ใช่แล้ว นี่ยังอีกไกลกว่าจะถึงตอนจบ
ทางทิศตะวันตกและตะวันออกได้ปรากฏเสียงกีบม้าอย่างอื้ออึง พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง
จ้าวอี้รู้ ว่าไม่อาจรอต่อไปได้ ไม่อย่างนั้น ถ้ารอ ต้องเป็เหตุการณ์สังหารหมู่อย่างแน่นอน!
เขาจอดรถปฏิบัติการไว้ไกลๆ หยิบปืนสไนเปอร์ เขาวางแผนจะสังหารศัตรูจากระยะไกล
เจี่ยงจาวตี้เตรียมอาวุธเช่นกัน วางแผนจะออกไปกับจ้าวอี้
แต่จ้าวอี้เลือกที่จะให้เธออยู่ เพราะรถปฏิบัติการก็จำเป็ต้องมีกำลังการป้องกันเช่นกัน ไม่อย่างนั้น ถ้าอีกฝ่ายพบรถปฏิบัติการ แม้รถปฏิบัติการจะสามารถกันะุก็อันตรายอย่างที่สุดอยู่ดี
เซี่ยตันและเฉินตงมีกำลังการต่อสู้อย่างแน่นอน แต่นั่นเป็เพียงการเผชิญหน้ากับคนทั่วไป สำหรับทหารรับจ้างที่มีอาวุธหนักเหล่านี้ จ้าวอี้คิดว่า ทางที่ดีที่สุด ยังคงเป็ไม่ให้พวกเขาเผชิญอันตราย
เจี่ยงจาวตี้พิจารณาเล็กน้อย แล้วจึงตกลง
เธอมั่นใจในฝีมือของจ้าวอี้ ที่สำคัญจ้าวอี้ไม่รนหาที่ตาย โดยพื้นฐานแล้วสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหา ยังไงเขาก็เลือกที่จะยิงจากระยะไกล จึงรับประกันความปลอดภัยได้
จ้าวอี้หลบอยู่กลางกอหญ้าเงียบๆราวกับแมวเสือดาว เขามองทิศทางโดยประมาณเล็กน้อย แล้วจึงมุดตัวอย่างรวดเร็วไปในกอหญ้า เปลี่ยนไปอีกทิศทาง และแฝงตัวเข้าไปอยู่ในการต่อสู้
ไม่นาน ก็ถึงสถานที่ที่เหมาะสม จ้าวอี้ย่อตัวอยู่ในกอหญ้า ยืมการปกคลุมของความมืด ยกปืนสไนเปอร์ในมือขึ้น แล้วเล็ง ใบหน้าของทหารรับจ้างแต่ละคนปรากฏอยู่ในสายตาของเขา
คนเหล่านี้ส่วนมากใช้ AK47 เปลวเพลิงแต่ละสายพวยพุ่งออกมา ทำให้ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ที่มีแค่ปืนดินประสิวไม่สามารถต้านทานได้
ปัง!
จ้าวอี้เลือกเป้าหมายได้แล้ว ยิงออกไป จากนั้นจึงรีบออกจากที่เดิม เขาไม่ได้มองผลลัพธ์ของตนเอง ถ้าไม่ใช่ทหารรับจ้างชั้นเยี่ยม ปืนนัดนี้ก็ไม่อาจหลบหลีกได้แน่
เสียงปืนมากมายปกคลุมการลอบสังหารของจ้าวอี้ได้อย่างดี
ผลการลอบสังหารของจ้าวอี้เห็นได้ชัดอย่างยิ่ง ไม่นาน คนเจ็ดแปดคนก็ล้มลงด้วยกระบอกปืนของเขา
ต้องรู้ว่า เดิมที่คนกลุ่มนี้ก็มีไม่ถึงสามสิบคน เวลาสิบกว่านาที ก็สร้างความเสียหายไปเกินหนึ่งในสามส่วน
การกระทำของจ้าวอี้กระตุ้นความตื่นตัวของอีกฝ่ายในทันที จึงทำที่กันภัยขึ้น
เล็งไปในสนาม ก็ปรากฏใบหน้าคนหนึ่งที่คุ้นเคย ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็ชาร์ลี บอดี้การ์ดของแอนดริว
จ้าวอี้ไม่ลังเลใดๆ แล้วลั่นไกอีกครั้ง
ชาร์ลีเป็ทหารรับจ้างที่เดินเข้าสู่ความเป็ความตาย ขณะนี้ เส้นขนของเขาก็ลุกชันขึ้น หันศีรษะด้วยสัญชาตญาณ ะุจึงเฉียดผ่านใบหูของเขาไป
การตอบสนองของชาร์ลีรวดเร็วมาก ใช้สิ่งกีดขวางป้องกันร่างกายของตนเองในทันที ขณะเดียวกันปากก็ะโ ”ทางสามนาฬิกา มีการยิงสุ่ม!”
