ณ บริษัทเจาซี
“พี่รอง ทำไมถึงมาที่นี่ได้ครับ? ” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ยถาม
“เย่ฝานไม่อยู่ที่นี่เหรอ!” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดพลางมองซ้ายขวา
ไป๋อวิ๋นซีส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เขาออกไปทำงานครับ!”
“นายยังไว้ใจเขาอยู่จริงๆ น่ะเหรอ?”
ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “แล้วมีอะไรให้ต้องไม่ไว้ใจเหรอครับ?”
ไป๋อวิ๋นเฟยเปล่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “เื่ของเขาและถังอวี่เซวียนกลายเป็ข่าวดังไปทั่ว หนังสือพิมพ์บันเทิงพาดหัวข่าวล้วนเขียนข่าวของพวกเขา เื่เลยเถิดถึงขนาดนี้แล้ว นายยังนั่งเฉยได้อีกเหรอ”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เื่ของเย่ฝานและถังอวี่เซวียนไม่ได้เป็อย่างที่พี่คิดแบบนั้นหรอก พี่รองคิดมากไปแล้ว” ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยความสงบ
ไป๋อวิ๋นเฟยรีบพูดด้วยความลนลานว่า “ฉันไม่ได้คิดมากไปเองนะ! ไม่ใช่เพราะเย่ฝานหน้าม่อหรอกเหรอ? รูปร่างหน้าตาของถังอวี่เซวียนไม่ได้ด้อยไปกว่านายเลย ใครจะไปรู้ว่าในสมองของเ้าหมอนั่นคิดอะไรอยู่บ้าง”
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานถูกใจอะไรในตัวดาราคนนั้นนะ รูปร่างหน้าตางั้นเหรอ? ถ้าเป็อย่างนั้นจริง บนโลกนี้มีคนรูปร่างหน้าตาดีมากมาย ถ้าเ้าหมอนั่นจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นเมื่อไร ก็คงไม่ใช่เื่แปลก
……....................................................................
“อวิ๋นซี ฉันกลับมาแล้ว” เย่ฝานเปิดประตูแล้วยื่นหัวเข้าไป
เย่ฝานมองไป๋อวิ๋นเฟยแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยความรู้สึกคาดไม่ถึง “พี่รองก็อยู่ที่นี่เหรอครับ!”
“นายกลับมาจากที่ไหนล่ะ!” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
“ผมกลับมาจากบ้านของถังอวี่เซวียนครับ”
“นายมาจากบ้านของถังอวี่เซวียน? ทำไมนายถึงมาจากบ้านของถังอวี่เซวียนได้ล่ะ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถูกคำสารภาพของเย่ฝานกระตุ้นจนใจเต้นแรง เย่ฝานกำลังประชดอยู่หรือเปล่า?
“ผมอยู่ที่บ้านของถังอวี่เซวียนทั้งคืน! จากนั้นก็ตรงมาที่นี่เลย!”
ไป๋อวิ๋นเฟย “…”
ไป๋อวิ๋นซีเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของไป๋อวิ๋นเฟย เขาถอนหายใจถามเย่ฝานว่า “ปัญหาคลี่คลายได้หรือยัง?”
เย่ฝานส่ายหน้าตอบว่า “ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้เลย! ฉันเฝ้าอยู่ทั้งคืน ไม่เห็นภูตผีสักตน ถ้าเป็แบบนี้ไม่แน่ว่าฉันจะต้องไปที่บ้านของเขาบ่อยๆ เป็อย่างนั้นคงจะไม่ไหว! ฉันไม่สามารถเปลืองเวลาอยู่บ้านของเขาทั้งวันทั้งคืนได้!”
“ไม่ดี? มีอะไรไม่ดีล่ะ! นายไปทำหน้าที่เป็ผู้พิทักษ์ถังอวี่เซวียนอย่างนั้น ฉันว่าน่าจะสนุกสุดขีดซะมากกว่านะ” ไป๋อวิ๋นเฟยพูด
“ทำไมผมถึงต้องสนุกสุดขีดด้วยล่ะ?”
