ณ บ้านตระกูลไป๋
“นักพรตสวี คุณชายมู่ล่ะครับ?” ไป๋ซื่อหยวนเถาม
สวีหยวนชิงขมวดคิ้วเป็ปม แล้วตอบว่า “เขาไปหาคุณชายเย่แล้วล่ะ”
ไป๋ซื่อหยวนพูดด้วยความคาดไม่ถึง “เขาไปหาเย่ฝาน แล้วไปหาเย่ฝานทำไมหรือครับ?”
“เขาได้ดูคลิปวิดีโอของเย่ฝาน ก็เลยกลายเป็แฟนคลับของเย่ฝานไปแล้ว”
ไป๋ซื่อหยวนแทบพ่นน้ำชาออกมา “คุณชายมู่กลายเป็แฟนคลับของเย่ฝาน?”
สวีหยวนชิงพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว”
ระหว่างตระกูลผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณมีการแข่งขันอย่างดุเดือด หลายปีมานี้ตระกูลมู่เองก็ไม่ปรากฏคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่น เหตุผลที่มู่เหลียนผิงเสี่ยงชีวิตกินผลอัคคีวิเศษเข้าไป เพราะว่าเขาถูกดูแคลนจากหยางเหลิงเสวี่ย หญิงผู้เป็คู่หมั้นว่าเขาอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถรับมือกับวรยุทธ์สิบสองกระบวนท่าของหล่อนได้
หยางเหลิงเสวี่ยเกิดในตระกูลหยาง ซึ่งเป็หนึ่งในสี่ตระกูลวิทยายุทธ์โบราณที่ยิ่งใหญ่ หล่อนเป็บุคลิกเ็า รูปร่างหน้าตาไม่มีที่ติ อายุยังน้อย แต่ระดับวรยุทธ์ฝึกฝนจนถึงขั้นที่สูงส่ง ได้ยินว่าผู้าุโในตระกูลหยางเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหล่อน
หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้หยางเหลิงเสวี่ยบุกเข้าไปในบ้านตระกูลมู่ และบังคับให้มู่เหลียนผิงออกไปประลองฝีมือกับหล่อน หล่อนประกาศเชิงข่มขู่ว่าหากมู่เหลียนผิงไม่สามารถรับมือกระบวนยุทธ์สิบสองกระบวนท่าได้ เขาก็เปรียบเหมือนของที่ไร้ประโยชน์ ไม่มีคุณสมบัติเป็คู่กับหล่อน หลังจากประลองฝีมือกันไปแล้ว มู่เหลียนผิงก็แพ้ราบคาบ
บ้านตระกูลมู่มีวิธีพิเศษในการตรวจสอบว่า ลูกหลานคนใดบ้างที่ไม่เหมาะสมจะกินผลอัคคีวิเศษ มู่เหลียนผิงตรวจสอบแล้ว ผลออกมาคือเขาไม่มีคุณสมบัติ ทว่าเขายังเชื่อว่าบางทีการตรวจสอบอาจเกิดข้อผิดพลาด ดังนั้นหลังจากที่พ่ายแพ้ให้หยางเหลิงเสวี่ย มู่เหลียนผิงจึงเสี่ยงชีวิตกินผลอัคคีวิเศษ แต่น่าเสียดายที่ล้มเหลว!
