ตอนที่ฉินซีมาถึง พระเอกและนางเอกกำลังต่อบทอยู่หน้ากล้อง ฉินซีกวาดสายตาไปดูเล็กน้อย ก่อนจะละสายตากลับมา หนานชิวเยวี่ยกวักมือมาทางเขา “เอ๋ นายไม่ได้ขอลาหยุดไปหรอกเหรอ? ทำไมกลับมาเร็วขนาดนี้ล่ะ?”
“รีบกลับมาถ่ายส่วนที่ควรจะถ่ายให้เสร็จน่ะ” ฉินซีคลี่ยิ้มบางๆ
การกลับเมืองหนิงชื่อครั้งนี้ไม่ได้มีอะไรน่าดีใจนัก นอกจากได้กลับไปพบเมิ่งหลิงแล้ว ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมาแม้แต่น้อย ทั้งยังต้องเก็บความโศกเศร้าอึดอัดกลับมาอีก แน่นอนว่าเขาไม่อยากอยู่เมืองหนิงชื่อต่อ และเลือกที่จะกลับกองถ่ายเร็วขึ้น
หนานชิวเยวี่ยดึงตัวฉินซีให้นั่งลงข้างๆ แล้วยื่นมือไปตบลงที่หลังของอีกฝ่าย “เฮ้อ สองวันที่นายลาไป มีเื่ใหญ่เกิดขึ้นในกองถ่ายด้วยนะ”
“เื่อะไรเหรอ?” ฉินซีไม่คิดว่ากองถ่ายนี้จะเกิดเื่ใหญ่อะไรขึ้นได้
หนานชิวเยวี่ยบุ้ยปากบอกให้ฉินซีมองตามสายตาของเธอไป ก่อนจะพบว่าตรงบริเวณนั้นมีร่มกันแดดถูกกางไว้ ภายใต้ร่มนั้นมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ ผู้ชายสวมชุดสูทผูกเนกไท ท่าทางไม่เกรงใจใคร ดูๆ แล้วเหมือนพวกลูกคนรวยคนหนึ่ง ส่วนผู้หญิงสวมกระโปรงสั้นเหนือเข่า รวบผมเอาไว้ รูปร่างหน้าตาล้วนสวยงามน่ามอง ดูเหมือนทั้งสองจะเป็คู่รักกัน แต่คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในกองถ่ายได้ั้แ่เมื่อไร? นอกเสียจาก… นอกเสียจากผู้ชายคนนั้นจะเป็ผู้ลงทุน!
หนานชิวเยวี่ยพูดต่อ “ฉันได้ยินว่าผู้ชายคนนี้เป็คุณชายใหญ่ของบริษัทลงทุน เขาพาแฟนสาวมาเพราะหล่อนอยากจะแสดงละคร แล้วยังอยากจะแสดงแทนนางเอกของเื่ด้วย”
มุมปากของฉินซีถึงกับเหยียดออกไป “นางเอกเองก็ถูกแนะนำมาจากบริษัทไม่ใช่เหรอ?”
หนานชิวเยวี่ยพยักหน้า “ใช่แล้ว และเพราะแบบนั้น นางเอกถึงถูกปลดลงง่ายๆ ยังไงล่ะ อีกฝ่ายเป็ถึงคุณชายใหญ่ของทางบริษัทเลยนะ ขนาดจะเปลี่ยนตัวเธอออก เธอยังไม่กล้าบ่นอะไรเลยด้วยซ้ำ”
ฉินซีไม่เข้าใจ “แต่นางเอกก็ยังต่อบทกับพระเอกอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
หนานชิวเยวี่ยพูดขึ้นเบาๆ “เฮ้อ นายยังไม่รู้สินะ คำสั่งของทางนั้นน่ะเกินไปแล้ว ทั้งที่ตั้งใจจะเปลี่ยนตัวนางเอก แต่ก็ยังใช้ให้เธอแสดงเป็ตัวอย่างให้แฟนสาวของเขาไปก่อนสักพัก นี่มันเห็นเธอเป็ลิงหรือยังไง?”
