เซี่ยเสี่ยวหลานคิดว่าชาติก่อนตนเองไม่มีบุญเื่พี่น้องเลย ชาตินี้ก็เช่นเดียวกัน
ในชาติก่อนลูกสาวของน้าไม่ชอบเธอส่วนสองสาวตระกูลเซี่ยในชาตินี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เหลียงฮวนลูกพี่ลูกน้องที่พบหน้ากันวันนี้ก็น่าหงุดหงิดไม่เบา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามไม่ประสงค์ดีของเหลียงฮวน เซี่ยเสี่ยวหลานได้แต่รักษาความสุขุมไว้ “ใช่ ตอนนี้พี่อาศัยบ้านลุง ขอบคุณที่ลุงดูแลพี่และแม่ได้”
หลังจากแน่ใจว่าเซี่ยเสี่ยวหลานพึ่งใบบุญคนอื่นจริง เหลียงฮวนก็สำราญใจและเกิดข้อสงสัยใหม่ขึ้น พึ่งพาอาศัยผู้อื่นยังสามารถแต่งตัวดูดีขนาดนี้ได้เป็เพราะบ้านลุงร่ำรวยมาก หรือว่าพี่สาวคนนี้พฤติกรรมมีปัญหาดั่งคำร่ำลือจริงๆ ?
เหลียงฮวนเอนเอียงไปอย่างหลังมากกว่า
อย่างไรเสียลุงหรือหลิวหย่งเป็เพียงคนชนบท พี่สาวมิใช่บุตรสาวแท้ๆของลุงเสียด้วย ครอบครัวนี้เห็นครั้งแรกก็รู้ว่าลำเค็ญจะออกค่าแต่งตัวของพี่สาวได้ที่ไหนกัน
เหลียงฮวนริษยาการแต่งกายของเซี่ยเสี่ยวหลานอยู่บ้างเสื้อผ้าและกางเกงนั้นไม่เท่าไร ที่เท้าสวมอยู่ต้องเป็รองเท้าบู๊ทหนังแท้แน่นอน
รองเท้าบู๊ทหนังสำหรับฤดูหนาวหนึ่งคู่ ไม่ว่าอย่างไรราคาก็ต้องหลายสิบหยวน!
บ้านเหลียงก็มีปัญญาทำให้เหลียงฮวนได้สวมใส่รองเท้าบู๊ทแบบนี้แต่บ้านเหลียงของเธอมีฐานะเป็อย่างไร พี่สาวชนบทเอาอะไรมาเทียบเคียงกับเธอได้?
“พี่ ฉันได้ยินว่า...”
“เหลียงฮวน ลูกไม่รู้จักพูดก็ไม่ต้องพูด เป็เด็กเป็เล็กปากอยู่ไม่สุขอะไรขนาดนี้ แสดงถึงคุณธรรมของยอดหญิงที่ไหน?”
พอเหลียงปิ่งอันโมโห น้ำตาของเหลียงฮวนก็คลออยู่ในเบ้า
หลิวฟางสงสารจับใจ โอบเหลียงฮวนที่โตจนอายุ 16 ปีพลางโอ๋ไม่หยุด
เซี่ยเสี่ยวหลานสบโอกาสหาข้ออ้าง “น้าเขยฉันจะยกของว่างมาให้น้าอีกสักถาด”
เหลียงปิ่งอันกำลังรู้สึกว่าลูกสาวทำตัวน่าขายหน้าพอเห็นเซี่ยเสี่ยวหลานเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ ก็สบายใจไปเปราะหนึ่ง “เธอไปช่วยงานเถอะ น้าว่าวันนี้ในบ้านคงมีคนไม่น้อยมากินข้าวอีกสักพักน้าให้น้าหญิงไปช่วยงานด้วย”
เซี่ยเสี่ยวหลานปิดประตูห้องโถงกลาง
ร้องไห้ทำไมนะ ตรุษจีนทั้งทีไม่กลัวโชคร้ายหรือไรเนื่องจากยังมีคนในหมู่บ้านอยู่ด้วย เซี่ยเสี่ยวหลานจึงไม่้าให้คนอื่นเห็นแล้วเอาไปพูดไร้สาระและคร้านจะต่อปากต่อคำกับเด็กน้อย เธอไม่เจอเหลียงฮวนตั้งหกเจ็ดปีแล้วเจตนาร้ายกาจของเหลียงฮวนเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุเอาเสียเลย
คงไม่ใช่เพียงเพราะน้าเขยเหลียงปิ่งอันพูดคุยกับตนเองสองสามประโยคเหลียงฮวนจึงอิจฉาหรอกนะ?