เมื่อนึกถึงสิ่งเหลวร้ายที่หลานชายได้พบเจอ สวีหยวนชิงก็โมโหไม่น้อย แต่ก็จนใจเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร หยางเหลิงเสวี่ยอยากถอนหมั้นก็มาบอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องหยามเกียรติกันแบบนี้
“ฉันได้ดูคลิปวิดีโอที่เย่ฝานะโตึก ไม่รู้ว่าเป็เื่จริงหรือเปล่า” สวีหยวนชิงเอ่ยถาม
ไป๋ซื่อหยวนพยักหน้าแล้วตอบว่า “นั่นเป็เื่จริง”
“ทำไมเขาต้องทำอย่างนั้น? เขาฝึกวรยุทธ์หรือ?” สวีหยวนชิงถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เพราะมีผีเด็กตนหนึ่งชอบเล่นะโตึก เย่ฝานจะเกลี้ยกล่อมให้ผีน้อยยอมไปเกิด ก็เลยต้องเล่นเป็เพื่อนเขา” ไป๋ซื่อหยวนเล่า
“เย่ฝานะโลงมาจากตึกสูงขนาดนั้น แต่ไม่เป็อะไรเลย ความสามารถของเขาคงสูงส่งมากทีเดียว!” สวีหยวนชิงเอ่ย
ไป๋ซื่อหยวนพยักหน้าแล้วพูดว่า “ความสามารถของเขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ครั้งก่อนเย่ฝานได้สังหารนักรบยอดมนุษย์จากต่างประเทศ แล้วก่อนหน้านั้นทีมมือสังหารตำหนักยมทูตที่มีชื่อเสียงระดับโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะยมทูตตะวันตกซึ่งเป็หนึ่งในผู้นำถูกฆ่าตาย เื่นี้ก็เป็ฝีมือของเย่ฝานเช่นกัน”
สวีหยวนชิงตกตะลึงจนตาค้าง “เขาเก่งขนาดนั้นเลยหรือนี่”
เื่ของยมทูตตะวันตกแห่งตำหนักยมทูต เขาก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน ระดับวรยุทธ์ของคนผู้นั้นน่าจะใกล้เคียงกับท่านผู้าุโในตระกูลมู่ แต่คนผู้นั้นกลับถูกเย่ฝานสังหาร เย่ฝานเพิ่งจะอายุเท่าไรเชียว!
ไป๋ซื่อหยวนพยักหน้า “เกี่ยวกับวิทยายุทธ์โบราณนั้น ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ดูเหมือนจะยอดเยี่ยมมาก”
ซ่งผิ่นหยวนแห่งตระกูลซ่งก็ถูกเย่ฝานจัดการอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้บ้านตระกูลซ่งจึงตกอยู่ในสภาวะคับขันไม่น้อย
ถึงแม้บ้านตระกูลไป๋จะประกอบธุรกิจใหญ่โต แต่ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณล้วนอยู่บนวิถีเหนือกฎหมาย หากเย่ฝานคิดจะบังคับขู่เข็ญเื่แต่งงานจริงๆ ไป๋ซื่อหยวนเกรงว่าพวกเขาก็คงจะจนปัญญาเหมือนกัน
ไป๋ซื่อหยวนพยักหน้า “ความประพฤติของเย่ฝานก็ถือว่าใช้ได้ ความสามารถก็ไม่เลว ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีข้อเสียอะไรมากเป็พิเศษ แต่ติดที่เขาชอบกวนประสาทคนอื่น”
สวีหยวนชิง “…”
……..............................................................................................
ในคฤหาสน์ของเย่ฝาน
จางเซวียนมองมู่เหลียนผิงแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “คุณชายมู่ ทำไมถึงยังไม่กลับล่ะ!”
มู่เหลียนผิงกวาดตามองจางเซวียนแวบหนึ่ง “ผมต้องรอให้คุณชายเย่รักษาอาการให้ แล้วคุณชายจางล่ะ ไม่ต้องไปทำธุระที่ไหนหรือครับ?”
จางเซวียนเอามือกอดอกตอบอย่างี้เี “ผมไม่มีธุระ!”
มู่เหลียนผิงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมก็ไม่มีธุระที่ไหนเหมือนกัน!”
จางเซวียนขมวดคิ้วเป็ปม รู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นในใจ
ยันต์และเครื่องรางของเย่ฝาน เขาเป็ลูกค้าที่ซื้อจำนวนมากที่สุดมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลายเป็ว่ามีคู่แข่งอย่างมู่เหลียนผิงเพิ่มขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ
่นี้เย่ฝานกำลังวุ่นอยู่กับการตั้งค่ายกลสักอย่าง จึงไม่มีเวลาว่างมาวาดยันต์ หรือทำเครื่องราง นี่เพิ่มคู่แข่งที่จะแย่งซื้ออีกคนขึ้นมา ทำให้รู้สึกไม่สบายใจเลยจริงๆ!
