่เวลาั้แ่หลิวเฟินแย่งมีดไปจนถึงตอนที่เธอถือมีดฟันไปยังเซี่ยต้าจวินเกิดขึ้นภายในเวลาอันแสนสั้น
อาจารย์ใหญ่ซุนและคุณนายซุนยังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำเมื่อเผชิญหน้ากับความตายที่ประชิดตัว เซี่ยต้าจวินทำได้แค่ถอยหลังหลบโดยสัญชาตญาณการเคลื่อนไหวนี้ได้ช่วยชีวิตเขาไว้ คมมีดของหลิวเฟินฟันลงบนไหล่ด้านหน้าของเขาเดิมทีหลิวเฟินถูกเซี่ยต้าจวินทำให้โกรธเคืองจนมือเท้าอ่อนแรง ทว่าการลงมีดครั้งนี้ไม่เพียงแต่เฉือนเสื้ออ่าวของเซี่ยต้าจวินขาดเท่านั้นอาจฟันโดนเนื้อด้านในอีกด้วย เซี่ยต้าจวินรู้สึกถึงความเ็ป!
เสียสติไปแล้ว!
เซี่ยต้าจวินรู้สึกหวาดกลัว
บุรุษแข็งแกร่งคนหนึ่งเช่นเขากลับไม่กล้าเข้าไปแย่งมีดทำครัวในมือของหลิวเฟินรู้เพียงแค่ว่าต้องถอยหลังหลบซ่อนสุดชีวิต หลิวเฟินฟันสะเปะสะปะอีกหลายหนเซี่ยต้าจวินล้วนหลบได้หมด คุณนายซุนตอบสนองทันทีหลังทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้ว เข้าไปกอดรัดหลิวเฟินไว้
“น้องสาว ไม่คุ้มค่า ฟันเขาตายไม่คุ้มค่ากันหรอก! ใจเย็นก่อน คิดถึงลูกสาวเธอด้วย! เหล่าซุนรีบมาช่วยเร็วเข้าสิ!”
อาจารย์ใหญ่ซุนไม่เคยพบสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
อาจารย์ใหญ่ซุนคือปัญญาชนผู้ไร้ซึ่งกระทั่งเรี่ยวแรงจับไก่ ในขณะที่คุณนายซุนกอดหลิวเฟินไว้แน่นอาจารย์ใหญ่ซุนทำได้เพียงหยิบมีดทำครัวในมือของเธอด้วยความสั่นเทิ้มอยู่ตลอดกลัวว่าหลิวเฟินจะอยู่ในภาวะฆ่าแกงไม่เลือกหน้า หากเธอฟันเขาผู้เป็คนกลางที่จุ้นจ้านไม่เข้าเื่สักสองทีจะทำอย่างไร?
โชคดีที่หลิวเฟินยังรู้ว่านี่คืออาจารย์ใหญ่และฟันไม่ได้อาจารย์ใหญ่ซุนหยิบมีดออกมามา นำมีดไปเก็บไว้ในครัวให้มิดชิดด้วยมือเท้าที่สั่นสะท้าน
“...มีอะไรค่อยๆ พูดกันเถอะ”
เซี่ยต้าจวินหวาดกลัวจนใบหน้าซีดเผือด เขาขยับแขนของตนเองจึงพบว่าาเ็แค่ภายนอกเท่านั้นไม่น่าาเ็ถึงกระดูก
“เธอเสียสติไปแล้ว ผู้หญิงอย่างเธอมันเสียสติไปแล้ว!”
เซี่ยต้าจวินกุมไหล่ของตนเอง ถ้าเขาไม่ได้เบี่ยงตัวถอยหลังคมมีดแรกของหลิวเฟินต้องฟันลงบนลำคอเขาอย่างแน่นอน มีดทำครัวคมกริบขนาดนั้นหากฟันลงคอเขา ยังจะรอดชีวิตไปได้อีกหรือ?
เมื่อรับรู้ว่าหลิวเฟินอยากฆ่าเขาจริง เซี่ยต้าจวินจึงอดหวาดกลัวไม่ได้
ขณะถูกคุณนายซุนกอด หลิวเฟินได้แต่หลั่งน้ำตาเงียบๆ
เธอฆ่าเซี่ยต้าจวินยังไม่สาสมกับการชดใช้หนึ่งชีวิตคืนให้เธอด้วยซ้ำแต่เสี่ยวหลานจะกลายเป็ลูกสาวของฆาตกร หากเป็เช่นนั้นเสี่ยวหลานจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรเล่า!
