ต้วนชิงิบอกให้เถี่ยเฟิงเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเพื่อความไม่ประมาทนางจึงพาแม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปอยู่รวมกันที่ห้องของนาง
เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ทำให้ทุกคนตกอกใจนหาหัวก้อยไม่เจอหลายคนเร่งสาวเท้าเดินกลับห้อง บางคนยังคงวนเวียนพร่ำบ่นไม่ขาดปากทว่าผ่านไปครู่เดียว เสียงทั้งหมดก็พลันหายไปกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ราตรีที่มืดมิดอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตเบื้องหน้ามองดูราวกับมีผ้าม่านสีดำผืนใหญ่ปกคลุมเอาไว้ละม้าย้าจะตัดขาดที่นี่ออกจากโลกภายนอก… ทว่าบนหลังคาที่ห่างออกไปกลับไม่มีใครสังเกตเลยว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยึดจับตัวอีกคนเอาไว้
ในตอนนั้นเขาจับชายคนหนึ่งโยนขึ้นไปบนหลังคาเวลาผ่านไปเมื่อมองลงมาด้านล่างเห็นจ้วงจื่อกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง จึงได้ถีบชายผู้นั้นลงมาอย่างแรง “พูดออกมา เหตุใดต้องจุดไฟเผาห้องนั้น?”
ชายหนุ่มออกแรงถีบอย่างหนัก ทำให้คนที่ถูกถีบตกลงมาร้องเสียงดังลั่น “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ข้าไม่ได้เป็คนทำ…”
“โอ้โห ปากแข็งอย่างนี้สิ ข้าชอบ!” อีกฝ่ายได้ยินก็เกิดสนุกขึ้นมา
อีกฝ่ายไม่มีทางรอดเงื้อมมือของชายหนุ่มไปได้ยิ่งตอนนี้เขากำลังเบื่อและอยากหาเื่สนุกทำแม้ที่พักของเขาจะอยู่ห่างจากจ้วงจื่อไปไกลทว่าก็ยังมาเจอกับชายผู้นี้ที่กำลังแอบจุดไฟพอดี
ได้ยินที่ชายหนุ่มพูดอีกฝ่ายถึงกับตื่นตระหนกภายในใจคิดจะะโร้องออกมา แต่กลับทำได้แค่เพียงคิดเมื่อถูกชายหนุ่มใช้มือยื่นไปปิดปากและเลื่อนลงมาจับที่คอโยนออกไป “จับไปเค้นความจริง!”
ในความมืดมิดยามค่ำคืนพลันมีเงาสีดำอีกคนหนึ่งถือกระสอบและวิ่งหายไปอย่างรวดเร็วไร้เสียงไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยปรากฏ
ชายที่ถูกจับตัวไปไม่ยอมปริปากพูดพลางทำหน้าตาขมขื่นอดคิดไม่ได้ว่าช่างเป็คืนที่โชคร้ายเสียจริง มาเจอคนวรยุทธ์สูงที่สู้ไม่ได้พลางคิดถึงพ่อแม่ขึ้นมาฉับพลัน… เขาแค่รับคำสั่งให้ไปจุดไฟเผาห้องก็เท่านั้นแต่ตอนนี้กลับถูกคนจับ พาตัวไปเค้นความจริง!
ฮือฮือ! พี่ใหญ่รีบมาช่วยข้าสักที! ไม่เช่นนั้น ข้าคงรับประกันไม่ได้ว่าจะบอกเื่ของพี่ให้กับคนพวกนี้!
เมื่อทุกสิ่งกลับเข้าสู่ความสงบชายหนุ่มก็ะโขึ้นไปบนหลังคา จากนั้นก็เดินตามเงาสีดำไปอย่างช้าๆ
แสงดาวพร่างพราวโอบล้อมจันทราท้องนภายามราตรีกะพริบริบหรี่สาดแสงส่องมาที่ชายหนุ่มผู้นั้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ขาวผ่อง อีกทั้งท่าทางและการพูดที่เหมือนเด็กน้อย…เขาคือองครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋ ลั่วสุ่ย!
ก่อนที่ลั่วสุ่ยจะจากไปเหลือบมองไปยังห้องของต้วนชิงิที่จุดไฟไว้พลางยู่ปากไปอีกทาง…หยุดนิ่งไตร่ตรองเพียงครู่ แม้ตอนนี้ไฟจะดับแล้ว แต่ผู้คนต่างตระหนกใกันไม่น้อยอยากรอดูว่าคุณหนูใหญ่ต้วนจะจัดการเื่นี้ต่อไปอย่างไรเสียจริง
ภายในห้องของต้วนชิงิเห็นนางนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ ไม่มีความอยากนอนแม้สักกระผีกเดียวไม่นานนักก็ผินหน้าไปถามแม่นมหนิงที่อยู่ด้านข้างเสียงเบา “แม่นม เื่นี้มีความคิดว่าอย่างไร?”
