ต้วนชิงิคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ที่เดินนำหน้าหมายจะเข้าไปจุดไฟในห้องหยุดชะงักร้องใ “คุณหนูมีคนบุกรุกห้องเ้าค่ะ!”
นางได้ยินถึงกับใยกใหญ่หน้าซีดและพูดด้วยความโกรธ “จะพูดเสียงดังทำไมกลัวคนอื่นไม่รู้หรือ ว่าเรือนหนิงซูเยี่ยนมีโจรขึ้น? ”
อีกฝ่ายได้ยินรีบยกมือขึ้นปิดปากเงียบในทันทีไม่กล้าเอื้อนเอ่ยวาจาออกมาอีก
ต้วนชิงิเม้มปากแน่นเดินเข้าไปในห้อง มองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดไปหมด!
เมื่อเห็นห้องที่เคยจัดไว้เป็ระเบียบเรียบร้อยถูกรื้อกระจัดกระจายไปหมด ทั้งของบนเตียงและในตู้มิหนำซ้ำยังถูกโยนเกลื่อนเต็มพื้นไปหมด!
เด็กสาวใช้สายตากวาดไปโดยรอบเห็นกล่องเครื่องประดับที่วางไว้บนหัวเตียงถูกรื้อค้นกระจายเกลื่อนกลาดหน้าต่างถูกเปิดออกกว้าง เห็นได้ชัดว่าถูกโจรขึ้นมาเยี่ยมเยียนที่นี่!
เหตุใดโจรถึงมาที่นี่อยากจะขโมยอะไรกัน?
ถ้าจะมาเอาเงินทองก็มีไม่น้อยแต่เงินที่ใส่ไว้ในกล่องเครื่องประดับก็ไม่หายแม้แต่สตางค์แดงเดียว!ถ้าไม่ได้มาเอาเงิน แล้วจะเข้ามาทำอะไรกันแน่?
นางกวาดตามองไปโดยรอบไม่มีของหายแม้แต่ชิ้นเดียว เพียงแต่ทั้งห้องถูกรื้อเละเทะแค่นั้น! อย่างนั้นคนที่เข้ามาในห้องนาง มาเพื่อรื้อของเอาสนุกอย่างนั้นหรือ? ถ้าบอกว่าเป็ข้อนี้ ต่อให้ตีนางจนตายก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด!
แล้วอีกฝ่าย้าอะไรกันแน่?
ครั้นนึกถึงเื่ที่นางเล่นงานต้วนอวี้หรานในคืนนี้ทำให้นางสะดุ้งโหยงขึ้นมา... อีกฝ่ายถือโอกาสที่นางไม่อยู่ที่ห้อง ้าทำอะไร?
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาในหัวแต่ถูกนางสลัดออกไป! โดยปกติ เวลาใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรก็แล้วแต่ มักจะทำตอนที่ไม่รู้เนื้อไม่รู้ตัวถ้าอีกฝ่ายต่าง้าทำอะไรจริงๆ คนที่บุกเข้ามาในตอนกลางคืนจะต้องทำโดยไม่ให้รู้ว่ามีคนเคยเข้ามา และจะไม่เข้ามารื้อค้นอะไรแบบนี้หรือการรื้อค้นครั้งนี้จะเพียง้าเบี่ยงเบนความสนใจเช่นนั้นหรือ? แท้จริงแล้ว จุดประสงค์ของโจรอยู่ตรงไหนกันแน่?
เื่ที่ถูกโจรบุกเข้าเรือนจะปิดก็ไม่อยู่เสียแล้วต้วนชิงิจึงให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เรียกเสี่ยวเหอเข้ามาก่อนอื่นกำชับนางไม่ให้ไปพูดเื่นี้ข้างนอกและให้บ่าวทั้งสองช่วยกันเก็บกวาดห้องให้เรียบร้อย!
ต้วนชิงิขมวดคิ้วขึ้นนั่งลงบนเก้าอี้ภายใต้แสงไฟสลัว ครุ่นคิดเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อดูพวกบ่าวเก็บกวาดสิ่งของ จึงอดคิดอย่างไตร่ตรองไม่ได้...โชคดีที่ตอนโจรเข้ามา นางและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่อยู่ที่เรือนแต่บ่าวที่อยู่ตอนกลางคืนก็แค่ถูกยาสลบเท่านั้น ตอนนี้ถ้าลองคิดดูว่าหากมีคนอยู่ข้างในและปะหน้ากับโจร นึกไม่ออกเลยว่าจะเกิดเื่ร้ายอะไรขึ้น!
ทว่าเรือนหนิงซูเยี่ยน ยังมีเื่ที่รอทำอีกมากจะให้เกิดเื่ที่ไม่เหนือความคาดหมายอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว!
หรือแท้จริงแล้วเรือนของนางมีของอะไรที่ทำให้คนอื่นมาสนใจ?
ต้วนชิงิคิดไปคิดมาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก! จนสุดท้าย นางจึงถอนหายใจและวางลงไม่สนใจแล้ว!
