มนุษย์ควรมีรากฐาน
ผู้คนมากมายที่ทำธุรกิจจนมั่งคั่งร่ำรวยในอนาคตก็ไม่ได้ละทิ้งไร่นาไม่กี่หมู่และบ้านซอมซ่อในชนบทไป
สวมผ้าไหมกลับบ้านเกิดมิใช่เพื่อโอ้อวดอย่างเดียว มากกว่านั้นคือสำนึกรักต่อแผ่นดินเกิดของคนชาติจีน
เมื่อมีรากฐาน ระหกระเหินอยู่ในโลกภายนอกก็ไม่หวาดหวั่นชีวิตย่ำแย่เพียงใด ยังคงมีหนทางหวนคืนบ้านเกิดเซี่ยเสี่ยวหลานกลับบ้านไปบอกข่าวนี้แก่หลิวเฟืน เธอดีใจมากอย่างที่คาดไว้ถ้าไม่มืดค่ำเกินเวลาออกจากบ้าน เธอน่าจะคลำทางไปชมไร่นาที่ได้รับบัดเดี๋ยวนั้น
หลิวเฟินตื่นเต้นเสียยามดึกสงัดก็ยังนอนไม่หลับถามเซี่ยเสี่ยวหลานว่าสามารถปลูกบ้านบนผืนดินที่สองแม่ลูกได้รับได้หรือไม่
“อีกหน่อยแม่ก็จะมีความสุขกับชีวิตแก่เฒ่าพร้อมลุงของลูกแล้ว”
เซี่ยเสี่ยวหลานพูดไม่ออก “แม่แม่อายุยังไม่ถึง 40 นะ ใช้ชีวิตแก่เฒ่าอะไรกัน!”
ก่อนเซี่ยเสี่ยวหลานเกิดใหม่ก็มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลิวเฟินน่าสงสารตรงที่ขนาดเื่ใหญ่ของชีวิตอย่างการแต่งงานของเธอยังไม่เสร็จสิ้นด้วยซ้ำแม้หาเงินได้จำนวนหนึ่งแล้วก็ยังไม่กล้าเกียจคร้านไม่ได้คิดว่าเงินเก็บในมือจะทำให้ใช้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างไร้กังวล ตอนอายุเท่ากันเธอยังกระเสือกกระสนสุดแรง หลิวเฟินกลับพูดถึงชีวิตยามชราแล้ว เซี่ยเสี่ยวหลานนับถือยิ่งนัก
สำหรับเธอ หลิวเฟินยังสาวอยู่เลย หากภายภาคหน้าพบเจอคนที่เหมาะสมจะไม่แต่งงานอีกครั้งหรือ?
หมดสิ้นความเกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ยแล้วเป็ไปไม่ได้ที่จะเฝ้าคอยเซี่ยต้าจวินอย่างไร้เหตุผลหรอกนะ!
หลิวเฟินยังสาวยังแส้ ปีนี้อายุไม่ถึง 40 ปีแม้ผิวพรรณจะไม่สามารถกลับมาขาวผ่อง แต่แก้มพอมีน้ำมีนวลแล้วพยายามใช้น้ำมันหอยทาาแเล็กบนมือจนหายไป ไม่ต้องถือจอบเสียมลงไร่นามือสองข้างของเธอจึงน่าดูทีเดียว
หลิวเฟินไม่กล้าเสียดายเงินค่าน้ำมันหอยเล็กๆ น้อยๆ นั่นกี่เฟินกี่เหมาจะเป็อะไรไป เธอต้องช่วยจัดการสินค้ามือที่หยาบกร้านจะทำให้วัสดุเสื้อผ้าเสียหาย เซี่ยเสี่ยวหลานบอกว่าเสื้อผ้าฤดูหนาวทนทานทว่าฤดูร้อนย่อมมีกระโปรงไหมแท้ ถ้ามีไหมรุ่ยออกมาเส้นเดียวกระโปรงก็ขายได้ยากแล้ว
