หลังจากเย่ฝานได้รับเงินแล้วก็จากไป อู่ซือหานรู้สึกไม่วางใจจึงตามเขาไปด้วย
“นายมั่นใจไหม?” อู่ซือหานถามเย่ฝาน
“มั่นใจอะไรครับ?” เย่ฝานถามกลับ
“ก็เื่ถอนพิษไง!” อู่ซือหานตอบ
เย่ฝานตอบพร้อมหัวเราะ “นั่นมันก็แค่เื่เล็กน้อยเท่านั้น ผมรอบรู้เหตุการณ์ทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบัน มีความสามารถรอบด้าน แค่ปรุงยาถอนพิษก็ง่ายเหมือนยกมือเท่านั้นเอง”
อู่ซือหานมองเย่ฝานและพูดอย่างไม่วางใจ “นายรู้ว่าไหมว่าเขาเป็ใคร เขาคือเ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ทังหย่งจิน แค่เขาย่ำเท้า ทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์ก็สั่นะเืแล้ว”
“เ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์! ถ้าอย่างนั้นหมอนั่นก็มีเงินเยอะน่ะสิ ฉันน่าจะเรียกเงินมากกว่านี้หรือเปล่า” เย่ฝานครุ่นคิดขณะลูบคางของตน
อู่ซือหานพูดอย่างจนใจ “นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าจะขอเงินเพิ่มดีไหม แต่นายควรจะสร้างความสัมพันธ์กับเขา เพื่อผูกไมตรีอันดีนะ”
เย่ฝานโบกมือปฏิเสธ “อืม ช่างเถอะ! เื่นี้มันยุ่งยากเกินไป พี่ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ผมจีบภรรยาจนเหนื่อยล้าทั้งใจและกาย ไม่มีกะจิตกะใจจะสร้างสัมพันธ์กับใครหรอก...”
อู่ซือหานพูดอย่างคาดหวังว่า “นายต้องรู้นะว่าพวกเราทำผิดต่อคนคนนี้ไม่ได้!”
“ทำไมผมต้องผิดต่อเขาด้วย?” เย่ฝานถามอย่างไม่เข้าใจ
อู่ซือหาน “…”
เย่ฝานมองอู่ซือหานแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ตอนนี้ผมมีเงินแล้ว พวกเราไปย่านขายของเก่า เลือกซื้อเตาปรุงยากันดีกว่า!”
อู่ซือหานถาม “ยาแก้พิษที่นายพูดถึง นายต้องปรุงเองเลยเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ก็ใช่น่ะสิครับ ไม่งั้นจะเอายาเม็ดจากที่ไหนล่ะ?”
…
หลังจากเย่ฝานจากไปไม่นาน หมอเ่าั้ก็ทราบข่าวว่าถังหย่งจินฟื้นแล้ว พวกเขาต่างดีใจกันมาก
ทังหย่งจินมองหัวหน้าทีมแพทย์แล้วถามว่า “คุณหมอจ้าว ผลตรวจเืของฉันเป็ยังไงบ้าง?”
จ้าวหานตอบว่า “คุณทัง ผลการตรวจเืของคุณปกติดีทุกอย่าง ที่หมดสติไปกะทันหัน อาจเป็เพราะเกิดความผิดปกติที่หัวใจครับ”
“งั้นเหรอ?” น้ำเสียงราบเรียบของถังหย่งจิน ก็พอจะทำให้หมอพวกนั้นรู้ตัวดีว่าต้องออกจากห้องไปเสีย
เมื่อถังหย่งจินทำให้หมอเ่าั้ออกจากห้องผู้ป่วยไปได้ ในนั้นก็เหลือเพียงทังหย่งจินและโจวจิ่นจือ “ตาแก่โจว เ้าหนุ่มนั่นเป็ใครกัน!”