ถ้าอย่างนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานต้องอยู่ห่างจากครอบครัวนี้สักหน่อยแล้ว
หลิวหย่งสูบบุหรี่อยู่ใต้ชายคา เขาเองก็ห่วงใยหลิวฟางแต่สองพี่น้องมักทะเลาะเบาะแว้งเมื่ออยู่ด้วยกัน น้องสามีเหลียงปิ่งอันสูงส่งกว่าผู้อื่นเสมอมาหลิวหย่งหรือพี่หย่งคนบ้านนอกนี้รู้ตัวดีพอที่จะไม่ไปทำให้คนเขารำคาญ
“ทำไมหลานออกมาแล้วเล่า?”
วันปีใหม่ เซี่ยเสี่ยวหลานห้ามถอนหายใจ
“ฉันทำน้องสาวขุ่นเคืองเข้า หญิงสาวในเมืองพวกนี้ช่างกล่อมยากเสียจริง”
“กล่อมอะไรกัน หลานโตกว่าเหลียงฮวนแค่สองปี เธอโดนน้าของหลานตามใจจนเสียคนไม่ต้องสนเธอหรอก”
หลิวฟางแตกต่างจากคนทั่วไป คนส่วนมากให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าแต่เธอให้ความสำคัญกับบุตรสาวมากกว่า แม้จะรักใคร่เอ็นดูเหลียงอวี่ไม่แพ้กันทว่าไม่เท่าที่รักเหลียงฮวน หลิวฟางไม่เหมือนจางชุ่ยกับเซี่ยฉางเจิงอีกด้วยที่รักเซี่ยจื่ออวี้เพราะลูกสาวสามารถนำมาซึ่งเกียรติยศและผลประโยชน์หลิวฟางคิดว่าในวัยเยาว์ตนเองไม่มีอะไรเลยพอแต่งงานกับเหลียงปิ่งอันก็ได้ใช้ชีวิตสุขสบาย เธอจึงตั้งใจที่จะมอบความสุขทางวัตถุที่ตนเองไม่เคยมีให้แก่เหลียงฮวน
ตามใจปรนเปรอ เหลียงฮวนเหมือนองค์หญิงน้อยผู้เย่อหยิ่งั้แ่เด็กหลิวหย่งจึงไม่โปรดปรานนัก
อันที่จริงหลิวหย่งก็ลำเอียงทีเดียว เมื่อก่อน ‘เซี่ยเสี่ยวหลาน’ ไร้เหตุผลเหมือนกัน แต่เขากลับไม่คิดหยุมหยิมอย่างไรเสียนานๆ ทีถึงจะพบเหลียงฮวนสักหน ทว่าหลานสาวเซี่ยเสี่ยวหลานคนนี้เป็เขาที่เลี้ยงดูจนเติบใหญ่เอง
“ไม่รู้ว่าน้าของหลานกลับมากะทันหันเพื่ออะไร”
“ฉันไม่รู้ แต่น้าไม่ใเื่หย่าของแม่ฉันแม้แต่นิดเดียวพวกเขาทั้งบ้านน่าจะรู้เื่ตั้งนานแล้ว”
หลิวหย่งพยักหน้า “ไม่แปลกหรอกบ้านน้าของหลานอยู่แค่เขตหลิน อาจได้ยินข่าวคราวจากปากใครสักคนเข้า”
หลิวหย่งพูดไปก็รู้สึกโกรธเคืองเป็อย่างมาก
ไม่ไปมาหาสู่กับเขาได้ แต่หลายปีมานี้หลิวฟางไม่แม้แต่จะกลับมาเก็บกวาดหลุมศพให้บิดามารดาด้วยซ้ำหลิวหย่งนึกตำหนิน้องสาวคนนี้มาก เหลียงอวี่ตามเทาเทาวิ่งเล่นสนุกสนานอยู่ข้างนอกทั้งครอบครัวหลิวฟาง กลับมีเพียงเหลียงอวี่ผู้อายุ 11 ปีที่ติดดินมากที่สุด
ในห้องครัว สะใภ้ใหญ่เฉินก็กำลังพูดเื่เดียวกันกับหลี่เฟิ่งเหมย
“ทำไมหลิวฟางถึงกลับมาอีกเล่า? ฉันนึกว่าเขาจะตัดความสัมพันธ์ตลอดชาตินี้กับพวกเธอเสียแล้ว...ดูฉันพูดสิ อย่างไรเสียก็พี่ชายน้องสาว กระดูกหักเอ็นยังเชื่อมความขุ่นข้องหมองใจก่อนหน้านี้ก็ไม่ต้องไปคิดเล็กคิดน้อยแล้ว”
