น้าหวงเห็นว่าคนของจางจี้รุนแรงยิ่งนัก จึงให้หลี่เฟิ่งเหมยพาลูกหลบในบ้านและดันหลิวเฟินเข้าไปพร้อมกัน
พอเข้าไปในบ้านก็เดินตรงไปยังหลังบ้านทันที ถึงได้รู้ว่าอาคารร้านอาหารจานด่วนแถบนี้ไม่เหมือนกับจางจี้ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนลานบ้านเล็กด้านหลังมีประตูหลัง สามารถแอบออกไปก็ไม่มีใครรู้หลี่เฟิ่งเหมยส่งลูกชายให้หลิวเฟิน “อาจะพาลูกกลับซางตูก่อนเ้าเด็กดื้อต้องเชื่อฟังอานะ!”
คนโดนหลิวเฟินฟันาเ็ หลิวเฟินจะไปได้อย่างไร?
หลี่เฟิ่งเหมยแสยะยิ้ม “เธอคิดว่าคนตระกูลเซี่ยจะพูดคุยด้วยเหตุผลกับเธอหรือกว่าพวกเขาจะหาโอกาสได้ยากเย็นยิ่งนัก คงอยากเหยียบย่ำเธอและเสี่ยวหลานให้ตายเสียเต็มประดาต่อให้คนจากสถานีตำรวจ้าสอบถามเธอ ก็ปล่อยพวกเขาให้ตามหาหลายวันหน่อยแล้วกัน”
หลี่เฟิ่งเหมยเป็ผู้มีประสบการณ์ในการเยือนสถานีตำรวจ ตอนนั้นเธอยังเกรงกลัวแทบแย่แล้วหลิวเฟินจะทนได้หรือ?
หลี่เฟิ่งเหมยก็มีความเ้าเล่ห์ของตนเช่นกัน ไปถึงซางตูก็สามารถหาคนช่วยเหลือได้มิใช่หรือวันที่ ‘หลานเฟิ่งหวง’ เปิดกิจการหัวหน้าหยางคนนั้นก็มาร่วมงานตัดริบบิ้นดูแล้วท่าทางอัธยาศัยดี ไม่มีมาดของพวกผู้บริหารใหญ่แม้แต่น้อยเ้าหน้าที่เสี่ยวจั๋วจากสถานีตำรวจก็เป็กันเองมาก... ดังนั้นไปซางตูก่อนดีกว่า!
หลี่เฟิ่งเหมยบังคับแกมเกลี้ยกล่อมให้หลิวเฟินกลับไปยังซางตู หลังจากนั้นก็ออกไปยังหน้าร้านอีกครั้งจึงพบว่าข้างนอกเริ่มปะทะกันแล้ว
หลี่เฟิ่งเหมยพบว่าพวกเซี่ยฉางเจิง้าทำร้ายสามีของเธอ เมื่อเข้าไปได้เธอก็จะคว้าผมของเซี่ยจื่ออวี้ทันทีจางหม่านฝูกับภรรยาเข้าร่วมวงด้วยทว่าไม่ออกแรงสักเท่าไรเซี่ยหงเซี๋ยลอบจะผลักเซี่ยเสี่ยวหลาน น้าหวงตาไวมือเร็วเตะเข้าที่แข้งของเซี่ยหงเซี๋ย
“ทำอะไร! ทำอะไรกันน่ะ! พวกคุณคิดว่าต่อยตีกันอยู่ที่ไหน?”
เหล่าจ้าวถือกระบองวิ่งมา ข้างหลังเขามีอาจารย์ใหญ่ซุนที่แต่งกายเรียบร้อยหมดจดติดตามมาด้วย
“ก่อความวุ่นวาย เป็การก่อความวุ่นวายชัดๆ ! นักเรียนปีสามในโรงเรียนยังเรียนอยู่ ใครช่างกล้าดีก่อความวุ่นวายอยู่ด้านนอกเหล่าจ้าว เรียกสถานีตำรวจมาพาคนเหล่านี้ไป!”
เซี่ยฉางเจิงกล้าที่จะห้าวหาญกับคนอื่นทว่าจางจี้เปิดร้านได้เพราะอาจารย์ใหญ่ซุนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
เขายอมหยุดทันที ย้ายไปยืนอีกฝั่งด้วยสีหน้าละอาย
เซี่ยจื่ออวี้แอบกัดฟัน “ครูใหญ่คะ พ่อหนูแค่ร้อนใจเพราะอาการาเ็ของอารองเขา...”