ะุปกคลุมไปทั่วบริเวณในทันที
น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดยังช้าไปหนึ่งก้าว จ้าวอี้ทำตามบรรทัดฐานกลยุทธมาโดยตลอด หลังจากะุหมดก็ย้ายที่ทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะค้นพบหรือไม่ ตามความจริง การทำตามวิธีบรรทัดฐานเป็สิ่งถูกต้อง นั่นเป็ประสบการณ์ที่เก่าแก่จำนวนมากใช้เืของตนสร้างขึ้น
จ้าวอี้เปลี่ยนไปอยู่สถานที่ที่ปลอดภัยอีกที่ แล้วเสียดายกับตนเองเงียบๆ
ถ้าเมื่อครู่สามารถยิงชาร์ลีได้ อีกฝ่ายก็ขาดผู้บัญชาการการสู้รบที่มีประสบการณ์เต็มเปี่ยมไป เขาจะสามารถค่อยๆตอดไปเรื่อยๆได้ แต่ชาร์ลียังมีชีวิตอยู่ ความยากจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เกรงว่าคงยากที่จะหาโอกาสลงมือได้แล้ว
ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่เห็นศัตรูถอยกลับ จึงกระโฮกกระฮากตามเหล่าทหารรับจ้างไปทันที!
จ้าวอี้รู้ว่าไม่ดีแล้ว!
น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าะโ เพราะตอนนี้ความสนใจส่วนมากของทหารรับจ้างได้รวมอยู่ที่เขา ถ้าเผยที่หลบซ่อนของเขา ก็รอะุปืนสาดลงมาที่เขาได้เลย
แม้เขาจะเรียก ก็เกรงว่าคงมีน้อยคนที่เข้าใจ
จ้าวอี้เม้มริมฝีปาก สีหน้าเคร่งขรึม กลิ่นหญ้าอ่อนอันเข้มข้นผสมรวมกับกลิ่นคาวเื ทำให้ทุ่งหญ้าผืนนี้โหดร้ายยิ่งขึ้น!
ตามคาด พวกเขาเพียงขึ้นหน้าไม่กี่ก้าว เสียงปืนก็ดังระงมขึ้นอีกครั้ง เดิมชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ที่เหลือไม่มาก เวลานี้ก็ได้มีจำนวนน้อยมาก
จ้าวอี้ฉวยโอกาส ยิงสไนเปอร์อีกครั้ง จากนั้นก็เคลื่อนย้าย!
