เย่ฝานเดินออกมาจากห้องใต้ดิน ไป๋อวิ๋นซีก็หายไปแล้ว ได้พบเพียงไป๋อวิ๋นจิ่นที่นั่งดูเอกสารอยู่บนโซฟา
“อวิ๋นซีล่ะครับ?” เย่ฝานถาม
“เขาไปหาคุณตาแล้ว นายคิดจะทำยังไงต่อไป?” ไป๋อวิ๋นจิ่นถาม
ไป๋อวิ๋นจิ่นรู้มาว่าเย่ฝานซื้อภาพวาดูเาเซียนจากงานชุมนุมแลกเปลี่ยนวิทยายุทธ์โบราณ ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเย่ฝานอาจกำลังวางแผนออกทะเล ไป๋อวิ๋นจิ่นไม่รู้ว่าไป๋อวิ๋นซีจะตามไปด้วยหรือไม่
ท่านผู้าุโแห่งหอจิตรกรเทวดาท่านนั้นออกทะเลเพื่อตามหาูเาเซียนถึงสิบปี ไป๋อวิ๋นจิ่นจึงเกรงว่าเย่ฝานและไป๋อวิ๋นซีจะล่องลอยอยู่ในมหาสมุทรเป็เวลานานขนาดนั้น
เย่ฝานส่ายหน้า “ตอนนี้คงยังไม่ไปไหนหรอกครับ คิดว่าต้องรอเวลาเหมาะสมก่อน”
เย่ฝานนึกในใจว่า โอสถรากฐานปราณจะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อฝึกพลังปราณขั้นที่เก้าได้สำเร็จ เย่ฝานคิดว่าตอนนี้เขาควรหันมาสนใจเื่หาเงินก่อนดีกว่า ส่วนเื่ออกตามหาูเาเซียน คงไม่จำเป็ต้องรีบร้อนขนาดนั้น
ไป๋อวิ๋นจิ่นพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ที่หอจิตรกรเทวดานำภาพวาดูเาเซียนออกมาประมูล ก็แสดงให้เห็นว่าคนของสำนักนี้คิดว่าโอกาสที่จะหาูเาเซียนพบช่างดูเลือนราง พวกเรารอไปก่อนก็ดีเหมือนกัน ปล่อยให้คนอื่นไปเบิกทางให้เราก่อน”
“อวิ๋นซีใช้เงินเก่งเกินไปจริงๆ แป๊บเดียวก็เสียเงินไปตั้งหลายพันล้าน ผมคิดว่า่นี้คงต้องรีบหาเงินเพิ่มเพื่อชดเชยที่หายไป จากนั้นค่อยว่ากันใหม่” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นจิ่น “นายอ้างว่าอวิ๋นซีใช้เงินเก่งได้ยังไง นายถูกใจเตาหลอมโอสถนั่นเองไม่ใช่เหรอ?”
เย่ฝานพยักหน้ากล่าว “ใช่ครับ ผมถูกใจเตาหลอมนั่น แต่ผมวางแผนเอาไว้แล้ว ว่าจะรอให้เศรษฐีสักคนซื้อมันไป แล้วค่อยหาทางขโมยมาในภายหลัง!”
