เขาพาไป๋หมื่นอวี้มาถึงลานหน้าที่พักขององค์หญิงลี่หยางก่อนจะหยุดฝีเท้าลงมือที่จับกันก็ปล่อยออก เขายืนค้างอยู่ที่นั่นจนกระทั่งมืออันเย็นเฉียบมาโดนที่มือเขาจึงรู้สึกตัวเขายิ้มและหันไปพูดกับไป๋ิ่อวี้ว่า
"จับมือเดินไปกับข้าได้แล้วสินะ?"
ไป๋ิ่อวี้เห็นรอยยิ้มบนหน้าเขาก็รีบชักมือกลับ
แต่ครั้งนี้เจียงลั่วอวี้อาศัยความไวคว้ามือเขาไว้ได้ทั้งคู่พากันเดินไปเบื้องหน้า สาวใช้เลิกม่านเปิดทางให้พวกเขาเจียงลั่วอวี่ถามขึ้นว่า "อาสะใภ้เข้ามาก่อนข้าตอนนี้คงจะถึงแล้วใช่ไหม"
สาวใช้ที่ถูกถามเพิ่งจะรู้จักฐานะของผู้ที่ถามตนจากแม่เฒ่าคนหนึ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้น ได้แต่ก้มหน้าตอบว่า "เรียน...เรียนซื่อจื่อ พระชายาพระชายารออยู่ด้านในแล้วเ้าค่ะ"
เจียงลั่วอวี้มองสาวใช้คนนั้นด้วยความจำในอาการพูดราวกับคนติดอ่างแม้ว่านางจะเลิกม่านให้เขาผ่านเข้าไปแต่เขากลับหยุดตรงนั้นและปล่อยมือไป๋ิ่อวี้ "ขอโทษนะ ข้าเดินไวไปหน่อยเลยพาเ้ามาถึงห้องท่านย่าด้วย ข้าทิ้งเ้าไว้ตรงนี้...แบบนี้ดีเลย อีกเดี๋ยวข้าจะพาน้องๆออกมารบกวนเ้าช่วยพาพวกข้าไปที่ห้องพักฝั่งตะวันตกด้วย ข้าไม่รู้ทาง"
ไป๋ิ่อวี้มองดูข้อมือที่ถูกจับจนแดงเพราะถูกลากให้ตามมาและก็มองไปที่สาวใช้ซึ่งมีอาการประหม่าที่กำลังเลิกม่านรอเขาเหมือนจะรู้ว่าเป็ความตั้งใจของเจียงลั่วอวี้ แม้ว่าไม่อยากร่วมมือแต่ก็พยักหน้ารับปาก
เจียงลั่วอวี้เห็นเขาพยักหน้าตอบก็รู้ว่าเขาหายโกรธแล้วหน้าตาก็กลับมาเป็ปกติว่าแล้วก็ชี้นิ้วไปที่มุมหนึ่งที่ไม่มีแดดส่องและไม่เป็เป้าสายตา"ตรงนั้นเหมาะที่เ้าจะไปยืนรอ พอออกมาข้าจะไปหาเ้าเอง"
พูดจบก็ค้อมตัวลอดม่านเข้าไปในห้องเหลือไว้เพียงสาวใช้ที่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและไป๋ิ่อวี้ที่ยืนมองเขาจนลับตาหายไปในห้อง
เมื่อเข้าไปภายในห้อง กลิ่นหอมและไออุ่นกำจายไปทั่วเจาคิดว่าเขาควรจะแสดงท่าทีอย่างไรต่อองค์หญิงลี่หยาง เขาตีหน้าเศร้ายืนให้สาวใช้ช่วยปลดผ้าคลุมเขาถอนหายใจและดึงชุดกระสอบที่ใส่ซ่อนไว้ด้านในขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปด้านในด้วยความเชื่องช้า
ทันทีที่ม่านถูกเลิกขึ้น สาวใช้ก็ะโบอกถึงการมาถึงของเขาลำตัวตรงตรงสง่าเหมือนลำไผ่
ย่างก้าวที่เชื่องช้าและมั่นคงเหยียบย่ำลงบนพรมสีแดง
ดูไม่เหมือนว่าเขาเข้าห้องมาเพื่อพบท่านย่ากลับเหมือนว่าเขากำลังก้าวย่างลงสู่ทะเลสีเืที่ไร้ขอบเขตเสียมากกว่า
"ทูลองค์หญิง จวิ้นหวัง พระชายา...ซื่อจื่อมาถึงแล้วเพคะ"
เมื่อเดินเข้าไปถึงก็รู้สึกถึงดวงตาอันร้อนแรงที่จับจ้องมาที่ตัวเขาเขารู้ว่าผู้ที่นั่งตรงกลางคือองค์หญิงลี่หยาง ทางฝั่งตะวันออกคือจวิ้นหวังและฝั่งตะวันตกคือชายาทั้งสองของจวิ้นหวัง ห่างไปไม่ไกลนักมีเด็กสองคนคุกเข่าอยู่นั่นก็คือน้องๆต่างมารดาของเขานั่นเอง
ท่ามกลางสายตามากมาย เจียงลั่วอวี้เดินไปเยื้องหน้าน้องๆเขาไม่เงยหน้ามององค์หญิงและจวิ้นหวัง แต่กลับทิ้งตัวคุกเข่าลงภายใต้ชุดสีครามที่ห่อหุ้มร่างเขาดูเหมือนกำลังสั่นเทาแต่กลับไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา
เจินซื่อที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นเจียงลั่วอวี้เดินเข้ามาถึงแต่กลับไปขานเรียกย่าและอาอีกทั้งยังไม่เงยหน้ามององค์หญิงลี่หยางผู้เปี่ยมด้วยเมตตาที่นั่งรอเขามาเป็เวลานานแล้วนางขยับแขนที่ปวดจากตอนที่โดนชนล้มหน้าประตูในใจก็คิดว่าซื่อจื่อทายาทเซียวเหยาหวังช่างไม่รู้ธรรมเนียมและไร้มารยาทเสียจริงว่าแล้วนางก็คิดแผนการขึ้นอีก