“ได้นั่งเฝ้าคนหล่ออย่างถังอวี่เซวียน นายไม่ชอบใจเหรอ?”
เย่ฝานกะพริบตาแล้วถามด้วยความสงสัย “ถังอวี่เซวียนหล่อเหรอครับ?”
“หรือนายคิดว่าเขาไม่หล่อ?”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน! ผมไม่ได้ตั้งใจดู พี่รองเห็นว่าถังอวี่เซวียนหล่อเหรอครับ? พี่ชอบเขาเข้าแล้วใช่ไหม งั้นผมจะลองถามเขาดูว่าสนใจพี่บ้างไหม! พี่รองถ้าพี่ชอบเขาจริงๆ ละก็ พี่ต้องรีบรุกเข้าไปจีบก่อนเลยครับ พี่อายุมากกว่าอวิ๋นซีตั้งหลายปี เกิดผมกับอวิ๋นซีแต่งงานกัน แล้วพี่ยังโสดแบบนี้ จะเสียหน้าขนาดไหน!” เย่ฝานพูดด้วยความห่วงใย
ไป๋อวิ๋นเฟย “…”
“ถังอวี่เซวียนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าผีนั้นจะปรากฏตัวอยู่บ่อยๆ” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
“บางทีไอ้ผีนั่นมันอาจรู้ก็ได้ว่าฉันจะมาจับมัน ก็เลยไม่โผล่หัวออกมา เวลามีค่าดั่งเงินทอง! วันนี้ถ้าผีนั่นยังไม่ยอมออกมา ฉันคงต้องเป็ฝ่ายจู่โจมก่อนแล้วล่ะ” เย่ฝานพูดแล้วคิดหาวิธีการ
ไป๋อวิ๋นเฟยมองเย่ฝาน แล้วหันกลับมามองไป๋อวิ๋นซี หล่อนพบว่าตัวเองไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้งสองคนคุยกันเลยสักนิด
ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นท่าทีของไป๋อวิ๋นซีก็ทราบว่าน้องชายของตนและเย่ฝานดูเข้าอกเข้าใจกันมาก เป็หล่อนเองที่ระแวงเกินกว่าเหตุไปจริงๆ!
“ฉันไปก่อนนะ” ไป๋อวิ๋นเฟยหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไป
เย่ฝานมองเงาหลังของไป๋อวิ๋นเฟยที่เดินจากไป แล้วหันกลับมามองไป๋อวิ๋นซีด้วยความสงสัย “อวิ๋นซี นายรู้สึกไหมว่าพี่สาวของนายเหมือนจะอารมณ์ไม่ค่อยดี?”
“นายรู้สึกด้วยเหรอ?” ไป๋อวิ๋นซีพูดด้วยความประหลาดใจ
“ก็มันชัดเจนมากเลยนะ! พี่สาวนายเขาอกหักหรือเปล่า? ก็เลยทำหน้าบูดบึ้งอย่างนั้น! ไม่ใช่สิ! หล่อนไม่มีแฟนนี่นา แล้วจะอกหักได้ยังไง หรือว่าประจำเดือนมา” เย่ฝานถาม
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“นายถ่ายละครเป็ยังไงบ้าง!” ไป๋อวิ๋นซีเปลี่ยนเื่คุย
“ผู้กำกับชื่นชมฉันมากๆ เลยนะ เขายังเพิ่มบทให้ฉันอีก อัจฉริยะอย่างฉันไม่ว่าทำอะไรก็มักโดดเด่นเหนือใครอยู่แล้ว” เย่ฝานกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
ไป๋อวิ๋นซี “…” เย่ฝานเ้าหมอนี่ไม่รู้จักถ่อมตัวเลยสักนิด
...............................................................................
ณ โรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองหลวง สามีภรรยาคู่หนึ่งพักอยู่ที่นั่น
“พวกเราทำแบบนี้จะดีเหรอ?” โจวเจวียนถามด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้ม
“ทำไมจะไม่ดีล่ะ เ้าคนเนรคุณนั่นมันขี้เหนียวซะขนาดนั้น พวกเราเองก็ไม่มีทางออกแล้วไม่ใช่เหรอ?” เกาผิงพูดด้วยความโกรธแค้น
“คุณคิดว่าถังอวี่เซวียนเป็ลูกของเราจริงๆ เหรอ?” โจวเจวียนถาม
เกาผิงพูดอย่างมีเหตุผลว่า “มันก็ต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ใช่ลูกของเรา ทำไมเขาถึงไม่ไปหาคนอื่น แต่กลับมาหาพวกเราล่ะ!”
