“ท่านแม่ ลูกมีบางอย่างที่คิดไม่ตกมาตลอดเ้าค่ะ” ภายในห้อง เหลยซื่อกำลังทายา ใบหน้าของนางซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด แตกต่างจากวันที่ชางหรงโหวขลุกอยู่กับนางในเรือนโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้นางไม่กล้าแม้แต่จะส่องกระจก ท่านหมอกล่าวว่าแผลบนใบหน้าของนางเมื่อทายาแล้วมิอาจประทินผิวได้อีก ยามนี้หากเผยหน้ากลางแสงอาทิตย์จะยิ่งทำให้ยากจะปกปิดริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา
มีผู้ใดบ้างที่จะเต็มใจส่องกระจกทั้งวันเพื่อดูใบหน้าของตนเหี่ยวย่น? เหลยซื่อคิดถึงอนุห้าที่ยังคงมีใบหน้างดงาม ความแค้นในใจยิ่งสลักลึก
เพราะเหตุใดกัน หลายปีมานี้นางทุ่มเทเพื่อจวนโหว ผลคือท่านโหวไม่เชื่อนาง นังแพศยานั่นก็ให้ท่านโหวดื่มยานั้นเช่นกัน ทว่าตอนนี้ตนได้รับความระทมทุกข์อยู่ที่นี่ ส่วนอนุห้าได้เสพสุขอยู่ในจวนโหว!
เหลยซื่อหงุดหงิดใจเป็อย่างยิ่ง เมื่อคืนนางไม่ได้นอนทั้งคืน ได้แต่คิดคำนวณในใจว่าทำอย่างไรจึงจะกลับไปได้โดยเร็ว หลายปีมานี้นางวางแผนอย่างยากลำบาก ท้ายที่สุดนางจะยินยอมตัดชุดแต่งงานเพื่อผู้อื่น1 ได้อย่างไร?!
เมื่อคิดเช่นนี้เหลยซื่อเม้มปากแน่น ฮูหยินผู้เฒ่าของแม่ทัพเวยหย่วนที่กำลังบ้วนปากอยู่นั้น มองนางด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย
“พูดมาเถิด มีเื่อะไร” ฮูหยินผู้เฒ่าปรายตามองบุตรีของตนอย่างอดไม่ไหว เห็นท่าทางอยากจะพูดแต่ไม่ยอมพูดของนางก็เกิดโทสะขึ้นอีกครั้ง หากนางคิดได้รอบคอบก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้
เหล่าบุรุษย่อมรับไม่ได้ที่โดนภรรยาปั่นหัวมิใช่หรือ? โดยเฉพาะชางหรงโหวที่หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างยิ่งยวดผู้นั้น
เพียงแต่บุตรีผู้นี้ของตนยังคงไม่ทราบจริงๆ ว่าตนเองทำผิดที่ตรงไหน
อย่างแรก นางให้ท่านโหวทานยาเช่นนั้น อย่างที่สอง ถูกท่านโหวทราบเื่แล้วยังปฏิเสธไม่ยอมรับผิด สุดท้ายยังให้คนจากบ้านเดิมไปช่วยนาง บุรุษเกลียดอะไรที่สุดเล่า? คำตอบก็คือการปิดบังอำพราง! เื่ที่เหลยซื่อกระทำในจวนหลายปีมานี้ ชางหรงโหวจะไม่ทราบเลยหรือ? เขาเพียงทำเป็ไม่ทราบก็เท่านั้น ขอเพียงเื่ไม่เกิดขึ้นต่อหน้าก็พอ ทว่าตอนนี้คนที่ทราบเื่ไม่ได้มีเพียงเขาแล้ว ชางหรงโหวยังจะปล่อยนางไปอีกหรือ?
