“ได้ยินว่าก่อนหน้านี้อวี้เฟยทรงแพ้ท้อง เช่นนั้นไม่ควรดื่มชาซานจานี้อีกเด็ดขาดเ้าค่ะ” ไม่ต้องพูดถึงว่าวิชาแพทย์ของอวิ๋นซูสูงส่ง ในชาติก่อนตอนที่นางตั้งครรภ์ก็พิถีพิถันกับเื่พวกนี้เป็อย่างมาก สตรีมีครรภ์ควรทานอะไร ไม่ควรทานอะไรนางรู้เป็อย่างดี แม้ว่าซานจาในน้ำชาจะไม่มาก แต่เมื่อก่อนอวี้เฟยเคยเกิดอาการแพ้ท้องมาก่อน อาจมีผลกระทบมากหรือน้อยก็ได้ หากมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นแล้วมีการสอบสวนขึ้นมา ฮองเฮาก็มิอาจหนีความรับผิดชอบไปได้
ภายในสวนดอกไม้ อวี้เฟยมองไข่มุกจากทะเลตงไห่ที่พระเกศาของฮองเฮา อดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา “ไข่มุกที่พระเกศาของฮองเฮางามเหลือเกิน เดิมทีนึกว่าไข่มุกชมพูที่ฝ่าาประทานให้ก็โดดเด่นมากแล้ว วันนี้ได้เห็นของฮองเฮา ทำให้หม่อมฉันรู้สึกทอดถอนใจจริงๆ”
นางกล่าวพลางยกมือของตนขึ้นแล้วสะบัดช้าออกช้าๆ กำไลข้อมืออันประณีตงดงามปรากฏขึ้นบนข้อมือเรียวบางเบื้องหน้า อวี้เฟยเขี่ยไข่มุกสีชมพูที่ฝังเลี่ยมอยู่ข้างบน แสดงท่าทางที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเกลียดชังได้ไม่ยาก
“ไข่มุกนี้เข้ากับสีผิวของเ้ามาก” พระพักตร์ของฮองเฮาไม่แปรเปลี่ยน เดิมทีวันนี้นางก็มาเพื่ออวดพระองค์อยู่แล้ว นิสัยนี้ของนางนับว่าไม่สามารถแก้ไขได้
“ฮองเฮาทรงเคยเห็นของล้ำค่ามาทุกอย่าง ไข่มุกชมพูนี้หาได้ยากนัก แต่ฝ่าากลับตรัสว่ารอให้องค์ชายประสูติ พระองค์จะสั่งให้คนไปนำกำไลข้อมือที่ทำจากไม้หลงซวีมาให้องค์ชายเพื่อคุ้มครองให้ปลอดภัย”
ฝ่าาทรงรับสั่งให้คนไปทำของมงคลเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้เหล่าทายาทนับเป็เื่ปกติ แต่ว่าอวี้เฟยเน้นย้ำที่ไม้หลงซวีเป็พิเศษ เพราะเป็ที่ของล้ำค่ายิ่งนัก
“ฝ่าาทรงรักถนอมเ้าเช่นนี้ เปิ่นกงก็ปลื้มใจ”
เมื่อเห็นพระพักตร์แย้มสรวลบางๆ ของฮองเฮา อวี้เฟยรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง ต้องทราบว่ายามนางเอ่ยเื่นี้กับพระสนมทั้งหลาย พวกนางล้วนหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกันโดยมิได้ตั้งใจ ปรากฏความอิจฉาริษยาในแววตา ้าได้รับความรู้สึกเหนือกว่าฮองเฮามันยากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
กล่าวไปมากมายจนรู้สึกคอแห้งเสียแล้ว อวี้เฟยยกถ้วยชาด้านหน้าขึ้น ไม่คิดว่าในตอนนี้นางข้าหลวงใหญ่ด้านหลังฮองเฮาจะถกกระโปรงวิ่งก้าวยาวๆ เข้ามา “อวี้เฟยช้าก่อนเพคะ!”