ถ้าอีกฝ่ายเตรียมการมาเป็อย่างดีแต่หาในสิ่งที่้าไม่พบล่ะก็อย่างนั้นคงไม่กล้ารับประกันว่าจะมาใหม่อีกครั้งเมื่อไร และยังไม่รู้ว่าครั้งหน้านางจะโชคดีไม่เจอโจรขึ้นแบบครั้งนี้ได้อีกหรือไม่?
ไม่ว่าเป็ใครบุกเข้ามาในเรือนหนิงซูเยี่ยนต่อไปคงจะต้องระวังให้มากขึ้น!
…...
แสงแรกของอรุณรุ่งโผล่พ้นขอบฟ้าต้วนชิงิพาต้วนอวี้ ขึ้นรถม้าเทียมอาชามุ่งตรงไปที่จวนเชวียหนิงหราน
ท่านแม่ของเชวียหนิงหรานเชิญนางไปถ้าคาดการณ์ไม่ผิดคงมีด้วยกันสองเื่ เื่แรกเนื่องจากไม่วางใจเพื่อนที่ลูกสาวคบหาเพราะเชวียหนิงหรานคงต้องเล่าเื่ดีงามของนาง จึงอยากเจอหน้าคร่าตาสักครั้งเื่ที่สองในจวนต้วนไม่มีภรรยาเอกแล้วท่านแม่เชวียหนิงหรานจึงไม่อยากลดตัวลงไปสมาคมกับอนุภรรยาอย่างหลิวหรง!
ต้วนชิงิที่เป็คนรอบคอบก็คอยระมัดระวังฮูหยินเชวียอยู่ไม่น้อย!ตอนนี้เกิดเื่ขึ้นในจวนต้วนไม่เว้นแต่ละวันจึงไม่เหมาะในการต้อนรับผู้ใหญ่ของเพื่อนสนิทอีกอย่างที่นางเต็มใจพาต้วนอวี้มาด้วยเพื่อ้าปูทางในภายภาคหน้าให้กับต้วนอวี้!
บรรพบุรุษสามรุ่นของจวนเชวียนับได้ว่าเป็ตระกูลที่ซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์ต้าเซี่ย และคุณปู่ของเชวียหนิงหรานที่ตอนนี้เป็ถึงเสนาบดี ทั้งยังเป็กำลังหลักที่สำคัญ!ถ้าต้วนอวี้ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคุณชายทั้งสองของจวนเชวียจะมีประโยชน์อย่างมากในการปูทางเป็ขุนนางในวันข้างหน้า
ทว่าฮูหยินเชวียจะมีท่าทีต่อนางอย่างไรก็สุดรู้!จึงยังไม่อาจสรุปได้ แต่ในเมื่อนางมีความคิดเช่นนี้แล้วจะต้องหาทุกวิถีทางเพื่อเชื่อมสัมพันธ์เพื่อน้องชายให้ได้!
ปกติแล้วต้วนอวี้ไม่ค่อยออกจากจวนระหว่างทางจึงเปิดม่านดู ถามนู้นถามนี่อยู่บ่อยครั้งและต้วนชิงิก็เต็มใจตอบด้วยความอดทน จนสุดท้ายก็กำชับกำชาขึ้นว่า “ต้วนอวี้ ที่พี่สาวสอน เ้าจำได้ทั้งหมดหรือไม่?”
เด็กน้อยมองไปยังต้วนชิงิพูดอย่างอ่อนโยนว่า “พี่สาวสอนว่าข้าเป็คุณชายใหญ่จวนต้วน เมื่อออกจากจวนมาก็ถือเป็หน้าเป็ตาของจวนต้วนดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรจะต้องรักษามารยาทเอาไว้!”
นางได้ฟังจึงกอดต้วนอวี้ไว้แแ่พูดอย่างดีใจว่า “ต้วนอวี้นับวันจะรู้เื่มากขึ้นแล้วพี่สาวดีใจเหลือเกิน!” เนื่องจากท่านแม่จากไปเร็วเื่การอบรมสอนสั่งต้วนอวี้จึงตกเป็หน้าที่ของนางดูท่าแล้วจะต้องใส่ใจในการบ่มเพาะต้วนอวี้!
เขาจึงหัวเราะออกมา “พี่สาวคนโตเปรียบเหมือนแม่ พี่สาวถือเป็แม่ครึ่งหนึ่งของต้วนอวี้ขอเพียงพี่สาวมีความสุข จะให้ต้วนอวี้ทำอะไรก็ได้!”
ได้ยินเช่นนั้นนางจึงรีบพูดดุขึ้นมา “แต่จะลำบากตัวเองไม่ได้!”
เด็กน้อยรีบพยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว “พี่หลิวเคยพูดว่า พี่สาวหวังดีกับต้วนอวี้ ถ้ามีเื่อะไรที่คิดไม่ตกไม่ควรเก็บไว้ในใจ ให้ไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาว!”
อยู่ๆพูดถึงหลิวยวนขึ้นมา ต้วนชิงิจึงวางใจลง พูดยิ้มๆ ว่า “พี่หลิวเป็คนที่มีความสามารถมาก ต่อไปเ้าต้องตั้งใจเรียนกับเขา!”
