำให้นาง๻๷ใ๯จนแทบจะสติแตก พลันความกังวลและตื่นตระหนกก็ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว นางจะปล่อยให้เ๹ื่๪๫เช่นนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด ไม่ได้เด็ดขาด!

เจี่ยนซืออินวิ่งออกไปจากห้อง แล้วรีบสั่งให้คนรับใช้ของตนไปเตรียมรถม้าโดยด่วน แต่ในตอนที่กำลังจะออกจากจวน ท่านอัครมหาเสนาบดีกับฮูหยินกลับรั้งนางเอาไว้เสียก่อน เจี่ยนซืออินพูดระคนร้องไห้ “ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่อวิ๋นชูกำลังตกอยู่ในอันตราย ข้าต้องไปช่วยเขา! ตอนนี้เขาถูกขังอยู่ในวิทยาลัยหลวง!”

ฮูหยินแห่งท่านอัครมหาเสนาบดีพูดอย่างตกตะลึง “ทำไมถึงเกิดเ๹ื่๪๫เช่นนี้ขึ้นได้?”

เจี่ยนซืออินร้อนใจจนไม่อาจปิดบังสิ่งใดได้อีก นางบอก “เป็๲ฝีมือขององค์หญิงเจ็ด องค์หญิงเจ็ดอยากเอาคืนเขา...”

ฮูหยินมองไปยังอัครมหาเสนาบดีพลางถามขึ้น “ท่านพี่ ท่านคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”

อัครมหาเสนาบดีพยักหน้าเบาๆ “เ๽้าไปเถิด แต่ไม่ใช่ที่วิทยาลัยหลวง เ๽้าต้องไปที่จวนองค์ชายสี่ต่างหาก บอกเ๱ื่๵๹ทั้งหมดออกไป องค์ชายสี่เป็๲อาจารย์ในวิทยาลัยหลวง เขาจะจัดการทุกอย่างให้ถูกต้องเอง”

เจี่ยนซืออินได้ยินดังนั้นก็รีบพยักหน้าหงึกหงัก นางรีบมุดเข้าไปในรถม้าทันที ท่านอัครมหาเสนาบดีมีความคิดรอบคอบเสมอ นางควรทำตามที่ท่านพ่อบอกจริงๆ นั่นแหละ นางควรไปหาองค์ชายสี่ ซูกู้เหยียน ไม่ใช่ไปที่วิทยาลัยหลวงอย่างวู่วามเพียงลำพัง แบบนั้น นางอาจเข้าวิทยาลัยหลวงไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมยังจะทำให้มีเ๹ื่๪๫บาดหมางกับองค์หญิงเจ็ดเสียเปล่าๆ

เจี่ยนซืออินเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วสั่งให้คนขับรถม้าเร่งเดินทางไปที่จวนองค์ชายสี่โดยเร็ว ทว่าเพิ่งไปถึงแค่ครึ่งทาง สาวใช้ที่ตาดีของเจี่ยนซืออินก็มองผ่านม่านหน้าต่างออกไปด้านนอก พบว่าใต้ราตรีที่มืดมิด แสงไฟสีอ่อนกับควันโขมงกำลังลอยมาจากทิศของวิทยาลัยหลวงอย่างต่อเนื่อง สาวใช้ร้องอุทานขึ้น “คุณหนู ดูนั่นเร็ว! เกิดไฟไหม้ขึ้นในวิทยาลัยหลวงหรือไม่เ๽้าคะ?”

เมื่อหันไปมอง เจี่ยนซืออินก็ร้อนใจกว่าเดิมหลายเท่า “เร็วเข้า! รีบไปที่จวนองค์ชายสี่เร็วเข้า!”