ทันใดนั้นภายในคฤหาสน์ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นโอสถรุนแรง จางเซวียนและมู่เหลียนผิงลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
จางเซวียนเบิกตากว้าง กลิ่นโอสถรุนแรงขนาดนี้ต้องเป็ของดีแน่ๆ! เย่ฝานยอดเยี่ยมจริงๆ ทั้งวาดยันต์ ตั้งค่ายกล หลอมโอสถ ไม่มีอย่างไหนที่เขาไม่เชี่ยวชาญ
เย่ฝานเปิดประตูออกมาก็เห็นทั้งจางเซวียนและมู่เหลียนผิง
“นายสองคนทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ ทำฉันใหมด” เย่ฝานพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“คุณชายเย่ นายกำลังวุ่นอยู่กับอะไรเหรอ?” จางเซวียนสอดรู้สอดเห็น อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่โอสถชนิดพิเศษ ฉันหลอมขึ้นเพื่อให้อวิ๋นซีใช้บำรุงร่างกาย” เย่ฝานพูดคร่าวๆ
“โอสถชนิดพิเศษ ของสิ่งนั้นคงจะมีสรรพคุณบำรุงร่างกายได้ดีเยี่ยม! คนธรรมดาทั่วไปคงใช้ไม่ได้! งั้นขายให้ฉันเถอะ” จางเซวียนพูด
มู่เหลียนผิงรีบพูด “คุณชายเย่ คุณตั้งราคามาเถอะ ผมจะซื้อเอง”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ “ฉันเองจะกินยังไม่พอเลย ตอนนี้ฉันยังไม่ขาย”
จางเซวียนถอนหายใจด้วยความเสียดาย
สายตาของเย่ฝานมองคนทั้งสอง แล้วก็หยุดมองมู่เหลียนผิง “ถ้านายใช้เ้าผลไม้นั่นมาแลก ฉันจะมอบให้นาย”
มู่เหลียนผิงนิ่งไปครู่เดียว เขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แล้วหันไปทางจางเซวียนพลันกล่าวว่า “สหายจาง รบกวนคุณออกไปก่อนได้ไหมครับ?”
จางเซวียนเบะปาก แล้วตอบอย่างไม่พอใจ “ได้สิ เชิญพวกนายคุยกันตามสบาย”
“คุณชายเย่ ชอบผลไม้นั่นขนาดนั้นเลยหรือครับ ความจริงแล้วคนในตระกูลมู่ที่กินมันเข้าไป ต่างาเ็ล้มตายไม่น้อย หากคนนอกกินเข้าไป ก็คงไม่รอดสถานเดียว” มู่เหลียนผิงเตือน
เย่ฝานขมวดคิ้วเป็ปม เขาคาดการณ์ในใจว่าในหมู่บรรพบุรุษของมู่เหลียนผิง คงจะเคยปรากฏผู้ฝึกตนรากิญญาอัคคีซึ่งมีคุณสมบัติไม่เลว เป็เพราะมีการสืบทอดทางสายเื จึงทำให้บ้านตระกูลมู่มีผู้ฝึกตนรากิญญาอัคคีค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากสืบทอดสายเืจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สายเืจากทายาทที่แท้จริง นับวันยิ่งเจือจางไปทุกที ผู้ที่มีรากิญญาอัคคีจึงยิ่งน้อยตามไปด้วย
แต่ว่าเขาสามารถกินมันเข้าไปได้อยู่แล้ว เพราะเขามีรากิญญาอยู่แล้ว! “เื่นี้ไม่ต้องกังวล ฉันไม่มีทางตายแน่นอน”
มู่เหลียนผิงขมวดคิ้ว ใน่ที่อยู่ในคฤหาสน์ของเย่ฝาน เขาสังเกตเห็นความสามารถของเย่ฝาน จึงทำให้ตัดสินใจได้ว่าตระกูลมู่ควรร่วมมือกับเย่ฝานหรือไม่
หลายปีมานี้ตระกูลมู่ขาดบุคคลที่มีความสามารถ ทำให้สถานะของตระกูลมู่ในแวดวงตระกูลวิทยายุทธ์โบราณร่วงหล่นลงไปหลายอันดับ หากย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบร้อยปีก่อน ตอนที่บ้านตระกูลมู่เจริญรุ่งเรืองดุจพระอาทิตย์กลางฟ้า ยัยผู้หญิงที่ชื่อหยางเหลิงเสวี่ยคนนั้นคงไม่กล้าบุกเข้ามาในบ้านตระกูลมู่ แล้วทำให้เขาพ่ายแพ้ แถมยังใช้คำพูดเหยียบเขาจมดินอย่างไม่ไว้หน้า
