ไม่้าให้นักเรียนคนหนึ่งเข้าร่วมการสอบเกาเข่า?
นี่เป็เื่ที่จะบอกว่ายากก็ไม่ยากจะบอกว่าง่ายก็ไม่ง่ายเซี่ยจื่ออวี้แค่เห็นจ้าวกังแล้วผุดความคิดขึ้นทันทีเท่านั้นเดิมทีเธอควรเลือกใช้วิธีที่รุนแรงกว่า หากจ้าวกังทำสำเร็จเธอก็ไม่ต้องหาคนอื่นอีก
ด้วยคะแนนของเซี่ยเสี่ยวหลาน การไม่ยอมให้เธอร่วมสอบเกาเข่านี่เป็การทำลายอนาคตคนเลยทีเดียว
จ้าวกังั์ตาล่อกแล่ก “เื่แบบนี้มีความเสี่ยงมากเกินไปแล้วฉันทำไม่ได้หรอก”
เซี่ยจื่ออวี้ยิ้มแย้ม “หลังจากสำเร็จฉันจะมอบของขวัญแสดงความยินดีแก่อาจารย์จ้าวที่ได้สาวงามไปกลายเป็ลูกเขยในอุดมคติของบ้านซุน อย่างไรเสียวาจาก็รับประกันอะไรไม่ได้ครูจ้าวจะเห็นความจริงใจเล็กๆ น้อยๆ ของฉันในไม่ช้า”
เซี่ยจื่ออวี้ไม่้าพูดจามากความกับจ้าวกังอีก
มือเธอยังกำเงินห้าพันหยวนอยู่ ดึงออกมาห้าร้อยหยวนใส่ลงซองจดหมายและยัดเข้าไปผ่านช่องประตูห้องพักของอาจารย์จ้าว
เงิน 500 หยวนเซี่ยจื่ออวี้ยังไม่เห็นในสายตาหนึ่งเดือนจางจี้ไม่ได้ทำเงินได้แค่นี้ ‘จางจี้’ คือโคนมเงินสดที่เตรียมพร้อมไปด้วยทุนหมุนเวียนเพื่อเซี่ยจื่ออวี้ไม่ว่าเธอ้าทำสิ่งใด ย่อมหนีไม่พ้นการใช้เงินทองเปิดทางทุกวันนี้ผู้คนมากมายดูแคลนธุรกิจส่วนตัว แต่ใครจะดูแคลน ‘ต้าถวนเจี๋ย’ ? จ้าวกังเป็อาจารย์ในเซี่ยนอีจงเงินเดือนหนึ่งเดือนได้เพียงไม่กี่สิบหยวน ฐานะย่ำแย่เสียหญิงไม่ชายตาแลที่ติดตามวอแวซุนเถียนมิใช่เพราะคิดอยากพึ่งพาอาจารย์ใหญ่ซุนเลื่อนตำแหน่งหรือ
บุรุษจะไขว่คว้าใจสตรีได้อย่างไร? ก็ต้องยินดีทุ่มเทจิตใจ ทุ่มเทเวลาอีกทั้งต้องยินดีทุ่มเทเงิน!