เซี่ยต้าจวินไม่้าภรรยาคุ้มคลั่งคนนี้ อย่างไรเสียเขายังคงไตร่ตรองเื่บุตรสาวร่วมสายเืผู้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยและไขว่คว้าเกียรติยศแทนตระกูลเซี่ยได้เขากุมไหล่พลางพูดกับอาจารย์ใหญ่ซุน “ครูใหญ่นี่คือผู้หญิงเสียสติคนหนึ่ง เสี่ยวหลานอยู่กับผู้หญิงบ้ายังจะสอบมหาวิทยาลัยอะไรได้กันวันดีคืนดีหญิงคลั่งคนนี้อาจถือมีดไล่ฟันคน คุณว่าคืนเสี่ยวหลานให้ผมเลี้ยงจะดีกว่าหรือไม่?”
อาจารย์ใหญ่ซุนจะกล่าวอะไรได้?
พอเขานึกถึงฉากเมื่อครู่มือเท้ายังเย็นเฉียบเป็น้ำแข็งอยู่เลย
หากหลิวเฟินฟันเซี่ยต้าจวินเสียชีวิตในบ้านของเขาเซี่ยเสี่ยวหลานจะพิชิตคะแนนดีกว่าเดิมได้อย่างไร บอกไม่ได้ว่าไม่อาจศึกษาในเซี่ยนอีจงต่อไปได้ด้วยซ้ำแต่อาจารย์ใหญ่ซุนคาดการณ์ว่าตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของตนเองนี้คงสิ้นสุดแล้วเช่นกัน
มนุษย์ต้องทำอย่างไรถึงมีชีวิตยืนยาวได้? ต้องยุ่งเื่ชาวบ้านให้น้อยนั่นเอง!
ขณะนี้อาจารย์ใหญ่ซุนยังกล้ายุ่งเื่คนอื่นเสียที่ไหนสองแม่ลูกพึ่งพาอาศัยกันเป็ชีวิตจิตใจถ้าดึงดันแยกจากกันและให้เซี่ยต้าจวินเลี้ยง หลิวเฟินไม่ฟันเซี่ยต้าจวินตายเกิดถ่อมาฟันอาจารย์ใหญ่จอมจุ้นจ้านอย่างเขาตายแทนจะทำเช่นไร? อาจารย์ใหญ่ซุนนั้นบริสุทธิ์ใจยิ่งกว่าสิ่งใดเขาแค่้าให้เซี่ยเสี่ยวหลานสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยอันทรงเกียรติได้กระทั่งเื่ทุนการศึกษา หากอาจารย์ใหญ่ซุนไม่พยักหน้าเห็นด้วยเซี่ยเสี่ยวหลานจะถูกแบ่งเข้าร่วมใน ‘รางวัลพิเศษ’ ได้หรือ?
ทว่าเขาทำให้เื่ล้มเหลวแล้ว
ตอนนี้อาจารย์ใหญ่ซุนรู้สึกหมดหนทาง
เซี่ยต้าจวินยังคงกดดันเขาอยู่ ความเห็นใจที่มีต่อเขาของอาจารย์ใหญ่ซุนแปรเปลี่ยนเป็ความรำคาญหลิวเฟินได้ยินเซี่ยต้าจวินพล่ามไม่หยุดปากว่าจะเลี้ยงดูเซี่ยเสี่ยวหลานก็รู้สึกน่าขันยิ่งนัก “พวกคุณตระกูลเซี่ยทั้งหมดล้วนสูญสิ้นจิตสำนึกไปแล้วสินะเสี่ยวหลานนอนบนเตียงใกล้ขาดใจ ฉันคุกเข่าลงอ้อนวอนแม่คุณให้ส่งเธอไปโรงพยาบาล แต่พวกเขาก็ไม่แม้แต่จะสนใจคงมีเพียงเซี่ยชุนฮัวหลานสาวคนโตของเธอที่มีค่าใช่หรือไม่?ไปเรียนหนังสือที่ปักกิ่งก็ล้วงเงินทองของทั้งครอบครัวไปจนเกลี้ยง... เซี่ยต้าจวินฉันจะรอดูการพิพากษาของ์ ดูว่าหลานสาวคุณจะกตัญญูต่อคุณอย่างไร!”
เซี่ยชุนฮัวคือใครอีก?