อวี้เฟยขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองนางข้าหลวงที่ะโโวยวายผู้นั้นอย่างไม่สบอารมณ์ เดิมทีคิดจะมาตำหนักหงส์เพื่อทำให้อารมณ์ดีเสียหน่อย ทว่าจนใจที่ฮองเฮาไม่ได้รับผลกระทบจากตนเลยแม้แต่น้อย เมื่อความหวังเดิมไม่สำเร็จ อารมณ์ของอวี้เฟยจึงไม่ดีนัก พริบตาเดียวก็นำโทสะทั้งหมดไปลงที่นางข้าหลวงผู้นั้น
“ทำไม กระทั่งชาเปิ่นกงก็ยังดื่มไม่ได้หรือ?”
ฮองเฮาไม่เคยคิดเลยว่านางข้าหลวงใหญ่ผู้นี้จะมี่เวลาที่เสียมารยาทถึงเพียงนี้ด้วย นางหอบหายใจเดินมาข้างกายอวี้เฟย “อวี้เฟยเพคะ ชานี้เสวยไม่ได้เพคะ”
“ดื่มไม่ได้? ความหมายของเ้าคือฮองเฮาจะวางยาพิษในชาเช่นนั้นหรือ?!” อวี้เฟยบิดเบือนความหมายของนางข้าหลวง วางชาในมือลงอย่างแรง “ฮองเฮาเพคะ นางข้าหลวงผู้นี้ไม่รู้จักสงบปากเอาเสียเลย!”
นางข้าหลวงใหญ่ตกตะลึง นางไม่ได้หมายความเช่นนี้ “บ่าวสมควรตาย บ่าวเพียงอยากหยุดไม่ให้อวี้เฟยเสวยชานี้เพคะ...”
“เ้าพูดช้าๆ หน่อยเถิด เปิ่นกงไม่ตำหนิหรอก” ฮองเฮาสูดลมหายใจลึก นางข้าหลวงสงบสติอามณ์ ในเมื่อฮองเฮาทรงตรัสว่าจะไม่ตำหนินาง อวี้เฟยจะกล่าวอันใดได้?
ท่าทางไม่พอใจของอวี้เฟยมิอาจเก็บซ่อนไว้ได้ ฮองเฮาทรงเห็นอยู่ในสายพระเนตร ในพระทัยทรงพระสรวลเ็า คิดจะรังแกนางข้าหลวงของพระองค์ในตำหนักหงส์หรือ? อวี้เฟยผู้นี้นิสัยโอหังดีแท้
“หลายวันมานี้ฮองเฮาทรงเบื่ออาหาร บ่าวจึงใส่ซานจาลงไปในชาเล็กน้อย แต่พระสนมอวี้เฟยทรงครรภ์ั ไม่อาจเสวยซานจาได้เพคะ” นางข้าหลวงก้มหน้ารายงานไปตามจริง
“อะไรนะ? เช่นนั้นเหตุใดเมื่อครู่นี้จึงไม่รีบพูด หากเปิ่นกงดื่มเข้าไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับโอรสั เ้ามีกี่ชีวิตก็ชดใช้ไม่ไหว!” อวี้เฟยกล่าวขึ้นอย่างตื่นตระหนก นางใส่ใจครรภ์ของตนมาก วันนี้ได้ยินคำของนางข้าหลวงจึงรู้สึกได้ว่าชาอันตราย ไม่กล้าคิดว่าหากนางดื่มเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
“บ่าวสมควรตาย บ่าวเองก็เพิ่งทราบเมื่อครู่เพคะ!”
“ฮึ น่าขัน นังบ่าวสารเลวมีเจตนาอะไร? คิดว่าเปิ่นกงจะเชื่อเ้าหรือ? ฮองเฮาต้องทวงความยุติธรรมให้หม่อมฉันนะเพคะ! มีคน้าทำร้ายโอรสัในครรภ์ของหม่อมฉัน!” โทสะของอวี้เฟยพลันพุ่งทะยานในพริบตา ทำท่าทางเฉกเช่นว่าไม่มีใครหยุดนางได้
เื่นี้เป็คนของตนละเลยไปจริงๆ หากสืบสวนขึ้นมา นางข้าหลวงใหญ่คงจะหนีไม่พ้นโทษหนัก “เ้ากล่าวว่าเพิ่งทราบเมื่อครู่นี้หรือ?”
