ครั้งนี้หลิวหรงจะต้องไปเก็บค่าเช่าอีกเป็แน่ดังนั้นจะมีวิธีใดบ้างที่พอจะขัดขวางนางได้...เห็นท่าตอนนี้จะมีเพียงวิธีเดียวแล้วเท่านั้น
นางจะต้องหาวิธีให้หลิวหรงคิดว่าตัวนางท้องแล้วค่อยหาวิธีเปิดโปงนางถึงต่อให้ครั้งหน้านางจะตั้งท้องขึ้นมาจริงๆ คงไม่กล้าป่าวประกาศออกไป และต้วนชิงิก็มีวิธีที่ให้เด็กคนนี้ไม่ได้เกิด!
เพียงคิดว่าลูกอนุจะมาแย่งตำแหน่งและความเอ็นดูไปจากน้องชายของนางภายในใจพลันรู้สึกโกรธขึ้นมาเมื่อคิดว่าต้วนอวี้จะต้องเสียเปรียบ
ลูกชายอนุในชาติที่แล้วของหลิวหรงไม่ได้โง่เขลาเฉกเช่นต้วนอวี้หรานแต่กลับเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์เพทุบาย พูดได้ว่าเมื่อพบต้วนเจิ้งจะชอบเอาอกเอาใจอย่างมากพบหลิวหรงและต้วนอวี้หรานมักประจบประแจง ทว่าเมื่อพบต้วนอวี้กลับเห็นเหมือนศัตรูคู่อาฆาตกันมาั้แ่เมื่อไรก็สุดรู้!
อีกทั้งต้วนชิงิยังจำได้ชัดว่าลูกชายอนุผู้นี้โเี้เืเย็นเป็ที่สุดบ่าวรับใช้ในจวนต้วนเมื่อเห็นก็รีบอ้อมเดินไปอีกทางกันหมด ครั้นพบเจอต้วนชิงิในทุกครั้งไม่เคยเรียกว่าพี่สาวกลับใช้สายตาดูถูกเหยียดหยามมองแทน
เด็กสาวหลับตาลงช้าๆพลางจมลงสู่ภวังค์ทีละน้อยๆ ไม่เอื้อนเอ่ยวาจาต่อคิดในใจชาตินี้หลิวหรงจะไม่มีวันได้ให้กำเนิดลูกชายอีก!
แม่นมหนิงได้ฟังคำพูดต้วนชิงิทั้งหมดก็ไม่มีความลังเลใจแม้แต่น้อย
“เรียนคุณหนู บ่าวจะเขียนจดหมายไปให้พี่สาวบ่าวเชิญให้มาพบเ้าค่ะ!”
…...
ต่อจากนั้นสามวันภายในเรือนของหลิวหรงก็มีข่าวดีว่าหลิวหรงตั้งท้องแล้ว
ต้วนเจิ้งได้ยินข่าวนี้ทำท่าดีใจออกหน้าออกตาในทันทีรีบยกเลิกคำสั่งกักบริเวณและให้บ่าวรับใช้ไปตามต้วนอวี้หรานมาพบหลิวหรง
ต้วนชิงิยื่นอยู่ด้านหลังมองเห็นความดีใจของต้วนเจิ้งทั้งหมดหลิวหรงพุ่งตัวเข้าไปซบอกออดอ้อนในอ้อมกอดผู้เป็บิดาและในอ้อมกอดของนางก็กอดต้วนอวี้หรานที่ยิ้มอย่างดีใจ
ภาพตรงหน้าเป็ภาพที่ดูมีความสุขล้น ประหนึ่งว่าความสุขนั้นคนอื่นไม่สามารถแทรกเข้ามาได้ช่างบาดหูบาดตานัก!
เด็กสาวยืนมองทั้งสามคนอย่างนิ่งเงียบประดุจจดจำภาพตรงหน้าให้ชัดเจนเพราะมีเพียงการจำภาพได้ชัดเจนนางถึงรู้ว่าวันเวลาในชาติที่แล้วความอเนจอนาถได้รับมาอย่างไรและถูกแม่ลูกคู่นี้วางแผนใส่ร้ายแต่ละเื่ มาอย่างไร
นางยืนยิ้มอยู่ด้านหน้าประตูอย่างสำราญใจ...หลิวหรง! เ้าคงมีความสุขมากใช่หรือไม่?
อย่างนั้นต่อไปข้าจะให้เ้าได้ลิ้มรสชาติการตกจาก์แล้วดำดิ่งสู่ห้วงอเวจีว่ามีรสชาติเป็อย่างไร!
