“คุณชายเย่มาแล้วหรือคะคุณไม่ได้มาหลายวันเลยนะคะ” พนักงานต้อนรับที่เคาน์เตอร์ทักทายเย่ฝานด้วยความเป็มิตรทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา
เย่ฝานพยักหน้าและพูดว่า“อวิ๋นซีส่งฉันไปดูแลคุณตา ฉันปฏิเสธไม่ได้ก็ต้องไประยะนี้ก็เลยยุ่งจนตัวเป็เกลียว”
“อวิ๋นซีอยู่ไหม?”
“ท่านประธานไป๋อยู่ข้างบนค่ะ!”พนักงานต้อนรับตอบอย่างกระตือรือร้น
“หลายวันมานี้มีสาวๆมาหาอวิ๋นซีบ้างไหม!” เย่ฝานถามด้วยท่าทางเคร่งขรึม
พนักงานต้อนรับหญิงหัวเราะแล้วตอบว่า“จะบอกว่ามี ก็มีค่ะ แต่ว่าพวกเราทำตามที่คุณสั่ง ไม่ให้พวกเขาขึ้นไปสักคนเลยค่ะ”พนักงานต้อนรับหญิงปวดหัวกับเื่นี้มาก คนที่มาขอพบไป๋อวิ๋นซีแต่ละคนล้วนเป็คุณหนูตระกูลดังทั้งนั้นตนเองกลับขวางไม่ให้พวกหล่อนขึ้นไป ทำให้พวกหล่อนรู้สึกขัดใจไม่น้อย
เย่ฝานพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ดีมากถ้าอย่างนั้นฉันขึ้นไปก่อนนะ”
เย่ฝานเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของไป๋อวิ๋นซีอย่างคุ้นเคย
หลังจากเย่ฝานเดินเข้าไปในห้องทำงานเขาล้มตัวลงบนโซฟาอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
ไป๋อวิ๋นซีติดนิสัยต้องล็อกประตูห้องอยู่เสมอแต่ว่าเช้าวันนี้กลับลืมล็อกประตูโดยไม่รู้ตัวเหมือนถูกผีอำ
ไป๋อวิ๋นซีเห็นเย่ฝานเข้ามาในห้องก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว
ไป๋อวิ๋นซีเดินไปที่ประตูแล้วกดล็อก“นายไม่เป็อะไรใช่ไหม บนตัวนายเหมือนมีกลิ่นอะไรบางอย่าง”
เย่ฝานยืนขึ้นเขาถอดเสื้อกับกางเกงออกจนเหลือแต่กางเกงชั้นในตัวเดียว!
“ฉันได้รับาเ็!”
แขนและขาของเย่ฝานถูกะุยิงใส่ผิวที่ผุดผ่องของเขาเต็มไปด้วยรูไป๋อวิ๋นซีไม่รู้เลยว่าเย่ฝานแบกร่างที่ถูกยิงาเ็กลับมาที่นี่ได้อย่างไร
ไป๋อวิ๋นซีเองก็ใที่เห็นเย่ฝานถอดเสื้อผ้าอยู่ไม่น้อยแต่พอเห็นาแบนร่างของเขา ไป๋อวิ๋นซีจึงไม่อยากพูดแขวะอะไรอีก “นายถูกยิงเหรอทำไมถึงไม่ไปทำแผลที่โรงพยาบาลล่ะ”
เย่ฝานส่ายหน้าก่อนตอบ “ไม่จำเป็หรอกาแเปรียบเสมือนเหรียญรางวัลของลูกผู้ชาย นายอยากดูเหรียญรางวัลของฉันไหม?”
