ั์ตาของอวิ๋นซูเปล่งประกาย มือของนางแอบเคลื่อนไหวเงียบๆ อยู่ข้างหลัง
“อยู่นิ่งๆ หน่อย มิฉะนั้นข้าจะฆ่าเ้าเสีย!” ใบหน้ามืดครึ้มของฮุยหลางดูอัปลักษณ์ยิ่งนัก พวกเขามีคนน้อย เดิมทีไม่ได้คิดจะเป็ศัตรูกับคนของจวนโหวจำนวนมากมายขนาดนี้ หากเข้าปะทะตรงๆ ต้องลำบากแน่
กระบี่ของฮุยหลางเฉือนคอของหลิ่วอวิ๋นซูเล็กน้อยเป็การเตือน พริบตานั้นผิวขาวของนางพลันมีเืซึมออกมา
“ปล่อยนางเสีย มิฉะนั้นข้าจะฝังพวกเ้าทั้งหมดไปพร้อมกัน” หลิ่วอวิ๋นเฟิงแอบหวาดกลัวอยู่เงียบๆ มือทั้งสองของเขากำแน่น
ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าดำราวก้นหม้อ นางเหล่มองอวิ๋นฮว๋า กัดฟันกล่าว “ปล่อยนางเสีย แล้วข้าจะปล่อยพวกเ้า...”
อะไรนะ?! เหลยซื่อได้สติกลับมา อาศัยโอกาสนี้เชือดนังเด็กสารเลวให้ตายเสียก็สิ้นเื่! ทว่านางมิอาจกล่าวออกไปได้ พวกโจรที่ถูกบีบจนจนตรอกเองก็มองไม่เห็นการบอกใบ้จากสายตาของนาง
ไม่รอให้ฮูหยินผู้เฒ่าพูดจบ หลิ่วอวิ๋นซูพลิกมือขึ้นในฉับพลัน ไม่ทราบว่าในมือของนางปรากฏผ้าไหมสีชมพูขึ้นมาตอนไหน อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว นำผ้าในมือปิดไปยังจมูกของฮุยหลางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
เพียงแค่ััเบาๆ กลิ่นยาอันเข้มข้นสายหนึ่งพลันทะลักเข้าไปในจมูก ร่างกายอันใหญ่โตแข็งทื่อ ตาทั้งสองเหลือกขึ้นแล้วสลบไป
นี่มันเป็ไปได้อย่างไร? หรือบนผ้าผืนนั้นมีพิษ? เหลยซื่อโกรธจนกัดฟันแน่น สมควรตาย ทำไมมันถึงได้โชคดีรอดตัวไปได้อีกแล้ว
เหล่าโจรทั้งหลายเห็นว่าหัวหน้าของตนล้มลงพลันตื่นตระหนกกันขึ้นมา พวกเขาแกว่งอาวุธไปมั่วซั่วทุกสารทิศ
หลิ่วอวิ๋นเฟิงเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็ไม่ยอมแพ้พากันบุกเข้าไป หลังจากการเข่นฆ่าอันตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเื เป็จวนโหวที่ได้เปรียบด้านกำลังคน
เมื่อไม่มีหัวหน้า พวกโจรก็อ่อนแอมิอาจต่อกรได้ ไม่นานทั้งหมดล้วนถูกฆ่าล้างจนสิ้น นอกจากหลิ่วอวิ๋นหลี่ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น กับหลิ่วอวิ๋นเหยาที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น คนอื่นๆ ของจวนโหวล้วนไม่มีผู้ใดได้รับาเ็ แน่นอนว่านี่ไม่นับรวมอวิ๋นซูที่ได้รับาเ็เล็กน้อย
เมื่อเห็นอวิ๋นซูที่ปลอดภัยไร้อันตราย ฮูหยินผู้เฒ่าเดินเขามาอย่างห่วงใย “เจ็บหรือไม่ ซูเอ๋อร์?”