ต้วนอวี้จึงพยักหน้าตอบรับ!นางกำมือเขาไว้แน่น จนมาถึงหน้าจวนเสนาบดี
จวนเสนาบดีเชวียเป็จวนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ประตูสีน้ำตาลแก่คงเพิ่งทาใหม่ในปีนี้สีสันสวยงาม แต่ท่าทางจะบานใหญ่หนาและหนักกว่าจวนอื่นๆโคมไฟสีแดงสดอันใหญ่ถูกแขวนระย้าไว้หน้าประตูทั้งสองบาน ดูแล้วเป็มงคลและทางการ!
หน้าประตูยังมีสิงห์ขนาดใหญ่สองตัวลืมตาทั้งสองข้างจ้องมองคนเดินผ่านไปผ่านมาด้วยความน่าเกรงขาม
ส่วนประตูใหญ่มีแผ่นป้ายเขียนอย่างวิจิตรงดงาม ‘จวนเชวีย’ เปี่ยมด้วยพลังอำนาจและความสูงส่ง
เมื่อรถม้ามาหยุดเทียบที่หน้าจวนเชวียเชวียหนิงหรานที่ออกมารอรับอยู่ที่ด้านนอกก่อนหน้าเห็นต้วนชิงิ จึงร้องเรียกขึ้นมา “ชิงิ ต้วนอวี้ รีบลงมา!”
วันนี้เชวียหนิงหรานสวมเสื้อชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนไม่มีลวดลายลากยาวจนถึงพื้นแขนเสื้อใช้ด้ายสีแดงปักลวดลายดอกโบตั๋นกำลังจะผลิบานหลายดอกประณีตงดงามผ้าขาวสีน้ำนมคาดไว้ที่เอว ยังมีถุงบุหงาใบน้อยและหยกประจำตัวห้อยไว้ดูแล้วงดงามสง่าสดใสไม่เหมือนใคร
เส้นผมของนางถูกรวบเกล้าขึ้นอย่างเรียบง่ายผมหน้าม้าด้านหน้าแยกออกจากกันอย่างธรรมชาติ้าประดับด้วยเส้นไข่มุกขาวห้อยระย้าลงมาระหว่างคิ้วยิ่งเพิ่มให้ดวงตาดูสวยงามและอ่อนหวานไม่น้อย
เชวียหนิงหรานยืนพิงสตรีนางหนึ่งสตรีนางนั้นละม้ายหญิงผู้สูงศักดิ์ระคนมีอำนาจรอที่ประตูทางเข้าทั้งสองกระซิบกระซาบหยอกล้อพูดอะไรก็สุดรู้ ทว่าสายตาเป็ประกายคู่นั้นของนางสว่างไสวราวกับหมู่ดาวฉายออกมาด้วยความดีใจไม่รู้ว่านางพูดอะไรถึงทำให้หญิงสูงศักดิ์ผู้นั้นหัวเราะอย่างมีความสุขจนตาปิดมองดูละม้ายพระจันทร์เสี้ยวเช่นนั้น ระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยหัวเราะกันพลันทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นต้องตกตะลึงกับความสง่างามและความสดใสเบื้องหน้าจนยากจะละสายตา
ต้วนชิงิลงจากรถม้าถึงกับผงะในทันที “พี่สาวออกมาทำอะไรกันข้าเดินเข้าไปหาในจวนเองได้ ไม่เห็นจะต้องลำบากฮูหยินเชวียออกมาต้อนรับเลยนะเ้าคะ?”
เป็ที่ทราบกันว่าโดยปกติเพื่อนลูกสาวมาถึง จะเดินผ่านเข้าประตูฉุยฮวาเหมิน[1]เ้าบ้านเพียงรออยู่ตรงด้านหน้าก็เพียงพอไม่จำเป็ต้องออกมารับถึงหน้าจวนเช่นนี้ เชวียหนิงหรานครั้งนี้ทำเกินไปแล้ว!
เชวียหนิงหรานปล่อยมือจากฮูหยินเชวียก้าวเดินมาหาสองพี่น้องตระกูลต้วน หัวเราะเสียงเบา “คุณชายใหญ่จวนต้วนมาทั้งทีจะให้เพิกเฉยได้อย่างไร ข้าจึงออกมารอรับพวกเ้า...”
นางหยุดเว้นจังหวะแล้วพูดต่อไปด้วยรอยยิ้ม “มา ชิงิ ไปหาท่านแม่ข้ากัน!”
นางพูดไปพลางจับมือต้วนอวี้ไปพลางหันไปทางหญิงสูงศักดิ์ “ท่านแม่ นี่คือต้วนชิงินี่คือต้วนอวี้เ้าค่ะ!”
ต้วนชิงิรีบก้มหน้าหันไปทางฮูหยินเชวียที่ยืนอยู่ด้านหลังเชวียหนิงหราน พร้อมแสดงความเคารพ “ข้าน้อยให้ฮูหยินออกมาต้อนรับ รู้สึกผิดในใจเป็อย่างมากเื่ทั้งหมดเป็ความผิดของชิงิเองเ้าค่ะ!”
…...
[1]ประตูฉุยฮวาเหมิน เป็ประตูที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกที่สำคัญ