ฉินซีเหยียดยิ้มพร้อมกับเหลือบมองหนานชิวเยวี่ย “ปกติเธอออกจะนิ่งเฉยรู้ความไม่ใช่หรือไง? ทำไมตอนนี้ถึงพูดทุกอย่างออกมาหมดแบบนี้ล่ะ?”
หนานชิวเยวี่ยเบ้ปากพร้อมกับกะพริบตาลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ ท่าทางดูน่ารักน่าเอ็นดู “เอ๋ ก็พูดแค่กับนายเท่านั้นแหละน่า"
ฉินซีพยักหน้า ก่อนจะลุกไปรายงานตัวกับผู้ควบคุมการผลิตและผู้กำกับ ไม่ว่าจะเปลี่ยนคนหรือไม่ หากพูดกันอย่างไม่เห็นใจใคร มันก็เป็เื่ธรรมดาของวงการบันเทิงไปแล้ว ต่อให้เห็นใจก็ไม่ได้ช่วยอะไร วันนี้นางเอกถูกแฟนสาวของลูกชายผู้ลงทุนขัดขาเอาออกกลางทาง แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าตอนหน้านี้เธอเคยแย่งบทบาทของใครมาหรือเปล่า? ตามที่เขารู้มา ทักษะการแสดงของนางเอกคนนี้เองก็ย่ำแย่มากเช่นกัน แต่เธอก็อาศัยเส้นสายครองตำแหน่งนางเอกของละครดังๆ ไปหลายเื่ จนถูกคนประณามด่าทอไล่หลังอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นเื่นี้ก็เป็เพียงตาต่อตา ฟันต่อฟันเท่านั้น
ฉินซีคิดในใจ ขอเพียงไม่ส่งผลกระทบมาถึงตัวเขาก็พอ
ฉินซีหาตัวหลินซงพบแล้ว หลินซงกำลังนั่งอยู่กับคุณชายคนนั้นราวกับมองไม่เห็นเด็กสาวที่นั่งอยู่บนตักของคุณชาย ทั้งสองพูดคุยกันอย่างออกรสด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บางทีเด็กสาวคนนั้นก็พูดจาออดอ้อนออกมาเรียกเสียงหัวเราะของคุณชาย
ไม่ต้องพูดถึงพระนางที่ตอนนี้ยืนแสดงอยู่หน้ากล้องราวกับเล่นละครลิง ฉินซีส่ายหน้า ก่อนจะคิดขึ้นในใจ คนเราไม่ควรทำสร้างปัญหาใหญ่ไว้กับใคร วันนี้คนอื่นอาจจะยังไม่ได้เก่งกาจเท่าคุณ แต่ถ้าหลังจากนี้เขาพัฒนาไปแล้ว เขาย่อมต้องพยายามทวงคืนศักดิ์ศรีของเขาไปจากคุณแน่!
“เอ๋ ฉินซี กลับมาแล้วเหรอ?” หลินซงเองก็นับตาไว เขาพูดคุยกับคุณชายไปพร้อมกับกวาดสายตามองฉินซี ก่อนจะเอ่ยทักเขาในทันที
“อาจารย์หลิน” ฉินซีเองก็เผยยิ้มพร้อมขยับเข้าไปหา ทว่าเขาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับคุณชายคนนี้ ดังนั้นจึงแค่ทักทาย ก่อนจะจากไปเท่านั้น
แต่ใครจะไปคิดว่าคุณชายคนนั้นกลับจ้องมองมาที่ตัวเขา และยังพิจารณาั้แ่หัวจรดปลายเท้า ทีละนิดๆ ทั้งยังแฝงความล่วงล้ำ ราวกับอยากจะถอดเสื้อผ้าบนตัวเขาออกมา จากนั้นก็ค่อยๆ มองพิจารณาทีละนิ้วอย่างละเอียด สีหน้าของฉินซีย่ำแย่ขึ้นมาในทันที ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แม้แต่คนอย่างเฉินเจวี๋ยก็ยังไม่เคยใช้สายตาแบบนี้คุกคามเขา แล้ว ‘คุณชายใหญ่’ นี่มาจากที่ไหนถึงได้ทำตัวมากราคะแบบนี้!
