น่าเสียดายที่ต้วนอวี้หรานรู้เท่าไม่ทันแผนการของต้วนชิงิจึงทำให้นางตกหลุมพรางโดยง่ายเมื่อคิดว่าบุตรสาวคนเดียวของนางไม่ได้รับความเป็ธรรมพลันรู้สึกโกรธเกลียดขึ้นมาไม่ว่าสิ่งใดที่บุตรสาวของนางทำก็ดีไปเสียหมด ทั้งจิตใจที่สูงส่งและบริสุทธิ์ ถ้าเพียงต้วนอวี้หรานเชื่อคำพูดนางั้แ่แรกก็จะไม่ถูกต้วนชิงิใช้คำพูดหลอกล่อให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
ทว่าสิ่งที่นาง้ามากที่สุดตอนนี้คือการช่วยบุตรสาวชำระความแค้น... ต้วนชิงิ อย่าคิดว่าจะรอดไปได้จงรีบไปทำบุญให้เร็วก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ
“แม่นมหวาง ช่วยข้าจัดการบ่าวพวกนั้นเสียให้สิ้นหากใครกล้าเพิกเฉยไม่ปรนนิบัติต้วนอวี้หรานเป็อย่างดีหรือกลั่นแกล้งนางให้ข้ารู้เมื่อข้าออกไปจากเรือนได้แล้ว ข้าจะไปถลกหนังของพวกนางไม่ให้เหลือ...” หลิวหรงพูดขึ้นอย่างโกรธแค้น
อีกฝ่ายได้ฟังก็ถึงกับสะดุ้งโหยงรีบก้มหน้าก้มตาขอตัวลาออกไปอย่างรวดเร็ว
หลิวหรงเป็คนเ้าคิดเ้าแค้นแม่นมหวางที่รับใช้นางมานานรู้เื่นี้ดี ถ้าใครบังอาจล่วงเกินนางจุดจบคงอเนจอนาถอย่างแน่นอน เมื่อเดินออกมาจากเรือนสายตาพลันเหลือบไปเห็นต้วนชิงิที่กำลังเดินไปขึ้นรถม้าจึงหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน... เชอะ! จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก!
เด็กสาวที่เพิ่งเดินขึ้นรถม้าหันไปมองคนที่ยืนต่อแถวกันยาว กล่าววาจาเรียบนิ่งกับแม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ “แม่นมหนิง เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พวกเ้าต้องคอยจับตาดูว่าการเดินทางในครั้งนี้ ใครเป็คนที่ช่วยเอายามาให้หลิวหรง”
“คุณหนูวางใจได้เ้าค่ะ บ่าวและแม่นมจะตั้งใจจับตามองตลอดเวลาดูว่าใครกันที่กล้าเสี่ยงตายมาเอายาแทนหลิวหรง” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดพลางยกมือขึ้นถูไปมา
เด็กสาวมองไปยังเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอ่ยกำชับเสียงเบาทว่าหนักแน่น “อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเด็ดขาด!”
“บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะ!” เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ตอบรับอย่างมีมารยาท
ไม่นานก็หันไปถามแม่นมหนิง “เื่นี้แม่นมคิดว่ายังไง?”
“เรียนคุณหนู ก่อนออกเดินทางบ่าวได้ให้คนไปแอบสืบในปีก่อนๆว่าใครเป็คนไปเซี่ยซ่างกับหลิวหรง! ได้ความว่าทุกปีจะพาแม่นมหวางและแม่นมหลี่ไปยังที่หนึ่งชื่อว่า หลิวเตี่ยนจ้วงที่นั่นมีหมอเทวดาชื่อว่า หมอเทพหลิว ดูท่าหมอคนนั้นเป็คนรักษาโรคของผู้หญิงให้กับหลิวอี๋เหนียง”
เด็กสาวพยักหน้าพูดขึ้น “แม่นมทำได้ดีมาก ในเมื่อทุกปีหลิวหรงจะพาแค่แม่นมหวางและแม่นมหลีไปดูท่าครั้งนี้คงไม่มีใครรู้จักหมอเทวดาผู้นี้เป็แน่ ดังนั้นหลิวอี๋เหนียงจะต้องเล่าอาการทุกอย่างของนางไว้ในจดหมายที่จะนำไปให้หมออย่างแน่นอนแต่กฎในการรักษาของหมอนั้นจะเคร่งครัดในเื่ของการสอบถามวินิจฉัยคนไข้ถ้าผู้ป่วยไม่ยอมมาหมอด้วยตัวเอง คงจะไม่พอใจเป็แน่ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยแอบตามไปถามอาการของหลิวอี๋เหนียง เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะรับมือกับนางอย่างไร”
แม่นมหนิงก็รีบพยักหน้า “บ่าวรับทราบเ้าค่ะ”
ต้วนชิงินิ่งไตร่ตรองเพียงครู่จึงเอ่ยขึ้น “เช่นนั้น... คนที่เดินทางไปกับพวกเราจะต้องมีคนที่หลิวอี๋เหนียงส่งไปหลิวเตี่ยนจ้วงอย่างแน่นอนดังนั้นแม่นมพอจะมีคนอยู่ในใจหรือไม่?”