“แต่ยังไงฉันก็ยังรู้สึกว่าเื่นี้มันผิดปกติยังไงก็ไม่รู้ วิวาห์ยมโลกนั้น ฉันคิดว่ามันไม่เป็มงคลเอาเสียเลย!”
“นั่นมันเพราะเ้านั่นรนหาที่เอง ตอนนี้เ้านั่นก็หาเงินได้ตั้งเยอะ ตัวเองอาศัยอยู่คฤหาสน์ ฉันบอกให้เขาซื้ออะพาร์ตเมนต์สามห้องนอนให้พี่ชาย แต่เขากลับไม่ยอม ถ้าเขายอมจ่ายเงินั้แ่แรก พวกเราก็ไม่ต้องขายเขาให้กับผีหรอก เป็อะไรไป หรือว่าเธอเกิดอาลัยอาวรณ์เขาขึ้นมา” เกาผิงกล่าว
โจวเจวียนขมวดคิ้วเป็ปมแน่น แล้วพูดว่า “แน่นอนว่าฉันไม่ได้อาลัยอาวรณ์เ้าคนอกตัญญูที่ลืมคุณคนอย่างนั้นหรอก ฉันเพียงแต่กลัวน่ะ! คุณก็รู้ว่าหมอนั่นตอนนี้เป็ดาราใหญ่ ถ้าเขารู้ว่าพวกเราคิดร้ายต่อเขา เขาจะกลับมาแก้แค้นพวกเราไหม ที่พวกเราเชิญคนทรงมาจัดงานวิวาห์ยมโลกให้กับเขา เขาจะไปหาพวกมีคาถาอาคมมาสาปแช่งพวกเราหรือเปล่า!”
“เธอคิดมากไปแล้วล่ะ ในความคิดของฉันนะบนโลกนี้ผีไม่มีจริง เื่วิวาห์ยมโลกนั้นก็เป็เื่ไร้สาระ ก็คงมีแต่คนร่ำรวยที่มีเงินเหลือใช้ ไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหน ก็เลยมาเสียเงินกับเื่พรรค์นี้ พวกเราเพียงส่งดวงชะตาไปให้แล้วรับเงินมา ยังมีเื่ง่ายดายกว่านี้อีกเหรอ?” เกาผิงพูด
โจวเจวียนพยักหน้า สีหน้าดูผ่อนคลายลงมาก “คุณว่าคนทรง เมื่อไรจะมอบเงินให้กับพวกเรา!”
เกาผิงขมวดคิ้วแล้วตอบว่า “น่าจะอีกไม่นานแล้วล่ะ”
“เ้าพวกนั้นทำตัวลึกลับยังไงชอบกล ไม่โผล่หัวออกมาเลย พวกมันคงจะไม่กลับคำหรอกนะ” โจวเจวียนเอ่ย
“พูดอะไรอย่างนั้น พวกเขามีเงินเยอะขนาดนั้น คงไม่โกงพวกเราหรอก”
“พ่อ แม่” เกาหมั่นจินเดินเข้ามาในห้อง แล้วพูดด้วยความโมโหเป็ฟืนเป็ไฟว่า “พ่อ แม่ ตกลงพวกเราจะได้เงินเมื่อไร! แฟนของผมเขาเร่งมาแล้ว ตอนนี้หล่อนก็ตั้งท้องแล้ว จะปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ”
“คราวก่อน เงินสินสอดนั่นก็ให้ลูกไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?” โจวเจวียนพูด
เกาหมั่นจินพูดอย่างไม่พอใจ “เงินก้อนนั้นมันเท่าไรกันเชียว! แถมสินสอดอีกครึ่งหนึ่งยังเป็เงินกระดาษอีก ซวยจริงๆ ถ้าจะให้ผมว่านะ! พ่อกับแม่ไปร้องไห้กับนักข่าวเพื่อแฉว่าถังอวี่เซวียนไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ ปล่อยให้พ่อแม่ต้องนอนข้างถนน พวกดารานี่นะ! รักหน้าตาของตัวเองที่สุด ถ้าพ่อกับแม่ก่อความวุ่นวายแบบนี้ ถังอวี่เซวียนต้องทนไม่ได้แน่”