“ท่านแม่เ้าคะ ข้ามักจะรู้สึกว่านังเด็กสารเลวนั่นผิดปกติยิ่งนัก เมื่อก่อนตอนที่นางถูกรับตัวกลับจวนโหว กระทั่งหายใจแรงก็ยังไม่กล้า จู่ๆ วันหนึ่งนางก็ดูเปลี่ยนไปเป็คนละคน ไม่เพียงแต่รู้วิชาแพทย์ ทั้งยังฉลาดขึ้นมาก ราวกับรู้เื่ต่างๆ มากมาย” เหลยซื่อไม่กล้าบอกว่าอวิ๋นซูทราบกระทั่งเื่ที่ตนไม่ทราบ
“เ้าหมายความว่าอย่างไร? สงสัยว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่หลิ่วอวิ๋นซูหรือ?” แม้ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนจะเป็หญิงชรา ทว่าจิตใจไม่ได้ชราตามไปด้วย เพียงได้ยินก็เข้าใจว่านางหมายความว่าอะไร
“เด็กคนนั้นเติบโตมาในชนบท คนจวนโหวของพวกเราไม่เคยพบนางมาก่อน ผู้ใดจะทราบว่าหน้าตาเป็เช่นไร หากนางไม่ใช่หลิ่วอวิ๋นซูตัวจริง ท่านโหวจะต้องไม่ยอมให้นังบ้านนอกตัวปลอมอยู่ในจวนโหวแน่! หากไล่นังตัวปลอมออกไปได้ ลูกคิดว่าจะสามารถกลับไปได้อย่างราบรื่น ผลักเื่ที่เกิดขึ้นใน่นี้ไปให้นาง!”
ฮูหยินผู้เฒ่าปรายตามองเหลยซื่อที่ในยามนี้กำลังวางแผนให้เป็ไปตาม้า “ฮึ ต่อให้ไม่มีนาง เ้าคิดว่าชางหรงโหวจะให้อภัยเ้าหรือ?”
“...ท่านแม่” ผ่านไปหลายปีเช่นนี้แล้ว ท่านแม่ยังคงเข้มงวดกับนางถึงเพียงนี้
หลังจากจมอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนจึงค่อยๆ เปิดปากกล่าว “นางเติบโตมาที่หมู่บ้านใด?”
กล่าวจบ เหลยซื่อพลันเข้าใจว่าท่านแม่เต็มใจช่วยนางแล้ว!
...
แสงอาทิตย์อันร้อนแรงสาดส่องไปยังไร่ต้นหอม ถนนเล็กๆ ในหมู่บ้านมีเด็กๆ เท้าเปล่าวิ่งผ่านไปมาเป็ครั้งคราว พวกเขากำลังเล่นกันอยู่ ใบหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเปื้อนคราบสกปรกโดยไม่รู้ตัว
“ช้าหน่อย เด็กๆ วิ่งกันช้าลงหน่อย!”
คนผู้หนึ่งแต่งกายดั่งสาวชาวบ้านเดินตามหลังไปด้วยรอยยิ้ม ในมือของนางถือตะกร้าไข่ไก่เอาไว้
ในไร่ สตรีหลายคนสวมใส่ชุดกางเกง “ฮี่ๆ ซื่อเหนียง ออกไปขายไข่ไก่อีกแล้วหรือ?”
“ใช่แล้ว! ่นี้ไข่ไก่ขายได้ดีนักเชียว!” ซื่อเหนียงแย้มยิ้ม ทันใดนั้น นางพลันรู้สึกเย็บวาบที่หลัง สตรีในไร่หลายคนก็พากันเปลี่ยนสีหน้า บางคนชี้ไม้ชี้มือไปข้างหลังของนางอย่างหวาดกลัว
“เ้าคือซื่อเหนียงหรือ?” เสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งดังขึ้น นางหันกลับไปด้วยอาการตัวสั่นงกๆ พบกับผู้มีใบหน้าดุดันโเี้สองคน
“พะ พวกท่านเป็ใคร...”