หลี่เฟิ่งเหมยมีความกังวลอยู่ในใจ แต่ไม่อาจให้คนนอกรับรู้ เธอตอบอย่างยิ้มแย้ม
“นั่นก็เพราะเมื่อก่อนพ่อเทาเทาเหลวไหลไม่เบาหลิวฟางทะเลาะกับเขาไม่ถือเป็ความผิด ฉันเป็ห่วงน้องสามีคนนี้มาตั้งนานแล้วถวนเหนียนฟ่าน [1] มื้อวันนี้มีเธอด้วยจึงจะเรียกว่าพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง”
หลิวฟางถูกสามีเร่งเร้าครั้งแล้วครั้งเล่าจึงมาช่วยงานในครัวอย่างไม่เต็มใจ เธอได้ยินคำพูดของพี่สะใภ้พอดิบพอดีหลิวฟางถึงสบายใจขึ้นเล็กน้อย
“ตอนนั้นฉันฉุนนี่นา ครอบครัวคนอื่นล้วนเฟื่องฟูกันทั้งนั้นแต่พี่ชายฉันกลับว่างเฉยทั้งวันไม่ทำการทำงาน... ช่างเถอะ ไม่พูดเื่เก่าแล้วพี่สะใภ้ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?”
โอ้ นี่คือเื่ผิดปกติ
แต่ไหนแต่ไรเมื่อหลิวฟางกลับบ้านมาจะต้องมีคนมาคอยพะเน้าพะนออย่าว่าแต่ช่วยทำอาหาร ขนาดไม้กวาดก็ไม่แตะสักนิดเดียว
เนื่องจากหลี่เฟิ่งเหมยแต่งงานกับหลิวหย่งด้วยสถานะออกเรือนรอบที่สอง หลิวฟางจึงไม่ค่อยเคารพเธอที่เป็พี่สะใภ้มาโดยตลอดท่าทางวันนี้ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกจริงๆ ชาวบ้านช่วยทำให้บรรยากาศราบรื่นหลี่เฟิ่งเหมยและหลิวฟางถือว่า ‘ยิ้มขจัดความบาดหมาง [2]’ ต่างไม่กล่าวถึงปัญหาที่ได้ผ่านไปแล้ว
หลิวเฟินเงียบงันโดยตลอด ปอกเปลือกมันฝรั่งอยู่ตรงนั้นหลิวฟางเคลื่อนตัวไปข้างๆ เธอ
“พี่รอง รอกินข้าวเสร็จพวกเราพูดคุยกันหน่อยดีกว่า”
เธอสงสารพี่รองไม่น้อย แต่งงานกับผู้ชายไม่ได้ความ รองรับอารมณ์ในบ้านสามีอยู่ทุกวี่ทุกวัน
ตอนแรกพอสามารถฝ่าฟันดำเนินชีวิตต่อไปได้ตอนนี้กลับหย่าขาดจากเซี่ยต้าจวิน พาลูกสาวมาอาศัยบ้านแม่วันนี้หลิวเฟินและหลี่เฟิ่งเหมยต้องทำงาน ในห้องครัวคราบน้ำมันสกปรกขนาดนั้นทั้งสองคนทำอาหารโดยไม่ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ หลิวหย่งต้องเชือดไก่เชือดปลา ไม่กลัวสักนิดว่าเืจะกระเด็นโดนตัวในบ้านมีเพียงเซี่ยเสี่ยวหลานและเทาเทาที่สวมเสื้อผ้าชุดใหม่หลิวฟางยังดูไม่ออกว่าวิถีชีวิตของพี่ชายพี่สาวไม่เหมือนเดิมเท่าไรแล้วเลยเห็นอกเห็นใจหลิวเฟินด้วยสายตาที่คิดว่าตนสูงส่ง
สามีของเธอเหลียงปิ่งอันยืนยันว่าครอบครัวพี่ชายฐานะดีขึ้นแล้วแต่หลิวฟางไม่เชื่อ
ชีวิตอาจดีขึ้นกว่าหลายปีก่อนมิใช่ว่าจัดสรรที่ดินทำกินสู่ครัวเรือนแล้วหรือ ชีวิตในชนบทย่อมมีความเปลี่ยนแปลงแน่
ไม่เหมือนหลายปีก่อนที่ขนาดรับรองแขกยังต้องยืมไก่ของเพื่อนบ้านมารับประทานอาหารวันนี้ดูสมบูรณ์พูนสุขไม่น้อย คงไม่ได้ทำอะไรเกินตัวเอาเงินเก็บทั้งหมดทุ่มกับมื้ออาหารปีใหม่หรอกนะ?