ใบหน้าของหลิวหรงที่เปี่ยมไปด้วยความสุขในอ้อมกอดของต้วนเจิ้งเมื่อเหลือบลืมตาขึ้นเห็นเด็กสาวเบื้องหน้าจึงคิดเื่เมื่อวานก่อนขึ้นมาได้ว่าดูถูกนางไว้เช่นไร จึงขมวดคิ้วและหัวเราะไปที่ต้วนชิงิ
“คุณหนูใหญ่... ข้ามีลูกกับนายท่านแล้วอีกหน่อยคุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองจะมีน้องชายเพิ่มอีกคนในจวนต้วนเราจะต้องคึกคักแน่นอน!”
แม้ในใจต้วนชิงิจะเจ็บแต่สีหน้ากลับไม่แสดงอาการใด เพียงยกยิ้มบางๆ “ถ้าเป็น้องชายก็ดีกลัวว่าจะเป็น้องสาว!”
หลิวหรงได้ยินประโยคนี้สีหน้าเปลี่ยนสีไปทันทีนางยังคงยกยิ้มดุจเก่าเอ่ยต่อ “ต่อให้เป็น้องสาวยังไงท่านพ่อก็ดีใจเหมือนเดิมใช่หรือไม่เ้าคะท่านพ่อ!”
ต้วนเจิ้งถึงกับผงะไปชั่วครู่จากนั้นเปลี่ยนเป็หัวเราะ “เหอะๆ กล่าวว่า “ใช่แล้ว ในจวนต้วนไม่มีเื่มงคลมานานแล้วไม่ว่าอี๋เหนียงจะมีลูกชายหรือลูกสาว ข้าดีใจทั้งนั้น!”
นางยังคงไม่ยอมหยุดกล่าววาจาโดยง่ายครั้งนี้จึงจงใจพูดเป็นัย
“ใช่เ้าค่ะ เมื่อก่อนตอนที่จางอี๋เหนียงท้องโชคไม่เข้าข้างจึงรักษาไว้ไม่ได้ ทั้งยังมีชิวอี๋เหนียงที่ท้องแล้วก็กลายเป็คนเสียสติ... ดูท่าแล้วหลิวอี๋เหนียงเป็คนมีโชคดังนั้นท้องนี้...”
เด็กสาวตั้งใจหยุดเว้นจังหวะพูดเพื่อให้ต้วนอวี้หรานคิดว่าคำที่จะพูดต่อจากนี้บาดหูแต่นางกลับพูดว่า
“...จะต้องราบรื่นแน่นอนเ้าค่ะ!”
เพราะว่าบทเรียนในครั้งที่แล้วที่จัดการกับต้วนอวี้หรานดังนั้นหลิวหรงจึงอดกลั้นกับต้วนชิงิคาดไม่ถึงว่านางกล้าพูดประโยคที่ทำให้บุตรสาวของนางโกรธขึ้นมาอีก
ต้วนอวี้หรานจึงพุ่งตัวะโไปยืนต่อหน้าต้วนชิงิพูดเสียงดังลั่น “เป็น้องชายๆๆๆและน้องชายข้าจะต้องเก่งกว่าน้องชายเ้า!”
เห็นได้ชัดว่าน้องสาวต่างมารดาของนางไร้มารยาทแต่หลิวหรงกลับไม่เอื้อนเอ่ยวาจาว่ากล่าวหรือพูดอีกอย่างได้ว่าสิ่งที่นางอยากจะพูดมานาน กลับถือโอกาสให้บุตรสาวพูดแทนนั่นก็คือการยกให้นางเป็ภรรยาเอก!
หลิวหรงเข้าใจต้วนเจิ้งที่สุดและรู้ว่าหากพูดเื่นี้เวลานี้เหมาะสมที่สุด
นางจึงเอียงซบไปที่อกของผู้เป็สามีพลางมองเขาด้วยสายตาวิงวอนระคนน่าสงสารเห็นใจ แม้น้ำตาจะไหลลงอาบสองแก้ม ก็ไม่เช็ดออก พูดคล้ายไม่ได้รับความเป็ธรรมว่า
“อวี้หรานจะพูดเช่นนี้กับคุณหนูใหญ่ไม่ได้เ้าต้องรู้ว่าคุณหนูใหญ่เป็ลูกสาวภรรยาเอก คุณชายใหญ่ก็เช่นกัน ส่วนเ้าเป็แค่ลูกสาวอนุ จะพูดล่วงเกินกับคุณหนูใหญ่ได้อย่างไร?”
‘ลูกอนุ’ กับ ‘ลูกภรรยาเอก’สองคำนี้หลิวหรงพูดกัดฟันสาวตาของนางจ้องมองไปที่ผู้เป็สามีตรงหน้าละม้ายคาดคั้นให้เขาสัญญาอะไรบางอย่างกับนาง!