“ไปกับพวกเรา!” บุรุษผู้แต่งกายดั่งทหารสองนายดึงแขนของซื่อเหนียงโดยไม่มีการอธิบายใดๆ “ปล่อยข้านะ! พวกท่านเป็ใคร? ช่วยด้วย...ช่วยด้วย!”
ทว่าพวกเขาพกกระบี่มาด้วย! ตอนนี้รอบๆ มีเพียงสตรีชาวไร่ที่กำลังทำงานกับดินอยู่ไม่กี่คน ผู้ใดก็ไม่กล้าเข้าไปขวาง
“ท่านแม่! ท่านแม่!” ดรุณีน้อยนางหนึ่งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ข้างหน้าได้ยินเสียงะโของซื่อเหนียงจึงรีบหันกลับมา เห็นมารดาของนางกำลังถูกฉุดกระชาก “ท่านแม่!”
นางใจนน้ำตาล้นทะลักออกมาโดยพลัน “ฮือๆๆ ...” หวาดกลัวจนไม่กล้าตามไป จนกระทั่งทั้งสองจากไปแล้วถึงจะมีสตรีชาวไร่เดินเข้าไปกอดเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมอก
“เด็กน้อยอย่าร้องเลย เร็วเข้า พวกเราไปหาพ่อของเ้าเถิด!”
ทว่าเมื่อได้ัั สตรีชาวไร่จึงพบว่าเด็กหญิงตัวน้อยใกลัวจนกางเกงเปียกแฉะไปแล้ว
หมู่บ้านแห่งนี้เรียบง่าย ด้านนอกของบ้านที่สร้างอย่างหยาบๆ หลังหนึ่งมีตัวอักษรคำว่า “หมอ” แขวนเอาไว้
“แย่แล้ว! ท่านหมออู่ รีบออกมาเร็ว! ภรรยาของท่านถูกจับตัวไปแล้ว!” ด้านนอกมีเสียงะโอย่างกระวนกระวายดังขึ้น ท่านหมออู่ใจนทำขวดยาในมือร่วง
“จะ เ้าว่าอะไรนะ? ซื่อเหนียงเป็อะไร?!” หมออู่รีบวิ่งออกไป พบกับสตรีชาวไร่ผู้นั้นกำลังอุ้มเด็กบ้านเขาอยู่ในอ้อมอก
เด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้ไม่หยุด “ท่านแม่...ท่านแม่...”
“รีบไปดูเถิด ภรรยาเ้าถูกทหารของทางการสองคนจับตัวไปแถวหน้าหมู่บ้าน!”
อา?! หมออู่เบิกตากว้าง “แม่ฝูช่วยข้าดูแลเด็กคนนี้ที ข้าจะไปดูเสียหน่อยแล้วจะรีบกลับมา!”
“รีบไปเถิด โธ่ นี่มันเื่อะไรกัน!”
แม้จอนผมทั้งสองข้างของหมอชราจะเป็สีเทา ทว่าขาทั้งสองข้างยังคงคล่องแคล่ว เขาพบว่าบนถนนเส้นเล็กๆ ตรงหน้ามีชาวบ้านล้อมมุงอยู่
“มาดูสิ! ท่านหมออู่ ท่านดู ภรรยาบ้านท่านถูกจับตัวไปจากตรงนี้!”
เมื่อมองไปตามทิศทางที่พวกเขาชี้ หมออู่พลันเห็นตะกร้าไข่ไก่อยู่บนพื้น ของข้างในแตกทั้งหมด
“ซื่อเหนียง ซื่อเหนียงถูกใครจับไป?!”
“ไม่รู้สิ ดูเหมือนจะเป็ทหาร แต่ว่าไม่บอกเหตุผล แล้วก็ลากคนไปโดยไม่พูดอะไรเลย! เฮ้อ น่ากลัวจริงๆ!”