“ทูลฮองเฮา ใช่แล้วเพคะ บ่าวไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสตรีมีครรภ์ห้ามกินซานจา ทว่าเมื่อครู่คุณหนูหกกล่าวเช่นนี้จริงๆ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด บ่าวจึงทำใจกล้าขวางการดื่มชาของอวี้เฟยเพคะ”
พระพักตร์ของฮองเฮาผ่อนคลายขึ้นมาก “อวี้เฟย ดูแล้วเป็ความเข้าใจผิดเท่านั้น หากเปิ่นกงทราบเื่นี้ ก็จะไม่สั่งให้คนยกชามาให้เ้า เปิ่นกงละเลยไปเอง”
ฮองเฮานำความผิดทุกอย่างมาไว้ที่พระองค์เอง ต่อให้อวี้เฟยอยากตำหนิก็มิอาจเอ่ยปากได้ แต่เมื่อคิดถึงว่าองค์ชายของตนเกือบจะมีอันตราย นางก็ไม่อาจให้ฮองเฮาปล่อยเื่นี้ไปง่ายๆ
“แต่ว่า...” ทันใดนั้น อวี้เฟยรู้สึกว่าเบื้องหน้ามืดลง เวียนหัวดุจกำลังนั่งเรืออันโคลงเคลง นางรีบคว้าจับนางข้าหลวงข้างกาย “เปิ่นกง...”
เสียงอุทานดังขึ้น ฮองเฮาจึงเพิ่งรับรู้ว่าอวี้เฟยไม่ได้ทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่ แต่เป็เพราะใบหน้าของนางซีดขาวลงในพริบตาจริงๆ “เร็วเข้า ประคองอวี้เฟยนั่งลง!”
นางรู้สึกมวนท้อง วิสัยทัศน์เบื้องหน้าพร่าเลือนประดุจท้องฟ้ามืดมิด ข้างหูมีเสียงเอะอะวุ่นวาย “ปวดเหลือเกิน...”
“เร็ว รีบไปตามหมอหลวงมา!”
ฮองเฮาจิตใจสั่นไหว หากอวี้เฟยเกิดเื่ในตำหนักหงส์ของพระองค์จริงๆ พระองค์จะทูลฝ่าาอย่างไร
ความเคลื่อนไหวทางด้านนี้รบกวนไปถึงอวิ๋นซูที่อยู่ในตำหนักปีก นางคว้านางข้าหลวงผู้หนึ่งไว้ “เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?”
“จู่ๆ อวี้เฟยเกิดไม่สบาย ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้บ่าวไปเรียกตัวหมอหลวงมาเ้าค่ะ”
อวิ๋นซูเก็บสีหน้า มุ่งหน้าตามไปยังสวนดอกไม้ในทันที
อวี้เฟยในตอนนี้ซบอยู่ในอกของนางข้าหลวงผู้หนึ่ง ไม่มีผู้ใดทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ยิ่งไม่กล้าทำอะไรให้นางมั่วๆ
“ฮองเฮาเพคะ นั่นคุณหนูหก!”
นางข้าหลวงใหญ่เห็นอวิ๋นซูที่ตามมาเพราะได้ยินเสียงเอะอะ ฮองเฮาพลันนึกได้ถึงฝีมือการรักษาของอวิ๋นซู “คุณหนูหก เร็ว! รีบมาดูเร็วเข้าว่าอวี้เฟยเป็อะไรกันแน่!”
