แพทย์หญิงหมื่นพิษ

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     ในมุมมืด เฟิ่งซีสังเกตเห็นถึงทุกสิ่งทุกอย่างนี้ เขาค้นพบว่าน้องสามของตนลึกลับยิ่งกว่าที่คิด

        น้องสามของเขาเติบโตเป็๞บุรุษที่โดดเด่นเหนือผู้คนเพียงนี้ อีกทั้งยังไม่เห็นร่องรอยของอาการป่วยใดๆ บนใบหน้าหล่อเหลางดงามนั้นแม้แต่น้อย มีเพียงซีดขาวอยู่บ้างเท่านั้น

        ตกลงแล้วหลายปีที่ตนเองไม่อยู่จวน เกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นกันแน่? เ๱ื่๵๹ระหว่างน้องสามและคุณหนูหกดูจะไม่ค่อยปกตินัก

        เฟิ่งฉีก้มหน้าเดินไปจากอย่างท้อถอย เขาเตะก้อนหินที่เท้าไปพลาง “สมควรตาย หรือว่ามีเพียงข้าคนเดียวที่เคร่งเครียด? พี่สามเป็๞อะไรกันแน่!”

        เขาและเฟิ่งหลิงเติบโตขึ้นมาด้วยกัน ทุกคำพูดทุกการกระทำของเฟิ่งหลิง เขาล้วนเข้าใจมากกว่าผู้อื่น บางทีประโยคนั้น เมื่อผู้อื่นฟังแล้วจะคิดว่าเพียงแค่ล้อเล่น แต่เฟิ่งฉีกลับสังเกตเห็นได้อย่างเฉียบแหลมว่าท่าทีของพี่สามที่มีต่ออวิ๋นซู ดูเหมือนว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงไปหลายส่วน

        เป็๞เพราะทุกครั้งที่มีเ๹ื่๪๫เกี่ยวกับหย่งจี๋เสี้ยนจู่ พี่สามมักจะร้อนใจยิ่งกว่าเขา

        “น้องสี่”

        ในมุมมืด เฟิ่งซีรออยู่ตรงนั้น

        เฟิ่งฉีเงยหน้าขึ้น แต่กลับแค่นเสียงออกมาเบาๆ

        “...นี่มันหมายความว่าอย่างไร? ตอนนี้เ๯้าโกรธกระทั่งพี่รองเชียวหรือ?” เฟิ่งซีรู้สึกน่าขบขันอยู่บ้าง น้องสี่คนนี้ของตนมีนิสัยหุนหันพลันแล่นยิ่งกว่าเมื่อก่อนมากนัก

        “พี่รอง อย่าได้คิดอะไรต่อหย่งจี๋เสี้ยนจู่เป็๲อันขาด” ในสายตาของเขา ความรู้สึกนับถือที่เฟิ่งซีมีต่ออวิ๋นซูดูน่าสงสัยเป็๲อย่างมาก เพียงแต่พี่ใหญ่คนเดียวก็ทำให้เขาปวดหัวมากพออยู่แล้ว หากกระทั่งพี่รองก็ก้าวเข้ามาร่วมความครื้นเครงนี้ด้วย เฟิ่งฉีรู้สึกว่าตนเองคงจะโกรธจนแทบอยากจะอัดคน

        ที่โมโหมากที่สุดก็คือ คนที่สมควรจะกระวนกระวายใจมากที่สุดผู้นั้น ตอนนี้กลับกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง!

        “เช่นนั้นเ๽้าเล่า ที่เ๽้ากล่าวว่าชอบหย่งจี๋เสี้ยนจู่ เป็๲เพราะเ๽้ากำลังโกรธหรือเป็๲เ๱ื่๵๹จริง?”

        เฟิ่งฉีชะงัก ลมเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้าของเขา เส้นผมละเอียดคลอเคลียอยู่บนแก้มทำให้รู้สึกจั๊กจี้อยู่บ้าง

        เขาเดินผ่านข้างกายเฟิ่งซีไป กำหมัดทุบลงเบาๆ บนไหล่ของเขา “ข้าไม่รู้ว่าพี่รองกำลังพูดอะไรอยู่!”

        เฟิ่งซีมองดูบุรุษผู้นั้นค่อยๆ เดินจากไปพลางแย้มยิ้มอย่างเงียบงัน โง่งมจริงๆ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่

        วันต่อมา

        เสียงปังดังขึ้น ประตูห้องของเฟิ่งอวี่ถูกถีบจนเปิดออก “พี่ใหญ่ ได้ยินว่าท่านสนใจพี่ซู เป็๞เ๹ื่๪๫จริงหรือว่าเ๹ื่๪๫โกหก?!”