อีกฝ่ายนิ่งใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งตอบกลับว่า “การเดินทางในครั้งนี้นอกจากคนที่นายท่านส่งมาแล้วบ่าวรับใช้ส่วนมากก็มาจากเรือนหนิงซูย่วนของเราเ้าค่ะ!”
ทว่าในใจของแม่นมหนิงกลับสงสัยคนบางคน แต่ยังไม่พูดออกมา
เด็กสาวมองออกไปที่ขบวนรถด้านนอกลางสังหรณ์บางอย่างทำให้นางรู้สึกว่าการเดินทางในครั้งนี้จะต้องไม่ราบรื่นจึงค่อยๆ ถอนหายใจพลางหลับตาลงพักผ่อนเก็บแรงไว้เพราะต่อจากนี้นางจะต้องเจอกับศึกหนักเป็แน่
การนั่งรถม้าเป็การเดินทางที่น่าเบื่อที่สุดแต่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กลับรู้สึกตื่นเต้น นางเปิดผ้าม่านออก ดูบรรยากาศด้านนอกอย่างตื่นตาตื่นใจเห็นทิวทัศน์รอบด้านช่างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเพียงพักเดียวก็เริ่มชินไม่ตื่นเต้นดั่งตอนแรก
ผ่านไปนานเท่าไรก็สุดรู้จู่ๆ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็ถามขึ้นมาว่า “คุณหนูออกมาจากจวนแล้วไม่กลัวหลิวอี๋เหนียงถือโอกาสนี้ออกนอกเรือนหรือเ้าคะ?”
เพราะคุณหนูเพิ่งจะได้อำนาจในการดูแลจัดการจวนต้วนอย่างยากลำบากในครั้งนี้จะต้องไม่ให้หลิวอี๋เหนียงแย่งกลับไปได้โดยง่ายอีกอย่างถ้าหลิวอี๋เหนียงถือโอกาสออกมานอกเรือนไม่รู้ว่าจะสร้างเื่อะไรขึ้นมาอีก
นางได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ใน่นี้นางไม่กล้าหรอก”
เมื่อเห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์งงเป็ไก่ตาแตกกับคำตอบแม่นมหนิงจึงอธิบายแทนต้วนชิงิ “สุขภาพของอี๋เหนียงมีโรคประจำตัวและวันที่จะต้องทานยาก็ใกล้เข้ามาถึงแล้วนางจะต้องร้อนใจเหมือนไฟรน ตอนนี้นางสนใจเพียงแต่เื่ยาคงไม่มีเวลามาสนใจเื่อื่น”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ร้อง “อ๋อ” ออกมา แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็พยักหน้าตอบรับโดยไม่ถามอะไรต่อไปอีก
แม่นมหนิงไม่อยากอธิบายให้มากความเพราะเป็ไปได้ว่าถ้าหลิวหรงได้ออกมาจากเรือนแล้วอาจไปหาต้วนเจิ้งเพื่อปรนนิบัติ แต่โรคของผู้หญิงที่นางเป็อยู่ตอนนี้ข้อห้ามคือการร่วมหลับนอน ดังนั้นที่ทำได้ก็เพียงอดรนทนเอาไว้เท่านั้นไม่กล้าหาเื่ใส่ตัวเองอย่างแน่นอน
คำพูดที่แม่นมหนิงอธิบายบางเื่นางไม่กล้าพูดต่อหน้าเด็กสาว แต่ว่าต้วนชิงิที่เกิดมาสองชาติแล้วย่อมรู้เื่นี้เป็ธรรมดา นางจึงนั่งฟังที่แม่นมหนิงอธิบายโดยไม่ถกเถียงอะไร
ในที่สุดต้วนชิงิก็มิอาจต้านทานความง่วงได้จึงขยับเอนกายพิงไปที่พนักแล้วงีบหลับไป
จู่ๆรถม้าก็หยุดชะงักลงในทันที ทำให้ต้วนชิงิตื่นขึ้นมาด้วยความใพลันได้ยินเสียงคนโห่ร้องขึ้นมารอบๆ รถม้าเสียงะโด้วยความโกรธของเถี่ยเฟิงตอบโต้กลับไป ยิ่งทำให้เด็กสาวใพลางยกมือขึ้นใช้นิ้วขยี้ดวงตาถามด้วยความรีบร้อนระคนสงสัย “เกิดอะไรขึ้น?”