อาจารย์ใหญ่ซุนฟังจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
ทว่าอาจารย์ใหญ่ซุนพอฟังเื่ราวออก หลิวเฟินเกลียดชังเซี่ยต้าจวินสุดใจ ถึงขั้นถือมีดฟันเขาทั้งสองคนจะคืนดีกันได้อย่างไร ทว่าอาจารย์ใหญ่ซุนไม่้าให้ทั้งสองคนทะเลาะกันต่อไปอีก “คุณเซี่ยต้าจวิน คุณไปทำแผลก่อนดีกว่า”
เซี่ยต้าจวินกุมไหล่ด้วยมือข้างเดียวเืซึมออกมาจากช่องว่างนิ้วมือของเขาฝ้ายด้านในเสื้ออ่าวที่เขาสวมเริ่มเหลืองจับเป็ก้อน และโดนเืย้อมจนเป็สีแดงเช่นเดียวกันพอเซี่ยต้าจวินถูกอาจารย์ใหญ่ซุนเตือน เขารู้สึกว่าหัวไหล่เ็ปเหลือเกินอยู่ดีๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าใครเคยพูดว่าทำร้ายคนาเ็เป็การทำผิดกฎหมาย
“เธอทำผิดกฎหมายแล้ว ตำรวจจะมาจับเธอแน่!”
หากตำรวจจับหลิวเฟินไป เสี่ยวหลานก็ต้องคืนแก่ตระกูลเซี่ยมิใช่หรือ?
หลิวเฟินโดนเขาข่มขู่จนเกรงกลัวเล็กน้อยคุณนายซุนด่าในใจว่าสามีตนเองชักปัญหากลับบ้าน อีกทั้งยังคิดว่าเซี่ยต้าจวินที่มีท่าทางซื่อสัตย์จริงใจแต่การกระทำคำพูดกลับเหมือนคนพาลคุณนายซุนหวนนึกถึงจางชุ่ยและเซี่ยหงเซี๋ยที่นินทาว่าร้ายเซี่ยเสี่ยวหลานอีกครั้งทุกคนในครอบครัวล้วนเพ่งเล็งที่เซี่ยเสี่ยวหลานไม่แปลกใจที่เซี่ยเสี่ยวหลานและมารดาเธอ้าจากมา
“สามีภรรยาทะเลาะต่อสู้กัน ตำรวจไม่มีทางสนหรอก”
คุณนายซุนปรามไม่ให้เซี่ยต้าจวินข่มขวัญคน จะทำแผลก็รีบไปเสียสิ
สมองของเซี่ยต้าจวินในเวลานี้ช่างฉลาดเฉลียวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน “แต่เธอกับผมไม่ใช่สามีภรรยากันแล้ว”
หย่าแล้วมีสามีใหม่ ถูกสวมหมวกเขียวเช่นนี้เซี่ยต้าจวินไม่ยอมเด็ดขาดอดทนต่อความอัปยศอะไรกัน เซี่ยต้าจวินรู้ว่าเื่ราวไม่สำเร็จสมใจและไม่้าปล่อยให้หลิวเฟินสงบสุข ถ้าหลิวเฟินไม่คืนเสี่ยวหลานแก่ตระกูลเซี่ยเซี่ยต้าจวินก็จะไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความหลิวเฟินให้จับเธอเข้าคุกไปซะ!
บัณฑิตพบทหาร แม้นมีเหตุผลก็อธิบายไม่แจ่มแจ้ง [1] อาจารย์ใหญ่ซุนดูแลจัดการงานด้านการสอนได้อย่างมีประสบการณ์แต่เซี่ยต้าจวินดันทุรังแบบนี้ เขาไม่รู้ ว่าควรทำอย่างไรไปชั่วครู่จริงๆ
“ปังปังปัง!”
ประตูบ้านอาจารย์ใหญ่ซุนถูกเคาะ ด้วยความแรงนี้คนเคาะประตูก็น่าจะมีไฟโทสะอยู่เต็มเปี่ยม
“ใครกัน?”
คุณนายซุนเปล่งเสียงดังขึ้น
สุ้มเสียงอ่อนหวานตอบกลับมา “สวัสดีค่ะหนูคือเซี่ยเสี่ยวหลาน หนูมาหาแม่ของหนูค่ะ”
เป็เซี่ยเสี่ยวหลานนั่นเอง!