“เขาไม่ใช่คนดีอะไรหรอก แต่มีความสามารถโดดเด่น” โจวจิ่นจือกล่าว
จางเหวินเทาแห่งเขาหลงหู่ก็ดูจะชอบใจเย่ฝานไม่น้อย คนที่ฝึกฝนจากเขาหลงหู่ส่วนมากเป็ผู้มีความสามารถทั้งนั้น
“เื่ในครั้งนี้ต้องขอบคุณนายจริงๆ ไม่งั้นฉันคงแย่แน่ๆ” ทังหย่งจินก้มหน้า คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“นายนี่ก็เหลือเกินนะ ชอบจริงๆ เลยไอ้พวกของเก่าที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ของพวกนั้นจะว่าดีก็ดี แต่มันนำเื่วุ่นวายเข้ามาด้วยนี่สิ”
โจ่วจิ่นจือพูดตำหนิ
ทังหย่งจินหัวเราะแล้วพูดว่า “รู้แล้วน่า รอฉันกลับไป แล้วฉันจะจัดการกับของพวกนั้นเอง”
…
ณ บ้านพักของเย่ฝาน
“พี่ส่งยาแก้พิษไปแล้วเหรอ?” เย่ฝานมองอู่ซือหานที่เดินเข้าบ้านมา แล้วถามอย่างเกียจคร้าน
อู่ซือหานพยักหน้าแล้วถามว่า “ส่งไปแล้ว ยานั่นใช้ได้จริงๆ เหรอ?”
เย่ฝานมองอู่ซือหานแล้วหัวเราะพลางตอบ “วางใจเถอะพี่ชาย กินแล้วไม่ตายหรอก”
อู่ซือหาน “…” เย่ฝาน เ้าหมอนี่พูดจาแบบนี้แล้วจะให้เขาวางใจได้อย่างไร
“นายกำลังทำอะไรอยู่?” อู่ซือหานถาม
“ผมกำลังปรุงยาอยู่” เย่ฝานตอบ
“นายคงจะไม่ได้เลียนแบบพวกพระาาในสมัยก่อน ที่ชอบปรุงยาอายุวัฒนะ สุดท้ายก็กินยาจนตายด้วยน้ำมือของตัวเองหรอกนะ” อู่ซือหานพูดด้วยความกังวล
เย่ฝานกวาดตามองอู่ซือหานแล้วพูดว่า “พี่ชาย พี่คิดมากเกินไปแล้ว พวกไร้ความสามารถแบบนั้นจะเอามาเทียบกับผมได้ยังไง!”
ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันนั้น โทรศัพท์ของอู่ซือหานก็ดังขึ้น
“คุณพ่อ มีเื่อะไรหรือครับ!”
“อะไรนะครับ กลุ่มธุรกิจสกุลทัง้าร่วมธุรกิจกับเรา”
อู่ซือหานวางสายจากอู่โหวเซวียน สีหน้าของเขาเปี่ยมสุขในทันใด “น้องชาย คุณพ่อเจรจาโครงการที่เราจะร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจสกุลทังสำเร็จ นี่เป็เพราะนายแท้ๆ เลย”
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมพูดว่า “อ๋อ ถ้าอย่างนี้! อย่าลืมแบ่งเงินปันผลให้ผมด้วยนะครับ ผมยังต้องหาเงินไปแต่งเมีย”
อู่ซือหานพยักหน้ารับคำ “ได้สิๆ ฉันไม่ลืมนายแน่”
อู่ซือหานคิดในใจ ทังหย่งจินไม่ใช่คนที่ใครจะล้อเล่นกับเขาได้ ในเมื่อกลุ่มธุรกิจสกุลทังยินดีจะร่วมมือกับตระกูลอู่ อย่างนี้แสดงว่ายาของเย่ฝานใช้ได้ผล อู่ซือหานมองน้องชายของตนอย่างคาดไม่ถึง
…
ณ บ้านตระกูลเลี่ยว
“คุณพ่อ เป็อะไรไปคะ?” เลี่ยวถิงถิงเอ่ยถามหลังจากเห็นใบหน้าบอกบุญไม่รับของเลี่ยวเหอ
เลี่ยวเหอส่ายหน้า ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เราเจรจาร่วมธุรกิจกับกลุ่มธุรกิจสกุลทังไม่สำเร็จ”
เลี่ยวถิงถิงถามอย่างไม่เข้าใจว่า “เป็ไปได้ยังไงกัน ก่อนหน้านี้การเจรจาราบรื่นทุกอย่างไม่ใช่เหรอคะ? อีกอย่างประธานทังหย่งเหอก็รับปากแล้วไม่ใช่หรือ ว่าจะร่วมโครงการกับเรา?”