“เรียนคุณหนูใหญ่ มีคนมาขวางทางขอรับ” เสียงของเถี่ยเฟิงตอบกลับมาจากด้านนอก
แม่นมหนิงลงรถม้าไปเพื่อสอบถามสถานการณ์ต้วนชิงิเปิดผ้าม่านออกเล็กน้อย ก็เห็นูเาแคบที่สามารถใช้รถม้าสองคันขับสวนไปมาได้เท่านั้นแต่ด้านหน้ากลับมีรถม้าอีกคันขวางทางอยู่ เป็หญิงอายุราวยี่สิบเจ็ด ยี่สิบแปดปีกำลังขมวดคิ้วขึ้นและชี้นิ้วด่าทอเถี่ยเฟิง
นางเลิกคิ้วเล็กน้อยสีหน้าระคนสงสัยมองไปยังแม่นมหนิงที่กำลังเดินกลับมา “แม่นมหนิงเกิดอะไรขึ้น?”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสายตาของแม่นมหนิงกลับเปลี่ยนไป แม่นมมองไปที่ต้วนชิงิ ก้มหน้าพูดว่า “เรียนคุณหนูเป็คุณหนูใหญ่ตระกูลตู้มาขวางทางไว้เ้าค่ะ”
คุณหนูใหญ่ตระกูลตู้อย่างนั้นหรือ?
ฉายาคุณหนูใหญ่ตู้ในชาติที่แล้วต้วนชิงิพอจะได้ยินมาบ้าง คุณหนูตู้เป็ผู้หญิงที่ค่อนข้างไม่เหมือนใครตอนยังสาวถูกความรัก่หนึ่งผูกรั้งไว้จากนั้นนางก็ยืนกรานว่าจะไม่แต่งงานกับใครและผันตัวมาเป็พ่อค้าแม่ค้าจนถึงตอนนี้ก็พอมีชื่อเสียงไม่น้อย
แต่ว่าผู้หญิงเช่นนี้กลับไม่เป็ที่ยอมรับของคนทั่วไปดังนั้นคุณหนูตู้แม้จะมีชื่อเสียงอย่างมาก กลับถูกคนมองว่าเป็คนไม่ดี
เด็กสาวผงะเล็กน้อยแววตาย้อนรำลึกถึงชาติที่แล้วตอนที่นางยังอยู่หนิงอันที่จวนไป๋ยังเคยได้ยินเื่ของคุณหนูตู้มาบ้าง แต่ไม่เคยพบหน้ามาก่อนได้ยินเสียงร่ำลือว่าคุณหนูตู้ผู้นี้ เป็หญิงมีความสามารถ แต่ไม่รู้ว่าเถี่ยเฟิงไปทำอะไรให้นางจึงได้โกรธถึงเพียงนี้?
“คุณหนูตู้ พูดว่ารถม้าของเถี่ยเฟิงทำให้รถม้าของนางสกปรก!” แม่นมหนิงไขความกระจ่าง
เด็กสาวมองไปข้างหน้าพูดตัดบท“ทางบนเขาก็แคบเช่นนี้ จะมาทะเลาะกันทำไมช่างเป็เื่ไม่ฉลาดเอาเลย เดี๋ยวข้าจะลงไปหาคุณหนูตู้ ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น!”
แม่นมหนิงอยากจะขัดขวางแต่ต้วนชิงิกลับจับแขนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินลงจากรถม้าเดินตรงไปหารถม้าที่อยู่ข้างหน้า
ข้างหูได้ยินเถี่ยเฟิงพูดด้วยความโกรธออกมา “ทางบนเขาคับแคบจะต้องมีเื่กระทบกระเทียบกันบ้างนายหญิงของเ้าบอกว่ารถม้ามีน้ำกระเด็นใส่ แต่พวกเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เป็เื่ใหญ่ขนาดนี้ทำไมกัน?”