พอคิดถึงหยางเหลิงเสวี่ย มู่เหลียนผิงก็อดไม่ได้ที่จะโกรธแค้น
“สรรพคุณของผลอัคคีวิเศษมีไม่น้อย ไม่รู้ว่าสรรพคุณของโอสถพิเศษนี้มีมากน้อยแค่ไหนครับ?” มู่เหลียนผิงถาม
เย่ฝานครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเทโอสถสองเม็ดออกมาพลางพูด “ผลอัคคีวิเศษสองผลแลกกับโอสถสิบเม็ด แต่โอสถสองเม็ดนี้ฉันให้นายเอาไปลองใช้ดูก่อน หากนายใช้โอสถแล้วไม่เกิดผล ไม่อยากจะแลกของกันแล้ว นายก็จ่ายฉันมาแค่ยี่สิบล้านหยวน”
มู่เหลียนผิงพูดด้วยความดีใจ “ได้ครับ”
มู่เหลียนผิงเคยเห็นโอสถหลากหลาย ถือว่ามีความรู้ด้านนี้อยู่บ้าง แต่เขาดูโอสถของเย่ฝานเพียงครั้งเดียวก็รู้ว่าเป็ของดี ซื้อมาในราคาเม็ดละสิบล้านหยวน ยังไงก็ได้กำไร
ส่วนเื่ที่ตระกูลมู่จะยอมให้ใช้ผลอัคคีวิเศษแลกโอสถของเย่ฝานหรือไม่นั้น เขาก็คงตอบไม่ได้ แต่มู่เหลียนผิงคิดว่าผู้าุโในตระกูลคงจะยอมให้แลก เพราะ่หลายปีที่ผ่านมานี้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในตระกูลแล้วสามารถใช้ผลอัคคีวิเศษได้สำเร็จแทบจะไม่มีแล้ว ยอดฝีมือในตระกูลหลายคนที่ต้องป่วยเป็อัมพาต เพราะลองใช้ผลอัคคีวิเศษ เ้าผลไม้นั่นนับวันยิ่งด้อยคุณค่าลงไปเรื่อยๆ
…….......................................................................
มู่เหลียนผิงนำโอสถกลับไปที่บ้านตระกูลไป๋
“โอสถนี้ เย่ฝานให้หลานมางั้นเหรอ?” สวีหยวนชิงถาม
มู่เหลียนผิงพยักหน้า “นี่เป็โอสถตัวอย่างที่เขาให้ผมลองครับ!”
สวีหยวนชิงดูโอสถนั้นแล้วกล่าวว่า “ยอดเยี่ยมจริงๆ! นึกไม่ถึงว่าเย่ฝานไม่เพียงแต่แข็งแกร่งมาก ทว่ายังสามารถหลอมโอสถเก่งขนาดนี้ ตาสู้เขาไม่ได้จริงๆ โอสถลักษณะนี้ ตายังหลอมไม่เป็เลย!”
มู่เหลียนผิงมองสวีหยวนชิง “คุณตาครับ บางทีเย่ฝานอาจจะถนัดหลอมแต่ยาชนิดนี้ก็ได้ครับ”
สวีหยวนชิงโบกมือปฏิเสธ แล้วพูดว่า “หลานไม่ต้องพูดปลอบใจตาหรอก ความจริงแล้ว ตาได้เห็นยาบำรุงครอบจักรวาลที่เย่ฝานหลอมให้ผู้เฒ่าไป๋แล้ว ส่วนผสมของยาสมบูรณ์แบบมาก ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ไม่มีผลข้างเคียง เยี่ยมยอดจริงๆ”
“จางเซวียนแห่งเขาหลงหู่อยู่ที่บ้านเย่ฝานทั้งวัน ผมคิดว่าเขาหลงหู่อาจมีความร่วมมือกับเย่ฝาน” มู่เหลียนผิงกล่าว
“ตาได้ยินที่ผู้เฒ่าไป๋บอกมาว่า ยมทูตตะวันตกแห่งตำหนักยมทูตก็ตายด้วยน้ำมือเย่ฝาน ถ้าเื่นี้เป็ความจริง ไม่แน่ว่าเย่ฝานอาจสามารถบรรลุพลังปราณถึงขั้นเซียนเทียนได้” สวีหยวนชิงพูดพลางถอนหายใจ
มู่เหลียนผิงไม่ได้กล่าวอะไร ในตำนานเล่าขานว่าจางซานฟง[1] สามารถบรรลุพลังปราณขั้นเซียนเทียน ต่อมาก็ไม่มีใครทำได้อย่างท่านอีก
บางทีเย่ฝาน… เขาอาจทำได้!
……........................................................................................