เย่ฝานยกขาของเขาขึ้นแล้วทอดน่องไปยังเบื้องหน้าไป๋อวิ๋นซี
ไป๋อวิ๋นซีอยากจะพูดออกมาว่า เท้าของนายเหม็นมากแต่เห็นแก่ที่เขากำลังาเ็อยู่ จึงได้แต่อดทนอยู่เงียบๆ
ไป๋อวิ๋นซีมองดูสีหน้าของเย่ฝานคิดในใจว่า หรือว่าเย่ฝานอยากจะโชว์เหรียญรางวัล จึงเจตนาให้ถูกยิง
“นายมีหยกคุ้มภัยที่สามารถทำให้ะุสะท้อนกลับได้ไม่ใช่เหรอ?ทำไมถึงโดนยิงได้ล่ะ?” ไป๋อวิ๋นซีพูดพลางหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาแล้วเขาก็ทำแผลให้เย่ฝาน
เย่ฝานยกมุมปากด้านหนึ่งขึ้นแล้วเล่าว่า“ะุที่พวกมันยิงพุ่งเข้ามาเร็วมาก! อีกอย่างพวกมันก็มีคนเยอะมาก”
เย่ฝานขมวดคิ้วรู้สึกว่าตนเองดูถูกความสามารถของมนุษย์บนโลกนี้มากเกินไป ถึงแม้ว่ายอดฝีมือบนโลกใบนี้จะมีจำนวนไม่มากแต่ว่าที่นี่มีอาวุธที่ร้ายกาจมาก คนที่มีความสามารถเพียงนิดแต่ใช้อาวุธที่ทรงพลังก็สามารถคุกคามชีวิตของเขาได้ คราวนี้เขาเกือบจะพลาดท่าให้กับพวกมันเสียแล้วต้องรีบคิดหาทางฝึกพลังปราณให้บรรลุขั้นที่สี่โดยเร็วที่สุด เพื่อยกระดับความสามารถในการป้องกันตนเองให้สูงขึ้น
ถึงแม้ว่าความสามารถของเขาในตอนนี้จะเก่งกาจกว่าเดิมมากแต่นั่นมันสำหรับใช้ต่อกรกับคนธรรมดาเท่านั้นเมื่อเช้าตอนที่เขาบุกเข้าไปสู้กับพวกนั้น ได้ประมือกับนินจาของรัฐวะผู้หนึ่งเย่ฝานพบว่าคนผู้นี้มีฝีมือที่เก่งกาจมาก
ไป๋อวิ๋นซีคีบะุออกจากร่างของเย่ฝานหนึ่งนัด“นี่มัน ะุของปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ”
ไป๋อวิ๋นซีขมวดคิ้วะุปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติมีประสิทธิภาพในการทะลุทะลวงสูงมาก เย่ฝานถูกยิงขนาดนี้ทว่ากลับยังดูแข็งแรงมีพลัง พอไป๋อวิ๋นซีคีบะุออกาแของเย่ฝานก็สมานกันอย่างรวดเร็ว
“าแบนร่างของนายสมานตัวเร็วมากเลย?”ไป๋อวิ๋นซีพูดพลางมองเย่ฝาน
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ใช่แล้ว!ร่างกายของฉันค่อนข้างพิเศษ!”