“พ่อแม่ขายเขาไปั้แ่เขายังเล็ก เขาตามสองสามีภรรยาคู่นั้นไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอก เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ ถ้าเขาไม่ยอมรับขึ้นมา พวกเราคงจบเห่แน่ๆ” เกาผิงกล่าว เกาผิงเคยคิดจะใช้พลังของสื่อมวลชน แต่สำนักข่าวคงเห็นว่าพวกเขาเป็พวกคนบ้าหรือพวกเห็นแก่เงิน และคงไม่สนใจพวกเขา
เกาหมั่นจินหัวเราะด้วยความเ็าแล้วพูดว่า “เื่นี้ไม่ได้อยู่ที่เขาจะยอมรับหรือไม่ ตอนนี้มีเทคโนโลยีพิสูจน์ดีเอ็นเอ หากผลตรวจออกมา ต่อให้เขาปฏิเสธยังไง ก็คงไม่มีใครเชื่อ”
ในใจของเกาหมั่นจินเต็มไปด้วยความริษยาถังอวี่เซวียน เกิดจากพ่อแม่เดียวกันแท้ๆ เขามีสิทธิ์อะไรได้ไปอยู่ต่างประเทศ! มีสิทธิ์อะไรได้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ ได้ขับรถหรู! เ้าหมอนั่นเกิดมาดวงไม่ดี ล้างผลาญพ่อแม่ แต่โตมากลับมีชีวิตสุขสบาย
............................................................
ถังอวี่เซวียนได้ยินเสียงสนทนาดังมาจากเครื่องดักฟัง สีหน้าของเขาพลันเคร่งเครียด
“สองคนนั้นก็ไม่ได้รู้เื่อะไรนัก!” เย่ฝานลูบคางแล้วคิดในใจ
ถังอวี่เซวียนกำหมัดแน่น ในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ทำไมเขาถึงได้โชคร้ายนักที่มีพ่อและแม่อย่างนี้
“คุณชายเย่ เื่นี้เราจะทำยังไงกันดีครับ!” ถังอวี่เซวียนเอ่ยถาม
เย่ฝานขมวดคิ้ว แล้วพูดว่า “ผมต้องตามหาคนทรงให้เจอ ให้เขาเปลี่ยนตัวคนที่จะสมรสซะ”
ถังอวี่เซวียนพยักหน้าแล้วพูดว่า “เื่นี้คงต้องรบกวนคุณชายเย่แล้วนะครับ”
เดิมทีตอนที่เย่ฝานเสนอว่าจะเปลี่ยนคนเข้าวิวาห์ยมโลกจากเขาไปเป็พี่ชาย ถังอวี่เซวียนยังรู้สึกละอายใจต่อพี่ชายของตนอยู่บ้าง แต่หลังจากได้ยินคำพูดของเกาหมั่นจินแล้ว ความละอายใจที่มีอยู่ก็หมดไปทันที เกาหมั่นจินเ้าหมอนั่น สมแล้วที่เกิดเป็ลูกของสองสามีภรรยานั่น นิสัยใจคอช่างเหมือนกันจริงๆ
“คุณรู้ที่มาที่ไปของคนทรงบ้างไหม?” เย่ฝานถาม
ถังอวี่เซวียนส่ายหน้า แล้วตอบว่า “เื่นี้ผมก็ไม่มีข้อมูลเหมือนกันครับ แต่คิดว่าคนทรงน่าจะเกี่ยวข้องกับซ่งหลินฟง”
เขาและซ่งหลินฟงต่าง่ชิงเพื่อจะได้เป็ดาาายหมายเลขหนึ่ง แต่หลายครั้งซ่งหลินฟงก็ต้องพ่ายแพ้ให้เขาเสมอ ทำให้ซ่งหลินฟงเกลียดเขามาก
ถังอวี่เซวียนทบทวนอยู่นาน จึงคิดได้ว่าคนที่เชิญพ่อและแม่ของเขาเข้ามาในเมืองหลวงน่าจะเป็ซ่งหลินฟง
“ซ่งหลินฟง แซ่ซ่ง? เขาเป็อะไรกับซ่งฉีิเหรอครับ!” เย่ฝานเอ่ยถาม
“พวกเขาเป็ลูกพี่ลูกน้องกันครับ” ถังอวี่เซวียนตอบ
“คนตระกูลซ่งล้วนไม่ใช่คนดี” เย่ฝานบ่นด้วยความเซ็ง
............................................................................