ณ บ้านตระกูลมู่
“ท่านผู้นำตระกูลเป็อะไรไปครับ?” มู่สืออวี้เอ่ยถาม
“มู่เหลียนผิงส่งจดหมายมา เหลียนผิงบอกว่าเขาไปพบกับคนที่รักษาเขาได้ อยากจะให้พวกเราพาท่านาุโมู่เคอออกไป เพื่อรักษากับคนคนนั้น” มู่ฟงกล่าว
“เหลียนผิงสามารถควบคุมอาการได้แล้วหรือ? วิชาแพทย์ของนักพรตสวีเยี่ยมยอดขนาดนั้นเลยหรือ?” มู่สืออวี้ถามด้วยความตื่นเต้น
มู่เคอเป็ผู้าุโในบ้านตระกูลมู่ เดิมทีเขาเป็ยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานคนหนึ่ง แต่เมื่อสองปีที่แล้ว เนื่องด้วยพละกำลังถดถอยลงไปมาก เขาจึงเสี่ยงอันตรายกินผลอัคคีวิเศษเข้าไป ทำให้เป็อัมพาต พอมู่เคอล้มป่วย ยอดฝีมือที่สามารถปกป้องตระกูลมู่ได้ก็น้อยลงอีกหนึ่งท่าน
มู่ฟงส่ายหน้า แล้วพูดว่า “ไม่ใช่นักพรตสวี แต่เป็อีกคนหนึ่ง”
มู่สืออวี้ขมวดคิ้ว “ท่านผู้นำตระกูล ถ้าเป็อย่างนี้พวกเราพาคุณอามู่เคอออกไปรักษาดีไหมครับ”
หลังจากที่เคอมู่กินผลอัคคีวิเศษเข้าไป ทุกๆ สามสี่วันพิษของพลังเปลวเพลิงก็จะกำเริบ เวลากำเริบจะมีอาการบ้าคลั่ง หากไม่ใช่เพราะมู่เคอมีระดับวรยุทธ์สูงพอ เขาคงทุกข์ทรมานจนตายไปแล้ว ในฐานะที่มู่สืออวี้เป็ลูกหลานในตระกูล เขาจึงเห็นใจในความเ็ปของผู้ใหญ่ในตระกูลท่านนี้
มู่ฟงขมวดคิ้ว “ก็ดีเหมือนกัน เหลียนผิงบอกว่ายอดฝีมือที่รักษาเขามีโอสถวิเศษที่คล้ายคลึงกับของสำนักเส้าหลิน โอสถชนิดนี้มีผลต่อการเพิ่มพูนระดับวรยุทธ์ เหลียนผิงได้ให้คนส่งโอสถมาแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าโอสถนั่นจะมหัศจรรย์อย่างที่ว่าหรือไม่”
“ท่านผู้นำตระกูล ของนั่นจะมาถึงเมื่อไรครับ!” มู่สืออวี้ซักถาม
มู่ฟงย่นคิ้วเข้าหากันพลางตอบ “น่าจะใกล้ถึงแล้วนะ”
“ประมุขตระกูล คุณชายเหลียนผิงส่งพัสดุมาครับ” ยามรักษาความปลอดภัยรายงาน
มู่สืออวี้ทำหน้าเหยเก “เหลียนผิงส่งโอสถมาทางไปรษณีย์งั้นเหรอ? เขาไม่กลัวเกิดเื่หรือยังไงนะ!”
ยามรักษาความปลอดภัย “…”
มู่ฟงแกะกล่องพัสดุที่ห่อหลายชั้น ในที่สุดก็เปิดเจอโอสถสองเม็ด กลิ่นหอมเย้ายวนใจของโอสถแตะจมูกทั้งคู่ทันที
มู่ฟงดวงตาส่องประกายแวววาว “ของดีแท้ๆ”
…….........................................................................
เย่ฝานทำหน้ามุ่ย เขานั่งเท้าคางในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซีด้วยความไม่พอใจ
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแวบหนึ่ง แล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ “นายอารมณ์ไม่ดีเหรอ?”