อย่างเงียบเชียบ ราวกับงูพิษที่หลบซ่อนในความมืด และเตรียมยิงอีกครั้งอยู่ตลอดเวลา
สีหน้าของชาร์ลีเ็า ส่วนล่างของเขาเรียกได้ว่าสาหัสสากรรจ์ นี่ทำให้เขาโกรธสุดขีด ต้องรู้ว่า ลูกน้องทุกคนที่ตามเขา ต่างเป็ทหารเก่าที่มีประสบการณ์การรบมายาวนาน คาดไม่ถึง ว่าที่นี่ เขาคิดว่าต่อหน้าการเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย คาดไม่ถึงว่าจะสูญเสียคนไปเกือบครึ่ง
แน่นอน เขาเข้าใจดี ศัตรูที่หลบซ่อนในความมืดนี้ เป็เหตุผลสำคัญ
พูดเสียงเบาไม่กี่ประโยคกับเครื่องมือสื่อสาร ทหารรับจ้างเหล่านี้จึงเริ่มเตรียมถอยกลับ ประมาณหลังจากห้านาที ภายใต้การเปลี่ยนการป้องกัน ถึงจะถอยกลับไปที่รถยนต์ด้านข้างของพวกเขา จากนั้นจึงจากไป
จ้าวอี้ถอนใจโล่งอก เขาไม่ได้ออกมาจากที่ที่เขาซ่อนตัว เขากำลังรอ และกังวลว่าทหารรับจ้างพวกนั้นจะกลับมา แล้วฆ่าด้วยปืนไรเฟิล
ความกังวลเช่นนี้ไม่ได้ปรากฏออกมา ทหารรับจ้างเ่าั้ได้จากไปแล้วจริงๆ
ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ที่เข้าร่วมได้ออกจากที่ซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง แล้วร้องห่มร้องไห้ในทันที เสียงเพลงแห่งความโศกเศร้าดังก้องอยู่บนทุ่งหญ้า พวกเขาร้องไห้ น้ำตาตกลงมาจากบนใบหน้า
จ้าวอี้รู้สึกเ็ปเช่นกัน แล้วจากไปด้วยความเศร้าโศก ไม่ไปไม่ได้ ถ้าตอนนี้ยืนขึ้นมา เกรงว่าอาจถูกเหล่าคนที่เศร้าโศกอย่างสุดขีดเหล่านี้มองเป็ศัตรู อีกทั้ง เขายังไม่เข้าใจภาษามองโกล ย่อมไม่มีทางจะพูดคุยได้
จ้าวอี้กลับไปที่รถปฏิบัติการ เจี่ยงจาวตี้รีบช่วยเขาปลดอาวุธทันที ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบว่าร่างกายมีาแหรือไม่
“พวกเขาถอยกลับแล้ว? หรือ...”
เซี่ยตันถามอย่างอดไม่ได้ จ้าวอี้รู้ว่าเธอจะถามว่ากองทัพถูกกวาดล้างไปหมดรึยัง
“หัวหน้าคือชาร์ลี พวกเขาถอยกลับแล้ว เหลือชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่อยู่ไม่มาก รวมกับผู้ได้รับาเ็ ก็มีเพียงสิบกว่าคน เลวร้ายจริงๆ” น้ำเสียงของจ้าวอี้มีความสุดจะทน
“ชาร์ลี คิดไม่ถึงว่าจะเป็เขา!”
บูม!
เสียงะเิดังดังก้อง จ้าวอี้จึงหน้าถอดสีในทันที!
“แย่แล้ว ฉันลืมวิธีของทหารรับจ้างพวกนั้น พวกเขาจะฝังะเิไว้ใต้ศพ! ถ้าขยับศพ ก็จะะเิ! ไม่ได้ พวกเราต้องไปเตือนพวกเขา!”
ทหารรับจ้างมักมีเป้าหมายจะฆ่าศัตรูให้มากที่สุด เรียกได้ว่าพวกเขาเป็พวกไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ได้ด้วยกล คราวนี้ถูกบีบให้ถอยทัพ แต่กลับไม่ถึงเป้าหมายของการทำลายล้าง จึงใช้วิธีนี้เป็ธรรมดา
จ้าวอี้ได้จากสนามรบมาครึ่งปีกว่าแล้ว จึงมองข้ามจุดนี้ไป
นี่ทำให้เขาโทษตัวเองอย่างที่สุด
พูดจบ จ้าวอี้ก็จะลงจากรถ
“พวกเราไปด้วยกัน! ขับรถไป! อู๋เยว่เรียก!”
เซี่ยตันห้ามจ้าวอี้ทันที เธอคิดได้รอบด้านมากกว่า
โทรโข่งะโไม่หยุด เข้าถึงที่พักแรมของชาวต๋าเอ่อร์ฮู่อย่างรวดเร็ว
ตามคาด ในสถานการณ์กินน้ำเห็นปลิงต้นไม้ใบหญ้าล้วนเป็ทหารทั้งสิ้น ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่เห็นบางคนเห็นคนนอก แม้จะได้ยินเสียงะโ แต่ยังคงยิงะุมาที่รถปฏิบัติการ
ดีที่ มันคงอยู่เพียงชั่วครู่ ความกังวลเช่นนี้ก็ได้หยุดลง เพราะพวกจ้าวอี้ไม่ได้โจมตีกลับ
“ฉันมาช่วยพวกคุณ คนในเผ่าของพวกคุณฮูเหอปารื่อได้รับาเ็ อยู่บนรถของเรา! ถ้าพวกคุณไม่เชื่อ สามารถพาคนออกมาให้ดูได้” เสียงของอู๋เยว่เปลี่ยนไป เห็นได้ชัดว่า เธอวิตกมาก
พวกเขาเลือกคนออกมาคนหนึ่ง จ้าวอี้เปิดประตูรถ คนคนนี้เห็นฮูเหอปารื่อนอนไม่ฟื้นอยู่บนรถ จึงเรียกเสียงดังสองสามคำ
การสื่อสารที่ยากลำบากดำเนินต่อไป ดีที่ชายคนหนึ่งที่เคยเห็นรถปฏิบัติการของจ้าวอี้ในตอนแรกได้ยืนออกมาพิสูจน์ตัวตนของพวกเขา ในที่สุดสองฝ่ายจึงมีความเชื่อใจเบื้องต้นขึ้น
จ้าวอี้ปลดะเิที่ทหารรับจ้างทิ้งไว้ด้วยตนเอง เขาเข้าใจวิธีการของทหารรับจ้างเป็อย่างดี ทั้งสองฝ่ายไม่ได้เพียงพบปะกันแค่ครั้งเดียว และเจี่ยงจาวตี้ ที่อยู่ด้านข้างจ้าวอี้ได้ส่องไฟให้เขา สำหรับคนอื่นๆนั้น ได้สังเกตการณ์อยู่ไกลๆ จ้าวอี้ยืนยันความปลอดภัย ทุกคนจึงร่วมแรงร่วมใจกันเก็บกวาดศพและสมาชิกที่ได้รับาเ็
แย่แล้ว แย่มาก
ทหารรับจ้างกลุ่มนี้ได้สูญเสียความเป็มนุษย์ไปแล้ว
คนแก่เด็กและผู้หญิง ต่างตายภายใต้กระบอกปืนของพวกเขา ฮูเหอปารื่อพูดไม่ผิด ที่นี่เป็สถานที่รวมตัวของพวกเขาจริง แต่ตอนนี้ กลับเผชิญกับการทำลายล้าง
เืสดๆได้ย้อมทุ่งหญ้าผืนนี้เป็สีแดง
จนถึงท้องฟ้าค่อยๆสว่าง พวกเขาจึงเก็บกวาดได้ส่วนหนึ่ง
“คนนั้นฟื้นแล้ว”
เจี่ยจ้าวิรายงานข่าวดี ฮูเหอปารื่อฟื้นแล้ว
ตอนนี้ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้นำ เมื่อเจี่ยจ้าวิพยุงเขาออกมาอย่างระมัดระวัง ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่ที่เหลืออยู่จึงส่งเสียงเชียร์ออกมา บรรยากาศแห่งความกดดันจึงเจือจางลงไม่น้อย
จ้าวอี้เดินไปอย่างรีบร้อน
เขากระหายที่จะรู้ว่าแท้จริงเกิดอะไรขึ้น
“ขอบคุณพวกคุณ แขกผู้ทรงเกียรติ” บนหน้าของฮูเหอปารื่อเต็มไปด้วยความซีดเซียว ชายที่เคยแข็งแกร่งตอนนี้ราวกับแค่ลมก็สามารถพัดเขาล้มได้ ทำให้คนมองดูแล้วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ เห็นได้ชัด เขาได้ยินถึงความพยายามของพวกจ้าวอี้ท่ามกลางเสียงวุ่นวายของคนในเผ่า
“แม้ว่าจะไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของคุณ แต่ผมยังคงมีคำถามอยากถามคุณ ว่าแท้จริงแล้วชนเผ่าของพวกคุณเกิดเื่อะไรขึ้น?”
“เป็ฮารื่อปารื่อไอเลวนี่! เขาพาคนนอกมาในชนเผ่า พวกเราได้ต้อนรับอย่างเป็ทางการ ใครจะรู้ว่าคนที่เขาพามาจะทำการโจมตีอย่างเฉียบพลัน ฆ่าคนของเราโดยเรารับมือไม่ทัน ไม่อย่างนั้น พวกเราคงไม่สูญเสียร้ายแรงเท่านี้!” ฮูเหอปารื่อส่งเสียงกัดฟันกรอด
“ชนเผ่าของพวกคุณไม่ใช่ไม่ให้คนนอกเข้ามาเหรอ?”
จ้าวอี้คิดจะเข้าไป ผลลัพธ์คือคนเหล่านี้กลับไม่อนุญาต
“วพกเราคิดว่าพวกเขาเป็เพื่อนของฮารื่อปารื่อ ย่อมเป็เพื่อนของเราด้วย ชนเผ่าของเราไม่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พวกเขานำของขวัญจำนวนมากมา คาดไม่ถึงว่านี่จะเป็ะุเคลือบน้ำตาล” บนหน้าของฮูเหอปารื่อแดงขึ้น
“งั้นคุณรู้มากแค่ไหน? จุดประสงค์ของพวกเขา? เกรงว่าจุดประสงค์หลักของพวกเขาจะไม่ใช่เพื่อการสังหาร”
จ้าวอี้ไม่ได้พูดไปอย่างชัดเจน แต่ให้เขาบอกทางเข้าของสุสานเจงกิสข่าน
ฮูเหอปารื่อจมเข้าสู่ความอึดอัด สายตาของเขากวาดไปที่ชนเผ่าที่อยู่ที่นี่เล็กน้อย สายตาประกายหยาดน้ำตา “พวกเราต่างเป็คนบาป...ปกป้องสุสานของข่านผู้ยิ่งใหญ่มาเกือบพันปีแต่กลับถูกทำลายในยุคของเรา!”
จ้าวอี้นิ่งเงียบ
คิดดู จึงพูด “ไม่ว่ายังไง ประเทศก็อาจจะพัฒนา และอาจเพราะเทคโนโลยีไม่ถึงจึงทำให้การพัฒนาล่าช้า ถ้าเป็สถานการณ์อย่างหลัง ประเทศจะต้องส่งกำลังคนมาปกป้องที่นี่แน่ ซึ่งวางใจได้มากกว่าพวกคุณอีก ผมคิดว่า นี่ดีกว่าตกอยู่ในมือคนพวกนั้นอีกใช่ไหม?”
คำพูดของจ้าวอี้ทำให้ฮูเหอปารื่อหยุดร้องไห้ แล้วพยักหน้าอย่างตั้งใจ “ไม่ผิด ดีกว่าตกอยู่ในมือของคนทรยศพวกนั้น! ทางเข้าโดยเฉพาะนั้นมีเพียงผู้าุโที่รู้ ผู้าุโล่ะ? ผมเกือบตายเพื่อช่วยเขาออกมา ตอนนั้นคนทรยศพวกนั้นกำลังทรมานผู้าุโอยู่ เหล่าผู้น้อยของผมเกือบตายหมด ถึงจะช่วยเขาออกมาได้”
คำพูดของเขาออกจากปาก คนในเผ่าที่อยู่ด้านข้างจึงตอบเขาพร้อมร้องไห้ ตายในสนามรบแล้ว!
จ้าวอี้ขมวดคิ้ว ราวกับยุ่งยากแล้ว
หาทางเข้าที่เจาะจงไม่เจอ ทำได้เพียงอาศัยการระบุำแหน่งรึไง? เช่นนี้ก็ช้าไปแล้ว ช้าไปหนึ่งก้าว เหตุการณ์เช่นนี้เขาไม่อยากเห็น
“ในชนเผ่าของพวกคุณไม่มีคนอื่นที่รู้เหรอ?”
“ไม่มี ทางเข้าสุสานของข่านผู้ยิ่งใหญ่ถูกเก็บเป็ความลับอย่างแ่า ผู้าุโของชนเผ่าส่วนอื่นก็รู้ เพียงแต่เกรงว่าในเวลาอันสั้นคงยากที่เขาจะมาถึง”
ชนเผ่าต๋าเอ่อร์ฮู่แบ่งเป็สองส่วน จุดนี้จ้าวอี้ทราบแล้ว
ตอนนี้ควรทำยังไง?
คาราวานยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คนที่มาคือทหารติดอาวุธครบมือ