“ทังหย่งเหอก่อเื่ไม่ดีไว้ ตอนนี้ถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว” เลี่ยวเหอกล่าว
“เป็แบบนี้ไปได้ยังไง? สองพี่น้องทังหย่งจินและทังหย่งเหอสนิทสนมกันมาก ทังหย่งจินจะฟังคำพูดของทังหย่งเหอเสมอไม่ใช่เหรอคะ?”
“ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น! จากความปรองดองกลายเป็ความแค้นในตระกูลใหญ่ มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ทังหย่งเหอคงจะฝ่าฝืนข้อห้ามบางอย่างของทังหย่งจินก็เลยต้องเจอแบบนี้ แต่ที่น่าห่วงก็คือกลุ่มธุรกิจตระกูลทังตกลงร่วมธุรกิจกับตระกูลอู่แล้ว!”
เลี่ยวเหอพูดด้วยความไม่พอใจ
“ทำไมถึงเลือกตระกูลอู่?” เลี่ยวถิงถิงถาม
“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินว่าตระกูลอู่ร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจสกุลทังครั้งนี้ พวกเขาเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลอู่มากเลยทีเดียว กำไรที่ได้ก็จะมอบให้พวกตระกูลอู่เป็ส่วนใหญ่!” เลี่ยวเหอพูด
เลี่ยวถิงถิงพูดด้วยความแปลกใจ “ทำไมถึงเป็อย่างนี้ไปได้?”
ตระกูลเย่และตระกูลเลี่ยวเดิมทีคิดจะโค่นตระกูลอู่ หากกลุ่มธุรกิจสกุลทังให้การสนับสนุนตระกูลอู่ แผนการนี้ของพวกเขาคงถึงคราวต้องคว้าน้ำเหลว
เลี่ยวเหอส่ายหน้า พูดว่า “เื่นี้ยังไม่ชัดเจน ถิงถิง ลูกรู้เื่เย่ฝานมากน้อยแค่ไหน?”
เลี่ยวถิงถิงพูดอย่างไม่พอใจ “คุณพ่อพูดถึงไอ้สวะนั่นทำไมกันคะ?”
“เ้าหมอนั่นพักนี้แปลกๆ ไป” เลี่ยวเหอกล่าว “เจียงไห่หลินกับเฉียนอวี้สนิทสนมกับเขา เื่นี้ยังไม่เท่าไร แต่ว่าผู้าุโโจวเหมือนจะให้ความสำคัญกับเขามาก พ่อได้ข่าวมาว่าที่กลุ่มธุรกิจสกุลทังร่วมมือกับตระกูลอู่ในครั้งนี้ สาเหตุหลักๆ ก็เพราะเย่ฝานด้วยเหมือนกัน”
เลี่ยวถิงถิงพูดอย่างไม่เข้าใจว่า “คุณพ่อได้ยินมาผิดหรือเปล่าคะ?”
เลี่ยวเหอขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “พ่อก็หวังว่าจะได้ยินมาผิดเหมือนกัน ลูกจำเื่ที่อู่หาวเฉียงถูกลักพาตัวก่อนหน้านี้ได้ไหม ตอนนั้นก็เป็เย่ฝานที่เป็คนคลี่คลายสถานการณ์ บางทีเ้าหมอนี่อาจเก็บงำความสามารถของตนมาตลอด”
…
เย่ฝานอยู่ที่บ้านพักใช้ฟันกัดด้ามปากกา ใบหน้าแสดงออกถึงความยุ่งเหยิง
อู่หาวเฉียงมองดูเย่ฝานแล้วพูดว่า “คุณอาเป็อะไรไปครับ!”
“อากำลังคิดว่าจะเขียนจดหมายให้อาสะใภ้ยังไง!”