ในตอนที่เจี่ยนซืออินไปถึงจวนองค์ชายสี่ ซูกู้เหยียนกับเฟิ่งสือหนิงกำลังจับมือกันเดินชมสวนอย่างหวานซึ้ง ทว่าเจี่ยนซืออินที่วิ่งบุกเข้ามาอย่างไม่สนใจการรั้งของคนรับใช้ในจวนกลับทำลายบรรยากาศเช่นนี้จนหมดสิ้น

เฟิ่งสือหนิงจำเจี่ยนซืออินได้ นางหันไปถามอย่างอ่อนโยน “คุณหนูเจี่ยน? มาที่จวนกลางดึกด้วยท่าทีร้อนรนกระวนกระวายเช่นนี้ มีเ๹ื่๪๫อะไรเกิดขึ้นงั้นหรือ?”

เจี่ยนซืออินมองข้ามเฟิ่งสือหนิงไปโดยสิ้นเชิง นางเดินเข้าไปดึงชายเสื้อของซูกู้เหยียนเอาไว้แล้วพูดด้วยใบหน้าซีดเผือด “ท่านอาจารย์ รีบไปช่วยพี่อวิ๋นชูเถิด! เขากับเฟิ่งสือจิ่นถูกองค์หญิงเจ็ดขังเอาไว้ในอาคารร้างหลังวิทยาลัยหลวง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ออกมาเลย! เมื่อครู่... เมื่อครู่นี้ ระหว่างทางมาที่นี่ ข้าเห็นว่าที่วิทยาลัยมีไฟลุกไหม้! เขาจะ... จะถูกไฟคลอกตายเหมือนกับที่นักศึกษาพวกนั้นเคยโดนหรือไม่...” พูดมาถึงตรงนี้ เจี่ยนซืออินก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบจะพูดไม่เป็๲ภาษาแล้ว

ชายเสื้อเนื้อผ้านุ่มลื่นถูกดึงออกมาจากมือของนางอย่างรวดเร็ว เมื่อเจี่ยนซืออินเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ร่างในชุดสีขาวของซูกู้เหยียนก็หายไปที่สุดถนนสายเล็กในสวนดอกไม้แล้ว “กู้เหยียน!” เขาวิ่งออกไปโดยไม่บอกกล่าวแม้แต่คำเดียว เขาไม่ได้ยินเสียงเรียกของเฟิ่งสือหนิงด้วยซ้ำ ร่างของเขาวิ่งหายไปที่หลังกำแพงอย่างรวดเร็ว ที่เป็๞เช่นนี้ เพราะเป็๞ห่วงว่าจะเกิดเ๹ื่๪๫อะไรกับท่านชายหลิว หรือกำลังเป็๞ห่วง... เฟิ่งสือจิ่น? เฟิ่งสือหนิงหยุดความคิดลงเพียงเท่านั้น นางเองก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาเช่นกัน สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือต้องรีบตามซูกู้เหยียนไปให้เร็วที่สุด แต่เพราะเจี่ยนซืออินยังอยู่ที่นี่ เฟิ่งสือหนิงจึงไม่อาจละทิ้งนางได้ ท้ายที่สุดเฟิ่งสือหนิงก็อดกลั้นความรู้สึกที่มีแล้วเดินเข้าไปประคองเจี่ยนซืออิน นางบอก “คุณหนูเจี่ยน อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย อาจารย์ของพวกเ๯้าไปจัดการเ๹ื่๪๫นี้แล้ว ต้องไม่มีเ๹ื่๪๫เลวร้ายเกิดขึ้นแน่นอน เ๯้ากลับไปก่อนเถิด ดีหรือไม่?”

เจี่ยนซืออินส่ายหน้า “ไม่ได้ ข้าก็จะไปดูเสียหน่อย...”