“มู่เหลียนผิงกับจางเซวียนอยู่ที่คฤหาสน์ของฉันทั้งวันทั้งคืน วางท่าเหมือนเป็เ้าของบ้าน แถมยังไม่จ่ายค่าห้องด้วย” เย่ฝานเล่าด้วยความโมโห
ไป๋อวิ๋นซีแนะนำว่า “ถ้านายไม่พอใจ นายก็ไล่พวกเขาไปก็ได้นี่”
เย่ฝานส่ายหน้า “ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก สองคนนั้นเป็ลูกค้ารายใหญ่ ฉันยังต้องพึ่งพวกเขาหาเงิน...”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“ฉันได้ยินมาว่า นายและนักพรตสวีมีการแลกเปลี่ยนบางอย่างที่ไม่โปร่งใสเท่าไร?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
เย่ฝานส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เปล่าๆ! นายก็รู้ไม่ใช่เหรอ? ว่าฉันเป็คนซื่อสัตย์แค่ไหน ฉันทำธุรกิจด้วยความสุจริต ไม่เคยหลอกลวงทั้งเด็กและคนชรา แล้วฉันจะมีการแลกเปลี่ยนที่ไม่โปร่งใสได้ยังไง?”
“งั้นเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะด้วยน้ำเสียงเ็า เย่ฝานเ้าหมอนี่ซื่อสัตย์ที่ไหนกันเล่า?
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!”
ไป๋อวิ๋นซี “…นายกับนักพรตสวีตกลงมีการแลกเปลี่ยนอะไรกันแน่?
เย่ฝานทำหน้าเครียด แล้วเล่าอย่างไม่ลำบากใจ “ก็ไม่ได้มีอะไรหรอก! เพียงแค่พี่ชายนายบอกฉันว่า นักพรตสวีคนนั้นเขาพูดแต่สิ่งที่มีประโยชน์ คุณปู่ของนายเชื่อฟังคำพูดของเขามาก ดังนั้นฉันก็เลยให้เขาไปเกลี้ยกล่อมคุณปู่ ให้คุณปู่ยอมรับการแต่งงานของพวกเรา แต่ว่านักพรตนั่นอายุมากแล้ว พูดจาไม่ค่อยเก่ง ฉันเลยขาดทุนไปไม่น้อย”
ไป๋อวิ๋นซี “…” หลังจากเื่ขอผ่อนชำระค่าสินสอด เย่ฝานก็ยังก่อเื่เสียหายขึ้นอีกหนึ่งเื่!
“นายหยุดสักทีได้ไหม!” ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นซีอย่างผู้บริสุทธิ์แล้วตอบว่า “งั้นนายก็แต่งงานกับฉันสิ! พอนายแต่งกับฉัน ฉันก็จะหยุดทันที!”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานแวบหนึ่ง เขานิ่งเงียบไปสักครู่ แล้วพูดว่า “ในเมื่อเป็อย่างนี้ งั้นก็จัดการเื่งานหมั้นก่อนแล้วกัน”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ เขาอึ้งไปชั่วขณะจึงเรียกสติกลับมา “หะ! นายตอบตกลงแล้วเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นซีมองเย่ฝานด้วยดวงตาส่องประกาย แล้วจึงพยักหน้า
เย่ฝานถลาเข้าไปหาไป๋อวิ๋นซีด้วยความดีอกดีใจ เข้าโอบไป๋อวิ๋นซีไว้แล้วยกร่างขึ้นสูง
ไป๋อวิ๋นซีพูดอย่างไม่พอใจ “ปล่อยมือ”
เย่ฝานได้แต่วางร่างของไป๋อวิ๋นซีลงนั่งที่โซฟาอย่างทะนุถนอม
“ฉันตอบตกลงแล้ว เื่สินสอดนายคิดว่าจะจัดเตรียมยังไงล่ะ?”
เย่ฝานหัวเราะ “เื่นี้ฉันวางแผนไว้นานแล้ว”
เย่ฝานหยิบกล่องออกมา ไป๋อวิ๋นซีเปิดกล่องดู
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วถาม “หยกพวกนี้ไม่ใช่ชุดเดียวกับที่นายจะเอาไปขายหรอกเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! หยกเหล่านี้มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านหยวน แต่ว่า่นี้คนที่ฉันไปเสนอขายหยก พวกเขาจนเกินไปจริงๆ ก็เลยยอมซื้อแค่ไม่กี่ชิ้น ดังนั้นฉันจึงคิดได้วิธีหนึ่ง ก็คือนำหยกที่เหลือพวกนี้ยกเป็สินสอดให้คุณปู่ของนายซะเลย! ให้ปู่ของนายเอาไปขายต่อได้ ฉันเห็นเขาวันๆ ไม่มีอะไรทำ เขาจะได้มีงานทำบ้าง”
ไป๋อวิ๋นซี “...นายนี่ฉลาดเหมือนกันนะ!”
