โจวเฉิงมีคนรักแล้ว?
แม้โจวเฉิงจะยังอายุไม่ครบ 21 ปี ทว่ากวนฮุ่ยเอ๋อมักมีความรู้สึกว่าในอนาคตลูกชายจะครองตัวเป็โสด
โจวเฉิงหน้าตาเหมือนกวนฮุ่ยเอ๋อ รูปลักษณ์ชวนมอง ติดแค่นิสัยกระด้างกระเดื่องนั่นมีความเป็ผู้ใหญ่เหลือเกินในบางเื่ ไม่ประสีประสาในด้านความสัมพันธ์ฉันชายหญิงโดยสิ้นเชิงหญิงสาวตั้งเท่าไรที่ชอบเขา รวมถึงเพื่อนสนิทคนหนึ่งของโจวอี๋ชอบโจวเฉิงมาั้แ่อายุสิบกว่าปี คลั่งใคล้แทบสิ้นสติเพราะโจวเฉิงโจวอี๋เอนเอียงไปทางเพื่อนสนิท โจวเฉิงไม่มีคนรักก็ไม่เป็ไร แต่พอคบหากับสาวต่างถิ่นทุกคนต่างไม่สบายใจกันทั้งนั้น
หมายความว่าอะไรนี่ ยอมเลือกเด็กสาวจากชนบทคนหนึ่งแต่ไม่สนใจกลุ่มหญิงสาวในต้าเยวี่ยนเช่นพวกเธออย่างนั้นหรือ?
โจวอี๋จงใจเปิดเผยเื่ราว เธอไม่รู้สึกผิดเสียด้วยเื่ราวแพร่กระจายไปทั่วแวดวงอยู่แล้วเพียงแต่ยังไม่ถึงหูของเหล่าผู้ใหญ่เท่านั้น ถ้าอยู่ต่อหน้าโจวเฉิง โจวอี๋คงไม่กล้าพูดเธอค่อนข้างกลัวน้องชาย ปีนี้โจวเฉิงลาหยุดไม่ได้ โจวอี๋จึงรู้สึกไม่หวาดหวั่น
เห็นกวนฮุ่ยเอ๋อไม่เชื่อ โจวอี๋ก็สาธยายไม่หยุดเล่าข่าวลือในแวดวงโดยใส่สีตีไข่เข้าไปด้วย
“เขาว่าโจวเฉิงเจอตอนระหว่างทางไปต่างถิ่น วีรบุรุษช่วยสาวงามน่ะตกหลุมรักแรกพบกับสาวเ้าเข้า ฐานะครอบครัวของหญิงสาวคนนั้นย่ำแย่ยิ่งนัก ส่วนคนก็สวยหยาดเยิ้มทำเอาโจวเฉิงหลงหัวปักหัวปำ! ฉันได้ยินว่าหน่วยงานต้องเร่งเร้าเฉิงจื่ออยู่หลายหนถึงได้ยอมกลับหน่วยน่าจะเพราะเขาคบหากับคนรักคนนี้สินะ อาสะใภ้ น้องเฉิงไม่ได้บอกอาสะใภ้กับอาฉันหรือ?”
กวนฮุ่ยเอ๋อจะพูดอะไรได้ ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ของคนทั้งครอบครัวเธอทำได้เพียงอธิบายแทนโจวเฉิง
“โจวอี๋หลานกระต่ายตื่นตูมไปได้ โจวเฉิงอายุ 21 แล้ว มีคนรักก็ปกติไม่ใช่หรือ? การคบหาดูใจคือขั้นตอบของการศึกษากันและกันเขาเคยเกริ่นกับอาหนหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงเวลาพากลับบ้านมาพบพ่อแม่”
กวนฮุ่ยเอ๋อพูดได้ราวกับเป็ความจริงเหลือเกิน ขนาดสามีเธอยังเชื่อนับประสาอะไรกับคนอื่น
โจวอี๋ยังซักไซ้ไม่ปล่อย “ตอนนี้โจวเฉิงถึงขั้นประวิงการงานเพื่อเธอได้ฉันว่าสาวน้อยต่างถิ่นคนนี้มีชั้นเชิงนะ ถ้าตอนนี้อาสะใภ้ไม่สนใจ โจวเฉิงพาเธอกลับบ้านมาบอกว่าจะแต่งงานจริงขึ้นมาอายินยอมให้เขาแต่งงานหรือไม่เล่า? ครอบครัวเช่นพวกเรานี้เด็กสาวต่างถิ่นเกาะติดย่อมไม่ยอมปล่อยมือ...”