อาจารย์ใหญ่ซุนไม่สนใจเธอ กลับขมวดคิ้วมองเซี่ยเสี่ยวหลานแทน
“นักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลาน ทำไมเธอยังไม่กลับบ้าน? ทางโรงเรียนเห็นว่ากรณีของเธอเป็ข้อยกเว้น อนุญาตให้เธอเรียนด้วยตนเองที่บ้านเธอจะสิ้นเปลืองเวลาเรียนอันมีค่าตามใจชอบได้อย่างนั้นหรือ?”
อาจารย์ใหญ่ซุนใช้น้ำเสียงตำหนิติเตียนอย่างชัดเจน แต่ท่าทางนี้ของเขาไม่ประจักษ์แก่สายตาว่ากำลังเข้าข้างเซี่ยเสี่ยวหลานหรือ?
เซี่ยฉางเจิงตกตะลึง รีบร้อนแก้ต่าง “คุณครูใหญ่น้องชายผมโดนฟันาเ็นอนอยู่ในโรงพยาบาล พวกเธอจะไปไม่ได้นะ!”
อาจารย์ใหญ่ซุนโมโหโทโสโดยพลัน
“ผมอยากพูดเื่นี้กับคุณพอดี น้องชายคุณไปถึงบ้านผมหยิบมีดทำครัวมาทำร้ายตัวเอง ทำเอาทุกหนแห่งในบ้านผมเต็มไปด้วยเื ผลกระทบก็ย่ำแย่มากถ้าไม่เห็นแก่นักเรียนเซี่ยเสี่ยวหลาน ผมเอาเื่เขาแน่!”
ต้าจวินจะพูดปดได้อย่างไร?
บอกว่าหลิวเฟินเป็คนฟัน ก็ต้องหลิวเฟินเป็คนฟันสิ!
ที่ผ่านมาครอบครัวเซี่ยฉางเจิงปากว่าตาขยิบหาผลประโยชน์เข้าตัวอยู่เสมอพอเจออาจารย์ใหญ่ซุนโกหกอย่างไม่รู้ร้อน เซี่ยฉางเจิงก็หมดสิ้นหนทางไม่แปลกใจที่ต้าจวินบอกว่าไม่แจ้งความ มิใช่ว่าอาจารย์ใหญ่ซุนโปรดปรานจื่ออวี้ที่สุดหรือทำไมถึงยืนข้างเซี่ยเสี่ยวหลานกัน? เซี่ยฉางเจิงมองเซี่ยจื่ออวี้ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจเซี่ยจื่ออวี้รู้ดีว่าหากตนเองดึงดันออกตัวในเวลานี้จะสร้างภาพจำที่เลวร้ายกว่าเดิมต่อหน้าอาจารย์ใหญ่ซุน
ต้องโทษเซี่ยเสี่ยวหลานทั้งหมดไม่รู้ว่าพูดจาว่าร้ายเธอให้อาจารย์ใหญ่ซุนฟังไปมากมายเท่าไร และอาจารย์ใหญ่ซุนเชื่อไปแล้วกี่ส่วน?
เซี่ยจื่ออวี้ทุกข์ใจเนื่องจากคนไปน้ำชาก็เย็นชืด [1] เช่นกัน เธอทุ่มเทเวลาตั้งเท่าไรกับการประจบประแจงอาจารย์ใหญ่ซุนออกจากเซี่ยนอีจงเพียงครึ่งปี ในชั่วพริบตาอาจารย์ใหญ่ซุนก็หันไปเชิดชูคนอื่นมิใช่เพราะเธอจบการศึกษาแล้ว และมิใช่เพราะเซี่ยเสี่ยวหลานเป็นักเรียนที่กำลังจะเข้าร่วมการสอบรวมถึงไขว่คว้าเกียรติยศแทนเซี่ยนอีจงได้หรอกหรือ?
เซี่ยเสี่ยวหลานสอบได้มากกว่า 500 คะแนนได้อย่างไรไอ้ 500 คะแนนบ้าบอนี่!