คนในหมู่บ้านพากันพูดคนละประโยคสองประโยค ตอนนี้เองมีคนะโขึ้นด้วยความใ “ซื่อเหนียงกลับมาแล้ว!”
อะไรนะ?! ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงมองตามไป พบว่าที่ไกลๆ ด้านหลังของสตรีชาวไร่ที่ตัวสั่นงันงกผู้นั้น มีทหารรูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่สองนาย
“พวกท่าน พวกท่านเป็ใคร เหตุใดจึงจับภรรยาข้า?!” หมออู่รีบเดินเข้าไป ได้ยินเสียงชิ้งดังขึ้น นายทหารทั้งสองถึงกับชักกระบี่ออกมาจากเอว
“เ้าก็คือหมออู่หรือ?”
“...ชะ ใช่”
ใบหน้าของซื่อเหนียงยังคงมีน้ำตา “ท่านพี่!”
“ซื่อเหนียงอย่ากลัวไป ข้าอยู่นี่แล้ว!” แม้จะกล่าวเช่นนี้ ทว่าใบหน้าของหมออู่ยังคงดูไม่ดียิ่งนัก หมู่บ้านชนบทอันเรียบง่ายของพวกเขามีทหารเดินทางมาน้อยมาก นายทหารสองคนนี้้าทำอะไรกันแน่?
นายทหารทั้งสองแค่นเสียงเย็น “ไปเมืองหลวงกับข้า แม่ทัพเวยหย่วน้าพบเ้า!”
แม่ทัพเวยหย่วน?
...
ณ จวนแม่ทัพ
ภายในห้องโถงมีคนสองคนคุกเข่าอยู่ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าและเหลยซื่อได้ยินข่าวก็รีบร้อนตามมา เมื่อเข้าไปยังห้องโถงบนใบหน้าของพวกเขาพลันปรากฏสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
คนสกปรกมอมแมมสองคนคุกเข่าอยู่บนพื้น ชายชราผู้นั้นรูปร่างผอมแห้ง ส่วนสตรีผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็สกปรกจนทำให้ทนดูไม่ได้
ฮูหยินผู้เฒ่าค่อยๆ เดินเข้ามาภายใต้การประคองของแม่นม นางกวาดตามองทั้งสองบนพื้น หมออู่และซื่อเหนียงพลันร่างกายสั่นเทา
“เ้าก็คือหมออู่หรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวขึ้น
“...ขะ ขอรับ”
“ฮึ ช่างสมกับที่มาจากหมู่บ้านชนบท ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์เอาเสียเลย!” เมื่อเห็นสองคนนี้ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันนึกถึงอวิ๋นซูขึ้นมา น้ำเสียงเจือไปด้วยความโเี้ดุดันโดยไม่รู้ตัว
หมออู่มองไปยังหลิ่วอวิ๋นฮว๋าด้วยความหวาดกลัว บ้านหลังนี้ใหญ่โตถึงเพียงนี้ เสื้อผ้าที่คนเหล่านี้สวมก็ล้ำค่าขนาดนี้ ที่นี่ก็คือจวนแม่ทัพเวยหย่วน!
เหตุใดเขาจึงได้ถูกจับตัวมาที่นี่
อย่างไรก็ตาม สายตาสำรวจข้างกายมองมายังเขาไม่วางตา “เ้า...คือหมออู่?”
“...ขะ ขอรับ” นี่มันเกิดเื่อะไรกัน เขาถึงได้เจอคำถามเช่นนี้อีกแล้ว? “ไม่ทราบว่าทุกท่านพาตัวหมอชราอย่างข้ามา ้ารักษาโรคหรือ้าอะไรขอรับ...”
“สามหาว รักษาโรคอะไร? เ้าพูดจาดีๆ ไม่เป็หรือ?!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสบถออกมา นี่ไม่ใช่ว่ากำลังแช่งพวกนางหรือ?