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วเปล่งเสียง‘อ๋อ’ ออกมา เขาเอ่ยกับเย่ฝานว่า “นายต้องระวังตัวหน่อยนะ”าแของเย่ฝานที่สมานกันได้เร็วขนาดนี้ หากมีคนรู้เข้าล่ะก็ดีไม่ดีอาจโดนจับเอาร่างไปผ่าเพื่อศึกษาวิจัยได้
“คนรัฐวะพวกนั้นนายจัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ?”ไป๋อวิ๋นซีเอ่ยถาม
เย่ฝานพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า“ก็ใช่น่ะสิ! ตอนที่ฉันออกมา ได้โทรแจ้งตำรวจให้มาจัดการสถานที่เกิดเหตุแล้ว”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
ไป๋อวิ๋นซีคีบะุออกจากร่างของเย่ฝานทีละลูกจนหมดจากนั้นก็ใช้ผ้าห่มคลุมให้เขา เย่ฝานคงจะเหนื่อยล้ามาก จึงเอนตัวหลับอยู่บนโซฟา
ขณะที่เย่ฝานนอนหลับอยู่นั้นเขากัดฟันอยู่ตลอด ไม่รู้ว่าเป็เพราะท้องหิวหรือเปล่า
…
เมื่อดูแลเย่ฝานเสร็จแล้วไป๋อวิ๋นซีก็เริ่มสะสางงานของตนเอง เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเขาจึงลุกไปเปิดประตู
“พี่รอง พี่มาทำอะไร?” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“ฉันก็มาเยี่ยมนายน่ะสิ!นายรู้ไหม วันนี้บ้านหลังหนึ่งย่านชานเมืองมีนินจารัฐวะยี่สิบเอ็ดคนตายอยู่ที่นั่น ข่าวนี้ถูกปิดเอาไว้ คนพวกนั้นน่าจะเป็มือสังหารที่ลอบฆ่าคุณตาแน่ๆพวกมันโดนกำจัดจนไม่เหลือแบบนี้ คุณตาก็คงจะวางใจได้แล้ว...”
ไป๋อวิ๋นเฟยขมวดคิ้ว “เสียงอะไรน่ะใครกรน!”
“พี่รอง”ไป๋อวิ๋นซีะโเสียงหลง ทำไมเขาจึงเกิดกินปูนร้อนท้องขึ้นมา
ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นเย่ฝานที่นอนอยู่บนโซฟาพอเย่ฝานพลิกตัวก็เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่า ไป๋อวิ๋นเฟยรีบหันหน้ากลับมาพูดว่า“อวิ๋นซี นาย!”
ไป๋อวิ๋นซีหัวเราะอย่างขัดเขินแล้วอธิบายว่า“พี่ครับ ไม่ได้เป็อย่างที่พี่คิดนะ!”
ไป๋อวิ๋นเฟย “...ช่างเถอะฉันมาหานายวันหลังก็แล้วกัน”
หลังจากที่ไป๋อวิ๋นซีออกไปส่งไป๋อวิ๋นเฟยเขากลับเข้ามาในห้องแล้วกุมขมับด้วยความปวดหัวไป๋อวิ๋นซีหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เย่ฝาน
ไป๋อวิ๋นซีเกาหัวด้วยความรู้สึกวุ่นวายใจเขามองใบหน้ายามหลับใหลของเย่ฝานก็เกิดความคิดอยากจะหยิกแก้มของเขาสักครั้งสองครั้ง
…
ณ เขตทหาร
ศพทั้งยี่สิบเอ็ดร่างถูกเรียงเป็แถวเดียว
“หัวหน้าครับคนพวกนี้น่าจะเป็นินจาที่มาจากรัฐวะ าแของพวกเขาแปลกประหลาดมากเหมือนกับเป็ฝีมือของผู้มีเวทมนตร์” หูหลินกล่าว
เฉินเอี๋ยนพยักหน้า แล้วพูดว่า“ฉันก็คิดอย่างนั้น”
ในหัวของเฉินเอี๋ยนมีใบหน้าของเย่ฝานปรากฏขึ้นเขาคิดในใจว่า บางทีเย่ฝานอาจรู้สึกว่าหากไม่จัดการนินจาพวกนี้ซะเขาก็ไม่มีโอกาสได้อยู่ข้างกายไป๋อวิ๋นซีตลอดเวลา จึงลงมือกำจัดคนเหล่านี้!ได้ยินว่าหมอนั่นเห็นเื่ออกเดตสำคัญกว่าเื่ใดๆ ในโลก!พอถูกสั่งให้อยู่คุ้มครองเซี่ยวฉือ เขาจึงไม่ค่อยพอใจนัก