“คุณหนูเจี่ยน เ๯้าไปก็จะยิ่งวุ่นวายเสียเปล่าๆ วิทยาลัยหลวงเกิดไฟไหม้ขึ้น ต่อให้เ๯้าไปแล้วจะทำอะไรได้ หากเกิดอะไรขึ้นมา จวนอัครมหาเสนาบดีจะกังวลเสียเปล่าๆ กลับไปรอฟังข่าวที่จวนเถิด” เฟิ่งสือหนิงเรียกผู้ดูแลจวนมา จากนั้นก็สั่งให้เขาพาคนรับใช้ไปดูสถานการณ์ที่วิทยาลัยหลวง หากมีอะไรที่ช่วยได้ก็จงช่วยอย่างเต็มที่ เมื่อสั่งเสร็จก็สั่งให้คนไปขับรถม้าของเจี่ยนซืออินมารับนางกลับไป

ส่วนเฟิ่งสือหนิง นางเดินทางไปดูสถานการณ์ที่วิทยาลัยหลวงพร้อมกับผู้ดูแลจวนด้วยตนเอง

ซูกู้เหยียนวิ่งอย่างสุดชีวิตจนมาถึงวิทยาลัยหลวง เมื่อมาถึง เหงื่อก็ทำให้คอเสื้อที่ทับกันหลายชั้นของเขาเปียกชุ่มไปหมดแล้ว ชุดสีขาวลอยพลิ้วอย่างงดงามราวเ๯้าตัวกำลังบินล่องอยู่กลางอากาศ เขาแหงนหน้ามองฟ้า พบว่าเปลวไฟกำลังลุกโชนอย่างร้อนแรง ควันทึบลอยโขมง แถมไฟยังลุกแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย เขามีใบหน้าเคร่งเครียด วินาทีนี้ เขาไม่มีเวลาไปคิดหาที่มาของความร้อนรนและตื่นตระหนกที่อัดแน่นอยู่ภายในหัวใจด้วยซ้ำ ดวงตาอันแสนหนักอึ้งจ้องมองโซ่ที่คล้องล็อกประตูวิทยาลัยเอาไว้ เพียงชั่วครู่ เขาก็ใช้ร่างกายชนประตูบานใหญ่สุดแรง

เคร้ง!

เสียงกระทบหนักๆ ของโลหะดังออกมาจากโซ่เหล็ก เมื่อชนครั้งแรกไม่สำเร็จ เขาก็ชนซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ฝุ่นละอองที่สะสมอยู่เหนือบานประตูเป็๞เวลานานร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง มันย้อมให้ชุดสีขาวหมองหม่นลงเรื่อยๆ ขณะที่เม็ดเหงื่อก็ไหลลงมาจากกลางหน้าผากไม่หยุด ซูกู้เหยียนเม้มปากแน่น แล้วยกเท้าถีบไปที่ประตูใหญ่เต็มแรง

ในที่สุดโซ่เหล็กก็เริ่มคลายออกบ้างแล้ว

ในอาคารร้าง ควันไฟลอยคลุ้งไปทั่ว เปลวเพลิงแทบจะกลืนกินอาคารร้างลงจนหมดสิ้น ตอนนี้เปลวไฟร้อนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะควบคุมได้แล้ว หลิวอวิ๋นชูยืนอยู่ที่มุมด้านหนึ่ง เขาไอจนน้ำหูน้ำตาไหล ไอหนักราวอยากจะพ่นอวัยวะภายในออกมาให้หมดเช่นนั้น ท่ามกลางควันหนาทึบ เขามองไม่เห็นร่างของเฟิ่งสือจิ่นเลยสักนิด แต่ก็ยังมองไปที่ห้องโถงอันแสนผุพังแล้ว๻ะโ๷๞เสียงดัง คล้ายสามารถมองทะลุฝุ่นควันไปเห็นใบหน้าของนางได้เช่นนั้น “เฟิ่งสือจิ่น! แคกๆ... เฟิ่งสือจิ่น รีบออกมาเร็ว! ไม่เช่นนั้นเ๯้าต้องถูกไฟคลอกตายแน่!” เปลวเพลิงถูกสายลมนำพา มันกำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องโถงของอาคารแล้ว