ในกระโจมด้านหลังได้มีเสียงโอดครวญลอดออกมาตลอด เฉินตงหันหน้ากลับไปมองอย่างกังวล
“หัวหน้า พวกเราออกมาแบบนี้ คนพวกนั้นคงไม่จัดการน้องชายเหยียนน?” เฉินตงถามด้วยความกังวล
“ไม่!”
จ้าวอี้ไม่ได้ตอบคำถาม ในทางกลับกันเจี่ยงจาวตี้พูดอย่างมั่นใจ มองเห็นเฉินตงเหมือนกับไม่เข้าใจ จึงอธิบายอย่างอดทน “ผู้าุโท่านนั้นเป็คนฉลาดมากใช่ไหม? คนเช่นนี้ชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสีย ภายหลังที่นี่จะไม่เป็์ของผู้พิทักษ์สุสานแล้ว ย่อมต้องพิจารณาความเกี่ยวข้องกับประเทศ ดังนั้น น้องชายเหยียนไม่ตายแน่”
คนสองสามคนเดินออกด้านนอก ทันใดนั้นก็เห็นคนหนึ่ง คนคนนี้ปรากฏอยู่ที่นี่ทำให้จ้าวอี้ประหลาดใจ
“ผู้เฒ่าสวี่! คุณเป็ยังไง?”
เฉินตงขึ้นหน้าประคองผู้เฒ่าสวี่อย่างรีบร้อน สีหน้าของผู้เฒ่าสวี่เรียกได้ว่าแย่มาก
ซีดขาว ไม่มีเืฝาดใดๆ
จ้าวอี้และเจี่ยงจาวตี้มองหน้ากัน ในสายตาปรากฏความแปลกใจ
คนชุดดำลึกลับคนนั้น พวกเขาสองคนได้คาดเดา ว่าอาจเป็ผู้เฒ่าสวี่
อายุไม่น้อยแล้ว ยังกล้าเข้าไปในพระราชวังใต้ดินคนเดียว จึงจำเป็ต้องมีประสบการณ์มาก ในความเข้าใจของพวกเขา ผู้เฒ่าสวี่เป็คนที่สอดคล้องกับลักษณะนิสัยนี้
แล้วคนคนนี้ก็ปรากฏตัว
“ยังดี ตายไม่ได้”
ผู้เฒ่าสวี่เห็นพวกเขา ราวกับวางใจ จึงพูดล้อเล่น
“ที่นี่มีแพทย์ทหารไหม? รีบให้แพทย์ทหารมาตรวจสอบหน่อย”
จ้าวอี้ประคองเขาเช่นกัน ไม่ว่าในใจจะสงสัยอะไร การกระทำที่ควรทำตอนนี้ ก็ยังต้องทำอยู่
พาผู้เฒ่าสวี่ส่งในห้องพยาบาลของแพทย์ทหาร สองสามคนจึงรอผลอยู่ด้านนอก อุปกรณ์ครบถ้วน ที่นี่เคยเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เบื้องบนจึงให้ความสำคัญ
“พวกนายว่า...”
เจี่ยงจาวตี้พูดอย่างยากลำบาก คิดจะถามจ้าวอี้
“เธอไปลองดูที่น้องชายเหยียนหน่อย ดูว่าเขายืนยันตัวตนของหัวหน้าพวกเขายังไง พวกเขาต้องมีกฎที่เราไม่รู้”
จ้าวอี้คิด และพูดกับเจี่ยงจาวตี้
เจี่ยงจาวตี้หันหลังจากไป สำหรับน้องชายเหยียนจะบอกได้หรือไม่ เธอไม่กังวลแม้แต่น้อย ถ้าน้องชายเหยียนงี่เง่า เจี่ยงจาวตี้ก็มีคำกล่าวอ้าง เกี่ยวกับสิ่งที่น้องชายเหยียนกังวลที่สุดในตอนนี้
“หัวหน้า นายหมายความว่ายังไง?”
