กำลังของปืนนั้นเกินจะคาดเดา
ภายใต้ระยะใกล้ ความเสียหายที่ลูกปืนได้ก่อนั้นยิ่งกว่าปืนพก
เพียงแต่ ภายใต้อารมณ์กระวนกระวายของผู้เลี้ยงสัตว์ ปืนนัดนี้จึงค่อนข้างพลาด จึงยิงถูกขาของน้องชายเหยียน
น้องชายเหยียนขดตัวกุมสองขาที่เต็มไปด้วยเื นี่เป็การเพิ่มแผลบนแผล
“โชคดีจริงๆ!”
ผู้เลี้ยงสัตว์พ่นลมคำหนึ่ง แล้วบรรจุะุใหม่ ราวกับคิดจะยิงอีกครั้ง!
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
จ้าวอี้จับตัวปืนของเขาไว้ในทันที
เมื่อครู่คาดไม่ถึงเกินไป ยังไงก็ไม่อาจเห็นน้องชายเหยียนถูกยิงตายได้แล้ว ถ้าเป็เช่นนั้น จ้าวอี้คงแย่มาก ไม่ว่าจะยังไง คนคนนี้ก็จะกลายเป็ฆาตกร สถานะของเขาทำให้จ้าวอี้ไม่อาจปล่อยอีกฝ่ายได้
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่จ้าวอี้้าเห็น
“พวกคุณคิดจะเป็ศัตรูกับพวกเราผู้พิทักษ์สุสานกว่าพันคนเหรอ?” สีหน้าของผู้เลี้ยงสัตว์อึมครึม ท่าทางเหมือนกับพูดจาไม่ถูกปากกันก็จะยิงปืน
เฉินตงดึงผู้เลี้ยงสัตว์ไว้อย่างรีบร้อน ไม่กี่วันนี้พวกเขาไปด้วยกันได้ดีอย่างเห็นได้ชัด เฉินตงอธิบายบางอย่างซ้ำๆ ผู้เลี้ยงสัตว์คนนี้จึงยอมตกลง
ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ควรอยู่นาน เหล่าผู้เลี้ยงสัตว์จึงให้ม้าสองตัว จ้าวอี้และเจี่ยงจาวตี้ตัวหนึ่ง สามเณรและน้องชายเหยียนตัวหนึ่ง
น้องชายเหยียนไม่ได้นั่งบนหลังม้า แต่ถูกมัดมือเท้า ราวกับกระสอบแล้วถูกโยนลงบนหลังม้า จ้าวอี้ไม่มีความเห็นใดกับการกระทำนี้ เนื่องจาก เห็นได้ชัดว่าเหล่าผู้เลี้ยงสัตว์เกลียดชังน้องชายเหยียน ทำให้เขาต้องประสบความลำบาก เมื่อเปรียบเทียบเื่เ่าั้ที่เขาทำนี่ก็สมควรแล้ว
ใช่ สมควรแล้ว
ขี่ม้ากลับที่พักแรม ที่นี่ดูออกถึงมหันตภัยที่ได้รับตอนแรก ความแตกต่างอย่างเดียวคือ มีห้องพักคนงานอย่างง่ายๆเพิ่มเข้ามา
เข้าๆ ออกๆ ไม่เพียงแค่ผู้เลี้ยงสัตว์ ยังมีทหารในชุดลายพราง และยังมีคนแก่อายุค่อนข้างมาก
“หลังพวกเรารายงานเหตุการณ์ของที่นี่ไป เบื้องบนก็รีบตอบสนอง รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและศาตราจารย์บางส่วน ตอนนี้พวกเขายังไม่มา ตอนนี้ที่นี่ถูกทำให้เป็สถานที่ต้องห้ามทางทหาร เบื้องบนจะพัฒนาสุสานนี้หรือไม่ยังอยู่ระหว่างอภิปราย...”
เฉินตงแนะนำสถานการณ์ที่นี่อย่างรวดเร็ว
“เซี่ยตันล่ะ? กลับไปแล้ว?”