อีกฝ่ายย่อตัวลงพูด “ตามที่บ่าวเข้าใจ จะต้องมีคนจิตใจต่ำช้า กลั่นแกล้งคุณหนูเป็แน่เ้าค่ะ!”
เสียงของแม่นมเต็มไปด้วยความโกรธแค้นละม้ายชี้ไปว่าเป็ฝีมือของหลิวหรง!
คนในจวนต่างรู้ดีว่าคนที่เกลียดคุณหนูใหญ่มีไม่เยอะผู้ต้องสงสัยคนแรกจะต้องเป็หลิวอี๋เหนียงที่ยังถูกกักบริเวณจนถึงตอนนี้แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือมือของหลิวอี๋เหนียงที่ยื่นยาวออกมาเล่นงานคุณหนูถึงจ้วงจื่อ!
ต้วนชิงิมองไปยังอีกฝ่ายเห็นแววตาแน่วแน่ไม่ไหวติง อดทำให้ผู้ที่มองคาดเดาความรู้สึกไม่ได้ “แม่นมหนิง ทุกเื่จะต้องพูดกันด้วยหลักฐาน!”
เด็กสาวรู้ว่าเื่นี้คนที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือหลิวหลงแต่จะมีแค่ความสงสัยอย่างเดียวนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ต้องหาหลักฐานมามัดตัวให้ชัดเจน
ครั้นได้ยินที่ผู้เป็นายกล่าววาจาถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งเก้าและไม่กล้าเปล่งเสียงใดออกมาอีก!
ภายในห้องเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงมีเพียงแสงสว่างจากเปลวเทียนพลิ้วไหวดุจเริงระบำราวกับว่าในห้องมีการขยับเคลื่อนไหว
ต้วนชิงิหยิบแก้วชาขึ้นมาดื่มด้วยสีหน้าเรียบนิ่งละม้ายว่านางมีเื่เก็บงำไว้อยู่ในใจมากมาย แต่ถ้ามองอย่างละเอียดก็จะพบว่าที่จริงแล้วกลับไม่มีเื่อะไรอยู่เลย!
เดิมทีนางก็คิดไว้อยู่แล้วว่าการมาที่จ้วงจื่อในครั้งนี้จะต้องไม่ราบรื่นทว่ากลับคิดไม่ถึงว่าในคืนที่เพิ่งมาถึงเช่นนี้จะมีคนกล้ามาข่มขู่แสดงอำนาจกับนางเสียแล้ว!
แต่ก็นับได้ว่านางสามารถจัดการเื่ต่างๆได้อย่างราบรื่น!
สายตาซ่อนคนงำประกายกลางดึกมีคนจุดไฟ ส่วนด้านข้างมีคนร้องะโเสียงดังออกมาอีกคนที่้าจุดไฟทำได้ไม่สำเร็จ ทิ้งไว้เพียงตะบันไฟ!
เถี่ยเฟิ่งจึงเก็บได้แต่ตะบันไฟกลับมา
เื่ทั้งหมดแม้จะมองออกได้อย่างง่ายดายทว่าเด็กสาวกลับมีคำถามมากมายภายในใจที่ผุดขึ้นทีละน้อยๆ...เป็ใครที่้าจุดไฟเผาห้องของนางหมายทำร้ายนางให้ตายไปกับความแค้นของอีกฝ่ายที่แม้แต่นางก็สุดรู้ว่าคือใครหรือเพราะอะไรเช่นนั้นหรือ
แล้วเป็ใครกันที่ะโร้องเสียงดัง? เป็คนที่ไปเห็นโดยบังเอิญหรือตั้งใจร้องออกมาเพราะล่วงรู้!ยังมีตะบันไฟอีก ที่ไม่รู้ว่ามีคนตั้งใจโยนไว้เพื่อแจ้งเตือนนาง หรือเป็เพราะคนที่จะจุดไฟเกิดใจึงทำของตกหล่นไว้จริง
สุดท้ายคนที่จุดไฟและคนที่ร้องะโหายไปไหนกันหมด? ยิ่งครุ่นคิดก็ยิ่งสงสัย ทว่าก็ยังหาคำตอบได้ไม่!
เมื่อเห็นแม่นมหนิงไม่พูดไม่จาทางด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็พูดด้วยความไม่ยอมใจในสิ่งที่เกิดขึ้น “ปล่อยให้คนหนีไปหมดแล้ว ช่างน่าโมโหเสียจริง!”
คนที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดถึงก็คือคนที่จุดไฟถ้าเกิดถูกจับตัวได้ อาจจะเค้นได้ว่าใครเป็คนบงการอยู่เื้ั แน่นอนว่าในใจของนางคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็หลิวอี๋เหนียงแน่นอน!