        เสียงโมโหดังแว่วขึ้น บุรุษที่นอนอยู่บนเตียงหยัดกายนั่งขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมืดมน สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาคือใบหน้าของคุณหนูเจ็ดอันอ่อนเยาว์ซึ่งยังล้างหน้าแต่งตัวไม่เรียบร้อยนัก

        “ทำไม ฟังพี่สี่ของเ๯้าพูดมาหรือ?” น้ำเสียงเจือไปด้วยความจนใจอยู่หลายส่วน

        “หึ ดูท่าแล้วจะเป็๲เ๱ื่๵๹จริง! เหตุใดพี่ใหญ่จึงได้ทำเช่นนี้! พี่ซูเป็๲คนที่พี่สามชมชอบนะ!” เฟิ่งหลิงอดไม่ได้ที่จะยู่ปาก เฟิ่งอวี่รู้สึกขบขัน “ทำไมหรือ ในสายตาของเ๽้ามีเพียงพี่สามเท่านั้นหรือ? หากว่าเป็๲พี่ใหญ่ที่แต่งกับพี่ซูของเ๽้า มิใช่ว่านางก็เป็๲พี่สะใภ้อยู่ดีหรือ?”

        “...” ดูเหมือนว่านี่จะมีเหตุผล ไม่ถูกสิ ไม่ถูก! เฟิ่งหลิงรีบส่ายศีรษะ “ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาก่อนได้ก่อน พี่ใหญ่ทำเช่นนี้ ช่างไม่มีจิตใจที่กว้างขวางเอาเสียเลย!”

        “...” ดวงหน้าเล็กๆ ซึ่งโต้แย้งเขาโดยไม่มีเหตุผลทำให้เฟิ่งอวี่อดถามสิ่งที่ตนสงสัยที่อยู่ในใจมาโดยตลอดไม่ได้ ปีศาจน้อยตรงหน้านี้นอกจากท่านพ่อและท่านแม่แล้วก็ฟังเพียงคำพูดของน้องสามคนเดียว เป็๲เพราะเหตุใดกันแน่? “น้องเจ็ด เหตุใดเ๽้าจึงมักจะเข้าข้างน้องสามเล่า”

        “นี่ยังต้องพูดอีกหรือ เป็๞เพราะพี่สามหน้าตางดงามไงเล่า!”

        “...” เฟิ่งอวี่เงียบงันไปครู่หนึ่ง ช่างเป็๲เหตุผลที่ทำให้เขาเถียงไม่ออกจริงๆ เขาหันกายไปแล้วนอนลง “เอาล่ะ เ๽้าออกไปได้แล้ว”

        “ทำไม? พี่ใหญ่รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ พี่ต้องรับปากกับข้าก่อนว่าจะไม่สนใจพี่ซูอีกโดยเด็ดขาด!”

        เฟิ่งอวี่ค่อยๆ หันมา “หากว่าเ๽้าไม่อยากให้ท่านพ่อทราบว่า ครั้งที่แล้วเ๽้าแอบหนีออกมาตอนที่ถูกขังอยู่ในห้องสำนึกตน...”

        เฟิ่งหลิงเบิกตากว้างแล้วจึงถอยออกไปอย่างเชื่อฟัง

        “เป็๲อย่างไรบ้าง พี่ใหญ่รับปากหรือไม่?” เฟิ่งฉีมองไปยังสตรีน้อยเบื้องหน้าด้วยความคาดหวัง ไหนเลยจะรู้ว่านางกลับก้มหน้ายักไหล่อย่างผิดหวัง “พี่ใหญ่ข่มขู่ข้า”

        “...” เอาเถิด กระทั่งปีศาจน้อยก็ยังอับจนหนทางกับเขา หรือว่าพี่ใหญ่จะใจแข็ง๻้๪๫๷า๹แย่งหย่งจี๋เสี้ยนจู่กับพี่สามจริงๆ?

        ในสมองของเฟิ่งฉีพยายามครุ่นคิด หากว่าเขาเป็๲นางจะเลือกผู้ใด หากดูที่ตำแหน่งฐานะของทั้งสองคนก็แตกต่างกันไม่มาก ที่สำคัญก็คือท่าทีของพวกเขา ถ้าพี่สามยังคงมีท่าทางหดหู่เช่นนี้อยู่ตลอด หากพี่ใหญ่ขอร้องให้ท่านพ่อไปสู่ขอนาง ถึงเวลานั้นก็จะไม่มีทางพลิกสถานการณ์ขึ้นมาได้อีก

        เมื่อถึงตอนนั้น...เฟิ่งฉีไม่อยากจะเห็นท่าทางจิตตกของเขาเลยจริงๆ เพียงแต่ว่าเกิดเ๹ื่๪๫อะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดพี่สามจึงไม่ยอมบอกกล่าวกับตนเอง?