กวนฮุ่ยเอ๋อโดนหลานสาวขัดจนไม่สามารถตอบโต้ได้
ปู่โจวไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก “โจวอี๋ ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคนอื่นลับหลังหลานไม่เคยพบคนรักของโจวเฉิงด้วยซ้ำ ก็อย่านินทาตัดสินคนอื่นขอเพียงพื้นเพครอบครัวไร้มลทิน ความประพฤติดีก็เพียงพอแล้ว ตระกูลโจวของพวกเราไม่ใช่ประเภทศักดินาล้าหลังเสียหน่อย!”
ปู่โจวก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย โจวเฉิงกำลังคบหาดูใจกับคนรักจากที่โจวอี๋กล่าว สถานะฝ่ายหญิงอาจไม่ค่อยดีนัก
โจวเฉิงมีความสามารถ ครอบครัวย่อมหวังว่าเขาจะหาภรรยาที่เหมาะสมกันทุกด้านไม่จำเป็ต้องช่วยเหลือก็ได้ อย่างน้อยต้องไม่เป็ภาระของโจวเฉิง และสมควรพิจารณาคนด้วยแม้วงศ์ตระกูลจะไม่ใช่มาตรฐานที่ตายตัว แต่ตัวฝ่ายหญิงจะยอดเยี่ยมหรือไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่ภรรยาของโจวเฉิงได้หรือเปล่า นั่นเป็สิ่งที่พ่อเฒ่าโจวให้ความสำคัญที่สุดยิ่งกว่า
เขาไม่มีอะไรต้องร้อนรน ก็เหมือนที่กวนฮุ่ยเอ๋อกล่าวโจวเฉิงยังไม่ได้พาคนกลับมา แสดงว่าความรู้สึกของสองคนยังไม่ถึงขั้นต้องเข้าไปพบปะผู้หลักผู้ใหญ่โจวเฉิงเพิ่งอายุ 21 ปีอีกสักสองสามปีค่อยคุยเื่วิวาห์ก็ดีทีเดียว ตอนนี้ต้องจดจ่อกับการงานเสียก่อน
โจวอี๋ไม่ยอมแพ้ ทว่าพอปู่โจวมีรับสั่งคนอื่นในตระกูลโจวก็ได้ละหัวข้อสนทนานี้ไป
กวนฮุ่ยเอ๋อรักษาหน้าของลูกชายไว้ได้อันที่จริงในใจครุ่นคิดถึงเื่นี้ตลอดไม่ใช่เื่ง่ายกว่าจะดูงานราตรีฉลองตรุษจีน [1] กับครอบครัวจนจบโส่วซุ่ยต้อนรับตรุษจีน ระหว่างทางกลับบ้านของตนเอง กวนฮุ่ยเอ๋อก็คุยกับสามี
“ไม่ได้ พรุ่งนี้ฉันต้องไปหาโจวเฉิง ยืมรถคุณใช้หน่อยนะ”
ตอนแรกบิดาโจวเฉิงกำลังหลับตาพัก พอได้ยินดังนั้นจึงลืมตามองภรรยา “ที่แท้คุณก็ไม่รู้เื่ที่โจวเฉิงมีคนรัก เกือบหลอกผมสำเร็จแล้วคุณจะไปถามโจวเฉิงหรือ? เขายุ่งเสียขนาดตรุษจีนยังไม่กลับบ้านคุณเอาข่าวลือแบบนี้ไปรบกวนงานของเขา มีแม่อย่างคุณที่ไหนกัน! ไม่ต้องไปถามแล้ว คนรักของโจวเฉิงคงเป็คนอวี้หนานนั่นแล”
เ้าลูกชาย เก็บซ่อนไว้ได้มิดทีเดียว
อย่างไรเสียเมื่อคนหนุ่มมีคนรักเป็ครั้งแรก สุดท้ายย่อมอดอวดโอ้ไม่ไหวซิ่นหยางเหมาเจียนและพุทราแห้งเผยเื่ของเขาหมดแล้ว
กวนฮุ่ยเอ๋อเป็ห่วงจนสับสน ยังนึกไปไม่ถึงพุทราและใบชาจนกระทั่งสามีกล่าวขึ้นมา เธอจึงเข้าใจในภายหลัง
“คุณจะบอกว่าพุทรากับใบชานั่น คนรักของโจวเฉิงส่งมา?”