อาจารย์ใหญ่ซุนละอายเกินกว่าที่จะเผชิญหน้ากับเซี่ยเสี่ยวหลานทว่าหลิวเฟินได้พบกับที่พึ่งพิงแล้ว
คุณนายซุนเปิดประตูออก ด้านนอกถูกล้อมด้วยคนหนึ่งกลุ่มนักเรียนชายห้องสามหลายคนรวมถึงเฉินชิ่ง อาจารย์ใหญ่ซุนอับอายเสียแทบสิ้นใจเซี่ยเสี่ยวหลานหันไปกล่าวกับพวกเฉินชิ่ง “ขอบคุณในความห่วงใยของพวกเธอนะทว่านี่คือเื่ในครอบครัวของฉัน ทุกคนโปรดเชื่อว่าฉันจัดการได้เถอะนะ”
เฉินชิ่งและนักเรียนชายอีกหลายคนต่างหน้าแดงขึ้นมาทันที
เพื่อนเสี่ยวหลานพูดจาอ่อนโยนเหลือเกิน
และเพื่อนเสี่ยวหลาน... ก็น่าสงสารเสียจริงๆ
เซี่ยเสี่ยวหลานเกลี้ยกล่อมนักเรียนชายผู้มีน้ำใจหลายคนให้กลับไป ส่วนตัวเธอก็เดินเข้าไปในบ้าน
“ครูใหญ่ซุน คุณน้าอู๋ เอามีดเมื่อครู่ให้ฉันได้ไหมคะ?”
อาจารย์ใหญ่ซุนได้ยินคำว่ามีดก็หวาดกลัว “เธอ้าจะทำอะไร? นักเรียนเซี่ย ทำอะไรอย่าบุ่มบ่ามนะ!”
อาจารย์ใหญ่ซุนกลัวว่าเซี่ยเสี่ยวหลานจะใจร้อนเหมือนมารดาของเธอถือมีดฟันเซี่ยต้าจวินเพิ่มอีกสักหน หากเป็เช่นนั้นอนาคตสุดแสนยิ่งใหญ่ก็จบสิ้นแล้ว!
เซี่ยเสี่ยวหลานมองอาจารย์ใหญ่ซุนอย่างจริงจัง “หนูยังอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ฆ่าคนแน่นอนค่ะ”
ปรากฏว่าคุณนายซุนนำมีดออกมาให้เซี่ยเสี่ยวหลาน
บนคมมีดยังมีเืติดอยู่ เซี่ยเสี่ยวหลานเผยสีหน้ารังเกียจทว่าราวกับเธอไม่กลัวแม้แต่นิดเดียวถือมีดทำครัวไปล้างทำความสะอาดอย่างดีใต้ก๊อกน้ำ เธอไม่ได้ล้างคราบเืแต่ล้างด้ามมีด หลังจากนั้นเซี่ยเสี่ยวหลานก็ใช้ผ้าขี้ริ้วรองไว้ เช็ดน้ำบนด้ามมีดจนแห้งและคืนมีดให้แก่คุณนายซุน
เมื่อเห็นว่าเธอเดินเข้าห้องรับแขกด้วยมือเปล่า ทุกคนล้วนโล่งใจ
เซี่ยต้าจวินคร่ำครวญ “แม่แกใช้มีดฟันฉันฉันจะไปสถานีตำรวจแจ้งความจับเธอเข้าคุกไปเสีย...”
เขาพยายามหาความลุกลนเกรงกลัวบนใบหน้าของเซี่ยเสี่ยวหลานถ้าเซี่ยเสี่ยวหลานขอร้องให้เขาไม่ไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความเซี่ยต้าจวินก็จะเอ่ยปากเสนอเงื่อนไขว่าเซี่ยเสี่ยวหลานต้องย้ายกลับบ้านตระกูลเซี่ยส่วนย้ายกลับบ้านแล้วจะทำอย่างไรนั้น เซี่ยต้าจวินยังมิได้ครุ่นคิด อย่างไรเสียให้เธอยอมกลับบ้านก่อนเื่อื่นค่อยจัดการทีหลัง
ใครจะรู้ว่านอกจากบนใบหน้าเซี่ยเสี่ยวหลานจะไร้ซึ่งอารมณ์หวาดกลัวแลว ยังมีรอยยิ้มพิลึกพิลั่นอยู่บนใบหน้าอีกด้วย
“ได้สิ พ่อไปสถานีตำรวจแจ้งความก็ได้ พ่อรู้ทางเข้าสถานีตำรวจว่าอยู่ตรงไหนไหม้าให้ฉันไปส่งหรือไม่?”
เชิงอรรถ
[1]秀才遇到兵有礼说不清 บัณฑิตพบทหารแม้นมีเหตุผลก็อธิบายไม่แจ่มแจ้ง หมายถึง เมื่อคนฉลาดและมีเหตุผลพบกับคนไร้เหตุผลไม่ว่าจะใช้เหตุผลดีเพียงใดก็ยากที่จะอธิบายจนชัดเจนแจ่มแจ้ง