“ซื้อก็ซื้อไปแล้ว อย่ามัวแต่คิดเื่ขโมยเลย...” ไป๋อวิ๋นจิ่นพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เวลานี้เย่ฝานถือว่าเป็บุคคลมีชื่อเสียง หากถูกจับได้ว่าขโมยของก็คงไม่ดีแน่
เย่ฝานพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ก็จริงครับ ในงานประมูลสินค้ามีบุคคลที่แลดูน่าจะจัดการยากอยู่หลายคน หากปล่อยให้เตาหลอมตกอยู่ในมือของพวกเขา คิดจะขโมยก็คงไม่ใช่เื่ง่าย” เื่ไขกระดูกเย็นบริสุทธิ์ในคราวก่อนก็เช่นเดียวกัน เย่ฝานพยายามหาวิธี่ชิงมา แต่แล้วก็ยังไม่สบโอกาสสักที
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
“พี่ใหญ่ครับ เื่นิกายโปรดมวลชีวัน พี่สืบได้เื่อะไรบ้างครับ?” เย่ฝานถาม
ไป๋อวิ๋นจิ่นส่ายหัวตอบ “เื่นี้พัวพันกับหลายฝ่ายมาก สืบยากจริงๆ”
นิกายโปรดมวลชีวันเป็นิกายวิทยายุทธ์โบราณ เขาเองก็ไม่ใช่ตำรวจ ไม่สามารถสืบเื่ให้ลึกไปกว่านี้ได้ และถึงแม้ว่านิกายโปรดมวลชีวันจะถูกเปิดโปงจริงๆ ย่อมมีคนของพวกเขาออกมารับผิดแทนแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็ธุรกิจขายตรง เงินกู้ดอกเบี้ยสูง การพนัน ค้าประเวณี แม้เบื้องบนจะสั่งห้าม แต่พวกเขาก็ยังลักลอบดำเนินการ
“คนที่นายให้ฉันตามสืบเป็พวกคนชั้นสูง พวกเขาทำตัวลึกลับ ยิ่งทำให้สืบยากเข้าไปใหญ่”
“นายวางแผนจะทำอะไรต่อจากนี้ล่ะ?” ไป๋อวิ๋นจิ่นถาม
“ผมคงต้องก้มหน้าหาเงินต่อไป หากมีเงินมากพอ ถึงเวลาที่ต้องใช้เงินจะได้ไม่ต้องกังวล! พี่ใหญ่ พี่มีงานอะไรพอจะแนะนำให้ผมได้ไหมครับ? ตอนนี้ผมก็นับว่าเป็คนบ้านตระกูลไป๋ครึ่งตัวแล้ว พี่คงจะหาตำแหน่งประธานกรรมการหรือประธานอะไรก็ได้ให้ผมใช่ไหมครับ? ค่าตอบแทนก็ไม่ขอมากมายเท่าไร แค่ปีละหลายหมื่นล้านก็พอครับ”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…” ค่าตอบแทนหลายหมื่นล้านต่อปี ถ้าเงินที่เย่ฝาน้าคือดอลลาร์ซิมบับเว เขาก็คงจะมีปัญญาจ่ายให้ได้ เพราะหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ซิมบับเวยังมีมูลค่าไม่ถึงสิบหยวนเลย
“นายประเมินความสามารถของฉันสูงไปแล้วล่ะ ฉันคงจัดการตามที่นายขอไม่ได้หรอก”
ไป๋อวิ๋นจิ่นคิดในใจ “หากปล่อยให้คนประหลาดอย่างเย่ฝานเข้ามาทำงานในฝ่ายบริหาร ธุรกิจของบ้านตระกูลไป๋คงดำเนินกิจการได้ยากแน่ๆ?”
เย่ฝานถอนหายใจ “งั้นก็ช่างมันเถอะครับ!”
ไป๋อวิ๋นจิ่นเห็นว่าเย่ฝานล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปทำงานในบริษัทของตระกูลไป๋แล้ว เขาจึงหัวเราะแล้วกล่าว “นายหากินกับคนรวยก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
รายได้ของเย่ฝานเพียงคนเดียวมีมูลค่าพอๆ กับกำไรที่พนักงานหมื่นคนจากทุกบริษัทในเครือตระกูลไป๋ทำได้
“มันไม่ได้มีงานเข้ามาทุกวันนี้ครับ อีกอย่าง เ้าพวกซื่อบื้อนั่นยังชอบสงสัยในความสามารถของผม” เย่ฝานพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ไป๋อวิ๋นจิ่นพูดอย่างอารมณ์ดี “ของอย่างนี้มันต้องค่อยเป็ค่อยไป รออีกไม่กี่ปีชื่อเสียงของนายก็จะโด่งดัง ถึงตอนนั้นจะมีเศรษฐีมากมายรอเข้าแถวส่งเงินให้นาย...”
เย่ฝานหัวเราะด้วยความพออกพอใจ “พูดได้ดีครับ”
ไป๋อวิ๋นจิ่น “…”
……..............................................................................