อวิ๋นซูเดินเข้ามาใกล้ ทุกคนรีบหลบทางให้นาง อวี้เฟยในยามนี้สติพร่าเลือน ผู้อื่นถามอะไรนางก็ตอบไปอย่างมึนงงหลายประโยค
อวิ๋นซูยกข้อมือนางขึ้นแตะเบาๆ ใบหน้ามีความเคร่งขรึมจริงจังอยู่หลายส่วน รอบด้านพลันเงียบเสียงลง ไม่นานนางก็กระทำการแปลกประหลาดอย่างหนึ่ง
นางก้มตัวลงข้างกายอวี้เฟยแล้วสูดดมเบาๆ สุดท้ายจึงดึงชายเสื้อมุมหนึ่งขึ้นมาดม
“รีบเปลี่ยนอาภรณ์ของอวี้เฟยเร็วเข้า!”
เปลี่ยนอาภรณ์? แม้ว่าฮองเฮาจะไม่เข้าใจ แต่ยามนี้นางเลือกที่จะเชื่อใจอวิ๋นซู
“พาอวี้เฟยไปที่ห้องทรงพระบรรทมของเปิ่นกง เปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง!”
ทุกคนย้ายอวี้เฟยไปยังห้องทรงพระบรรทมของฮองเฮาอย่างตื่นตระหนก อวิ๋นซูรีบเขียนใบสั่งยาให้นางข้าหลวงข้างกาย สตรีมีครรภ์ไม่อาจฝังเข็มได้ตามใจ อวิ๋นซูทำได้เพียงให้คนป้อนน้ำอุ่นให้อวี้เฟย ทั้งยังมีนางข้าหลวงคอยพัดอยู่ข้างๆ
“คุณหนูหกเ้าคะ กำยานมาแล้วเ้าค่ะ”
นางข้าหลวงผู้นั้นไปหยิบยาที่ถูกบดเป็ผงตามคำของอวิ๋นซู ต่อมาทุกคนจึงได้เห็นอวิ๋นซูนำยาผงนั้นวางไว้บนเชิงเทียน ค่อยๆ ใช้ไฟรนเผาจนเกิดกลิ่นหอมออกมาจางๆ
นำเชิงเทียนนั้นเข้ามาใกล้ตั่ง ลมพัดกลิ่นหอมของยาไปบนร่างกายของอวี้เฟย ทุกคนเห็นว่าเพียงไม่นาน ลมหายใจของอวี้เฟยก็มั่นคงขึ้นไม่น้อย คิ้วที่ขมวดแน่นก็คลายออก ดูท่าทางสบายขึ้นมาก
“อวี้เฟยเป็อะไรหรือ?” ฮองเฮาเปิดปากถามในยามที่อวิ๋นซูมี่เวลาว่าง
“ทูลฮองเฮา อวี้เฟยวิงเวียนฉับพลันเป็เพราะทาเครื่องหอมที่ไม่เหมาะสมบนร่าง เครื่องหอมชนิดนี้เมื่อสูดดมนานเข้าจะสามารถเข้าสู่เืได้ และมีผลกระทบกับครรภ์เพคะ”
เครื่องหอม? ฮองเฮาทรงย้อนคิด บนร่างของอวี้เฟยมักจะมีกลิ่นหอมเช่นนั้นอยู่จริงๆ ทรงทอดพระเนตรไปยังเครื่องประทินโฉมหนาเตอะบนใบหน้าของนางอีกครั้ง สตรีมีครรภ์ยังให้ความสำคัญกับการแต่งกายเช่นนี้อีก หากเกิดเื่อะไรขึ้น เกรงว่าจะเกี่ยวพันมาถึงตัวพระองค์ นางเป็สตรีที่ขยันทำร้ายทั้งตนเองและผู้อื่นจริงๆ
“นางจะดีขึ้นได้อย่างไร?”