“ไม่เจ็บเ้าค่ะ ท่านพี่เล่า ได้รับาเ็ที่ใดหรือไม่เ้าคะ?” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวล หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหน้าเปลี่ยนสี ััได้ถึงสายตาอันแหลมคมของฮูหยินผู้เฒ่าที่โถมเข้ามา จึงก้มหน้าลงอย่างร้อนตัว
เหลยซื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ใบหน้าพลันไม่น่ามอง ทว่าทำได้เพียงกัดฟันทนอย่างเงียบๆ
เพียงไม่นาน จวนโหวก็กวาดล้างโจรที่ราชสำนักออกหมายจับมาหลายปีกลุ่มนี้ได้ ข่าวนี้กระจายไปดุจไฟป่า เป็ที่ยินดีของคนทั่วไป แน่นอนว่าเื่ที่คุณหนูหกหลิ่วอวิ๋นซูแห่งจวนโหวต่อสู้กับโจรอย่างกล้าหาญ ทำให้ชื่อเสียงของนางได้รับการกล่าวขานไปทั่วทั้งเมือง
...
หลังจากวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ภายในเมืองหลวงมีฝนเทกระหน่ำลงมาหลายวันทำให้ผู้คนจิตใจห่อเหี่ยว ภายในจวนชางหรงโหวมีเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังออกมาเป็ระยะๆ
“รำคาญจะตายอยู่แล้ว!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าปัดกาน้ำชาและถ้วยบนโต๊ะ นางมองไปยังสายฝนด้านนอกที่ค่อยๆ หยุดลง แว่วเสียงกรีดร้องของหลิ่วอวิ๋นหลี่มาในอากาศ ทำให้ใบหน้าของนางยิ่งบึ้งตึงมากขึ้น
“ร้องอะไรอยู่ได้! ตัวเองไร้ประโยชน์ ทำงานไม่สำเร็จทั้งยังพ่ายแพ้กลับมาอีก!” นางไม่เห็นใจกับสิ่งที่หลิ่วอวิ๋นหลี่ต้องประสบเลยแม้แต่น้อย กลับปัดความล้มเหลวในครั้งนี้ไปให้สองพี่น้องไร้ประโยชน์คู่นั้นอีกด้วย
เหตุใดทุกครั้งต้องเป็เช่นนี้ตลอด! นังสารเลวนั่นจะโชคดีขนาดนี้เลยหรือ? หรือจะบอกว่านางสังเกตเห็นตั้งนานแล้ว? ไม่ เป็ไปไม่ได้! ท่านแม่การทำการรัดกุมมาก ต้องไม่ถูกค้นพบแน่ ยิ่งกว่านั้นโจรพวกนั้นก็ตายไปแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ความจริงของเื่ราว ไม่เดือดร้อนมาถึงพวกนางอย่างแน่นอน
เจ็บใจนัก ไม่นึกเลยว่านังสารเลวนั่นกลับได้ประโยชน์! ไม่สบอารมณ์เลย! ไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ!
เหล่าข้ารับใช้ต่างพากันหลีกเลี่ยงเรือนของหลิ่วอวิ๋นหลี่ กระทั่งสาวใช้ส่งอาหารก็นำอาหารวางไว้หน้าประตูอย่างหวาดกลัวแล้ววิ่งจากไปโดยไม่หันมามองอีก
ภายในมีเสียงสิ่งของตกแตกดังออกมาเป็ระยะ เสียงกรีดร้องแทบจะขาดใจราวกับเสียงของปีศาจ ทำให้คนทั้งเรือนรู้สึกหวาดผวา
จะว่าไปแล้วเรือนนี้ช่างโชคร้ายนัก อนุรองเพิ่งจะจากโลกไป ตอนนี้ก็ถึงคราวคุณหนูสี่
อย่างไรก็ตามเหล่าข้ารับใช้ต่างก็ทราบข่าวกันแล้ว ไม่คิดว่าคุณหนูสี่จะไม่เห็นแก่พี่น้อง ตอนที่ถูกโจรูเาล้อมถึงกับเสนอตัวคุณหนูเจ็ดที่เป็น้องสาวร่วมมารดาออกไป ช่างจิตใจอำมหิตยิ่งนัก! ต่อให้นางเป็บ้าไปแล้วก็ไม่มีผู้ใดเห็นใจนาง! คุณหนูเจ็ดอายุยังน้อย อี๋เหนียงตายไปแล้วยังถูกพี่สาวแท้ๆ วางแผนทำร้ายอีก ช่างน่าเวทนา
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ภายในห้องอีกห้องหนึ่งมีเสียงกรีดร้องดังขึ้น
ประตูถูกผลักให้เปิดออกดังปัง สาวใช้รีบวิ่งเข้าไป พบหลิ่วอวิ๋นเหยากำลังร้องไห้กุมศีรษะตนเองอยู่
“คุณหนูเจ็ดเ้าคะ เป็อะไรไปเ้าคะ? อย่าทำให้บ่าวใเลยเ้าค่ะ!”