แต่ต้วนชิงิเข้าใจดีว่าเื่ทั้งหมดไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิด!
ถ้าคิดว่าหลิวหรง้าทำร้ายนางจริงต่อให้การจุดไฟเผาในครั้งนี้ไม่สำเร็จก็จะต้องมีครั้งหน้าอีกแน่แล้วใครจะรู้ว่านางเตรียมแผนการอะไรไว้บ้าง?
ในตอนนี้เด็กสาวไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแผนการหลิวหรงลงแม้แต่น้อยเช่นนั้นนางจึงเป็ฝ่ายถูกกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว สรุปแล้วควรใช้การแก้ไขตามสถานการณ์เฉพาะหน้าหรือควรใช้วิธีเตรียมรับมือ?
มวลพฤกษาหลบเร้นใต้ผืนความมืดสรรพเสียงรอบด้านเงียบลง ไม่นานมีเสียงนกร้องขับขานในความมืดมิดกลับมีสายหมอกล่องลอยขึ้นมาพร้อมแสงอรุโณทัยแรกที่ค่อยๆฉายส่องกระจ่างขึ้นทีละนิดๆ ในที่สุดฟ้าก็จะสว่างแล้ว
ต้วนชิงิวางแก้วชาในมือลงหันไปมองแม่นมหนิงพลางพูดเป็เชิงคำสั่ง “ เอาล่ะแม่นมหนิงตอนนี้ฟ้าก็ใกล้จะสว่างแล้ว เื่นี้เอาไว้เท่านี้ก่อนพวกเ้ารีบกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาพูดกันใหม่!”
เมื่อพูดจบนางก็ขยับตัวลุกขึ้นเดินออกไปเหลือแม่นมหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่มองจ้องกันในที่สุดต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับไปพักผ่อน
ทว่าเพียงชั่วพริบตาข่าวเื่ไฟไหม้ก็แพร่กระจายไปทั่วทุกที่ดูเหมือนทุกคนกำลังถกเถียงกันว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
เช้าวันถัดมาต้วนชิงิที่ไม่ได้หลับทั้งคืนก็จัดการล้างหน้าสางผมเรียบร้อยชวี๋ป๋อได้เดินมาทำความเคารพและขอรับโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น!
หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จนางจึงเรียกผู้ดูแลทั้งหมดมารวมตัวกัน เื่ที่จะพูดต่อไปก็คือ การตรวจสอบบัญชี
ไม่นานสมุดบัญชีทั้งหมดก็มากองรวมกันจนเต็มโต๊ะพร้อมกับผู้ดูแลกว่าสิบคนยืนห้อมล้อมเดิมทีผู้ดูแลจะคิดให้เรียบร้อยเสียก่อนค่อยส่งขึ้นรายงานส่วนต้วนชิงิก็เอามาเทียบกันเรียบร้อยแล้ว
สมุดบัญชีพวกนี้ไม่ต้องพูดถึงว่าต้วนชิงิจะดูเองเลยต่อให้คนที่ชำนาญมาเทียบยังต้องใช้เวลาตั้งหลายวัน!
ระหว่างที่มองไปยังสมุดบัญชีเ่าั้มีผู้ดูแลบางคนเผยอปากอมยิ้มเยาะเย้ยออกมา!
ก็แค่เด็กน้อยอายุยังไม่ถึงสิบปียังไงก็อ่านสมุดบัญชีไม่ออก ยังจะกล้ามาวางท่าเหมือนเป็นายหญิงมาตรวจสอบบัญชีอีก
แต่ผู้ดูแลบางคนได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแม้ว่าเด็กสาวจะเจอวิกฤตแต่กลับจัดการเื่ต่างๆ ได้อย่างนิ่งสงบในใจพวกเขาจึงวางแผนหาทางหนีทีไล่ไว้แล้ว!
เด็กสาวมองสมุดบัญชีที่กองเป็ูเาเลากาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งพลางหันไปมองสีหน้าของผู้ดูแลแต่ละคน ดวงตาสดใสที่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ย นางเลิกคิ้วขึ้นหัวเราะเสียงเบา “นี่เป็สมุดบัญชีที่ต้องเทียบในวันนี้ใช่หรือไม่?”
ผู้ดูแลเ่าั้เห็นแววตาที่สงบนิ่งของต้วนชิงิจึงมองตากันและพร้อมใจพยักหน้า “เรียนคุณหนูใหญ่ทั้งหมดเป็สมุดบัญชีของปีนี้ขอรับ!”
นางวางจอกน้ำชาในมือลงพยักหน้าเบาๆ “ข้าก็นึกว่าจะมีเท่าไรกันเชียว…”