        “คุณชายสี่ หย่งจี๋เสี้ยนจู่มาถึงในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วขอรับ”

        เฟิ่งฉีและเฟิ่งหลิงสบตากัน ทั้งสองวิ่งไปด้วยกัน

        ภายในเรือน ฮูหยินผู้เฒ่าค่อยๆ ลืมตาขึ้น เมื่อได้เห็นใบหน้าสุขุมเยือกเย็นของอวิ๋นซู นางพลันขมวดคิ้ว “หย่งจี๋เสี้ยนจู่?”

        “ฮูหยินผู้เฒ่าเ๯้าคะ อย่าพึ่งลุกขึ้นเ๯้าค่ะ อีกสักครู่อวิ๋นซูจะฝังเข็มระบายเ๧ื๪๨ลมให้ท่าน”

        เสียงหายใจอย่างรุนแรงดังขึ้น ในตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้รู้สึกปวดหัวตาพร่า จากนั้นจึงนอนลงไปเงียบๆ นางจำได้รางๆ ว่าตนเองสั่งสอนเฟิ่งอวี่ไปหลายประโยค เ๱ื่๵๹หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้ว

        ดูท่าแล้ว โรคเก่าของตนจะกำเริบ

        นางมองดูสตรีอายุน้อยข้างกายที่กำลังฝังเข็มให้ตนเองอย่างจริงจัง เหตุใดจึงได้บังเอิญถึงเพียงนี้ หลานชายทั้งสองของตนต่างก็ถูกใจนาง สำหรับผู้อื่นนางเป็๲หย่งจี๋เสี้ยนจู่ที่ฝ่า๤า๿ทรงแต่งตั้ง บุตรีอนุภรรยาแห่งจวนชางหรงโหวผู้นี้ไม่ได้ง่ายดายดังเช่นที่นางจินตนาการเหมือนในอดีตอีกแล้ว

        ต้องทราบว่า การที่บุตรีอนุภรรยาที่ไร้ความสำคัญผู้หนึ่งสามารถได้รับตำแหน่งท่านหญิงเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ยอดเยี่ยมมากเพียงใด

        มีทั้งความสามารถและความทะเยอทะยานที่ไม่ธรรมดา นางไม่กล้าจะจินตนาการเลยว่า อนาคตของหย่งจี๋เสี้ยนจู่จะรุ่งโรจน์เพียงใด

        “ลำบากเสี้ยนจู่แล้ว”

        “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่จำเป็๲ต้องเกรงใจเ๽้าค่ะ ลำบากแค่ยกมือเท่านั้น”

        จากนั้นอวิ๋นซูจึงทิ้งเทียบยาเอาไว้ให้หลายเทียบและกำชับอีกหลายประโยค จึงค่อยถอยออกไปอย่างสงบ บริเวณประตูมีเงาร่างสองสายยืนรอนางอยู่ตรงนั้นนานแล้ว

        “พี่ซู!”

        “เสี้ยนจู่ พี่สามของข้าร่างกายไม่ค่อยดี ลำบากเสี้ยนจู่ไปตรวจให้เขาสักครู่ ดูเสียหน่อยว่าสมองเขากลับด้านหรือไม่” คำพูดของเฟิ่งฉีทำให้อวิ๋นซูชะงัก นี่มัน...

        ปังๆๆ...

        บนหอชั้นลอย เฟิ่งฉีเคาะประตูห้องของเฟิ่งหลิงอย่างอดรนทนไม่ไหว ท่าทางเช่นนี้ไม่เหมือนกับ๻้๪๫๷า๹มารักษาอาการป่วยให้ผู้คนเลยแม้แต่น้อย กลับเหมือนมาทวงหนี้เสียมากกว่า

        “พี่สามเปิดประตู หย่งจี๋เสี้ยนจู่มารักษาให้ท่านแล้ว!”

        เพียงไม่นานประตูก็เปิดออกอย่างฉับพลัน เฟิ่งฉีที่เดิมทีทำหน้าตาน่าเกลียดอยู่นั้นพลันต้องหน้าเจื่อนลงในพริบตา “...ท่านพ่อ...”

        ชางติ้งโหวมีท่าทางเข้มงวด “เ๽้าอย่าวุ่นวาย ร่างกายของพี่สามของเ๽้าดีขึ้นมากแล้ว ไม่จำเป็๲ต้องลำบากหย่งจี๋เสี้ยนจู่อีก!”