เย่ฝานหัวเราะแล้วพูดว่า “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”
ไป๋อวิ๋นซี “…” ของที่หายากมักจะมีคุณค่า เย่ฝานเ้าหมอนี่เข้าใจอะไรบ้างไหมนี่! จริงอยู่ที่หยกเหล่านี้เป็ของดี แต่ว่าทำออกมามากมายขนาดนี้ จะเอาไปขายที่ไหนให้มันหมดกันเล่า!
……..................................................................................
ณ บ้านตระกูลเจียง
เจียงเฉิงอี้ถอนหายใจ แล้วพูดว่า “น่าเสียดายจริงๆ ครั้งนี้กลายเป็บ้านตระกูลไป๋ที่ทำคะแนนนำไปก่อนแล้ว!”
เจียงสูหย่าย่นคิ้วเข้าหากัน แล้วพูดว่า “ขนาดนักพรตสวียังรักษาไม่ได้ แต่เย่ฝานกับแก้ไขอาการป่วยได้ หรือว่าวิชาแพทย์ของเย่ฝานจะล้ำเลิศกว่านักพรตสวี?”
“เย่ฝานเ้าหมอนั่นมีความสามารถโดดเด่นกว่าใครจริงๆ คนจากหน่วยปฏิบัติภารกิจพิเศษแห่งชาติมาเชิญเขาเข้าทีม แต่ถูกเย่ฝานปฏิเสธไป” เจียงเฉิงอี้พูดพลางส่ายหน้า
“เย่ฝานเ้าหมอนี่เล่นตัวซะเหลือเกิน” เจียงสูหย่าอดพูดไม่ได้
“เย่ฝานเ้าหมอนั่น บางทีอาจจะเอาคืนก็ได้ ครั้งก่อนมีคนเคยชวนเขาเข้าทีม แต่ว่าเบื้องบนปฏิเสธ เขาให้เหตุผลว่าเป็เพราะความประพฤติของเย่ฝานไม่ผ่านเกณฑ์” แต่พอได้เห็นความสามารถที่โดดเด่นของเย่ฝานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เบื้องบนเปลี่ยนความคิดใหม่แล้ว
เจียงสูหย่ากล่าวด้วยความเสียดาย “เย่ฝานเ้าหมอนั่นรักไป๋อวิ๋นซีหมดหัวใจ การจะดึงเขามาเป็พวกของเรา คงไม่ง่ายแล้วค่ะ”
“ตาเฒ่าบ้านตระกูลไป๋ช่างวาสนาดีจริงๆ” เจียงเฉิงอี้พูดด้วยความอิจฉา
แววตาของเจียงสูหย่ามีประกายผิดปกติ
“่นี้บ้านตระกูลซ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าคุกไปอีกหนึ่งคนแล้ว คาดว่าสถานการณ์น่าจะร่อแร่เต็มที”
เจียงสูหย่าส่ายหน้าพลางคิดว่าบ้านตระกูลซ่งคงถึงคราวสูญสิ้นแล้ว ตระกูลใหญ่ที่มีอายุกว่าร้อยปีต้องมาล่มสลายในชั่วข้ามคืน ชนวนสำคัญของหายนะในครั้งนี้ก็คือเย่ฝาน เ้าหมอนี่ทำเื่ไม่ดีต่อพวกคนตระกูลซ่งจริงๆ
--------------------------------------------------------------------------------------------
[1] จางซานฟง (张三丰) เป็นักพรตเต๋าแห่งเขาบู้ตึ๊ง หรือเขาอู่ตัง (武当山) แห่งยุคราชวงศ์ซ่ง จางซานฟงเริ่มเป็ที่รู้จักในสังคม จากฝีมือการช่วยเหลือคนเจ็บไข้ ด้วยหลักการรักษาโดยใช้กำลังภายในและการสอนให้รู้จักหลักสมดุลของร่างกาย ส่วนในเื่วิทยายุทธ์นั้น จางซานฟงได้มาจากการสังเกตการเคลื่อนไหวของการต่อสู้ระหว่างนกกะเรียนและงู ที่งูสามารถป้องกันการโจมตีได้ด้วยการเคลื่อนที่เป็วงกลม ที่สำคัญก็คือ การที่สามารถคิดค้นท่ามวยต่างๆ เพื่อให้ร่างกายสามารถเดินพลังภายในอันเป็เคล็ดลับของการมีอายุยืนยาว