เซี่ยจื่ออวี้ตัดสินใจยื่นมือช่วยจ้าวกัง
ตอนนี้เขาได้เงิน 500 หยวนไปอย่างง่ายดายย่อมอยากได้มากกว่านี้เป็ธรรมดา
ขอแค่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่สามารถเข้าร่วมการสอบเกาเข่า เซี่ยจื่ออวี้ก็ไม่สนว่าต้องใช้เงินมากสักเท่าไรและเธอก็ไม่อาจฝากความหวังทั้งหมดไว้กับจ้าวกัง ก่อนจากไป เซี่ยจื่ออวี้จึงหารือกับบิดาอย่างจริงจัง
“วิธีอ้อมค้อมพวกนั้นก่อนหน้านี้เอาเซี่ยเสี่ยวหลานไม่อยู่แล้วต้องตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่า อดทนรออีกไม่กี่เดือนรอเธอลดความระแวดระวังลงพวกเราค่อยลงมือ”
เซี่ยฉางเจิงเกรงกลัว “จื่ออวี้จางเสเพลโดนตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ลูกว่ามีสาเหตุมาจากข่าวลือพวกนั้นหรือเปล่า”
“ไม่ได้บอกแล้วหรือจางเสเพลโดนตัดสินจำคุกเพราะว่าลักขโมยเงินหลวงจำนวนมหาศาล? นั่นเขาดันเจอการปราบปราม รออีกไม่กี่เดือนให้การปราบปรามผ่านพ้นไป พวกนักเลงหัวไม้ข้างถนนก็จะเริ่มเคลื่อนไหวกันอีกครั้งไม่ได้จะฆ่าคนวางเพลิง แค่ทำให้เซี่ยเสี่ยวหลานไม่สามารถร่วมสอบเกาเข่าเท่านั้นอย่างเช่นทำให้เธอล้มแขนหักจนเขียนหนังสือไม่ได้เป็อย่างไร?”
เซี่ยจื่ออวี้กล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อน เซี่ยฉางเจิงจำต้องพยักหน้ารับ
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ค่อยไว้วางใจฝีมือของบิดานัก จึงเน้นย้ำอีกหน “อย่าติดต่อกับคนที่จ้างโดยตรง จ่ายเงินมากหน่อยได้เื่แบบนี้คนในบ้านพวกเราห้ามไปทำด้วยตัวเอง”
คนในครอบครัวย่อมน่าเชื่อถือกว่าอยู่แล้ว เช่นอาของเธอจางหม่านฝูแต่เมื่อคนในครอบครัวไปจัดการเองก็กลัวว่าหากเื่ราวถูกเปิดเผยแล้วจะซัดทอดมาถึงเซี่ยจื่ออวี้
เซี่ยจื่ออวี้ไม่้าแบกรับมลทินไว้แม้แต่นิดเดียว
วันที่หกของปีใหม่เซี่ยจื่ออวี้และหวังเจี้ยนหัวซื้อตั๋วรถไฟไปฮาร์บินด้วยกัน
บิดามารดาของหวังเจี้ยนหัวถูกส่งไปใช้แรงงานยังไร่ทางตอนเหนือสุดของฮาร์บินที่นั่นเป็เขตหนาวจัด สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติลำเค็ญเป็อย่างยิ่ง ยากเย็นกว่าวันเวลาที่หวังเจี้ยนหัวอยู่ในหมู่บ้านต้าเหอเหลือคณานับอาหารการกินแค่ฝืนอิ่มท้อง ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าเพราะเลวร้ายมาก อีกทั้งยังขาดแคลนยารักษาโรคอีกด้วยโรคร้ายแรงโรคเล็กน้อยล้วนต้องอาศัยการอดทน...เมื่อก่อนมารดาหวังเจี้ยนหัวเคยลำบากเช่นนี้ที่ไหนกัน อยู่ไร่มาหลายปี ในหนึ่งปีมักจะเจ็บป่วยไปเสียครึ่งปี
“พวกเราเอาเสื้อผ้าและยาสามัญบางอย่างไปเพิ่มเถอะเธอไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจคุณลุงคุณป้าพวกเขาต้องผ่าน่เวลายากลำบากนี้ไปได้แน่นอน”
เซี่ยจื่ออวี้กำลังปลุกใจหวังเจี้ยนหัวเช่นเดียวกัน
หวังเจี้ยนหัวมองเซี่ยจื่ออวี้จัดเตรียมสิ่งของต่างๆ และได้ตระหนักถึงความดีของเธอ
หากกล่าวว่าตอนแรกเซี่ยเสี่ยวหลานให้ความมั่นใจในการพัฒนาตนเองอีกครั้งแก่หวังเจี้ยนหัวกำลังใจจากเซี่ยจื่ออวี้ก็เป็การทุ่มเททางวัตถุที่จับต้องได้ตระกูลเซี่ยมีฐานะอย่างไรหวังเจี้ยนหัวหรือจะไม่รู้ร้านอาหารว่างเปิดกิจการโดยพ่อแม่ของเซี่ยจื่ออวี้ร่วมหุ้นกับอาและอาสะใภ้โดยการปิดบังตระกูลเซี่ยไว้เงินที่ได้มาแบ่งกันสองบ้าน คนชนบทให้ความสำคัญต่อชายมากกว่าหญิงเซี่ยจื่ออวี้ยังมีน้องชายอีกคนซึ่งเรียนประถมอยู่ เงินที่เซี่ยฉางเจิงและจางชุ่ยหาได้จะแบ่งให้ลูกสาวสักเท่าไรกัน?