ในคฤหาสน์หลังหนึ่ง
“ทำไมจนถึงตอนนี้แล้ว ยังทำไม่สำเร็จ” ซ่งหลินฟงพูดด้วยความไม่พอใจ
“เื่นี้ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ถังอวี่เซวียนได้ซื้อเครื่องรางคุ้มภัยมาไว้กับตัว ผีตนนั้นจึงเข้าสิงร่างเขาไม่ได้!” คนทรงบอก
ซ่งหลินฟงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “วิวาห์ยมโลกก็จัดแล้ว เขากับผีตนนั้นกลายเป็สามีภรรยากันแล้วไม่ใช่เหรอ เครื่องรางคุ้มภัยคงไม่น่าจะมีผลใช่ไหม?”
คนทรงพยักหน้าแล้วพูดว่า “เื่เป็อย่างที่คุณพูดไม่ผิดแน่ แต่ว่ายังไม่ได้ผูกสัญญาเืต่อกัน วิวาห์ยมโลกจึงถือว่ายังไม่สมบูรณ์ อีกอย่างถังอวี่เซวียนเหมือนจะมีการป้องกันตนเองมากขึ้น เขาจ้างบอดี้การ์ดมาคุ้มกัน บอดี้การ์ดพวกนั้นดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยทีเดียว”
“เื่นี้ต้องเร่งมือหน่อย” ซ่งหลินฟงกำชับ
“คุณชายซ่ง สองสามีภรรยาทวงเงินงานวิวาห์ยมโลกงวดสุดท้ายตลอดเลยครับ”
“นึกไม่ถึงเลยว่าถังอวี่เซวียนจะมีพ่อแม่เป็คนชั้นต่ำแบบนี้ ไม่ต้องสนใจพวกมัน ยังไงพวกมันก็ได้เงินค่าสินสอดไปแล้ว ได้ยินว่าใช้ไปหมดแล้วนี่ ต่อให้ถังอวี่เซวียนอยากให้พวกนั้นคืนเงินออกมา ก็ไม่มีเงินเหลือจะคืน”
คนทรงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดออกมาว่า “่นี้เหมือนว่าถังอวี่เซวียนจะเชิญหมอผีมาติดตามเขา ผีตนนั้นจึงไม่กล้าเข้าใกล้”
ซ่งหลินฟงทำหน้ามุ่ยพลางคิดในใจ นับว่าถังอวี่เซวียนกว้างขวางไม่น้อย ถึงสามารถเชิญหมอผีมาติดตามได้เร็วขนาดนี้
“เขาเชิญใครมา?”
“เหมือนกับจะเป็ชายหนุ่มที่ชื่อว่าเย่ฝาน”
ซ่งหลินฟงสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที “เขาเองเหรอ”
เย่ฝานอายุยังน้อย หมอผีมากมายล้วนไม่รู้จักเขา แต่บุคคลสำคัญหลายคนในเมืองหลวงกลับรู้จักเขาดี เย่ฝานเ้าหมอนี่ไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้ง่ายๆ บ้านตระกูลซ่งที่ต้องสั่นคลอนเช่นทุกวันนี้ ก็เพราะซ่งผิ่นหยวนถูกสังหารไปแล้ว ได้ยินว่าซ่งผิ่นหยวนก็ตายด้วยน้ำมือของเย่ฝาน