“พี่สี่จะฆ่าข้า! พี่สี่จะข้าฆ่า! ขะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ ข้าไม่อยาก! ฮือๆ ...” นางเข้าไปซุกเข้าไปในอ้อมอกของสาวใช้ผู้นั้นอย่างหวาดกลัว ร้องไห้น้ำตาไหลพราก ส่วนห้องข้างๆ ก็หวีดร้องเสียงดังไม่ต่างอะไรกับอสุรกายจากนรก
เป็เช่นนี้ไม่ดีแน่ คุณหนูสี่บ้าไปแล้ว หรือ้าที่จะบีบบังคับคุณหนูเจ็ดให้บ้าไปด้วย?
“คุณหนูเจ็ด ฟังบ่าวนะเ้าคะ ตอนนี้คนที่สามารถช่วยคุณหนูเจ็ดได้มีเพียงคุณหนูหกแล้ว!” ฮูหยินผู้เฒ่าฟังคำของคุณหนูหกที่สุด ขอเพียงคุณหนูหกเปิดปากขอร้อง ก็จะสามารถทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าจัดเตรียมเรือนอื่นที่อยู่ไกลจากที่นี่ได้
“พี่หก? แต่ว่า...แต่ว่า...” หลิ่วอวิ๋นเหยาไม่กล้ารับประกันว่าอวิ๋นซูจะทราบเื่ที่มียาในขนมหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น วันนั้นเป็พี่สี่ที่บอกให้นางเอาขนมไปส่ง พี่หกจะต้องตำหนิตนเองเป็แน่ เหตุใดจึงจะช่วยขอร้องให้ตนล่า?
“ไม่ ไม่ได้...”
หากรู้เร็วกว่านี้ นางจะไม่ฟังคำพี่สี่เื่แก้แค้นอะไรนั่น อาศัยเพียงพวกนางสองคนจะไปสู้พี่หกได้อย่างไร? กระทั่งท่านแม่ก็จัดการนางไม่ได้ ครั้งนี้นางตายแน่แล้ว นางจบสิ้นแล้ว! นางจบสิ้นจริงๆ แล้ว! พี่สี่ก็จริงๆ เลย เหตุใดต้องไปพึ่งพี่รองด้วย ตอนนี้ถึงได้มีจุดจบเช่นนี้ กระทั่งเดือดร้อนมาถึงตน! หากรู้เช่นนี้ นางจะไปพึ่งพี่หก นางจะต้องไม่แย่ไปกว่าตอนนี้แน่นอน!
หลิ่วอวิ๋นเหยานับว่าเข้าใจกระจ่างแล้ว นางจะตั้งตัวเป็ศัตรูกับอวิ๋นซูไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นจะมีจุดจบเหมือนอี๋เหนียง จะมีจุดจบเหมือนพี่สี่!