สิ่งของที่ลูกชายมอบด้วยความกตัญญู แม้มะนาวก็ยังเจือรสหวานได้ส่วนสิ่งของที่หญิงสาวผู้จะแย่งชิงลูกชายกับเธอส่งมา ขนาดพุทราแห้งก็เหมือนไม่ได้อร่อยขนาดนั้นแล้วดวงใจของกวนฉุ่ยเอ๋อช่างปั่นป่วนจริงๆ
เป็มารดาบังเกิดเกล้าจะกลัวอะไรหรือ ลูกชายเติบโตแล้วไม่เคยคบหาดูใจกับใครกลัวว่าเขาจะไม่ประสา
พอประสีประสา ก็กลัวโดนหญิงสาวที่มีเจตนาแฝงหลอกลวงกลัวว่าโจวเฉิงจะเป็อย่างที่โจวอี๋พูด หลงใหลหญิงสาวต่างถิ่นคนหนึ่งหัวปักหัวปำโจวอี๋เล่าว่าฐานะย่ำแย่อย่างยิ่ง กวนฮุ่ยเอ๋อจึงคิด ‘ย่ำแย่อย่างยิ่ง’ มันต้องย่ำแย่ขนาดไหนกัน ฉลองตรุษจีนทั้งที พอเจอเื่แบบนี้ตกกลางคืนเธอจะนอนหลับลงหรือ?
----------------------------------------
ค่ำคืนวันที่สามสิบของปี เซี่ยเสี่ยวหลานนอนหลับด้วยความสุขสบาย
นอนจนแปดโมงเช้าถึงตื่น วันที่หนึ่งไม่เยี่ยมมีการญาติคนในครอบครัวนัดกันดีแล้วว่าจะไปจุดธูปขอพรที่วัดไป๋ซีซึ่งอยู่ละแวกใกล้เคียง
วัดไป๋ซีตั้งอยู่ข้างอ่างเก็บน้ำไป๋ซี ปลาชิงตัวนั้นที่รับประทานในภัตตาคารรัฐก็คือปลาที่จับจากอ่างเก็บน้ำไป๋ซี นั่นเอง วัดไป๋ซีโด่งดังในเขตอันชิ่งทีเดียวบางคนบอกว่าศักดิ์สิทธิ์มาก บางคนชื่นชอบอาหารเจของวัด
“ปีนี้อาหารเจของวัดไป๋ซีขึ้นราคาเป็ห้าเหมาต่อคนแล้ว ปีกลายแค่สามเหมาเอง”
หลี่เฟิ่งเหมยเองไม่ขาดเงินสองเหมา เธอเพียงแต่ทอดถอนใจเท่านั้น
เซี่ยเสี่ยวหลานไม่สนใจวัดวาอารามเท่าไรทว่าชนบท่ตรุษจีนไม่มีสิ่งบันเทิงอะไรมากมาย ไปถึงวัดไป๋ซีไม่ต้องจุดธูปไหว้พระเนื่องจากวันที่หนึ่งของทุกปีจะมีงานวัดนี่เป็ประบการณ์แปลกใหม่สำหรับเซี่ยเสี่ยวหลานพอสมควรอย่างไรเสียชาติก่อนครั้งวัยเยาว์เธอก็ไม่เคยไปงานวัด
วันนี้มีคนไปวัดไป๋ซีจำนวนมหาศาล คนที่บ้านมีรถแทรกเตอร์ จะนำรถมาวางม้านั่งบนกระบะหลังรถหนึ่งคันสามารถบรรทุกได้ยี่สิบสามสิบคน ขึ้นรถก็ 1 หยวน รับหน้าที่พาไปส่งถึงอ่างเก็บน้ำไป๋ซี
รถแทรกเตอร์กระแทกจนเจ็บก้น แต่ถ้าไม่นั่ง ก็ทำได้แค่อาศัยสองขาเดินไป
จักรยานคันนั้นของหลิวหย่งจอดไว้ที่ซางตูไม่ได้ขี่กลับมาจักรยานคันเดียวใช้กันสองครอบครัวย่อมไม่สะดวกจักรยานคันใหม่ต้องรอฉลองปีใหม่เสร็จสิ้นถึงจะซื้อได้เซี่ยเสี่ยวหลานจองจักรยานสองคันในอึดใจเดียว หลิวหย่งบอกว่าเขา้ารุ่น 28 นิ้วคันเดิม เซี่ยเสี่ยวหลานจึงจองจักรยานสำหรับผู้หญิงสองคันหลี่เฟิ่งเหมยเรียนรู้การขี่จักรยานทว่ายังคงไม่เป็อยู่ดีเธอรักษาสมดุลบนจักรยานไม่ได้แม้แต่น้อย เซวี่ยเสี่ยวหลานเลยไม่ได้จองให้เธอ
พอจ่ายเงินขึ้นรถแทรกเตอร์ เซี่ยเสี่ยวหลานก็เสียใจเล็กน้อยขึ้นมาทันที
กระบะใส่ของด้านหลังของรถแทรกเตอร์นี้สูงมากยืนอยู่ด้านล่างย่อมมองไม่เห็นสภาพบนรถคาดไม่ถึงว่าเฉินชิ่งและมารดาก็อยู่้าเช่นกัน
เงินนั้นจ่ายให้คนขับรถแล้วบวกกับเฉินชิ่งและมารดาก็เห็นพวกเซี่ยเสี่ยวหลานด้วย เธอจึงต้องฝืนใจขึ้นรถไป
สะใภ้ใหญ่เฉินอัธยาศัยดีมาก “เสี่ยวหลานเธอก็ไปชมงานวัดที่วัดไป๋ซีเหมือนกันหรือ? ช่างบังเอิญเสียจริงเฉินชิ่งกำลังขะมักเขม้นทบทวนทั้งวัน กว่าฉันจะลากเขาออกมาจากห้องได้... เสี่ยวหลานคิดว่าอย่างไรการเรียนคือการเรียน ถึงอย่างไรคนก็ต้องพักผ่อนบ้าง ถูกไหม?”