เซี่ยจื่ออวี้ไม่ยอมเด็ดขาด
ความหมายของอาจารย์ใหญ่ซุนคือให้เซี่ยเสี่ยวหลานรีบไปจากที่นี่เสีย แม้จะแจ้งความแล้วทางสถานีตำรวจก็ต้องตามหาอาจารย์ใหญ่ซุนเพื่อสอบถามสถานการณ์อาจารย์ใหญ่ซุนรู้ว่าควรพูดให้การอย่างไร ขอเพียงหลิวเฟินไม่หลุดปากเื่นี้ก็จะผ่านไปเอง!
การแสดงตัวของอาจารย์ใหญ่ซุนได้ส่งสัญญาณเตือนแก่ตระกูลเซี่ยฉวยโอกาสแสดงจุดยืนของตน เพื่อให้ตระกูลเซี่ยไม่ต้องเสียเวลาอีก
อาจารย์ใหญ่ซุนคิดไว้เสียดิบดี เซี่ยเสี่ยวหลานเชื่อฟังและกำลังจะจากไปกลับเห็นเ้าหน้าที่ตำรวจสวมเครื่องแบบสองนายเดินมาด้านหลังคือแม่เฒ่าเซี่ยและจางชุ่ยซึ่งคร่ำครวญหวนไห้โดยไม่มีน้ำตา
“ลูกชายของฉัน... ลูกช่างน่าเวทนาเหลือเกิน... นังคนชั่วนั่นจิตใจหยาบช้านัก!”
“คุณตำรวจ พวกคุณจับนังชั่วนั่นไว้!”
“หลิวเฟิน คนชั่วช้าอย่างแกออกมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะสู้กับแกเอง!”
เดินพลางแผดเสียงเช่นนี้ตลอดทาง ทำเอาผู้กำกับเหลียงที่นำกลุ่มมาค่อนข้างหงุดหงิดตรุษจีนวันที่สี่ ผู้กำกับเหลียงเข้าเวรพอดี ตรุษจีนทั้งทีต้องมาจัดการเื่พวกนี้เพื่ออะไรกันเล่าปล่อยให้เขาผิงไฟรับประทานโม๋ [2] ชงชารสเข้มสักแก้วกัดโม๋หนึ่งคำดื่มชาหนึ่งอึก ชีวิตไม่ชื่นมื่นกว่าหรอกหรือ?
แม่เฒ่าเซี่ยรับมือยากเหลือเกินปล่อยชักดิ้นชักงอหน้าประตูสถานีตำรวจก็ไม่เหมาะสม เธอมาแจ้งความว่าลูกชายโดนฟันแถมเหตุเกิดในเซี่ยนอีจงด้วย ผู้กำกับเหลียงจึงต้องพาเ้าหน้าที่อีกคนมาดูสักหน่อย
เดิมทีจางชุ่ยไม่ได้ขี่จักรยานรวดเร็วขนาดนี้แต่พบคนมีน้ำใจขี่รถจักรยานยนต์มาส่ง พอได้ยินว่าคนในครอบครัวโดนฟัน คนผู้นั้นก็พาแม่เฒ่าเซี่ยและจางชุ่ยกลับตัวเมืองทันทีเวลานี้มีคนมีไมตรีจิตมากมาย ช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทนวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์ยังแนะนำให้พวกเธอไปแจ้งความก่อนด้วยมิเช่นนั้นคนกระทำผิดหนีไปจะทำอย่างไร?
แม่เฒ่าเซี่ยและจางชุ่ยถึงได้มาพร้อมกับคนของสถานีตำรวจ
“ครูใหญ่ซุน คุณดูเื่นี้สิ...”
ผู้กำกับเหลียงทักทายอาจารย์ใหญ่ซุน ท่าทางเป็มิตรทีเดียวอาจารย์ใหญ่ซุนจึงรู้ว่าไม่ใช่เื่ร้ายแรง
เสียงคร่ำครวญของหญิงชราเซี่ยนั่น เขานึกว่าพอส่งเซี่ยต้าจวินถึงโรงพยาบาลก็สิ้นชีพไปแล้วเสียอีก!