สาวใช้นางนี้ไม่ทราบว่าสิ่งที่หลิ่วอวิ๋นเหยาหวาดกลัว ก็คือการที่อวิ๋นซูทราบว่าเื่นี้นางเองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง คิดไปว่านางอายุยังน้อยจึงไม่กล้าออกปาก
“คุณหนูเจ็ดวางใจเถิดเ้าค่ะ เหล่าบ่าวไพร่ในจวนโหวทุกคนต่างก็ทราบว่าคุณหนูหกเป็คนโอบอ้อมอารี ขอเพียงคุณหนูเจ็ดพูดมากขึ้นสักหลายคำ คุณหนูหกจะต้องช่วยแน่นอนเ้าค่ะ”
โอบอ้อมอารี นั่นเป็เพราะพวกเขาไม่ได้ไปหาเื่คุณหนูหก ในสายตาของเหล่าข้ารับใช้ในจวน อวิ๋นซูนับว่าไม่เลวยิ่งนัก ไม่มีอารมณ์โมโหร้ายเฉกเช่นคุณหนูทั่วไป ทั้งยังใจกว้างกับเหล่าบ่าวไพร่ มีครั้งหนึ่งสาวใช้เดินชนนางโดยไม่ทันระวัง คิดว่าตนจะถูกโบยจนตาย ทว่าผลคือคุณหนูหกเพียงบอกให้นางอย่าได้ประมาทเลินเล่ออีก กระทั่งจะตำหนินางสักประโยคก็ไม่มี
หากเปลี่ยนเป็คุณหนูรอง จะต้องถูกตีจนขาหักเป็แน่ เนื่องจากอารมณ์ของคุณหนูรองในตอนนี้นับวันยิ่งแย่ขึ้นเรื่อยๆ สาวใช้ในห้องคุณหนูรองมักจะปรากฏรอยช้ำบนร่างกายให้เห็นอยู่บ่อยๆ
“ยามนี้คุณหนูหกควรจะกำลังกลับจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ คุณหนูเจ็ด เพื่อแสดงความจริงใจ คุณหนูเจ็ดไปรอที่หน้าเรือนไผ่ดีหรือไม่เ้าคะ?”
สาวใช้แนะนำอย่างหวังดี หลิ่วอวิ๋นเหยาร่างกายสั่นเทา ห้องข้างๆ ก็มีเสียงสิ่งของแตกดังแว่วมาอย่างบ้าคลั่ง นางกรีดร้องอย่างใครั้งหนึ่งแล้วพุ่งทะยานออกไป
เรือนของหลิ่วอวิ๋นหลี่มีหน้าต่างอยู่บานหนึ่งที่ไม่ได้ปิดให้แ่า หลิ่วอวิ๋นเหยาวิ่งออกไปจากหน้าต่าง มุมสายตาเห็นสถานการณ์ภายในเรือนชั่วขณะหนึ่ง
พี่สี่ของนางที่ให้ความสำคัญกับใบหน้าของตนมาโดยตลอด ยามนี้กำลังดึงผมจนขาด ใบหน้าซีดขาวราวกับผีสาง ปากก็พ่นคำด่าออกมา ทั้งยังมีเสียงหัวเราะแหลมสูงดังออกมาเป็ระยะ เสื้อผ้าของนางยับเยินราวกับถูกตนเองฉีกระชากก็มิปาน ท่าทางบ้าคลั่งเช่นนี้สลักเข้าไปในใจของหลิ่วอวิ๋นเหยาโดยพลัน ไม่ นางไม่อยากกลายเป็เช่นนี้เหมือนนพี่สี่! นางไม่อยากกลายเป็ครึ่งคนครึ่งผีเช่นนี้! นางต้องไปขอร้องพี่หก ขอร้องให้นางอภัย ขอร้องให้พี่หกคุ้มครอง! นางไม่กล้ามีความคิดชั่วร้ายอะไรอีกแล้ว นางเพียงอยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบต่อไป!
เพียงพริบตา ดรุณีน้อยที่ได้รับความใก็วิ่งทะยานออกไปจากเรือน
ภายในห้องของฮูหยินผู้เฒ่า อวิ๋นซูดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายออก “ร่างกายของท่านย่าดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ!”
หญิงชราที่กำลังหลับตาอยู่ค่อยๆ เหยียดกายขึ้น ทุกครั้งหลังจากที่ได้รับการฝังเข็มจากอวิ๋นซู นางจะรู้สึกสบายไปทั้งร่าง รู้สึกเหมือนกับอายุน้อยลงไปสิบปี ฮูหยินผู้เฒ่าจับมืออวิ๋นซูเบาๆ “ลำบากเ้าแล้ว ย่าป่วยมาหลายปีขนาดนี้ หมอที่เคยมาตรวจนับดูแล้วไม่ต่ำกว่าร้อยคน เ้าเป็หมอเทวดาน้อยจริงๆ!”