หลิวเฟินเคยแอบใอยู่เหมือนกันใส่กระโปรงประเภทนี้ย่อมทำงานอะไรไม่ได้แล้วสินะ? ขยับเขยื้อนนิดหน่อยก็ต้องกลัวว่ากระโปรงจะชำรุดหรือสกปรกอยู่ตลอดเวลา
ตอนนั้นหลี่เฟิ่งเหมยหัวเราะเสียยกใหญ่ สตรีที่มีกำลังสวมใส่กระโปรงไหมแท้ยังต้องทำงานอะไรอีกเล่า
เซี่ยเสี่ยวหลานกึ่งกล่อมกึ่งหลอกหลิวเฟินมาโดยตลอดเพราะมารดาเธอจินตนาการไม่ออกว่าชีวิตในอนาคตจะดีขนาดไหน มักคิดว่าตอนนี้คือดีที่สุดแล้วอย่างเช่นสถานการณ์ของ ‘หลานเฟิ่งหวง’ ต่อให้การค้าขายหลังตรุษจีนไม่รุ่งโรจน์เท่าก่อนข้ามปีอย่างไรเสียในหนึ่งเดือนทั้งสองครอบครัวก็ได้รับหลายพันหยวนอยู่ดีไม่ใช่หรือ? หนึ่งปีก็คือหลายหมื่น ปลูกบ้านของตนเองในชนบทสักหลัง อาจเป็อาคารเล็กสองชั้นที่เพิ่งนิยมได้ไม่นาน...คาดว่าหลิวเฟินคงคิดเช่นนี้
ถ้านำสภาพชีวิตที่ดีกว่ามาวางตรงหน้าหลิวเฟินหลิวเฟินย่อมเปลี่ยนแปลงความคิดเป็ธรรมดา
เดิมทีเซี่ยเสี่ยวหลานอยากลวงล่อมารดาของเธอไปก่อน แต่อยู่ๆก็คิดว่าไม่ใช่แค่สร้างบ้านสักหลังในชนบทหรอกหรือ?
แถมใช้เงินไม่เท่าไร ถือว่ากล่อมให้มารดาเธอดีใจแล้วกัน!
ไม่ใช่ว่าเงินทุกก้อนต้องจ่ายให้กับการลงทุนอันถูกต้องเหมาะสมหรอกหรือ? ความหมายของชีวิตมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่มพูนสินทรัพย์เหมือนปั้นก้อนหิมะเงินที่ได้มาก็เพื่อทำให้ตนเองและคนรอบข้างอยู่อย่างสุขสบายยิ่งขึ้น
“ได้ได้ได้ สร้างบ้านสักหลังบนที่ดินปลูกบ้านแต่รอฉันสอบเกาเข่าเสร็จก่อนนะ พวกเราแม่ลูกควรปรึกษากันเสียหน่อยดูว่าลุงจะสร้างบ้านใหม่เหมือนกันหรือเปล่า”
สองแม่ลูกปรึกษากันนานสองนานว่าจะสร้างบ้านเป็รูปแบบใดกว่าจะนอนก็หลังเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว หลิวเฟินกลับตื่นนอนตรงเวลาในขณะที่เซี่ยเสี่ยวหลานตื่นสาย
หลิวจื่อเทาบีบจมูกเรียก ‘พี่หลานหลานเป็แมลงี้เีตัวใหญ่’ อยู่ใต้หน้าต่างเซี่ยเสี่ยวหลานสวมเสื้อตัวบนเปิดประตูออกและหยิกหูของเขาไว้
“พี่เป็แมลงี้เีตัวใหญ่ เธอก็เป็แมลงี้เีตัวน้อย!”