อู่หาวเฉียงครุ่นคิดพลางพูดว่า “ผมว่าเขียนไปยังไงก็ได้มั้ง อาครับ ยานี่จะส่งให้อาสะใภ้เหรอครับ?”
เย่ฝานพยักหน้าพูดว่า “ถูกต้อง! อาสะใภ้ของนายร่างกายไม่แข็งแรง มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้ก็นับว่าเก่งแล้ว!”
“คุณอาครับ เมื่อไรคุณอาจะปรุงถั่วเคลือบน้ำตาลให้ผมกินบ้าง!” อู่หาวเฉียงถาม
“ไปๆ อย่าพึ่งมากวนอา ยาดียังไงก็ตามแต่ถ้ากินบ่อยๆ ก็เกิดโทษได้ ยาน่ะจะกินเรื่อยๆ ไม่ได้นะ”
“คุณอา มีคนมาครับ”
เย่ฝานมองออกไปนอกบ้าน ก็เห็นโจวจิ่นจือและทังหย่งจินเดินตามกันเข้ามาที่บ้านของเขา
พอโจวจิ่นจือมาถึงก็เห็นขวดยาวางอยู่บนโต๊ะและยังมีจดหมายที่เขียนได้เพียงครึ่งฉบับ จดหมายนั้นเริ่มต้นว่า ‘อาซีทีรัก หนึ่งวันไม่พบพาน ประหนึ่งห่างกันสามฤดูใบไม้ร่วง สามวันไม่พบพาน คะนึงหาจนแทบคลั่ง’ ข้อความที่เห็นทำให้โจวจิ่นจือหมดคำพูดไปทันใด
“คุณชายเย่จะส่งของไปให้คุณชายไป๋งั้นหรือ”
เย่ฝานพยักหน้ารับ “ใช่ครับ เขาส่งของแทนใจมาให้ผม ผมต้องส่งกลับคืนไปบ้างครับ!”
“คุณชายไป๋ส่งของแทนใจให้นายหรือ?” โจวจิ่นจือพูดด้วยความสงสัย
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมพูดว่า “ถูกต้อง เขาส่งสมุนไพรล้ำค่ามาให้ผมครับ”
โจวจิ่นจือ “…”
ทังหย่งจินถามด้วยความสงสัย “คุณชายเย่รู้จักคุณชายไป๋ด้วยเหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้าแล้วบอกว่า “ใช่ครับ! ผมเคยเจอกับคุณตาของเขาแล้ว!”
โจวจิ่นจือส่ายหน้าพลางคิดในใจว่า เย่ฝาน… เ้าหมอนี่พูดอย่างกับตนเป็คู่รักกับคุณชายไป๋แล้ว แถมยังไปพบผู้ปกครองฝ่ายโน้นมาแล้วด้วย
ทังหย่งจินได้ยินคำตอบของเย่ฝาน เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งในตัวอีกฝ่าย
“คุณอาโจว ทำไมวันนี้ถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ!” เย่ฝานถามอย่างไม่ใส่ใจ
“ความจริงแล้ว เป็ตาเฒ่าทังต่างหากที่อยากเจอนาย” โจวจิ่นจือกล่าว
เย่ฝานหันไปทางทังหย่งจิน กลอกตามองเขาั้แ่หัวจรดเท้าแล้วพูดว่า “ร่างกายของคุณคงจะหายดีแล้วนะ!”
ทังหย่งจินหัวเราะพร้อมพูดว่า “ก็เป็เพราะคุณชายเย่ช่วยฉันไว้ ไม่รู้ว่าคุณชายเย่สนใจอยากดูสมบัติที่ฉันสะสมไว้ไหม พอดีตอนนี้กำลังจะปล่อยของเก่าเพิ่มอีกบางส่วน หากคุณชายเย่ต้องตาชิ้นไหนก็เอาไปสักชิ้นสองชิ้นสิ”
เย่ฝานมองทังหย่งจิน ก่อนหัวเราะแล้วพูดว่า “ดีเหมือนกันครับ!” ไม่ต้องลงทุนอะไรกลับได้ของมา ทังหย่งจินเป็เ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ ของที่มีอยู่ในมือจะต้องเป็ของดีแน่ๆ
เย่ฝานมองโจวจิ่นจือกลับและพูดว่า “เพื่อนของคุณอาคนนี้ รู้ธรรมเนียมดีกว่าคุณอาซะอีก คุณอาควรจะเรียนรู้จากเขาให้มากนะ!”