“ซูเอ๋อร์มิกล้ารับหรอกเ้าค่ะ ด้วยผลจากบุญกุศลที่ท่านย่าสั่งสมมา ท่านย่าจะต้องอายุยืนถึงร้อยปีและเพลิดเพลินกับความสุขในชีวิตแน่นอนเ้าค่ะ”
“ฮ่าๆ ดูปากหวานๆ ของเ้าสิ ข้าคงต้องให้เ้าอยู่ข้างกายไปอีกหลายปีจริงๆ เสียแล้ว เฮ้อ เ้าทำให้ข้าตัดใจลำบากนัก!” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มออกมาจากใจ ยิ่งมองอวิ๋นซูก็ยิ่งรู้สึกกระฉับกระเฉง
ด้านนอก แม่นมผู้หนึ่งเดินเข้ามาอย่างลังเล “...ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ามองนางอย่างเฉยเมย แม่นมผู้นั้นกลืนน้ำลาย “ฮูหยินรออยู่ด้านนอกเ้าค่ะ กล่าวว่า...กล่าวว่าอยากจะหารือกับฮูหยินผู้เฒ่าเื่งานพระราชพิธีเฉลิมฉลองวันพรุ่งนี้ เื่คุณหนูรอง...”
“โอ้? นางคิดจะมาหารืออะไรกับหญิงแก่ๆ คนนี้? ความคิดของนางมิใช่ว่ามากมายที่สุดหรอกหรือ?” เื่การเซ่นไหว้บรรพบุรุษในคราวนี้เป็เหลยซื่อที่เสนอแนะ ทว่ากลับเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ทว่ากลับคิดหาสาเหตุไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามความจริงที่ว่าเหลยซื่อตระเตรียมได้ไม่ดีก็มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ ในฐานะที่เป็ฮูหยินใหญ่ ถึงกับทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่างน่าผิดหวัง
แล้วยังมีอวิ่นฮว๋าผู้นั้นอีกคน มีฐานะเป็บุตรีภรรยาเอกทว่ากลับไม่มีส่วนใดดีไปกว่าผู้อื่น เมื่อเทียบกันแล้ว บุตรีอนุภรรยาที่อยู่ข้างกายตนเองผู้นี้กลับจะมีความเป็สตรีตระกูลใหญ่เสียมากกว่า ฮูหญิงผู้เฒ่ารู้สึกว่าหลายปีมานี้ตนเองปล่อยปละละเลยเหลยซื่อมากเกินไปหรือไม่ จึงทำให้นางเลี้ยงดูบุตรชายบุตรสาวออกมาจนเสียคน
“นี่...”
“ให้นางกลับไปเสียเถิด ตอนนี้ข้าไม่อยากเห็นหน้านาง” ความขัดข้องใจที่ฮูหยินผู้เฒ่ามีต่อเหลยซื่อลึกล้ำขึ้นทุกวัน เมื่อเห็นนางก็รู้สึกขัดตายิ่งนัก พาลให้อารมณ์เสีย
เหลยซื่อที่รออยู่ในห้องโถงรู้สึกกังวล สิ่งที่นางหวาดกลัวที่สุดก็คือฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้กล่าวถึงเื่เซ่นไหว้บรรพบุรุษเลยแม้แต่คำเดียว นี่แสดงให้เห็นว่านางไม่เชื่อใจตนเองแล้ว หากฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่านั่นเป็อุบัติเหตุจริง จะต้องเรียกตนไปสอบถามต่อหน้าให้กระจ่าง ทว่ายามนี้สงบนิ่งถึงเพียงนี้ ราวกับเป็ลางบอกเหตุก่อนพายุฝนจะมาอย่างไรอย่างนั้น
รออยู่นาน ในที่สุดแม่นมก็กลับมา
“แม่นม ท่านแม่ไม่เต็มใจมาพบข้าหรือ?”
“เอ่อ ฮูหยินกลับไปก่อนเถิดเ้าค่ะ ฮูหญิงผู้เฒ่ากล่าวว่าให้ฮูหยินทำตามความคิดตัวเองเ้าค่ะ”
“...แม่นม ท่านแม่กล่าวเช่นนี้จริงๆ หรือ?”
แม่นมยิ้มอย่างอึดอัด ท่าทางเช่นนี้ทำให้ใจของเหลยซื่อเต้นตึกตัก ตอนนี้เอง สาวใช้ในเรือนของนางวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน “ฮูหยิน ท่านโหวกลับมาแล้วเ้าค่ะ!”