หลิวหย่งซื้อวัตถุดิบอาหารกลับมาั้แ่เช้าแล้วเวลานี้กำลังถอนขนไก่ตัวหนึ่งที่ใต้ชายคา เชือดคอไก่ให้เืไหลจนหมดหักคอไว้ใต้ปีก ราดน้ำร้อนลงไปบนตัวไก่ กลับไก่ด้วยความรวดเร็วจากนั้นค่อยอาศัยไอร้อนถอนขนไก่ ดึงออกเบาๆ ก็จัดการขนบนไก่เสร็จเรียบร้อย
การเชือดสัตว์ปีกที่เลี้ยงในครัวเรือนแบบนี้อาจไม่สะอาดเกลี้ยงเกลาเท่าวิธีใช้น้ำมันดินดึงขนออกแต่วิธีนี้จะทำให้รูขุมขนของสัตว์ปีกไม่มีน้ำมันดินหลงเหลืออยู่ รับประทานไปไม่เป็อันตรายต่อร่างกายคนไม่ต้องกลัวขนเส้นบางที่ดึงยากและรากขนขาด สุดท้ายเพียงนำไปเผาไฟก็พอ
“ลุง ฉันมาช่วยลุงแล้ว”
เซี่ยเสี่ยวหลานเข้าร่วมวง แต่หลิวหย่งไล่เธอไป “สุมไฟใต้เตาเสีย ป้าหลานย่างหมั่นโถวไว้ให้ รองท้องก่อนสักหน่อยกลางวันค่อยกินของดี”
หลิวหย่งกำลังยุ่งอยู่ หลังจากถอนขนไก่เครื่องในไก่ก็ต้องล้างทำความสะอาดด้วย
ไก่ตัวนี้จะเก็บไว้ไหว้เ้า ไม่จำเป็ต้องปรุงโดยสับละเอียด อย่างไรก็ต้องลงหม้อต้มสมบูรณ์ทั้งตัวไม่แยกส่วนไก่ และควักเครื่องในทั้งหมดออกมาจากรูเล็กบริเวณท้องไก่บนก้นไก่ยังต้องเหลือขนไก่สามเส้น ควรเลือกไก่ด้วยความพิถีพิถันต้องเป็ไก่ตัวผู้ขนาดโตที่ขนหางสีสดงดงาม หงอนไก่ทั้งแดงและใหญ่
เซี่ยเสี่ยวหลานเดินเข้าห้องครัวเทาเทาผู้เรียกเธอว่าแมลงี้เีตัวใหญ่เมื่อครู่ได้หยิบหมั่นโถวย่างมาให้เธอ
“ลุงซื้ออาหารจากในตัวเมืองหรือ?”
“ใช่แล้วล่ะ ฟ้ายังไม่สางก็ถ่อไปตลาดสินค้าเกษตรพวกของแห้งพวกเราเอากลับบ้านจากซางตูั้แ่เมื่อวาน อย่างไรหลายวันนี้ต้องกินเนื้อสัตว์ผัก และไข่ที่สดใหม่เสียหน่อย ถ้าวันนี้ซื้อไม่เพียงพอ ตอนตรุษจีนก็ไม่มีที่ซื้อแล้ว! แบบนี้แหละ ซื้อไก่จากตลาดสินค้าเกษตรไม่ได้ลุงหลานเลยซื้อในหมู่บ้านมาตัวหนึ่ง”
หลี่เฟิ่งเหมยเล่าไม่หยุด การเคลื่อนไหวของมือก็ไม่พัก
เธอกำลังทอดปลา อาหารนี้ต้องยกขึ้นโต๊ะ เป็นัยว่ามีปลาทุกปี [1]
ส่วนหลิวเฟินกำลังนวดบะหมี่อยู่ตรงนั้นอาหารหลักอะไรจะอิ่มท้องไปมากกว่าบะหมี่เนื้อแพะชามใหญ่กัน?