ไช่เจิ้นจวิ้นเข้ามาที่คฤหาสน์ เขาเห็นประตูใหญ่ของคฤหาสน์เปิดอยู่ จึงอดประหลาดใจไม่ได้
“คุณชายเย่ ในที่สุดนายก็กลับมา ฉันอยากพบนายตั้งหลายวันแล้ว”
“มีเื่ธุระนิดหน่อยน่ะ!” ไช่เจิ้นจวิ้นพูด
“มีเื่อะไรก็ว่ามา” เย่ฝานเอ่ย
“ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ร่างกายของเขามีอาการแปลกๆ ตระกูลของเขาเกิดทายาทเป็ลูกชายคนเดียวมาสามรุ่นแล้ว ตอนนี้เขาเป็ทายาทเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ คนตระกูลนั้นกังวลใจมาก หลายวันมานี้ญาติๆ พาเขาไปหาหมอหลายที่ กินยาจีนไปไม่น้อย แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ก็เลยมาขอความช่วยเหลือจากฉัน คุณชายเย่นายจะช่วยดูอาการของเขาหน่อยได้ไหม” ไช่เจิ้นจวิ้นกล่าว
เย่ฝานกลอกลูกตาพลางนึกในใจ ไม่ทันไรก็มีลูกค้าติดต่อมาซะแล้ว โชคดีจริงๆ!
“แล้วเื่เงินล่ะ? นายรู้ธรรมเนียมของฉันดีนี่” เย่ฝานถาม
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้าตอบ “ค่ารักษาหนึ่งร้อยล้านหยวน ไม่สามารถต่อรองราคาได้! ข้อนี้ฉันรู้ดี”
เย่ฝานพยักหน้า แล้วพูดว่า “หนึ่งร้อยล้านหยวนคือราคาขั้นต่ำ จะต้องดูก่อนว่าปัญหาใหญ่หรือเล็ก ถ้าเป็ยุ่งยาก ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม”
“เื่นี้ฉันจะอธิบายกับเขาเอง” ไช่เจิ้นจวิ้นรีบกล่าว
“แล้วคุณชายเย่จะไปหาเขากับฉันเมื่อไรดี!”
“ตอนนี้ยังไปไม่ได้” เย่ฝานเอ่ย
ไช่เจิ้นจวิ้นถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ?”
“อวิ๋นซีเพิ่งซื้อของล้ำค่ามาหนึ่งชิ้นมูลค่าหลายพันล้าน ระหว่างที่ระบบรักษาความปลอดภัยยังไม่สมบูรณ์ ฉันก็ยังไปไหนตามอำเภอใจไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ของล้ำค่าถูกขโมย!” เย่ฝานพูดด้วยความเขร่งขรึม
ไช่เจิ้นจวิ้นพยักหน้า แล้วหัวเราะแห้งๆ “คุณชายเย่ช่างรอบคอบจริงๆ”
"จะไม่ให้รอบคอบได้ยังไง! ฉันคิดไว้แล้วว่าหากของชิ้นนี้ถูกคนอื่นประมูลไป ฉันก็จะคิดหาวิธีขโมยมันมาไว้ในให้จงได้ ใครจะรู้ว่าจะมีคนคิดเหมือนฉันไหม!” เย่ฝานพูดพลางมุ่นคิ้ว
ไช่เจิ้นจวิ้น “…”
“ถ้าอย่างนั้นคุณชายเย่ ฉันพาเขาเข้ามาหานายได้ไหม?” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
เย่ฝานพยักหน้าตอบ “ได้สิ!”
……............................................................................................
ตอนที่ไป๋อวิ๋นซีกลับมา บังเอิญได้เจอกับไช่เจิ้นจวิ้นที่กำลังพาโหวอันมุ่งหน้าไปยังหลังคฤหาสน์หลังที่สิบแปดพอดี
“คุณชายไป๋กลับมาแล้วเหรอครับ?” ไช่เจิ้นจวิ้นทักทายไป๋อวิ๋นซีอย่างเป็กันเอง
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้า แล้วมองใบหน้าของโหวอันด้วยความสงสัย
“คุณชายโหว สีหน้าของคุณดูห่อเหี่ยวมากเลยนะครับ!” ไป๋อวิ๋นซีถามด้วยความประหลาดใจ
คุณนายมีลูกชายคนนี้ตอนอายุสามสิบแปดปี หล่อนรักและประคบประหงมลูกคนนี้มาก อยากได้อะไรเป็ต้องได้
ไป๋อวิ๋นซีได้พบกับโหวอันเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ตอนนั้นท่าทางของเขาดูมีชีวิตชีวามาก แต่หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป โหวอันกลับดูแก่ขึ้นอีกหลายปี แถมลักษณะของเขายังดูเหมือนกับคนที่หมกมุ่นในเื่เพศมากเกินไปอีกด้วย
“โหวอันเขาเป็โรคประหลาด จึงพามาให้คุณชายเย่รักษาน่ะครับ” ไช่เจิ้นจวิ้นเล่า
ไป๋อวิ๋นซีพยักหน้าพร้อมกับเอ่ย “ได้สิ ไปกันเถอะ”
ไช่เจิ้นจวิ้นเดินเข้าไปในคฤหาสน์ก็เห็นเย่ฝานจับปากกาวาดภาพบนกระดาษสะเปะสะปะ ไช่เจิ้นจวิ้นพอจะเดาออกว่าสิ่งที่เย่ฝานวาดก็คือเรือลำหนึ่ง ไช่เจิ้นจวิ้นคิดในใจว่า ฝีมือการวาดภาพของเย่ฝานยังต้องพัฒนาอีกมาก! วาดภาพอย่างนี้ยังสู้เด็กประถมไม่ได้เลย!