สะใภ้ใหญ่เฉินคิดเอาเองขนาดเซี่ยเสี่ยวหลานไม่ไปโรงเรียนยังสามารถสอบได้อันดับสองของชั้นปีความแตกต่างระหว่างคนจะมากมายขนาดนั้นจริงหรือ?
เธอเดาว่าเซี่ยเสี่ยวหลานยังมีวิธีการเรียนที่ไม่เปิดเผยออกมาอยู่อีก หากเธอสามารถบอกเฉินชิ่งได้เฉินชิ่งต้องเรียนดีกว่าเซี่ยเสี่ยวหลานแน่นอน! เป็การพบกันโดยบังเอิญที่ไหนเธอได้ยินอาเฉินสี่พูดโดยไม่ตั้งใจว่าบ้านหลิวเตรียมตัวไปดูงานวัดที่วัดไป๋ซีสะใภ้ใหญ่เฉินถึงดึงดันที่จะลากเฉินชิ่งออกมาจากบ้าน
คนต้องมีปฏิสัมพันธ์กันถึงจะทำให้ความรู้สึกลึกซึ้งเกิดขึ้น ในเมื่อไม่ใช่ญาติมิตรเหตุในเซี่ยเสี่ยวหลานต้องบอกวิธีการเรียนแก่เฉินชิ่งหมดเปลือกด้วยเล่า?
สะใภ้ใหญ่เฉินวางแผนการอย่างแยบยล หัวใจทั้งดวงของเธอมีไว้เพื่ออนาคตของลูกชายเท่านั้นความโลภไม่รู้จักพอคือธรรมชาติของมนุษย์ ต่อให้เซี่ยเสี่ยวหลานรู้เข้าเธอก็ไม่ใส่ใจ...มีวิธีเรียนมากมายขนาดนั้นที่ไหนกันเล่า เธอไม่ใช่ผู้มีพร์ที่สามารถศึกษาด้วยตนเองและพัฒนาได้อย่างรวดเร็วจริงๆเสียด้วย แค่ทำความเข้าใจกับพื้นฐานเดิมของเธอ รวบรวมความรู้ที่ไม่ได้ใช้มาเป็เวลานานและลืมเลือนจนไม่คุ้นเคยเตรียมพร้อมไว้ไม่กลัวการสอบ แม้ลืมไปชั่วคราว สำหรับความรู้ที่เคยศึกษาจนแม่นยำเพียงทบทวนอย่างมีระบบจะมั่นใจขึ้นอีกครั้งได้อย่างง่ายดาย
เดิมทีเฉินชิ่งกำลังคิดวิธีแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อหนึ่งพอเซี่ยเสี่ยวหลานปรากฏตัว ความคิดของเขาก็ยุ่งเหยิงทันที
สงบใจแก้โจทย์ไม่ได้ อยู่บนรถแทรกเตอร์กระแทกไปกระแทกมาเขาไม่รู้เลยว่าจะสนทนาอะไรกับเซี่ยเสี่ยวหลานดี
เชิงอรรถ
[1]春节联欢晚会 งานราตรีฉลองตรุษจีน คือ รายการซึ่งฉายโดยสถานีโทรทัศน์กลางของจีนฉายคืนวันสุดท้ายของปี (ตามปฏิทินจันทรคติ)ผู้คนจะดูด้วยกันเพื่อเฝ้าคอยการมาของวันปีใหม่ ในรายการจะมีการแสดงต่างๆ มากมาย