เด็กสาวมองต้วนเจิ้งด้วยสายตาเ็าในเวลานี้เขากำลังอยู่ในภวังค์แห่งความสุข กลัวว่าจะไม่รับรู้ว่าต้วนอวี้หรานกำลังกลั่นแกล้งนางหรือพูดได้ว่าต่อให้รู้สึกได้แต่กลับปล่อยเลยตามเลย
ในตอนนั้นต้วนชิงิจู่ๆก็แสดงความดีอกดีใจออกมา โชคดีที่นางเตรียมแผนรับมือไว้ ถ้าไม่ได้เตรียมไว้กลัวว่าหลิวหรงจะได้นั่งในตำแหน่งภรรยาเอก
ชาติที่แล้วตอนที่หลิวหรงตั้งท้องนางให้คนส่งข่าวดีไปให้ต้วนเจิ้งที่อยู่ชายแดนเป็เวลาประจวบเหมาะที่ผู้เป็บิดานางได้รับชัยชนะจากศึกจึงคิดว่าลูกคนนี้เป็ของขวัญที่ฟ้าประทานดังนั้นจึงให้คนส่งข่าวกลับมาว่าขอเพียงคลอดลูกชายจะตั้งให้หลิวหรงเป็ผิงชี[1]
แม้ว่าจะเป็ผิงชีแต่ฐานะก็สูงเทียบเทียมฮูหยินผนวกกับฮูหยินติงโหรวที่จากไปอย่างไม่หวนกลับแล้วในจวนต้วนจึงมีฮูหยินเพียงคนเดียว ทว่าเื่นี้เป็เื่ใหญ่สำหรับนางอย่างมากนี่จึงเป็สาเหตุสำคัญที่สุดว่าทำไมจึงยอมให้หลิวหรงคลอดลูกชายไม่ได้
“ว้า” ต้วนอวี้หรานร้องขึ้นมาก่อนเอ่ยอีกประโยคอย่างน้อยใจ “ทำไมน้องชายต้วนชิงิเป็ลูกภรรยาเอก ส่วนน้องชายข้าเป็แค่ลูกอนุ ท่านพ่อนี่มันไม่ยุติธรรม...”
นางร้องไห้ไปดึงชายเสื้อต้วนเจิ้งไปละม้ายว่านางไม่ได้รับความเป็ธรรมในตอนนี้หลิวหรงก็ร้องไห้ขึ้นมาด้วยและกอดต้วนอวี้หรานเอาไว้ พูดทั้งน้ำตาว่า
“ลูกอย่าร้องเลย นี่เป็โชคชะตาของแม่ ของเ้าและน้องชายเ้า...เพราะแม่เป็แค่อนุจึงต้องลำบากลูกชายลูกสาวทั้งสองด้วย!”
เมื่อเห็นทั้งสองคนกำลังแสดงละครต้วนชิงิทำได้เพียงแต่นิ่งเงียบ ส่วนต้วนเจิ้งที่ได้ยินเสียงร้องไห้หลิวหรงจึงพูดขึ้นด้วยความเ็ปใจว่า “ไม่ต้องร้องแล้วๆในท้องเ้ามีเืเนื้อเชื้อไขของข้า อีกอย่างร้องไห้มากจะไม่ดีต่อสุขภาพ! ครั้งนี้ขอเพียงให้เ้าคลอด...”
เดิมทีต้วนชิงิไม่อยากพูดแทรกผู้เป็บิดานางอยากให้ต้วนเจิ้งพูดเื่ก่อนคลอดลูกกับหลิวหรงจากนั้นค่อยดูพวกเขาตกจาก์ลงสู่นรก ยิ่งไปกว่านั้นอยากดูว่าท่านพ่อที่ภายนอกดูมีเมตตาเป็ที่สุดเมื่อรู้ว่าโดนหลอกจะผิดหวังและโกรธเคืองมากเท่าใด!
แต่เมื่อดูพวกนางกำลังแสดงละครต้วนชิงิรู้สึกอึดอัดและมองไปยังหลิวหรงที่ท่าทางอ่อนหวานนุ่มนวลยังมีต้วนอวี้หรานที่ร้องไห้เสียงดังจนน่าสงสาร นางพลันรู้สึกโกรธกัดฟันกรอดๆคิดในใจว่าแม่ลูกคู่นี้กล้าแสดงละครต่อหน้านาง หรือว่าในความคิดของพวกนั้นคิดว่านางตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
คนอย่างข้าถ้าให้พวกเ้าทั้งสองเป็ดั่งหวังก็ไม่ต้องมาเรียกข้าว่า ต้วนชิงิ!
ดังนั้นนี่จึงเป็ครั้งแรกที่ต้วนชิงิขัดคำพูดต้วนเจิ้งอย่างไม่มีมารยาททั้งมือ ปากและร่างกายต่างสั่นไปหมด!
นางสั่นจนต้องยกหัวขึ้นเผยให้เห็นแววตาที่ไม่ยอมแพ้มองจ้องไปที่ต้วนเจิ้ง สายตาแบบนั้นได้ฟังเื่ที่ยากจะอธิบาย
…...
[1] ผิงชี เป็ตำแหน่งและฐานะเทียบเท่าภรรยาเอกหรือฮูหยิน