“หัวหน้าคุณคิดว่าจะใช่เขาหรือเปล่า”
เฉินเอี๋ยนเหลือบมองหูหลินนึกในใจว่าคนที่หูหลินพูดถึงน่าจะเป็คนคนเดียวกับที่ตนเองคิด “น่าจะใช่”
“ความสามารถของเย่ฝานอยู่เหนือความคาดหมายของเรามากไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น แค่ความร้ายกาจของหยกคุ้มภัยและยันต์นั่นก็น่าใแล้วเบื้องบนทำไมไม่รับเขาเข้ามาในทีมันะ!ได้ยินมาว่าคนของทีมัไม่เพียงพอไม่ใช่เหรอ?” ความจริงแล้วบุคคลที่มีความสามารถในประเทศนั้นมีอยู่ไม่น้อยแต่ว่าคนที่มีความสามารถล้วนอยู่ในนิกายของผู้แสวงหาความสันโดษนิกายเหล่านี้พิถีพิถันด้านการฝึกจิตใจและการปฏิบัติตัว ขัดเกลาความรู้สึกนึกคิดปกติแล้วจะไม่ออกมายังโลกภายนอกมากนัก
เฉินเอี๋ยนส่ายหน้า แล้วพูดว่า“เบื้องบนเห็นว่าความประพฤติของเย่ฝานไม่เหมาะสม”คนเลวไม่น่ากลัวเท่ากับคนเลวที่มีพลังทำลายล้างสูง ผู้วิเศษกระทำความผิดกับคนธรรมดากระทำความผิด ไม่ว่าอย่างไรก็นำมาเทียบกันไม่ได้อยู่แล้ว
หูหลินพูดอย่างเสียดายว่า“น่าเสียดายจริงๆ”
…
“นายตื่นแล้วเหรอ!”ไป๋อวิ๋นซีพูดขณะมองหน้าเย่ฝาน
เย่ฝานลืมตาขึ้นาแส่วนใหญ่บนร่างกายหายดีแล้วเย่ฝานคิดในใจอยู่ครู่หนึ่งว่าเขาจะต้องไปซื้อยาวิเศษเพื่อมาหลอมเป็ยาเม็ดสำหรับรักษาตัวคราวนี้หากเขามียาสมุนไพรที่สามารถรักษาาแพกติดตัวไว้ ก็คงไม่ทุลักทุเลขนาดนี้
“นายเลิกงานแล้วเหรอ?” เย่ฝานถามอีกฝ่าย
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้วนายนอนหลับไปหลายชั่วโมงเลย”
เย่ฝานพยักหน้า ก่อนส่งเสียง ‘อ่อ’แล้วลูบท้องของตน “ฉันหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอ? มิน่าล่ะถึงได้หิวแล้ว”
“คืนนี้มีที่จัดงานประมูลสินค้านายอยากไปกับฉันไหม” ไป๋อวิ๋นซีถาม
“งานแสดงสินค้า? จัดที่ไหนเหรอ!” เย่ฝานถาม
“ที่โรงแรมหลันถิง”
เย่ฝานกะพริบตา แล้วเอ่ยว่า“ไม่เคยได้ยินชื่อเลย”
“ไปกันเถอะ” ไป๋อวิ๋นซีพูด
เมื่อไป๋อวิ๋นซีขับรถไปถึงโรงแรมหลันถิงในโรงแรมได้จัดแสดงสินค้าไว้จำนวนมาก
วันนี้โรงแรมหลันถิงมีการจัดนิทรรศการแสดงสินค้ามาหนึ่งงานแล้วแต่ของที่ดีมีคุณภาพจริงๆ จะเก็บไว้ประมูลในงานค่ำคืนนี้งานนี้เป็งานประมูลใต้ดิน มีของไม่น้อยที่แหล่งที่มามีปัญหาอยู่บ้างคนที่มีลู่ทางพิเศษเท่านั้นจึงจะได้รับบัตรเชิญ
พอไป๋อวิ๋นซีเข้าไปในห้องโถงของโรงแรมก็มีคนเข้ามาทักทายเขาหลายคน แต่เย่ฝานกลับถูกมองข้ามอย่างที่คิดไว้
เย่ฝานเดินชมนิทรรศการรอบหนึ่งแล้วเขาก็ถูกไข่มุกแผงหนึ่งดึงดูดเข้าไปเย่ฝานเสียเงินซื้อไข่มุกดำหนึ่งเม็ดในราคาสองล้านหยวน
ไป๋อวิ๋นซียืนอยู่ข้างหลังเย่ฝานแล้วถามว่า“นายถูกใจอะไรเหรอ?”