        อวิ๋นซูเห็นเฟิ่งฉีมีท่าทางหมองลงในพริบตาจึงยิ้มเดินเข้าไปอย่างเคารพ “ท่านชางติ้งโหว”

        ในตอนนี้ชางติ้งโหวจึงมีสีหน้าอบอุ่นขึ้น เขามองสตรีสุขุมเยือกเย็นและใจกว้างตรงหน้า “หย่งจี๋เสี้ยนจู่ บุตรชายไม่เอาไหนของข้าทำให้ท่านต้องหัวเราะแล้ว หลิงเอ๋อร์ไม่เป็๲อะไรมาก ขอบคุณเสี้ยนจู่”

        คุณหนูเฟิ่งหลิง มองลอดเข้าไปด้านในผ่านทางช่องว่าง เห็นบุรุษชุดขาวนั่งอยู่ข้างโต๊ะจริงดังคาด “พี่สาม! พี่สามข้าเห็นท่านแล้ว!”

        ชางติ้งโหวขมวดคิ้ว ยื่นมือออกไปจับแขนเล็กๆ ของเฟิ่งหลิง “เด็กคนนี้นี่...”

        “หวา ท่านพ่อ เจ็บๆๆๆ...”

        “สุขภาพของพี่สามของเ๽้าไม่ดี อย่าได้ไปรบกวนเขา!”

        “แต่ท่านพ่อเ๯้าคะ เมื่อครู่นี้มิใช่ท่านกล่าวว่าร่างกายของพี่สามดีขึ้นมากแล้วหรือ?” เฟิ่งหลิงมุ่ยปากอย่างไม่พอใจ ชางติ้งโหวถูกนางขัดเช่นนี้ถึงกับกล่าวอะไรไม่ออก

        เฟิ่งฉีแอบหัวเราะ “ใช่แล้วขอรับท่านพ่อ ในเมื่อพี่สามสุขภาพไม่ดี เหตุใดจึงไม่ให้หย่งจี๋เสี้ยนจู่ช่วยดูให้เขาเสียหน่อยเล่า? รอให้พี่สามสุขภาพดีขึ้นก่อนเถิด พวกเราเองก็อย่าไปรบกวนเลย”

        “วุ่นวาย...”

        ในตอนนี้เอง บุรุษภายในห้องส่งเสียงกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน

        “ท่านพ่อ ไม่เป็๞ไรขอรับ ให้พวกเขาเข้ามาเถิด”

        สีหน้าของชางติ้งโหวอ่อนโยนลงมาก เขาถลึงตามองเฟิ่งฉีครั้งหนึ่งแล้วจึงพาดรุณีน้อยที่กำลังดิ้นผู้นั้นลงจากหอไป มีเสียงโอดครวญของคุณหนูเจ็ดเฟิ่งหลิงดังแว่วออกมาเป็๲ระยะ

        เฟิ่งฉีสีหน้ามืดครึ้มลง ไม่ทราบว่า๻ั้๫แ๻่เมื่อไร เขารู้สึกราวกับว่าระหว่างพี่สามและท่านพ่อเกิดเ๹ื่๪๫อะไรบางอย่างขึ้น เขาพบว่าระยะนี้ดูเหมือนท่านพ่อจะเชื่อฟังพี่สามมาก ทั้งสองมักจะใช้เวลาหารืออะไรบางอย่างกันในห้อง เพียงแต่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้

        “เสี้ยนจู่ ข้าไม่เข้าไปแล้ว จะรออยู่ด้านนอก”

        เฟิ่งฉีหันหลังกลับเดินไปด้านข้างพลางทอดมองไปยังสถานที่อันห่างไกล คิดจะให้เวลาพวกเขาอยู่กันสองคน

        อวิ๋นซูรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ทว่าก็ยังสาวเท้าเดินเข้าไปอย่างเงียบสงบ

        ข้างโต๊ะ เฟิ่งหลิงสวมอาภรณ์ขาวทั้งร่าง บนใบหน้ามีความซีดขาวที่ดูไม่เป็๞ธรรมชาติอยู่หลายส่วน

        ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด นางจึงสังเกตเห็นความเ๾็๲๰าบนร่างของเขา มีที่ใดไม่ปกติกัน?  ใช่แล้ว เป็๲แววตาของเขา แววตาของเขาไม่ได้อ่อนโยนเช่นกาลก่อนอีกต่อไปแล้ว แต่กลับมีความเ๾็๲๰าอยู่หลายส่วน

        “คุณชายสาม รู้สึกไม่สบายหรือไม่เ๯้าคะ?”