คิดไม่ถึงว่าคุณชายคนนี้จะเป็ไบเซ็กชวล!
ฉินซีเหยียดยิ้มในใจ จากนั้นก็มองข้ามสายตาอีกฝ่ายไปอย่างนิ่งเฉย
หลินซงอยู่ในวงการบันเทิงมาเนิ่นนาน เขาจะมองสายตาแบบนี้ของปีศาจตัวน้อยข้างกายไม่ออกได้อย่างไร เขารีบกระแอมไอออกมา และบอกให้ฉินซีออกไปได้แล้ว “อืม นายไปก่อนเถอะ ไว้เราค่อยคุยกัน”
ฉินซีพยักหน้า เขายินดีรับโอกาสนี้ที่หลินซงมอบให้ด้วยความเต็มใจ
ระหว่างที่เขากำลังหมุนตัวไป คุณชายคนนั้นก็ผลักเด็กสาวที่อยู่บนตักออก แล้วชี้มาทางฉินซีด้วยรอยยิ้มและถามหลินซง “เอ๋ เหล่าหลิน นี่เป็เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงกันเนี่ย? ฉันว่าหน้าตาเขาสวยกว่าอิ๋งอิ๋งอีก!”
ในใจของหลินซงะโ ‘แย่แล้ว’ ขึ้น
สีหน้าของฉินซีเปลี่ยนไปทันที “ฉันเป็ผู้ชาย” เขาเน้นเสียงไปที่สองพยางค์หลัง น้ำเสียงของเขานิ่งแข็งจนราวกับจะมีสะเก็ดน้ำแข็งกระเด็นออกมา
แต่เพลย์บอยแต่ไหนแต่ไรมาต่างก็จะมีคุณลักษณะเหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า และไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น!
คุณชายคนนี้ไม่ได้โมโหแต่กลับเผยยิ้มออกมา น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความหยอกล้อ “ผู้ชายเหรอ? ฉันมองยังไงนายก็ยังเหมือนสาวน้อยไร้เดียงสาอยู่ดี!”
เมื่อเห็นคุณชายคนนี้ยิ่งพูดจาก็ยิ่งย่ำแย่ หลินซงจึงอดไม่อยู่แล้ว เขากระแอมออกมาดังๆ แต่ใครจะรู้ว่าคุณชายคนนี้กลับไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่น้อย คุณชายหันมาพูดอย่างสบายๆ “เหล่าหลิน ถ้าเป็หวัดก็รีบไปทานยาซะนะ...”
หลินซงด่าอีกฝ่ายในใจ จะให้ไปรีบทานยาอะไร รู้หรือเปล่าว่าคนที่ตัวเองกำลังจะแตะต้องนั่นเป็ใคร? ถ้าลองทำอะไรโดยไม่คิด กลับบ้านไปพ่อนายจะต้องถูกอัดจนหมดสภาพแน่!
“ถ้าสายตาไม่ดีก็รีบไปหาหมอตาซะนะ” ฉินซีด่าตัวเองในใจ เมื่อสักครู่จะปากมากพูดขึ้นมาทำไม ดูตอนนี้สิ เื่ซวยๆ เข้ามาถึงตัวจนได้ ฉินซีหมุนตัวไปอย่างคล่องแคล่วและเดินออกไปอย่างว่องไว
เด็กสาวที่ชื่อว่า ‘อิ๋งอิ๋ง’ ร้องเรียกคุณชายด้วยเสียงออดอ้อน “คุณชายจิ่ง...”