โจวจิ่นจือ “…”
“ยานี่นายจะมอบให้คุณชายไป๋ใช่ไหม งั้นให้ฉันช่วยนายเอาไปให้ดีไหม?” โจวจิ่นจือถาม
เย่ฝานพยักหน้ารับคำ “มันก็ได้อยู่หรอก แต่ผมยังเขียนจดหมายไม่เสร็จเลย”
“จดหมายเขียนแค่นี้ก็ได้แล้ว ไม่จำเป็ต้องเขียนอะไรมากมาย” โจวจิ่นจือพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“งั้นเหรอครับ?” เย่ฝานถามด้วยความสงสัย
โจวจิ่นจือหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ” ยังไงคุณชายไป๋ก็ไม่อ่านจดหมายที่นายเขียนอยู่แล้ว
…
เย่ฝานพาอู่หาวเฉียงเดินตามโจวจิ่นจือและทังหย่งจินออกไป ขณะกำลังเดินออกมาจากบ้านพัก เขาก็เห็นเฉียนอวี้มาเยือน
“คุณชายเฉียน นายมาหาฉันเหรอ!”
เฉียนอวี้เห็นโจวจิ่นจือและทังหย่งจินก็รู้สึกคาดไม่ถึง เขารีบเข้าไปทักทายคนทั้งสองทันที
“คุณชายเย่ เอ่อคุณ...”
เย่ฝานมองเฉียนอวี้แวบหนึ่ง จากนั้นชี้ไปที่ทังหย่งจินและพูดว่า “เถ้าแก่คนนี้เขาจะมอบของให้ฉัน ฉันก็เลยจะไปกับเขาด้วย ถ้านายมีธุระกับฉันล่ะก็ เอาไว้ค่อยมาวันหลังนะ”
เฉียนอวี้มองทังหย่งจินแล้วหันไปมองเย่ฝาน เขารีบกล่าวว่า “พวกคุณเชิญตามสบายครับ”
เฉียนอวี้มองเย่ฝานที่ค่อยๆ เดินไกลออกไปพลางทอดถอนใจ
ครั้งก่อนตอนที่บุกเข้าไปช่วยอู่หาวเฉียงพร้อมกับเย่ฝาน เขาก็รู้ดีว่าคนอย่างเย่ฝานจะต้องกลายเป็คนมีชื่อเสียงสักวัน เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเย่ฝานจะก้าวะโได้เร็วขนาดนี้ ข่าวที่ได้รับจากบ้านตระกูลเฉียงแม่นยำจริงๆ ก่อนจะมาที่นี่เฉียนอวี้ก็ทราบแล้วว่ากลุ่มธุรกิจบ้านสกุลทังได้ตัดสินใจร่วมธุรกิจกับตระกูลอู่ เฉียนอวี้ได้เห็นสถานการณ์เมื่อครู่ เขาก็เข้าใจว่าเหตุใดตระกูลทังจึงเปลี่ยนใจ
ก่อนหน้านี้ตระกูลเลี่ยวหวังจะได้ร่วมธุรกิจกับตระกูลทัง พวกเขาลงทุนไปไม่น้อย ตอนนี้ดูท่าทางคงจะคว้าน้ำเหลวเสียแล้ว
เลี่ยวเหอมั่นใจว่าตนเองมองคนถูก แต่ครั้งนี้เกรงว่าคงจะมองผิดไป เขาสลัดเย่ฝานทิ้งแล้วหันไปเลือกเย่จื้อเจ๋อ อีกหน่อยหากเย่ฝานเจริญก้าวหน้า เขาคงจะเสียดายจนแทบกระอักเื