หมออู่คิดไม่ถึงว่าสตรีในเมืองหลวงจะหยาบคายเช่นนี้ พลันนั้นจึงก้มหน้าไม่กล้ามองนางอีก
“หมออู่ สิบกว่าปีก่อน คนของจวนชางหรงโหวเคยไปหาเ้าใช่หรือไม่?”
ฮูหยินผู้เฒ่าเปิดปาก หมออู่จึงเงยหน้าขึ้น มองนางอย่างลังเลครู่หนึ่ง “ชะ ใช่ขอรับ”
“เช่นนั้น คุณหนูหกของจวนโหว เป็เ้าที่เลี้ยงดูใช่หรือไม่?”
“...ขะ ขอรับ”
หมออู่สบตากับซื่อเหนียงโดยพลัน พวกเขามาเพื่อสอบถามเื่ของคุณหนูหกหรือ? หมออู่พลันคิดอะไรขึ้นมาได้ “ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดวางใจ หลายปีมานี้ พวกเราไม่เคยปฏิบัติต่อคุณหนูหกอย่างโหดร้าย! เพียงแต่ในบ้านเดิมทีก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร จึงมิอาจมอบความสุขสบายดั่งคุณหนูสูงศักดิ์ให้แก่คุณหนูหกได้ แต่ว่าหากพวกเราสองสามีภรรยามีของกินอะไรก็ล้วนแบ่งให้คุณหนูหกขอรับ!”
อะไรนะ? เหตุใดฟังแล้วจึงรู้สึกว่าหลิ่วอวิ๋นซูไม่ได้มีชีวิตดีๆ ในหมู่บ้าน? ฮูหยินแม่ฮูเฒ่ายิ้มเยาะในใจ จวนชางหรงโหวเป็ครอบครัวสูงศักดิ์ ไม่เต็มใจกระทั่งมอบเงินให้มากเสียหน่อยหรือ?
“เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่าจวนโหวจัดเตรียมสาวใช้สองคนให้คุณหนูหก?” เหลยซื่อกล่าว
“ฮูหยินหมายถึงอวี้เอ๋อร์และชุ่ยเอ๋อร์หรือขอรับ? ใช่ ใช่ขอรับ...เพียงแต่พวกนางเล่นกับคุณหนูหกมาั้แ่เด็ก ใกล้ชิดกันดังพี่น้อง...”
“ฮึๆ ของชั้นต่ำก็ยังเป็ของชั้นต่ำ ถึงกับนับพี่น้องกับสาวใช้!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหัวเราะ
คำพูดเช่นนี้ซื่อเหนียงได้ยินก็ไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่อีกฝ่ายเป็คุณหนูในเมืองหลวง นางจะกล้ากล่าวอะไรได้?
“เช่นนั้นเ้าเคยสอนวิชาแพทย์ให้คุณหนูหกหรือไม่?”
คำพูดของเหลยซื่อทำให้หมออู่ตกตะลึง “ปะ เปล่าขอรับ”
“ดี! นังสารเลวนั่นเป็ตัวปลอมจริงๆ ด้วย!” เหลยซื่อดีใจยิ่งนัก รีบเดินไปข้างกายของฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วน “ท่านแม่เ้าคะ พวกเราก็พาหมออู่ไปหาท่านโหว ไปเผชิญหน้ากับนังเด็กสารเลวนั่น ดูสิว่านางจะพูดอะไรได้อีก!”
ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากลับมองนางตาขวาง เหตุใดบุตรีของตนจึงไม่มีน้ำอดน้ำทนเอาเสียเลย ได้ยินผู้อื่นพูดก็เชื่อตามนั้น
“ใช่แล้ว แต่ว่าตอนผู้ชราเช่นข้ารักษา คุณหนูหกมักจะมองอยู่ข้างๆ ขอรับ”
*************************
1 ตัดชุดแต่งงานเพื่อผู้อื่น หมายถึง ผลจากการทำงานหนักของตนกลายไปเป็ของผู้อื่น