เฉินตงถามอย่างค่อนข้างไม่รู้ตัว
“รอบที่สองที่พวกเราเข้าไปในพระราชวังใต้ดิน เจอคนชุดดำลึกลับคนหนึ่ง...”
จ้าวอี้เล่าเื่ทั้งหมดในพระราชวังใต้ดินให้เฉินตงฟังคร่าวๆ เฉินตงฟังแล้ว ใบหน้าก็เผยความรู้สึกสับสน “ไม่หรอกมั้ง หัวหน้า นายสงสัยผู้เฒ่าสวี่? เป็ไปไม่ได้! ตัวตนของผู้เฒ่าสวี่พวกเราต่างรู้ดี ตอนแรกก็เพื่อหลบหลีกการตามฆ่าขององค์กรโจรขโมยสุสาน บรรพบุรุษก็ได้พึ่งพาข้าราชการแล้ว จะเป็หัวหน้าองค์กรนี้ได้ยังไง?”
เฉินตงส่ายหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาไม่คิดว่ามันมีเหตุผล!
“ฉันก็ไม่หวังให้นี่เป็จริง แต่ในคนที่เรารู้จัก ใครสอดคล้องกับนิสัยสองอย่างนี้ที่สุดล่ะ? มีเพียงผู้เฒ่าสวี่!”
จ้าวอี้พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ฉันยังคิดว่าเป็ไปไม่ได้ ผู้เฒ่าสวี่เป็คนที่ดีมาก โดยปกติก็ดูเป็คนอารมณ์ดี ถ้าเป็อย่างที่นายบอกจริง เขาก็เก็บซ่อนได้ลึกไปแล้ว...”
จ้าวอี้เพิ่งพูดถึงกินเนื้อคน ตอนนี้เฉินตงจึงคิดดู และยังคงรู้สึกหนังหัวชา
“หวังว่าจะไม่ใช่เขา ไม่ว่ายังไง พวกเราก็ต้องคิดวิธีทดสอบเขาสักหน่อย ตอนนี้คิดสักวิธี”
“แต่ว่า เจี่ยจ้าวิตายแล้ว รถปฏิบัติการก็ถูกทำลาย เบาะแสที่เหลือไว้แทบไม่มี เว้นแต่เข้าไปในพระราชวังใต้ดิน หารอยเท้าของคนชุดดำ ดำเนินการวิเคราะห์ ไม่งั้น พวกเราก็ไม่มีวิธีที่ดีแล้ว?” เฉินตงคิดเล็กน้อย ยังคงไม่อยากเชื่อว่าผู้เฒ่าสวี่เป็ฆาตกร
“ฉันมีวิธีหนึ่ง เพียงแต่นายต้องร่วมมือ นายทำอย่างนี้...”
จ้าวอี้พูดวิธีหนึ่งกับเฉินตงเบาๆ หลังเฉินตงฟังจบ ใบหน้าก็เกิดความลังเล “วิธีนี้มีประโยชน์เหรอ? ตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแอขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เขา แล้วเกิดอุบัติเหตุจะทำยังไง?”
“วางใจเถอะ ร่างกายของผู้เฒ่าสวี่แข็งแรง ถ้าไม่แข็งแรง เขาจะกล้านำพวกเราลงไปในสุสาน?”
จ้าวอี้พูดเป็ครั้งแรก ตอนนี้นึกย้อนดู กำลังของผู้เฒ่าสวี่ค่อนข้างโดดเด่น ในพระราชวังใต้ดิน ก็ไม่ได้แสดงท่าทางเหน็ดเหนื่อยใดๆ
“ก็ได้!”
เฉินตงพยักหน้าในที่สุด
ไม่นานก็มีผลการตรวจจากแพทย์ทหาร
“ผู้เฒ่าคนนี้ไม่มีอะไรสาหัส ร่างกายมีรอยฟกช้ำและแผลไฟไหม้จำนวนมาก แต่ไม่ใช่เื่ใหญ่ นอกจากนั้น ่นี้ยังค่อนข้างขาดสารอาหาร นี่เป็ผลการตรวจร่างกาย...พวกคุณสามารถเข้าไปเยี่ยมเขาได้ แต่ต้องระวังให้เขาได้พักผ่อน พักผ่อนสักหน่อยก็ไม่สาหัสแล้ว”
เข้าในห้องผู้ป่วย บุรุษพยาบาลคนหนึ่งกำลังป้ายยาขี้ผึ้งสีดำชนิดหนึ่งที่รอบตัวผู้เฒ่าสวี่ ผู้เฒ่าสวี่เพียงแต่ขมวดคิ้ว ไม่ได้ร้องเ็ป
รอเขาจัดการเสร็จ จ้าวอี้และสามเณรจึงเดินไปที่หน้าเตียงผู้ป่วย ถามอย่างใส่ใจ “ผู้เฒ่าสวี่รู้สึกเป็ยังไง?”
“ก็ดี จับคนที่โจมตีเราได้รึยัง?”
เขาพยายามจะนั่งขึ้น จ้าวอี้จึงรีบประคองเขาให้นั่ง
“คุณเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นได้ไหม?”
จ้าวอี้ไม่ตอบคำถามของผู้เฒ่าสวี่ และถามเขากลับ
"ฉันเป็คนแก่ขี้หลงขี้ลืม..." ผู้เฒ่าสวี่ตบๆหน้าผากอย่างรำคาญ ท่าทางเช่นนี้ ทำให้เขาหน้าตาบิดเบี้ยว ราวกับได้รับาเ็
“ตอนนั้น ฉันหลับบนรถปฏิบัติการ ทันใดนั้นรถปฏิบัติการก็จอดลง ฉันก็เห็นคนสวมชุดดำและสวมผ้าคลุมสีดำทั้งตัวกำลังถือมีดสั้น เตรียมจะฆ่าฉัน! ตอนนั้นฉันจึงยกผ้าห่มคลุมตัว แล้วหนีออกไปข้างนอก ตอนนั้นประตูรถได้เปิดอยู่ ฉันเห็นเสี่ยวเจี่ยหมอบอยู่ด้านหน้ารถปฏิบัติการ ฝากระโปรงรถเปิดอยู่ ฉันวิ่งออกไปจึงพบว่า เส้นเืใหญ่ที่คอของเสี่ยวเจี่ยวถูกตัดขาดแล้ว เวลานี้ คนชุดดำก็ตามออกมา ไม่มีทางเลือก ฉันทำได้เพียงหนีไปก่อน คนคนนั้นตามฉันอยู่ร้อยกว่าเมตร ไม่รู้ว่าทำไมถึงล้มเลิกกะทันหัน เพราะฉันไม่มีอะไรเลย และหาที่พักแรมไม่เจอ ดังนั้นวันนี้ถึงเพิ่งกลับมา”
ผู้เฒ่าสวี่พูดจบ ท่าทางก็ค่อนข้างเหน็ดเหนื่อย หยิบบุหรี่ของเขาออกมา สูบๆ พ่นๆ อยู่หลายคำ ที่จริงระหว่างการพักฟื้นห้ามสูบบุหรี่ เพียงแต่ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลอย่างเป็ทางการ จึงไม่มีใครสน
จ้าวอี้พิจารณาคำพูดของเขา ตามที่เขาพูด รถปฏิบัติการน่าจะเกิดปัญหา เจี่ยจ้าวิจึงลงไปตรวจสอบ จากนั้นจึงถูกคนชุดดำลอบสังหาร คนชุดดำคนนี้น่าจะเป็หนึ่งในคนชุดดำในพระราชวังใต้ดิน
ถ้าคำพูดผู้เฒ่าสวี่เป็ความจริงทั้งหมด
“ผู้เฒ่า คุณทานโจ๊กสักหน่อย แพทย์ทหารแนะนำ คุณควรเสริมสารอาหารเล็กน้อย ไม่สามารถทานอาหารมัน มา กำลังอุ่นๆ”
ขณะนี้เฉินตงเดินเข้ามาจากด้านนอก ในมือถือถ้วยโจ๊กร้อนๆ
จ้าวอี้หลีกทาง ผู้เฒ่าสวี่ทานคำใหญ่ ดูท่าจะหิวจริงๆ
“คุณพักผ่อนก่อน เฉินตง ดูแลผู้เฒ่าสวี่”
“ไม่มีปัญหา ให้เป็หน้าที่ฉันเถอะ” เฉินตงตกลงเสียงดัง
จ้าวอี้เตือนประโยคหนึ่ง ผู้เฒ่าสวี่จึงหลับตา ราวกับเหนื่อยมาก อยากจะพักผ่อน จ้าวอี้จึงไม่อาจรบกวนต่อไป
ออกจากห้องผู้ป่วย คิ้วของจ้าวอี้ก็ขมวดขึ้น
“สามเณร นายรู้สึกว่าคำพูดของผู้เฒ่าสวี่ผิดปกติไหม?”
มีเพียงสามเณรที่อยู่ด้านข้าง สายตาคนเดียวไม่กว้างไกล จ้าวอี้จึงปรึกษาสามเณรสิงเฉินเป็ธรรมดา
“ฟังแล้วเหมือนจะสมเหตุผล เพียงแต่อาตมารู้สึกค่อนข้างผิดปกติ”
สามเณรลังเล และพูดความเห็นของตน
“ไม่ผิด มีข้อสงสัย นายว่า ตอนพวกเขากลับไปเป็ตอนกลางวัน สายตาน่าจะยังดี รถปฏิบัติการไม่อาจเสียอย่างไม่มีเหตุผล มีเหตุการณ์เดียวที่อาจลงจากรถ นั่นก็คือพบคนที่้าช่วยเหลือ แต่คนที่สวมชุดดำทั้งตัวกลางวันแสกๆ คนเช่นนี้มองยังไงก็ผิดปกติ เจี่ยจ้าวอี้ทำไมถึงหยุดรถ? ถ้ารถปฏิบัติการถูกสิ่งกีดขวางบางอย่าง นี่ก็เป็ไปไม่ได้ เพราะการมองเห็นตอนกลางวันต้องดีมาก!”
สีหน้าของจ้าวอี้เคร่งเครียดมาก ฟังผ่านๆคำพูดของผู้เฒ่าสวี่ก็มีเหตุผล แต่เมื่อคิดอย่างละเอียด กลับมีช่องโหว่ไปหมด
ขณะนี้ เขามีบางอย่างไม่เข้าใจ ถ้าเขาพูดโกหก คำโกหกนี้ก็ปลอมเกินไป แต่ถ้าฆาตกรเป็เขา ทำไม เขายังกล้ากลับมาอย่างสง่าผ่าเผยอีก เขามั่นใจว่าจะไม่เผยช่องโหว่ขนาดนั้น?
จ้าวอี้ไม่รู้สึกเช่นนั้น ต้องมีบางอย่างที่เขาคิดไม่ออก
ขณะนี้เจี่ยงจาวตี้ก็มา
“ถามชัดเจนแล้ว พวกเขายืนยันตัวตนของหัวหน้า จากแหวนทองขนาดเท่าเล็บมือ บนนั้นสลักตัวเลขโบราณไว้ ยังมีลวดลายพิเศษ คนของพวกเขาแค่มองก็รู้ พวกนายได้ถามมารึยัง?”
เจี่ยงจาวตี้รายงานสถานการณ์ที่น้องชายเหยียนบอก
จ้าวอี้เล่าบทสนทนาของพวกเขาให้เจี่ยงจาวตี้ จากนั้นจึงพูดการวิเคราะห์ของตนเอง เจี่ยงจาวตี้ขมวดคิ้วพิจารณา
ทันใดนั้น เจี่ยงจาวตี้ก็พูดอย่างตื่นเต้น “ฉันเข้าใจแล้ว! ต้องเป็หลักฐาน! แม้คำพูดนี้จะมีข้อบกพร่องมากมาย ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน ก็ไม่มีอะไรพิสูจน์ว่าเขาเป็ฆาตกร! เห็นได้ชัด สมมุตว่าถ้าฆาตกรเป็ผู้เฒ่าสวี่ เขาต้องไม่อยากให้ชีวิตที่เหลือของตนเองต้องอยู่อย่างหลบซ่อน การทำความสะอาดตัวตนของเขาจึงสำคัญ”
“เธอเดาอาจถูกต้อง”
จ้าวอี้พยักหน้าอย่างจริงจัง “ถ้างั้นการระบุของน้องชายเหยียนก็สำคัญมาก เขาอาจซ่อนแหวนทองไว้ที่ไหน?”
ตอนนี้แหวนทองเป็หลักฐานที่ดีที่สุด
ในเสื้อผ้า ในรองเท้า สถานที่เหล่านี้ดูแล้วไม่น่าเป็ไปได้ เพราะเขาได้รับาเ็ จึงทราบว่าเมื่อกลับมาจะต้องเปลี่ยนชุดผู้ป่วยแน่
ถ้าโยนทิ้ง ไม่ใช่เป็ไปไม่ได้ เพียงแต่ความเป็ไปได้น้อยมาก เพราะแหวนทองสำคัญเกินไป เป็หลักฐานหนึ่งเดียวที่ควบคุมองค์กรั์ใหญ่
แน่นอน ถ้าระวังสักหน่อย โยนทิ้งก็ได้ คราวหน้าค่อยทำเลียนแบบก็พอ นี่สำหรับผู้เฒ่าสวี่แล้ว น่าจะไม่ลำบาก
“พวกเราไปดูว่าเขาหลับรึยัง”
ปรึกษาไม่ได้วิธีที่ดี เจี่ยงจาวตี้จึงเสนอให้ไปดูในห้องผู้ป่วยอีก
“รอก่อน”
จ้าวอี้ได้จัดเตรียมอีกวิธีเช่นกัน เข้าไปตอนนี้ไม่เหมาะสม
ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เฉินตงเดินบีบจมูกออกมา เขายกกระโถนหนึ่ง พยายามยกให้ห่างจากตนเองเล็กน้อย เห็นพวกจ้าวอี้ จึงรีบพูดขึ้น “ฉันไปจัดการสิ่งนี้ก่อน...”
“พวกเราเข้าไปเถอะ!”
ผู้เฒ่าสวี่กำลังนอนอยู่บนเตียง สูบบุหรี่อย่างใจสู้แต่ไม่มีกำลัง
“ผู้เฒ่าสวี่ เวลานี้ คุณยังสูบบุหรี่ ไม่สามารถสูบได้ แผลดีขึ้นคุณค่อยสูบ”
เจี่ยงจาวตี้เห็นฉากนี้ จึงรีบโน้มลงไปคิดจะฉวยบุหรี่มา การฉกชิงนี้ ใครจะรู้ว่าเอาไปไม่ได้
ผู้เฒ่าสวี่ราวกับจะยืดตัวขึ้น จากนั้นจึงพูดอย่างไม่เต็มใจ “สาวน้อยอา นี่เป็สมบัติของฉัน ใกล้ชิดกว่าเมียฉันอีก อยู่กับฉันมาสี่สิบกว่าปีแล้ว เธอไม่อาจขโมยไป!”
“ได้ยังไง ฉันไม่ให้คุณสูบ ไม่อาจสูบเพื่อร่างกายของคุณเอง คุณพักก่อนเถอะ พวกเราอยู่กับคุณสักครู่”
เจี่ยงจาวตี้พูด จึงดับยาสูบด้านใน จากนั้นวางกลับไปที่ข้างเตียงของเขา
ผู้เฒ่าสวี่หลับตาเริ่มพักผ่อน รอเฉินตงกลับมา พวกเขาถึงออกจากห้อง
“บุหรี่เหมือนกับไม่มีปัญหา เวลาน้อยไป ผู้เฒ่าสวี่จ้องเขม็งเกินไป ฉันจึงตรวจสอบไม่ละเอียด” คำตอบของเจี่ยงจาวตี้ไม่ใช่แง่ดี