เย่ฝานแบมือออกไป๋อวิ๋นซีหัวเราะและพูดว่า “ไข่มุกดำ! เม็ดนี้เหมือนจะเป็ไข่มุกเลี้ยงนะราคาเท่าไรล่ะ!”
“สองล้านหยวน!”
“นายโดนหลอกแล้วล่ะ!”ไป๋อวิ๋นซีพูดแล้วหัวเราะ
เย่ฝานเหลือบตามองบนแล้วพูดว่า “นายคิดมากไปแล้วคนฉลาดหลักแหลมอย่างฉันจะเสียเปรียบคนอื่นได้ยังไง?”
เย่ฝานกำไข่มุกดำเอาไว้ในใจรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากเขาไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับแก่นอสูรของปีศาจในงานประมูลสินค้างานนี้เย่ฝานประเมินว่าแก่นอสูรเม็ดนี้น่าจะเป็ของปีศาจทะเล หลังจากที่ปีศาจทะเลตายไปแก่นอสูรของมันจะกลายเป็ไข่มุกดำที่คนนำไปขายกันทั่วไปยังดีที่คนสายตาแหลมคมอย่างเขาบังเอิญมาเจอเข้าไม่อย่างนั้นไข่มุกดำเม็ดนี้คงจะตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่เห็นคุณค่าแน่
รอให้เขานำแก่นอสูรเม็ดนี้หลอมเป็ยาแล้วกินเข้าไปน่าจะทำให้เขาฝึกฝนบรรลุพลังปราณขั้นที่สี่ได้สำเร็จพลังปราณในโลกใบนี้อ่อนแอจนทำให้เขาอยากร้องไห้!
เย่ฝานสงสัยว่าแก่นอสูรในมือของเขาเม็ดนี้มาจากิญญาปีศาจเต่าที่มีสายเืของเต่าัดำเพราะว่าแก่นอสูรเม็ดนี้มีจิติญญาของเทพเ้าอยู่ภายใน
ในอาณาจักรผู้ฝึกตนแก่นอสูรที่บำเพ็ญตบะบรรลุระดับพลังขั้นหยวนอิงเท่านั้นจึงจะปรากฏจิติญญาของเทพเ้าทว่าแก่นอสูรเม็ดนี้ที่เขาได้มาเหมือนกับเป็ระดับพลังขั้นสร้างรากฐานปราณเท่านั้นหรืออาจจะไม่ทันได้บรรลุระดับพลังขั้นสร้างรากฐานปราณด้วยซ้ำอาจเป็แก่นอสูรของปีศาจเต่าที่บำเพ็ญตบะแล้วล้มเหลวในขั้นสร้างรากฐานปราณ
แก่นอสูรที่อยู่ในขั้นนี้แต่ปรากฏจิติญญาของเทพเ้าทำให้เห็นถึงคุณสมบัติที่ดีของปีศาจซึ่งเป็เ้าของแก่นอสูรนี้แต่ที่น่าเสียดายคือการเลื่อนระดับพลังของปีศาจจะต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าผู้ฝึกตนหลายเท่าแต่จากทรัพยากรในโลกใบนี้ ยังไงก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการบำเพ็ญตบะขั้นสร้างรากฐานปราณของอสูรได้เย่ฝานสงสัยว่าปีศาจที่เป็เ้าของแก่นอสูรที่ว่านี้ อาจจะถูกสายฟ้าฝาดจนตาย
…
“พี่อวิ๋นซี”อวิ๋นซันซันเดินเข้ามาหาไป๋อวิ๋นซี ข้างกายของหล่อนมีเฉินเข่อหลันตามมาด้วย
“คุณหนูอวิ๋น คุณก็มาด้วยเหรอ!”ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าให้อวิ๋นซันซัน