เขาเป็พยานเท็จให้เื่ในครอบครัวเล็กน้อยได้ แต่ถ้าเป็คดีฆาตกรรมย่อมปฏิเสธไม่ได้แน่นอน
แม่เฒ่าเซี่ยมาแล้ว เซี่ยเสี่ยวหลาน หลิวหย่ง และหลี่เฟิ่งเหมยจะไปที่ไหนได้ผู้กำกับเหลียงถูกหญิงชราปากร้ายคนนี้วอแวจนไม่มีทางเลือก บอกว่า้าทราบสถานการณ์สักหน่อยอาจารย์ใหญ่ซุนจึงให้การแบบเดิม เซี่ยต้าจวินควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ฟันตนเองเข้า
“ทำเอามีดบ้านผมเปรอะเปื้อนเืนองเลย ทั้งห้องรับแขกก็มีแต่เืเหมือนกันตอนนี้ภรรยาผมยังทำความสะอาดอยู่ที่บ้าน ผู้กำกับเหลียงคุณว่าผมเจอเื่แบบนี้จะทำอย่างไร? นี่มันตรุษจีนนะ!”
ผู้กำกับเหลียงเป็ตำรวจาุโหลายปีเื่ขี้ประติ๋วแบบนี้สองฝ่ายให้การไม่ตรงกัน สืบถึงต้นเหตุก็เป็ความขัดแย้งในครอบครัวอยู่ดีวุ่นวายเสียคนมากมายต่างฉลองปีใหม่กันไม่สุข ทว่ามาก็มาแล้วเขาจึงต้องตามหาหลิวเฟินเพื่อสนทนาตามกิจวัตรปกติ
เมื่อถามถึง ปรากฏว่าเ้าตัวพาหลานชายกลับซางตูไปตั้งนานแล้ว
เซี่ยเสี่ยวหลานรู้สึกฉงนเป็อย่างยิ่ง “แม่หย่ากับพ่อแล้วพ่อฟันตัวเองาเ็ แม่ยังต้องไปดูแลเขาอีกหรือ?”
แน่นอนว่าไม่น่ะสิ!
แต่ย่าของเธอแจ้งความว่าแม่เธอเป็คนฟันพ่อเธอนะ!
ผู้กำกับเหลียงอ้าปาก เขาจำเซี่ยเสี่ยวหลานได้ เพราะว่าเธอเขตอันชิ่งจึงมีอันธพาลสี่คนโดนโทษตัดสินจำคุกแล้วอันธพาลสามคนก่อนหน้านั้นดักข่มเหงเธอ อีกคนคือจางเสเพลนั่นแม้ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุด้วยข้อหา ‘ลักขโมยเงินหลวง’ แต่ผู้กำกับเหลียงรู้สึกว่าเื่ราวน่าจะเกี่ยวข้องกับเซี่ยเสี่ยวหลาน
ผู้กำกับเหลียงคิดในใจ คนแซ่เซี่ยบ้านนี้ถือเอาฐานะความเป็เครือญาติมาพยายามหาเื่สุดชีวิตแต่จะเป็ปฏิปักษ์กับนักเรียนเซี่ยผู้บอบบางจนตายตกกันไปข้าง...ไม่ค่อยงามเท่าไรนะ!
เมื่อไม่พบหลิวเฟิน ผู้กำกับเหลียงจึง้าพบเซี่ยต้าจวินแทน ฟังว่า ‘ผู้เสียหาย’ จะพูดอย่างไร
แม่เฒ่าเซี่ยหยุดคร่ำครวญทันที จางชุ่ยบอกว่าเซี่ยต้าจวินาเ็ไม่ถึงกระดูกอย่างไรเสียแม่เฒ่าเซี่ยก็ไม่ได้เห็นกับตาตนเองในบุตรชายสามคนเธอเชื่อมั่นคนโตและรักใคร่คนเล็ก ปกติละเลยเซี่ยต้าจวินก็จริงทว่าเวลาเช่นนี้ย่อมรู้สึกกังวลอยู่ดี
ไม่ต้องไปตรวจสอบถึงที่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ หวังเจี้ยนหัวก็วิ่งกระหืดหระหอบมาทันที
“จื่ออวี้ อารองเขาหายตัวไปแล้ว!”
เชิงอรรถ
[1]人走茶凉 คนจากไปน้ำชาก็เย็น หมายถึงความสัมพันธ์หรือความโปรดปรานที่เบาบางลงหลังห่างหายกันไป
[2]馍 โม๋ คือ อาหารประเภทแป้งชนิดหนึ่ง ลักษณะคล้ายซาลาเปา