“อวิ๋นซี นายกลับมาแล้วเหรอ” เย่ฝานกล่าวด้วยความดีใจ
ไช่เจิ้นจวิ้นได้ยินที่เย่ฝานพูด มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นมาในทันที เห็นกันอยู่ว่าพวกเขาทั้งสามคนเข้าบ้านมาพร้อมกัน แต่เย่ฝานกลับทำเหมือนกับเขาและโหวอันเป็เพียงภาพพื้นหลัง
“นายดูเรือที่ฉันวาดสิ อีกหน่อยพวกเราจะขึ้นเรือลำนี้ออกทะเลกันนะ” เย่ฝานกล่าว
ไป๋อวิ๋นซี “…”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” นั่งเรือลำนี้ออกทะเล? จะออกทะเลไปทำไมกัน? รนหาที่ตายงั้นเหรอ? เรือกากๆ แบบนี้คลื่นซัดลูกหนึ่งก็คว่ำแล้ว
“อย่าเพิ่งพูดเื่นี้เลย ฉันเจอพวกเขาสองคนระหว่างทางพอดี” ไป๋อวิ๋นซีเอ่ย
เย่ฝานมองไช่เจิ้นจวิ้นแวบหนึ่ง แล้วพูดด้วยความเ็า “พาคนมาแล้วใช่ไหม นั่งสิ”
ไช่เจิ้นจวิ้นเกาหัว รู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจ เขานึกในใจว่า เย่ฝานเห็นแฟนดีกว่าเพื่อนจริงๆ เลย ปฏิบัติต่อคุณชายไป๋อย่างอบอุ่น แต่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเ็า
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดต่อ “เงินไม่พอใช้! ก็ต้องก้มหน้าหาเงินต่อไป”
ไป๋อวิ๋นซี “…”
……...........................................................................................
โหวอันมองเย่ฝานด้วยความรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง คุณงามความดีที่เย่ฝานได้สร้างไว้ ถูกเล่าลือในแวดวงทายาทเศรษฐีเป็วงกว้าง พอได้พบกับเย่ฝานจริงๆ โหวอันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“คือนายใช่ไหม ยื่นแขนออกมาสิ ให้ฉันตรวจหน่อย” เย่ฝานกล่าว
โหวอันยื่นมือออกไปตามที่เย่ฝานบอก เย่ฝานแตะนิ้วที่ข้อมือของเขา จับชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็ได้ผลออกมา
“เส้นชีพจรในร่างกายของนายหลายเส้นถูกตัดขาด ฝ่ายตรงข้ามน่าจะลงมือด้วยการใช้กำลังภายในวิทยายุทธ์โบราณ กำลังภายในวิทยายุทธ์โบราณนี้เป็ธาตุหยิน คนที่ลงมือคงเป็ผู้หญิง ่เวลาที่ถูกทำร้ายน่าจะเกิดขึ้นเมื่อประมาณยี่สิบห้าวันที่แล้ว”
“หลังจากถูกทำร้าย นายยังกินยาหลายตัวมั่วซั่ว ยิ่งกินร่างกายกลับยิ่งอ่อนแอ อาการของนายเลยแย่ขนาดนี้”
เมื่อโหวอันได้ยินคำพูดของเย่ฝาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ่ก่อนเขาไปรักษาตัวกับหมอแผนจีนหลายคน หมอเ่าั้ได้แต่จัดยามากมายให้กับเขา ถึงแม้ยาพวกนั้นจะกินแล้วไม่ตาย แต่ก็ไม่หายอยู่ดี
โรงพยาบาลก็เคยไปตรวจมาแล้ว แต่กลับไม่พบโรคอะไร ั้แ่เริ่มรักษาอาการป่วยจนมาถึงบัดนี้ คนที่สามารถอธิบายอาการของเขาได้ชัดเจน ก็เห็นจะมีแต่เย่ฝานนี่แหละ
ไช่เจิ้นจวิ้นหันไปมองโหวอันแล้วถามด้วยความคาดไม่ถึง “นายล่วงเกินผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณเข้าให้เหรอ? ก่อนที่จะมาที่นี่ ทำไมนายถึงไม่เล่าให้ฉันฟังก่อน!”