คุณชายจิ่งโค้งมุมปากขึ้น และไม่ได้ตามไป เขาตีก้นของอิ๋งอิ๋งอย่างเป็กันเอง “ทำไมล่ะ? หึงเหรอ? นั่งลงดูต่อไปเถอะ ฉันบอกไว้ก่อนนะ ถ้าถ่ายละครเื่นี้ออกมาไม่ดี ครั้งหน้าจะไม่ผลักดันเธอแล้วนะ”
สีหน้าของอิ๋งอิ๋งกลายเป็ขาวซีด เธอรีบพูดจาเอาใจคุณชายจิ่งขึ้นทันที
สีหน้าของหลินซงพลันหม่นหมอง เดิมทีคิดอยากจะแนะนำเขาสักหน่อย แต่เพราะความรู้สึกย่ำแย่ที่เกิดขึ้นในใจ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่แนะนำอีกฝ่าย แล้วปล่อยให้เขาทำให้เฉินเจวี๋ยไม่พอใจไปนั่นแหละ คุณชายใหญ่แบบนี้ควรเจอเื่ลำบากเสียบ้าง! โดยเฉพาะเมื่อคิดไปถึงว่าอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าตัวเองตั้งไม่รู้เท่าไร แต่อ้าปากหุบปากก็เอาแต่เรียกเหล่าหลิน ไม่ได้คิดจะเคารพเขาเลยสักนิด! ถ้าจะบอกว่าไม่อึดอัดก็คงแปลก! หลินซงอยากอาศัยเฉินเจวี๋ยสั่งสอนเ้าเด็กนี่สักหน่อย
ฉินซีคร้านจะเจอกับพวกขยะแบบนั้นเต็มที อย่างไรวันนี้เขาก็ไม่ได้มีถ่ายทำอะไร จึงกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม ในตอนนั้นเขาต้องขอบคุณที่เฉินเจวี๋ยดึงดันเปลี่ยนห้องเป็ห้องสูทอย่างช่วยไม่ได้ ทางฝั่งนี้พักอยู่ได้สบายกว่ามาก พอเขานอนหลับไปคืนหนึ่ง อารมณ์ก็ดีขึ้นมาไม่น้อย
วันต่อมา ฉินซีมายังกองถ่าย พอจะถึงซีนถ่ายของเขา ก็เข้าไปแต่งหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ด้านหลัง เมื่อทีมงานทางนั้นช่วยเขายกชายชุดเดินออกมา ภายในกองถ่ายก็เกิดเื่ขึ้นอีก นางเอกทะเลาะกับเด็กสาวที่คุณชายจิ่งพามา ไม่เพียงแต่โต้แย้งเท่านั้น นางเอกเองก็ถูกบี้จนมาถึงขั้นนี้แล้ว เธออาจจะอดทนได้สักครั้ง แต่ถ้ามากไป เธอก็คงทนไม่ได้เช่นกัน แค่มีดาราสาวไร้ชื่อเสียงมาจากไหนก็ไม่รู้มาแย่งบทบาทของเธอก็ยังไม่เท่าไร แต่นี่ยังมาโอ้อวดแสดงอำนาจอีก? เมื่อทั้งสองฝั่งโต้เถียงกัน สุดท้ายก็เริ่มลงไม้ลงมือจนได้
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองมีเพียงการดึงผม ข่วนหน้า บิดหูและถีบตัวเท่านั้น
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความดุเดือดของทั้งสองที่ตบตีกันลดลงเลย รอจนคุณชายจิ่งมาถึง เด็กสาวก็แสร้งทำท่าทีบอบบางล้มลงในอ้อมอกของเขา เมื่อคุณชายจิ่งออกหน้าก็ไม่มีใครในกองถ่ายกล้าทำอะไรแล้ว
ถ้าเพียงเท่านี้ก็ช่างเถอะ อย่างไรก็ไม่ได้เกี่ยวกับฉินซี อย่างมากเขาก็แค่ต้องรออีกสักพักถึงจะถ่ายทำได้ ทว่ารอจนเขาเดินออกมา สายตาที่เฉียบไวของคุณชายจิ่งก็สังเกตเห็นฉินซีเข้าพอดี แล้วชี้เสื้อผ้าบนร่างกายของอีกฝ่ายจากระยะไกล “เขาแสดงเป็อะไร?” เขาหันไปถามเฝิงผิงเฉิง
เฝิงผิงเฉิงยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน จึงตอบไปตามความจริง “แสดงเป็ฉินฮ่องเต้น่ะ”
คุณชายจิ่งหัวเราะร่า ในแววตาของเขาเผยประกายความดูถูก “แสดงเป็ฉินฮ่องเต้เหรอ? แสดงเป็ชายาของฉินฮ่องเต้ยังจะดูคล้ายกว่าอีก...”
สีหน้าของทุกคนในที่นี้พลันเปลี่ยนเป็ย่ำแย่ พวกเขายังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นในวันนั้น จึงคิดว่าคุณชายจิ่งอาศัยฉินซีมาเย้ยหยันว่าพวกเขาแสดงละครไม่ดี ดังนั้นสายตาของคนในกองถ่ายที่มองคุณชายจิ่งจึงเปลี่ยนไป ดูไม่ค่อยเป็มิตรนัก
แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกถึงมันเลย
เด็กสาวกระตุกแขนเสื้อของเขาพร้อมพูดออกมา “ฉันว่าคุณชายจิ่งเหมาะกับบทบาทแบบนี้มากเลยนะคะ ฉินฮ่องเต้ แน่นอนว่าต้องมีความสง่าและน่าเกรงขาม เด็กน้อยแบบนี้จะแสดงออกมาได้ยังไง? สู้คุณชายจิ่งมาเล่นละครกับฉันจะดีกว่าไหมคะ?”
ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงนักแสดงคนอื่นเลย สีหน้าของผู้กำกับอย่างเฝิงผิงเฉิงและผู้ช่วยผู้กำกับอย่างกงเซ่าก็ย่ำแย่ราวกับมีใครมาเหยียบย่ำ พวกเขาไม่รู้ว่าเด็กสองคนมองที่นี่เป็อะไรกันแน่? ที่นี่คือกองถ่ายนะ! ตัวแสดงไม่ใช่สิ่งที่นึกอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน! ถ้าอยากใช้เส้นสายก็ยังต้องผ่านขั้นตอนมาบ้าง แต่นี่ทั้งมาดูถูกคนอื่นแล้วยังชื่นชมตัวเองอีก ยังมีเกียรติอยู่บ้างไหม?
เดิมทีฉินซีก็ไม่ใช่คนที่จะยอมถอยให้ใครอยู่แล้ว เมื่อได้เจอคนก้าวร้าวแบบนี้ เขาก็มีแต่จะก้าวร้าวกลับไปให้มากกว่า
สำหรับเขา คุณชายคนนี้มีระดับมันสมองไม่มากเท่าเหลียนเหล่ยด้วยซ้ำ!