“หม่อมฉันนำยาบดเป็ผง เมื่อยาเข้าไปในร่างกายของอวี้เฟยก็จะจับตัวเข้ากับเครื่อมหอมในร่าง เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะทรงได้สติเพคะ”
ไม่ได้ให้อวี้เฟยดื่มยา ทว่าทำให้ยารวมตัวกันด้วยวิธีเช่นนี้ ฮองเฮาพลันนึกถึงคำพูดของรัชทายาทที่ว่าอวิ๋นซูใช้วิธีการพิเศษรักษาอาการาเ็ของเขาขึ้นมา
ตอนนี้เหล่าหมอหลวงได้พากันตามมาแล้ว หลังจากหมุนเวียนกันมาจับชีพจรของอวี้เฟย หมอหลวงต่างกล่าวว่าอวี้เฟยในตอนนี้ไม่มีอันตรายร้ายแรงแล้ว เมื่อเล่าถึงการกระทำของอวิ๋นซูอีกครั้ง พวกเขาทั้งหมดต่างเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ ยังคิดไปว่าผู้สูงศักดิ์ท่านใดช่วยอวี้เฟยไว้เสียอีก ไม่คิดว่าจะเป็คุณหนูหกแห่งจวนชางหรงโหว มิหนำซ้ำวิธีการเช่นนี้พวกเขายังไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่ากลับมีประสิทธิภาพยิ่งนัก
ลองว่าหากเปลี่ยนเป็พวกเขา เื่นี้จะกลายเป็เื่ที่จัดการได้ยากยิ่ง อย่างไรเสียในท้องของอวี้เฟยก็คือโอรสั หากพวกเขาควบคุมปริมาณยาได้ไม่ดีแล้วเกิดเหตุไม่คาดคิด หรือมีผลกระทบอะไรกับโอรสั พวกเขาคงมิกล้ารับผล
“กล่าวคืออวี้เฟยไม่มีอันตรายแล้ว?”
“ทูลฮองเฮา เป็ดังคำกล่าวของคุณหนูหก อวี้เฟยจะได้สติขึ้นมาเร็วๆ นี้พ่ะย่ะค่ะ”
อย่างไรก็ตามเกิดเสียงร้องเบาๆ ดังขึ้น อวี้เฟยบนพระแท่นบรรมทมค่อยๆ ได้สติขึ้นมา เร็วกว่าที่พวกเขาคาดอยู่บ้าง
“ที่นี่...คือที่ไหน?”
ภาพค่อยๆ แจ่มชัด อวี้เฟยเห็นว่าในห้องมีผู้คนอยู่เต็มไปหมด สายตาหลายคู่มองมาที่นาง เกิดเื่อะไรขึ้น เหตุใดนางจำได้ไม่ชัดเจน
“อวี้เฟย วันหน้าอย่าทาเครื่องหอมอะไรอีกเลย เครื่องหอมนี้ไม่ดีกับองค์ชายในครรภ์ หากเกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้นมา ฝ่าาจะทรงผิดหวังได้” ฮองเฮาปรายตามองลงไปยังสตรีที่ยังคงสับสน น้ำเสียงไม่มีความอ่อนโยนเท่าไรนัก หากอวี้เฟยคิดถึงโอรสัจริง ก็คงจะไม่คิดจะแย่งชิงความโปรดอยู่ทั้งวี่ทั้งวันเช่นนี้
เครื่องหอม? องค์ชาย? อวี้เฟยราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบกุมท้องของตน ไม่รอให้นางเอ่ยปาก ฮองเฮาก็ตรัสขึ้นอีกครั้ง “เปิ่นกงสั่งให้คนไปทูลฝ่าาแล้ว เ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่ให้สบายใจเถิด รอให้จิตใจสงบก่อนค่อยกลับตำหนัก”
ความหมายองฮองเฮาก็คือ ฝ่าาทรงทราบเื่ทั้งหมดในวันนี้แล้ว หากอวี้เฟยคิดจะปั้นน้ำเป็ตัวก็ไม่มีประโยชน์ อย่างไรเสียหมอหลวงมากมายก็เห็นแล้วว่าเครื่องหอมที่ทาบนร่างของนางมีปัญหา ไม่เกี่ยวข้องกับตำหนักหงส์ของพระองค์
ฮองเฮาหมุนกายจากไปโดยไม่มองสตรีบนพระแท่นบรรทม ส่งสายตาให้นางข้าหลวงข้างกายดูแลอวี้เฟยให้ดี จากนั้นจึงเดินไปยังสตรีที่สงบเงียบมาโดยตลอด สายตาที่ใช้มองอวิ๋นซูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน
