ปี1992 ณ ปักกิ่ง ภายนอกวัดหลิงกวาง
“ประสก...ดวงชะตาชีวิตของประสก...” พระภิกษุรูปหนึ่งสวมจีวรสีส้มอมเหลือง มีริ้วรอยบนใบหน้าดุจเปลือกส้ม กำลังขมวดคิ้วพิจารณาฝ่ามือขาวเนียนละเอียดข้างหนึ่ง “ประสก...ในบ้านยังมีคนอื่นอยู่อีกไหม?”
“ไม่มีใครอีกแล้วครับ ทุกคนบอกว่าผมชะตาอาภัพต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เกิดมามีแต่จะทำลายคนอื่นเขา พระอาจารย์คิดว่าดวงชะตานี้ยังพอจะมีทางแก้ไหมครับ?”
กู้โยวหนิง อายุ 18 ปี หน้าตางดงามราวกับดอกไม้ จะเสียก็แต่ 4 ขวบสูญเสียพ่อ 6 ขวบสูญเสียแม่ ส่วนพี่ชายนานๆ จะเจอกันสักครั้ง พอเจอกันทีก็ต้องโชคร้ายไปที กระทั่งญาติและเพื่อนบ้านยังพากันเดินอ้อมเพื่อหลีกให้ห่างจากเขา
“ดวงชะตาของมนุษย์ ์เป็ผู้กำหนดเอาไว้แล้ว แต่ประสกไม่ใช่คนดวงอาภัพต้องโดดเดี่ยวอย่างที่ว่าแน่นอน มนุษย์ล้วนเป็ไปตามผลกรรมที่ทำมาแต่ช้านาน ประสกไม่ต้องรีบร้อนไป”
“พอแล้วครับๆ” กู้โยวหนิงชักมือกลับอย่างหมดความอดทน “พระอาจารย์อย่าบอกนะครับว่าให้ผมประพฤติตนในศีลธรรม ยึดมั่นคุณธรรม ค้ำจุนผู้อื่นอะไรทำนองนั้น นอกจากคำพวกนี้ ท่านพูดอย่างอื่นบ้างได้ไหมครับ ถ้าเป็อย่างนี้ผมก็พูดได้เหมือนกัน หากไม่ประพฤติตนในศีลธรรม ยึดมั่นคุณธรรม ค้ำจุนผู้อื่นซะแล้ว ท่านจะให้ผมหาทางย้อนกลับไปเกิดใหม่เหรอครับ!”
“เื่นั้นมัน...” พระอาจารย์ขมวดคิ้ว มองพิจารณาใบหน้าของกู้โยวหนิง ทันใดนั้นเผยสีหน้าแสดงออกถึงความประหลาดใจ “แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางแก้ไข ทางแก้ไขจะว่ามีก็มี...”
“จริงเหรอครับ?” ดวงตาของกู้โยวหนิงเป็ประกายทันที หลายปีมานี้เขามีแต่โชคร้ายจริงๆ ไม่เคยราบรื่นสักเื่เลย ออกตระเวนไหว้พระขอพรมาแทบทุกที่ ถามหาหนทางแก้ไขกับผู้คนมาก็มากมาย นอกจากพวกนักต้มตุ๋นแล้ว คนอื่นต่างพากันบอกว่าไม่มีทางแก้ พระภิกษุรูปนี้มีชื่อเสียงโด่งดังสามารถหยั่งรู้ฟ้าดิน เขาจึงไม่รอช้ารีบถามต่อว่า “พระอาจารย์ ท่านรีบบอกผมสิครับว่าจะแก้ไขได้ยังไง”
“ประสกมีองค์ประกอบหน้าตาที่ดี คิ้วงาม เดิมทีถือเป็ลักษณะโหงวเฮ้งที่ดีมาก แต่ลักษณะโหงวเฮ้งนี้เป็ลักษณะโหงวเฮ้งงดงามเหมือนกับผู้หญิง ทั้งยังเกิดใน*วันหยิน พลังชั่วร้ายถึงเข้าหาได้ง่าย อีกอย่างบิดามารดาก็บุญวาสนาน้อย ทำให้ประสกขาดคนประคับประคองมาั้แ่ยังเล็ก เดิมทีดวงชะตานี้ไม่มีทางจะมีโชคดีได้ แต่...” พระอาจารย์หยุดชะงักเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “แต่ว่าชะตาชีวิตของประสกจะมีผู้สูงศักดิ์อยู่ท่านหนึ่ง ผู้สูงศักดิ์ท่านนี้เป็บรรพบุรุษที่มีบุญวาสนาอย่างมาก สามารถปกป้องดูแลประสกให้อยู่รอดปลอดภัย ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นได้ทั้งชีวิต”
“ผู้สูงศักดิ์???” ในหัวของกู้โยวหนิงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม มือของเขาที่จับกับมือพระอาจารย์มาครึ่งค่อนวัน ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็คว้ามือของพระอาจารย์มากุมเอาไว้ พร้อมกับพูดด้วยความเศร้าโศก “พระอาจารย์ครับ ผมดวงไม่ดีมาั้แ่เด็ก คิดว่าชาตินี้คงต้องอาภัพอยู่คนเดียวไปทั้งชีวิต แต่วันนี้พระอาจารย์ก็ได้ทำให้ผมมีความหวังอีกครั้ง ท่านต้องเป็พ่อแม่ของผมที่กลับชาติมาเกิดแน่ๆ!”
“เอ่อ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกประสก ประสกพูดเกินไปแล้ว”
“ไม่เกินไปเลยสักนิดครับ” กู้โยวหนิงจับมือพระอาจารย์ไม่ยอมปล่อย ถามพระอาจารย์ต่ออย่างรีบร้อน “ถ้าอย่างนั้นพระอาจารย์โปรดบอกผมได้ไหมครับ ผู้สูงศักด์เปี่ยมเมตตาของผมตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?”
“เื่นั้น...” พระอาจารย์มีท่าทีลำบากใจ ผ่านไปครู่ใหญ่ตอบกลับว่า “ผู้สูงศักดิ์ท่านนี้...ประสกต้องอดใจรอก่อน โชคชะตาจะนำพาให้พบ แต่ไม่นำพาให้แสวงหาผู้สูงศักดิ์ท่านนี้...เป็ถึงเชื้อสายกษัตริย์ตำแหน่งสูง เขาก็กำลังตามหาโยมเหมือนกัน”
……
กู้โยวหนิงเกิดอาการงงงวยไปพักนึง จากนั้นก้มหน้าพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้อย่างไม่พอใจ “ที่พูดมาไม่ต่างอะไรกับไม่พูดเลยสักนิด...”
กู้โยวหนิงหันหลังเดินออกมาจากวัด เขาทำความเคารพรูปปั้นพระโพธิสัตว์ในวัดทั้งหมดอีกรอบ ก่อนจะเรียกแท็กซี่กลับบ้าน มีเพียงพระภิกษุรูปนั้นที่ยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน คิ้วขมวดเล็กน้อย ใบหน้าดุจผิวเปลือกส้มดูเหมือนจะผ่อนคลายลง ยังคงย้ำถามตัวเองไปมาว่า “จริงๆ แล้วดวงชะตามีผู้สูงศักดิ์ที่เหนือกว่าบรรดาผู้สูงศักดิ์ทั้งปวงอยู่แท้ๆ แต่ผู้สูงศักดิ์กลับอยู่ในที่แสนไกล หรือว่าจะต้อง**เทียนว่ายเฟยเซียนมาเจอกัน น่าประหลาดจริงๆ...”
กู้โยวหนิงผู้ตามหาความรักที่อยู่ข้ามภพข้ามชาติไม่รู้ตัวเลยสักนิด รู้ก็แต่ว่าถึงยังไงต่อจากนี้ไปเขาก็ยังโชคร้ายเหมือนเดิม และนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ขณะที่เขานั่งอยู่บนรถเป็เวลาตอนเย็น เมื่อรถเคลื่อนตัวมาถึงทะเลสาบโฮ้วไห่ แสงอาทิตย์ที่กำลังส่องสะท้อนบนผิวน้ำให้ความรู้สึกเงียบสงบในใจจนไม่สามารถอธิบายเป็คำพูด ทั้งยังแฝงความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว เขาลงจากรถและยืนอยู่ข้างทะเลสาบเป็เวลานานสองนาน สายตาทอดมองโลกที่แสนสวยงามใบนี้ คล้าย้าจดจำทุกสิ่งทุกอย่างของที่แห่งนี้ให้ละเอียด กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีท้องฟ้าก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็สีดำ
พี่ชายโทรศัพท์เข้ามาในขณะที่เขากำลังจะกลับบ้านพอดี บอกว่าวันนี้มาหาเขาแต่เขาดันไม่อยู่ ของที่เตรียมมาให้ได้ฝากเอาไว้ที่ป้อมยาม กำชับให้เขาอย่าลืมแวะไปเอาด้วย
กู้โยวหนิงรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ั้แ่พ่อกับแม่ด่วนจากไปก็มีพี่ชายที่เป็คนคอยดูแลเขามาตลอด จะแย่ก็ตรงที่ตัวเองเกิดมามีดวงพาซวย เขาอยู่กับพี่ชายมาั้แ่เด็ก ไม่ว่าจะเื่อะไรก็มีแต่อุปสรรคเข้ามาขัดตลอด พอโตขึ้นทุกครั้งหลังจากเจอกับพี่ทีไร พี่ก็ต้องเจอกับเื่โชคร้ายไปอีกหลายวัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรพี่ก็ยังคงรักเขาเหมือนเดิมอยู่ดี
----
เสี่ยวฮวาคือสุนัขตัวหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรมามันไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็แค่สุนัขสักนิด พักหลังมานี้เ้านายของมันอุ้มกระถางดอกไม้กลับมาด้วยกระถางหนึ่ง วันทั้งวันเอาแต่นั่งมองเ้าดอกไม้นั่น เสี่ยวฮวารู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก ถึงชื่อของตัวมันเองจะแปลว่าดอกไม้เหมือนกันก็ตาม วันนี้เ้านายของมันไม่อยู่บ้าน เสี่ยวฮวาคิดว่านี่เป็โอกาสดี มันจะได้ใช้โอกาสนี้กำจัดเ้าดอกไม้ที่บังอาจมาแย่งความรักจากเ้านายของมันเสีย คิดได้อย่างนั้นเสี่ยวฮวาะโไปที่หน้าต่าง ประจวบเหมาะกับที่หน้าต่างไม่ได้ปิด มันค่อยๆ ใช้หัวดันเ้ากระถางดอกไม้ที่แสนน่ารังเกียจออกไป และในที่สุดเ้าดอกไม้กระถางนั้นก็ได้ร่วงลงไปด้านล่าง
ด้วยเหตุนี้ กระถางดอกไม้จึงหล่นใส่หัวของกู้โยวหนิงที่เพิ่งเดินออกจากตึกเพื่อจะไปป้อมยามอย่างพอดิบพอดี
……
นาทีที่เผชิญหน้ากับความตาย กู้โยวหนิงรู้สึกถึงความไม่เป็ธรรม เขายังมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันที่ผู้สูงศักดิ์ของตัวเองปรากฏตัว มันน่าเสียดายเกินไปแล้ว เขายังไม่ได้รู้เลยว่าพี่เอาของอร่อยอะไรมาฝากบ้าง และเขาก็ยังไม่ได้รู้เลยว่าใครที่เกลียดเขาถึงขั้นโยนกระถางดอกไม้ลงมาแบบนี้ แล้วก็...แล้วก็...ทั้งๆ ที่ใกล้จะตายแล้ว เขากลับยิ่งรู้สึกเสียดายมากที่ชาตินี้เกิดมาทั้งทียังไม่เคยความรักด้วยซ้ำ...
……
กู้โยวหนิงพยายามค้นหาทางออกภายใต้ความมืดมิดที่เข้าปกคลุม ทุกอย่างรอบกายบิดเบี้ยว หมุนเวียนแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ หลังได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังแว่วเข้ามาครู่หนึ่ง แต่แล้วสักพักก็กลับกลายเป็ความเงียบสงัด ในที่สุดเขาก็สามารถลืมตาขึ้นมาได้สักที
สายตาไล่มองรอบกายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความโบราณ คล้ายกับเขาได้ย้อนเวลากลับมาในสมัยอดีต หลังจากนั้นพบว่าร่างกายตัวเองหดเล็กลง ถึงมันจะน่าเหลือเชื่อ แต่เขาจำเป็ต้องบอกกับตัวเองว่าเขาข้ามเวลากลับมาในอดีตแล้วจริงๆ แต่ที่โชคร้ายกว่าคือเขาไม่ได้แค่ย้อนเวลากลับมาในอดีตเท่านั้น นี่มันยิ่งกว่าเื่เหลวไหลที่กุขึ้นมาหลอกเด็กซะอีก เพราะยุคสมัยที่เขาข้ามเวลามาไม่เคยปรากฏในหน้าหนังสือประวัติศาสตร์เล่มไหนมาก่อน
*ตามตำรา10จักรราศี์ของจีน วันหยินคือวันที่แสดงถึงสีดำ สตรีเพศ พระจันทร์ สัญลักษณ์ของฝ่ายถูกกระทำและความสงบนิ่ง ตรงข้ามกับวันหยางที่แสดงถึงสีขาว บุรุษเพศ พระอาทิตย์ สัญลักษณ์ของพลังและการเคลื่อนไหว ในปรัชญาโบราณจีนนั้น คือด้านสองด้านที่ตรงข้าม แต่ต่างรักษาสมดุล ของกันและกันไว้
**มีที่มาจากหนังเื่เทียนว่ายเฟยเซียน เป็เื่ราวความรักของเซียนหญิงเสี่ยวชีกับมนุษย์ธรรมดานามว่าถงหย่วน กฏของ์ที่ห้ามเซียนกับมนุษย์รักกันทำให้ชาตินี้ไม่อาจสมหวัง ก่อนร่างของเซียนหญิงเสี่ยวชีจะสลายไปได้อธิฐานให้ชาติต่อไปทั้งคู่เกิดมาเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา หลังจากที่ผ่านไปหลายพันปี ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ได้มาเกิดมนุษย์และพบรักกัน ทำให้เื่ราวความรักที่ข้ามภพ ข้ามชาติได้สมหวังในที่สุด