ฉินซีก้าวเท้าไปยืนตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างมั่นคง ผู้คนโดยรอบต่างก็ประหลาดใจไปตามๆ กัน ความสูงส่งบนเรือนร่างของฉินซีมีมากกว่าคุณชายใหญ่คนนี้เสียอีก ทั้งเมื่อมาเปรียบเทียบกัน นี่ก็ยังทำให้อีกฝ่ายดูหยาบคายไม่น้อย
“ถ้าคุณชายใหญ่อยากจะแสดง ก็ลองแสดงดูสิครับ ทางที่ดีก็ควรอัดวิดีโอเอาไว้ด้วยนะครับ ไม่เพียงแต่คุณชายใหญ่จะสามารถชื่นชมท่าทางองอาจของตัวเองได้ทั้งวันทั้งคืนเท่านั้น ทว่ายังสามารถส่งไปให้ทางท่านประธานจิ่งได้ด้วยนะครับ ท่านประธานจิ่งจะได้เห็นการแสดงที่ดีงามของคุณชายใหญ่ คิดว่ายังไงบ้างครับ?” ฉินซีพูดเน้นทีละคำอย่างชัดเจน
แต่ใบหน้าของหลินซงที่ตามเข้ามาเมื่อได้ยินข่าว กลับปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาช้าๆ
ฉินซีคนนี้ ยอดเยี่ยมมากจริงๆ! เพียงไม่นานเขาก็รู้แล้วว่าใครจะสามารถลงโทษคุณชายจิ่งคนนี้ได้ ประธานจิ่งคือพ่อของคุณชายจิ่ง เขาไม่ชอบนิสัยเพลย์บอยเอาแต่ใจของลูกชายมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ว่าอย่างไรลูกชายก็ยังไม่ได้แต่งงาน การเปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเขาในตอนนั้น เขาจึงไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ แต่ประธานจิ่งก็เป็คนออกเงินลงทุนละครเื่นี้เพื่อเปิดทางสานสัมพันธ์กับเฉินเจวี๋ยเอง ซึ่งนั่นก็สามารถพูดได้ว่า ละครเื่นี้สำคัญกับเขามาก หากประธานจิ่งรู้เข้าว่าลูกชายของตัวเองมาสร้างปัญหาให้กับละครเื่นี้ เช่นนั้นประธานจิ่งจะปล่อยให้คุณชายจิ่งทำลายกองถ่ายเหรอ?
คุณชายจิ่งจะต้องไร้สมองมากแน่ แม้ฉินซีจะพูดจาเสียดสีเขาแบบนี้ แต่เขาก็ยังหัวเราะขบขัน “ที่แท้นายเองก็ชื่นชมท่าทีองอาจของฉัน พูดได้ดีๆ เดี๋ยวรอกลับไปที่โรงแรม ฉันจะให้นายค่อยๆ ชื่นชมก็ได้...” คำพูดนี้เผยไต๋ของเขาออกมา
ทุกคนในกองถ่ายเกือบจะถูกทำเอาตะลึงงันไปกันหมด คิดไม่ถึงว่าคุณชายใจกล้าคนนี้ จะกล้าแม้แต่ฉกคนของคุณเฉินไปกิน?!
ฉินซีไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย แล้วยังหันไปสั่งทีมงานที่อยู่ข้างๆ “จะอยู่นิ่งทำไมล่ะ? ยังไม่รีบมาพาคุณชายจิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และแต่งหน้าสำหรับการแสดงอีก!”
กงเซ่ายืนอยู่ในบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกล เขามองท่าทีของฉินซี ก่อนที่ในใจจะสั่นไหวขึ้นมา คุณชายจิ่งบอกว่าฉินซีแสดงบทบาทฉินฮ่องเต้ออกมาไม่ได้ แต่ว่าฉินซีก็ได้ตอกกลับคำพูดของเขาไปอ้อมๆ แล้ว เพราะั้แ่ที่ฉินซีสวมใส่ชุดแสดง และเดินไปอยู่ต่อหน้าคุณชายจิ่ง เขาก็กำลังแสดงอยู่! ในตอนนั้น เขาก็คือฉินฮ่องเต้แล้ว!
นอกจากเขาก็เกรงว่าทุกคนในที่นี้จะไม่มีใครรู้สึก แม้แต่ทีมงานก็ยังไม่มีใครรู้สึกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินซีและได้รับคำสั่งด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นนั้น พวกเขาก็พากันเชื่อฟังไปขนาดนั้นแล้ว...
นั่นเป็เพราะอะไร?
เป็เพราะฉินซีได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็ฉินฮ่องเต้ภายในประวัติศาสตร์ ที่ทั้งน่าเกรงขามและสูงส่งแล้วยังไงล่ะ! ต่อหน้าฮ่องเต้ จะมีใครต้านทานอำนาจแบบนั้นได้?