หากเมื่อก่อนนั่นคือสิ่งที่ไม่มีปัญญาได้รับประทาน ปีนี้บ้านหลิวมีเงินแล้วและไม่ขาดเงินซื้อเนื้อแพะจำนวนนี้ บนเตามีกระทะเหล็กสองใบหมั่นโถวลูกโตก็นึ่งอยู่อีกกระทะ ใต้ซึ้งอุ่นข้าวต้มซานเย่า [2] บนเตารังผึ้งวางหม้อดินไว้ ตุ๋นขาหมูด้วยไฟอ่อน... สามารถคาดเดาได้ทันทีว่าอาหารกลางวันจะหรูหราเพียงใด
เซี่ยเสี่ยวหลานรับประทานหมั่นโถวยังไม่หมดก็มีคนมาเยือนถึงบ้าน
ที่แท้คือผู้คนที่จะมารับประทานอาหารบ้านหลิวเหล่าผู้หญิงในครอบครัวมาล่วงหน้าเพื่อช่วยดูแลเื่อาหารการกิน
มีพวกเธอมาช่วยงาน เซี่ยเสี่ยวหลานยิ่งไม่มีประโยชน์แล้ว
หนึ่งในนั้นคือมารดาของเฉินชิ่ง สะใภ้ใหญ่เฉินมองเซี่ยเสี่ยวหลานไม่กล้าทักทายด้วยซ้ำ
สิ่งที่เซี่ยเสี่ยวหลานหยิบติดมือมาสวมคือเสื้อขนเป็ดท่อนล่างใส่กางเกงยีนส์และรองเท้าบู๊ทข้อสั้นสีดำในสายตาของสะใภ้ใหญ่เฉินถือว่าเป็การแต่งกายแบบคนเมืองโดยสมบูรณ์ขนาดหญิงสาวในเมืองทั่วไปก็อาจไม่ทันสมัยเท่าเซี่ยเสี่ยวหลานเธอจะเหลือลักษณะมอมแมมเช่นตอนเพิ่งมาหมู่บ้านชีจิ่งได้ที่ไหน?
“เสี่ยวหลานกลับมาแล้วหรือ? เฉินชิ่งทบทวนบทเรียนอยู่บ้านน่ะพวกเธอสองคนเป็เพื่อนร่วมชั้น มีเวลาว่างก็คุยเื่เรียนด้วยกันเสียหน่อยสิ”
อันดับสองของชั้นปีในการสอบปลายภาค สำหรับสะใภ้ใหญ่เฉินเซี่ยเสี่ยวหลานย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเรียนรู้กับเฉินชิ่งต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงจะสามารถพัฒนาไปพร้อมกัน สะใภ้ใหญ่เฉินไม่ได้ละทิ้งความคิดที่จะให้เซี่ยเสี่ยวหลานเป็ลูกสะใภ้ทว่าก็มักไม่ถูกใจนิสัยของเซี่ยเสี่ยวหลาน หากไม่สะสวยขนาดนั้นและไม่เก่งกาจขนาดนี้ นั่นจะยิ่งสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
เซี่ยเสี่ยวหลานใจใหญ่ใจโต เมื่อช่วยงานที่บ้านไม่ได้เธอก็ไปหาเฉินชิ่งดีกว่า
“ป้าเฉินไม่ต้องกังวล พี่เฉินชิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยหายห่วงแน่นอน... อย่างนั้นฉันจะไปบ้านป้าเสียหน่อย”
พี่สาวและน้าอาหลายคนส่งสัญญาณทางสายตาพี่สะใภ้ใหญ่เฉินแสดงออกชัดเจนเกินไปแล้วนี่อยากจัดแจงหลานสาวหลิวหย่งกับเฉินชิ่งไว้ด้วยกันนี่นา ขณะที่เฉินชิ่งยังสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยบ้านเฉินเคยรับสั่งว่าไม่อนุญาตให้ใครแนะนำคู่หมายให้กับเขานี่บอกว่าการมีคนรักจะทำเฉินชิ่งจิตใจวอกแวก ตอนนี้ความคิดของสะใภ้ใหญ่เฉินแปรเปลี่ยนว่องไวยิ่งนักคงเห็นความสามารถอันโดดเด่นของเซี่ยเสี่ยวหลานเข้าแล้วหลิวหย่งผู้เป็ลุงก็ท่าทางมีทักษะทีเดียว
เซี่ยเสี่ยวหลานเพิ่งเดินมาถึงประตูบ้าน ก็ชนกับผู้หญิงคนหนึ่งเต็มเปา
“โอ้ยตาย! เดินเหินไม่ใช้ตามองหรือไรกัน?”
เชิงอรรถ
[1]年年有余 มีปลาทุกปี หมายถึง มีกินมีใช้ทุกปี เนื่องจากคำว่า 余 แปลว่า เหลือ (สื่อถึง เหลือกินเหลือใช้)พ้องเสียงกับคำว่า 鱼 ซึ่งแปลว่า ปลา
[2]山药 ซานเย่า คือ พืชชนิดหนึ่งที่นำหัวมารับประทาน มีสรรพคุณทางยาจีน