อวิ๋นซันซันมองหน้าเย่ฝานเธอััได้ถึงความเยือกเย็นในแววตาของเขาเมื่ออวิ๋นซันซันมองไป๋อวิ๋นซีก็สบกับสายตาไม่ต้อนรับแขกของเขาภายหลังอวิ๋นซันซันจึงเข้าไปสอบถามถึงได้รู้ว่าเย่ฝานสั่งไม่ให้พนักงานต้อนรับปล่อยคนเข้าไปพบไป๋อวิ๋นซีได้โดยง่ายและไป๋อวิ๋นซีก็เป็คนอนุญาตเองด้วย
อวิ๋นซันซันดึงแขนของไป๋อวิ๋นซีก่อนถามว่า “พี่อวิ๋นซี กำไลพลิกชะตาที่ข้อมือของพี่ใครเป็คนมอบให้เหรอคะดูแล้วเหมือนไม่ใช่ของดีอะไร ฉันไปเลือกซื้อนาฬิกาให้พี่มา พี่ดูซิว่าถูกใจไหม”
ไป๋อวิ๋นซีกวาดตาดูยี่ห้อนาฬิกาก็รู้ว่าราคาไม่ต่ำกว่าห้าล้านหยวน เขาจึงพูดว่า “คุณหนูอวิ๋นเกรงใจเกินไปแล้วของชิ้นนี้ผมคงรับไว้ไม่ได้จริงๆ นาฬิกายี่ห้อดังขนาดนี้คุณหนูอวิ๋นมอบให้กับคนที่้าดีกว่า”
อวิ๋นซันซันมองไป๋อวิ๋นซีในใจพลันรู้สึกหดหู่
“อวิ๋นซี ตรงนั้นมีอาหารบุฟเฟต์ฉันหิวแล้ว พวกเราไปกินอะไรกันหน่อยดีกว่า” พอเย่ฝานพูดจบประโยคท้องของเขาก็ร้องดังตามมาติดๆ
อวิ๋นซันซันมองดูเย่ฝานใบหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและรังเกียจ
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าแล้วตามเย่ฝานไป“ไปสิ”
อวิ๋นซันซันมองตามแผ่นหลังของเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีที่เดินจากไปความรู้สึกโมโหผุดขึ้นเป็ระลอก
เฉินเข่อหลันมองดูอวิ๋นซันซันก่อนถอนหายใจแล้วพูดว่า “ซันซัน เธอยอมแพ้ซะเถอะ ไป๋อวิ๋นซีเขาไม่สนใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว”
อวิ๋นซันซันสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วตอบกลับว่า “ฉันจะลองดูอีกครั้ง!” แพ้ให้กับคนอื่นยังพอรับได้แต่เย่ฝานมันเป็ตัวอะไรกัน! มันเป็ผู้ร้ายคดีข่มขืนที่ไร้คุณธรรมคนหนึ่งฉันยอมไม่ได้”
เฉินเข่อหลันดูสีหน้าของอวิ๋นซันซันก็รู้ได้ทันทีว่าหล่อนไม่ยอมรามือง่ายๆแน่ “บางทีปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่เธอ แต่อาจอยู่ที่ไป๋อวิ๋นซีเองฉันรู้จักเขามาหลายปี เขาเหมือนจะไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนไหนเลย”
อวิ๋นซันซันมีสีหน้าตึงเครียดก่อนเอ่ยว่า“จะเป็ไปได้ยังไงกัน?อวิ๋นซีไม่มีทางผิดปกติหรอก”