โต๊ะในครัวเต็มไปด้วยอาหารที่ปรุงเรียบร้อย
ปลาหลายจาน บะหมี่เนื้อแพะหนึ่งชามอ่าง ขาหมูชิ้นโตหลายชิ้นทั้งยังมีเนื้อวัวเคี่ยวแคร์รอต ทอดหมูกรอบและปลาตัวเล็กชุบแป้งทอดอีกอย่างละหนึ่งชามใหญ่อีกทั้งหมั่นโถวก็ใช้เข่งใบใหญ่บรรจุไว้... หลิวฟางประมาณปริมาณอาหารอย่างไรก็ต้องสักสี่ห้าโต๊ะ
บ้านแม่เธอเลี้ยงอาหารแขกยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ั้แ่เมื่อไรกัน?
ปกติยากจนขัดสน มีเนื้อสัตว์ขณะฉลองตรุษจีนก็ไม่เลวแล้วยังเลี้ยงคนจำนวนสี่ห้าโต๊ะได้อีกหรือ?
อาหารของคนจำนวนหลายสิบ แถมเป็อาหารเนื้อสัตว์อย่างดี อาหารหนึ่งมื้อนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องใช้เงินถึงร้อยสองร้อยหยวน หลิวฟางทำหน้าแปลกประหลาดนึกถึงเซี่ยเสี่ยวหลานสวมเสื้อผ้าใหม่เอี่ยมทั้งตัว เธอเกิดการคาดเดาอย่างหนึ่ง
“พี่รอง วันนี้คงไม่ใช่งานหมั้นของเสี่ยวหลานหรอกนะ?”
คนทั้งห้องล้วนมองเธอด้วยความงุนงง หลิวฟางยกมือจับผมทัดหลังหู ใบหน้านั้นเทียบกับหลิวเฟินแล้วเรียกว่าดูแลได้พิถีพิถันจริงๆ
“ฉันคนนี้เป็น้านะ แม้แต่หลานสาวหมั้นยังไม่รู้เื่ พี่รองพี่ไม่เห็นความสำคัญของฉันเอาเสียเลย...”
หลิวฟางแสดงสีหน้าตีเตียน ส่วนหลิวเฟินแสดงสีหน้าว่างเปล่า
หมั้นอะไรกัน เธอจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว
สะใภ้ใหญ่เฉินก็ร้อนรนขึ้นมา “เสี่ยวหลานลูกสาวเธอหมั้นวันนี้หรือ? ฝ่ายชายคือใครกัน?”
เชิงอรรถ
[1]团年饭 ถวนเหนียนฟ่าน คือ อาหารมื้อที่ครอบครัวจะมาร่วมรับประทานพร้อมหน้ากันในเทศกาลตรุษจีนซึ่ง 团 หมายถึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
[2]一笑泯恩仇 ยิ้มขจัดความบาดหมาง หมายถึง หลังจากข้ามผ่านเภทภัยมากมายมิตรภาพยังคงอยู่ เมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้งแค่ยิ้มแย้มก็ขจัดความบาดหมางในอดีตจนหมดสิ้น