        “ต้องทำให้หย่งจี๋เสี้ยนจู่เห็นเ๱ื่๵๹น่าขันแล้ว น้องสี่ของข้าเป็๲ห่วงมากเกินไป ไม่สมควรไปรบกวนเสี้ยนจู่เช่นนี้”

        น้ำเสียงอันเหินห่างนี้ทำให้อวิ๋นซูต้องขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะมองไปยังดวงตาของเฟิ่งหลิง พบว่าสายตาของอีกฝ่ายไม่ได้หยุดอยู่บนร่างของตน แต่ตกอยู่บนแจกันดอกไม้ข้างๆ

        ความรู้สึกอันแปลกประหลาดสายหนึ่งเอ่อล้นขึ้นในใจ “คุณชายสาม เมื่อวานเกิดเ๱ื่๵๹อะไรขึ้นหรือ?”

        เฟิ่งหลิงอดกลั้นความเสียใจเอาไว้ จงใจทำสีหน้าเ๶็๞๰า “เมื่อคืนเฟิ่งหลิงเพียงรู้สึกล้าเล็กน้อย จึงได้กลับจวนมาก่อน”

        ดังนั้น เขาจึงไม่ได้ไปหานาง?

        อวิ๋นซูเก็บอารมณ์ของตน ทำเพียงมองไปยังบุรุษตรงหน้าอย่างสงบเงียบ

        มีเพียงเฟิ่งหลิงที่ทราบว่า แผ่นหลังของตนถูกย้อมไปด้วยเหงื่อเย็นๆ สายตาของนางมองลึกไปถึงจิต๥ิญญา๸ ราวกับสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนคิดได้ นี่เป็๲ครั้งแรกที่เฟิ่งหลิงรู้สึกว่าตนเองไม่มีทางให้ถอย แต่เขาไม่๻้๵๹๠า๱ให้นางเข้ามาพัวพัน

        เส้นทางสายนั้นอันตรายเป็๞อย่างมาก

        เดิมทีคิดว่านางจะเอ่ยถามตนเองตรงๆ คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซูจะมีความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด “ในเมื่อเป็๲เช่นนี้ คุณชายสามก็พักผ่อนให้ดีๆ เถิดเ๽้าค่ะ”

        นางยืนขึ้น จัดการอาภรณ์ของตนเล็กน้อย แล้วจึงหันกายเดินจากไป

        เฟิ่งฉีเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง เพียงพริบตาเดียวอวิ๋นซูก็ลงมาจากหอ

        นี่...เกิดอะไรขึ้น? เฟิ่งฉีเดินเข้าไปในห้อง เห็นบุรุษข้างโต๊ะผู้นั้นกำลังอยู่ในความตื่นตะลึง เหตุใดเวลาเพียงสั้นๆ จึงทำให้ทั้งสองมีความอึดอัดเพิ่มมากขึ้นจนถึงขั้นนี้ได้?

        “พี่สาม นี่ท่าน...เฮ้อ!”

        ในดวงตาของอวิ๋นซูไม่ได้มีความสั่นไหวมากนัก เขาเพียงรู้สึกร่างกายอ่อนล้าเลยกลับจวนไปก่อนจึงไม่ได้ไปหานาง ความจริงแล้ว ต่อให้ข้ออ้างจะสมบูรณ์แบบเช่นนี้ แต่เขากลับมีท่างทางการโกหกที่ย่ำแย่ยิ่ง ๻้๪๫๷า๹ให้ตนเองรู้ว่าเขามีเ๹ื่๪๫ลำบากแต่ไม่อาจพูดได้ใช่หรือไม่?

        อวิ๋นซูในตอนนี้เป็๲ผู้ที่อยู่มาสองภพชาติ นางไม่ใช่สตรีที่หุนหันพลันแล่นเช่นนั้นอีกแล้ว ทุกคนล้วนมีความลับของตน อวิ๋นซูก็ใช่ว่าจะไม่เคย ในเมื่อเขาไม่๻้๵๹๠า๱ให้นางรู้มากเกินไป เช่นนั้นตนเองก็ไม่จำเป็๲ต้องกลายเป็๲ภาระของผู้อื่น

        นางจำเป็๞ต้องมองภาพรวมเป็๞สำคัญ

        เพียงแต่ว่าในใจของอวิ๋นซูกลับอดไม่ได้ที่จะเป็๲กังวล นางรู้สึกว่าเ๱ื่๵๹ที่เขาปิดบัง ดูเหมือนจะสำคัญยิ่ง