เดิมทีไช่เจิ้นจวิ้นคิดว่าโหวอันเที่ยวสนุกเกินพอดีทำให้ร่างทรุดโทรม แต่เื่ราวกลับเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณ เห็นทีจะยุ่งยากเสียแล้ว
“่ก่อนผมได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เื่ที่หล่อนเป็ผู้ฝึกวิทยายุทธ์โบราณหรือไม่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่หล่อนมีพละกำลังแข็งแกร่ง คุณชายเย่คิดว่าอาการของผมตอนนี้ ต่อไปจะเป็อย่างไรครับ?” โหวอันซักถามอย่างระมัดระวัง
เย่ฝานพูดอย่างไม่ทันได้คิด “นกเขาไม่ขัน! ตายก่อนวัยอันควร! นายวางใจเถอะ! ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ตั้งใจจะเอาถึงตายหรอก อาการของนายหากไม่ได้รับการรักษา ก็คงอยู่ได้อีกห้าหกปีแหละ”
โหวอัน “…”
ไช่เจิ้นจวิ้น “…” คุณชายเย่ช่างเหลือเกินจริงๆ พูดแบบนี้จะทำให้คนฟังวางใจได้ยังไง
โหวอันได้ยินเช่นนั้นก็พูดด้วยความใ “คุณชายเย่ ตระกูลของผมเหลือทายาทเพียงคนเดียว ผมจะตายไม่ได้นะครับ! ถ้าผมตายแล้ว ตระกูลโหวต้องไร้ลูกหลานสืบสกุลสิครับ!”
เย่ฝานกะพริบตาปริบๆ “ตอนนี้มันสมัยไหนแล้ว การไม่มีทายาทมันกลายเป็เื่ปกติไปแล้ว ขนาดต่างประเทศเขายังนิยมแต่งแล้วไม่มีลูกเลย!”
“ตระกูลของผมไม่ค่อยเปิดกว้างรับเื่พวกนี้ พ่อแม่ของผมเป็คนหัวโบราณสุดๆ พวกเขาให้ความสำคัญกับเื่นี้มาก บอกว่าความอกตัญญูนั้นมีอยู่สามประการ ที่หนักหนาสาหัสที่สุดก็คือไม่มีทายาท” โหวอันเล่า
ไป๋อวิ๋นซี “…”
“แล้วนายมีลูกหรือลูกนอกกฎหมายไหม?” เย่ฝานถามพลางกะพริบตา
“ไม่มีครับ” โหวอันตอบ
“อย่างนายฉันว่ามีได้นะ!” เย่ฝานเอ่ย
โหวอันหัวเราะอย่างประหม่า แล้วพูดว่า “ไม่มีจริงๆ ครับ!” เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบเอ็ด จึงยังไม่คิดเื่มีลูก
เย่ฝานกะพริบตา แล้วกล่าวด้วยความเห็นใจ “ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องพึ่งคุณพ่อของนายแล้วนะ ถ้าไม่งั้นพาคุณพ่อ คุณแม่ของนายมาหาฉัน ฉันจะปรุงยาให้พวกเขา ให้พวกเขามีน้องชายน้องสาวให้กับนายดีไหม”
โหวอัน “…”
ไช่เจิ้นจวิ้นคิดในใจว่า “…” ถ้าเป็คนอื่นพูดแบบนี้ เขาคงคิดว่ากำลังพูดซ้ำเติม แต่ว่าคำพูดนี้ออกจากปากของเย่ฝาน ไช่เจิ้นจวิ้นรู้ดีว่า เขากำลังเสนอวิธีช่วยด้วยความจริงใจ เพียงแต่ความคิดนี้มันฟังดูไม่ฉลาดเลย!
“คุณชายเย่มีวิธีอื่นไหม!” ไช่เจิ้นจวิ้นถาม
เย่ฝานกลอกลูกตาไปมา กำลังจะอ้าปากตอบ ก็ถูกไป๋อวิ๋นซีห้ามไว้เสียก่อน