หวังเจี้ยนหัวจับมือของเซี่ยจื่ออวี้
“พ่อแม่ฉันต้องชอบเธอแน่”
หวังเจี้ยนหัวรับรอง บิดามารดาของเขาต้องโปรดปรานเซี่ยจื่ออวี้อย่างแน่นอน
----------------------------------------
โจวเฉิงก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน
ภรรยาของเขายอดเยี่ยมเสียขนาดนั้น บิดามารดาเขาพบตัวจริงต้องชื่นชอบแน่นอนทั้งตรุษจีนโจวเฉิงมีเพียงวันหยุดครึ่งวันสั้นๆ เพียงเท่านั้น เมื่อไม่ได้พบเซี่ยเสี่ยวหลานเขาคิดถึงคะนึงหาจนกลางคืนถึงกับนอนไม่หลับ
ยิ่งกว่านั้นคือไม่กี่วันผ่านไปเหล่าฟางพาคู่หมายซึ่งรู้จักผ่านการดูตัวมาถึงหน่วยงาน เสียงร่ำร้อง ‘พี่สะใภ้’ ที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกหางของเหล่าฟางแทบทะยานขึ้นฟ้า คนคนนี้ยังกวนโมโหอีกด้วยการพาคนรักมาวนเวียนต่อหน้าโจวเฉิง
“เฟยเฟย ผู้นี้คือโจวเฉิง หนุ่มแน่นมีความสามารถ อยู่ตำแหน่งเดียวกับฉันแล้ว”
เหล่าฟางภาคภูมิใจยิ่งนัก เกาเฟยคนรักของเขาปีนี้อายุ 24 ปี ครอบครัวทำงานด้านสาธารณะสุขเกาเฟยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการแพทย์เช่นกัน กำลังฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาล เธอเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีอีกทั้งตัวเธอไม่ขี้เหร่ด้วย ไม่ว่าการศึกษาหรือรูปลักษณ์ล้วนสามารถโอ้อวดได้ไม่อายใครเป็หญิงสาวผู้มีคุณสมบัติองค์รวมยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เหล่าฟางเคยพบเกาเฟยเองมีแรงกระตุ้นบางอย่าง พบหน้าครั้งแรกก็พึงพอใจในตัวเหล่าฟางไม่น้อย
ถ้าไม่เปรียบเทียบเหล่าฟางกับโจวเฉิง เหล่าฟางถือว่าเป็ชายหนุ่มรูปงามเปี่ยมความสามารถของหน่วยงานคนหนึ่งเลยทีเดียว
แต่เขาภาคภูมิใจเกินควร พาเกาเฟยผู้ที่ความรู้สึกยังไม่มั่นคงมาอยู่ต่อหน้าโจวเฉิง
เกาเฟยรู้สึกเหลือเชื่อ “คุณเพิ่งอายุเท่าไรกันตอนนี้อยู่ระดับเดียวกับเหล่าฟางแล้ว?”
โจวเฉิงสนใจสตรีอื่นที่ไหน ทั้งสมองเขาคือภรรยาของตนเองเรียกพี่สะใภ้ตามมารยาทเสร็จก็ก้าวขาจากไป เหล่าฟางคิดว่าโจวเฉิงโดนจี้จุดเข้าแล้วแต่เกาเฟยกลับไม่พอใจนัก
“โจวเฉิงคนนี้ทะนงตัวไม่เบา”
“คนหนุ่มก็ทะนงตัวเช่นนี้ไม่ใช่หรือเขาแค่อิจฉาที่ฉันหาคนรักยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้ เฟยเฟยเธอเป็เกียรติเป็ศรีแก่ฉันจริงๆ !”
ความตื่นเต้นของเหล่าฟางถูกเขียนไว้บนใบหน้าด้วยซ้ำเขาสรรเสริญเยินยออย่างเถรตรง ชมเสียเกาเฟยผุดรอยยิ้มขึ้นมา
เหล่าฟางตั้งใจต่อสู้เพื่อหน้าที่การงานจึงเสียเวลาจนถึงตอนนี้เกาเฟยทราบว่าเมื่อก่อนมีคนมากมายแนะนำคู่หมายให้เหล่าฟางทว่าเขาก็ไม่ตกลงเธอน่าจะเป็คนรักคนแรกของเหล่าฟาง ชายหนุ่มอายุ 30 ปีคือ่วัยทองคำพอดี เกาเฟยพึงพอใจในเหล่าฟางเหมือนกัน
เธออยากคบหากับข้าราชการ คนในครอบครัวจึงแนะนำเหล่าฟางให้มิใช่ว่าพบหน้าก็ลงเอยกันแล้วหรือ?
เพียงแต่ตอนแรกเธอคิดว่าเหล่าฟางนั้นยอดเยี่ยมเพียงพอแล้ว แต่หลังจากได้เจอโจวเฉิงเกาเฟยก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา เหล่าฟางอายุ 30 ปีแล้วทว่าโจวเฉิงอายุยังไม่ 21 ปีบริบูรณ์เลย...เกาเฟยจับจ้องแผ่นหลังของโจวเฉิง นี่ต่างหากคือชายหนุ่มรูปงามมากความสามารถที่แท้จริง
เธอถามไถ่เหมือนไม่คิดอะไร “โจวเฉิงอายุน้อยแบบนี้น่าจะยังไม่มีคนรักสินะ?”
เหล่าฟางเบะปาก “ใครจะรู้เล่าได้ยินว่าคบกับสาวต่างถิ่น มักส่งของให้โจวเฉิงบ่อยๆ แต่ทุกคนล้วนไม่เคยพบตัวจริง”
หญิงสาวต่างถิ่น?
อย่างโจวเฉิงผู้นี้ จะคบหากับสาวต่างถิ่นได้หรือ?
เกาเฟยเป็คนปักกิ่ง วงศ์ตระกูลไม่ต่ำต้อย คุณสมบัติของเธอก็ดีจึงไม่ชายตาแลคนต่างถิ่นเท่าไรนัก ทว่าเธอไม่เคยเอ่ยออกไปต่อหน้าเหล่าฟางเพราะเหล่าฟางก็ถือว่าเป็คนต่างถิ่น นี่คือสิ่งเดียวที่เกาเฟยไม่พอใจในตัวของเหล่าฟาง
“โจวเฉิงน่ะ เขาเป็คนที่ไหน?”
คำถามของเกาเฟยวนเวียนอยู่กับโจวเฉิง เหล่าฟางจึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ใส่ใจโจวเฉิงขนาดนั้นไปทำไม? ตกลงแล้วเป็แฟนสาวของใครกันแน่?
การพาเกาเฟยมาพบโจวเฉิงช่างเป็การเดินหมากที่เพลี่ยงพล้ำเสียจริงๆเหล่าฟางหลงระเริงจนลืมตัว ลืมไปว่าโจวเฉิงเป็ที่นิยมมากเพียงใด สตรีพวกนั้นพยายามทุกวิถีทางเพื่อปรากฏตัวต่อหน้าโจวเฉิงแต่เขากลับทำพลาด พาคนรักมาถึงหน้าโจวเฉิงด้วยตนเอง...เหล่าฟางอยากตบปากตัวเองสักสองฉาดเหลือเกิน!