จ้าวอี้เข้าไปในกระโจมของพวกเขา มองปราดหนึ่ง แล้วไม่พบเซี่ยตัน
“เธอกลับไปก่อนแล้ว เื่ราวของสำนักงานนายก็รู้ ดังนั้นหวงอิงกับอู๋เยว่จึงกลับไปกับเธอ เหลือแค่ฉัน ร่วมมือกับคนที่นี่ ตามหานาย และยังพวกผู้เฒ่าสวี่สองคน” เฉินตงเผยท่าทางเหน็ดเหนื่อย ยากที่จะเห็นเขาซีดเซียวเช่นนี้ ยังไงเฉินตงก็มีชีวิตชีวามาตลอด
“ไม่พบใช่ไหม?”
จ้าวอี้ถามอย่างกังวล
“พบ พบรถปฏิบัติการถูกทำลายห่างจากที่นี่ประมาณยี่สิบไมล์ ในนั้นมีเศษซากไหม้เกรียม จากการยืนยัน น่าจะเป็ศพของเจี่ยจ้าวิ”
น้ำเสียงของเฉินตงค่อนข้างเศร้าหมองเล็กน้อย เจี่ยจ้าวิในสำนักงานไม่พูดมาก แต่ตำแหน่งกลับสำคัญมาก เขาทำรายงานการชันสูตร ไม่เคยปรากฏความผิดพลาดมาก่อน เป็แพทย์ผู้โดดเด่นที่หายาก แต่คาดไม่ถึง ว่าภารกิจที่เห็นได้ว่าปลอดภัย เขากลับเกิดอุบัติเหตุ
“ฆาตกรล่ะ? มีเบาะแสไหม? ผู้เฒ่าสวี่ล่ะ?”
จ้าวอี้ก็รู้สึกหดหู่ ภาพความทรงจำของเขาต่อเจี่ยจ้าวิดีมาก ชายวัยกลางคนที่ถ่อมตนและน่าเชื่อถือ ไม่พูดมาก ภารกิจที่ให้กับเขาก็ทำได้อย่างเหมาะสม
“ผู้เฒ่าสวี่ไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดียังไง คาดว่าคงถูกฆาตกรรมแล้วมั้ง?” เฉินตงส่ายหน้า ไม่กี่วันนี้เขาเกือบค้นหาโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่งั้นจ้าวอี้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เขาคงไม่อาจรีบมาขนาดนี้
จ้าวอี้พิจารณา มองเจี่ยงจาวตี้เล็กน้อย พยักหน้าเบาๆ พวกเขามีการคาดเดา และการคาดเดานี้ตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะพูดออกมา
“หัวหน้า คนคนนี้พวกนายคิดจะจัดการยังไงกับเขา?” มองน้องชายเหยียนที่ถูกโยนไว้บนพื้นราวกับขยะ ในสายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“พากลับไปตัดสินว่าควรตัดสินยังไง” จ้าวอี้ตอบอย่างสมเหตุสมผล
“นี่...เกรงว่าจะไม่ได้ ตอนพวกเราเพิ่งเข้ามา ผู้เลี้ยงสัตว์ที่ไปกับฉันได้ไปรายงานต่อผู้าุโแล้ว ตาแก่คนนี้ พูดยังไงดี แข็งกร้าวมาก และยังเ้าเล่ห์สุดๆ เป็คนที่จัดการได้ยาก”
เฉินตงส่ายหน้า คิดว่าความคิดของจ้าวอี้เพ้อฝันเกินไป
“โอ้? นายทำไมพูดแบบนี้?”
จ้าวอี้คิดว่าเฉินตงต้องรู้อะไรบางอย่าง
“ไม่กี่วันนี้ ฉันกับพวกเขาอยู่ด้วยกัน ได้ยินว่าถ้าจับเขาได้ จะทำยังไง ถ้านี่เป็เพียงการปรึกษากันของผู้เลี้ยงสัตว์ระดับล่าง พวกเราก็แค่ฟังดู แต่ผู้าุโที่มาใหม่คนนั้นได้บอก ว่าต้องใช้ประเพณีการลงโทษที่สืบทอดลงมา จุดโคมลอย”
จุดโคมลอย จ้าวอี้รู้ดี
นี่เป็การลงโทษที่โหดร้ายที่สุดวิธีหนึ่ง เปลือยคนคนนั้น ใช้กระสอบหอตัวแล้วปล่อยแช่ในถังน้ำมัน จนถึงตอนเที่ยงคืน จึงผูกศีรษะและเท้าไว้บนท่อนไม้ จากนั้นจึงจุดไฟั้แ่เท้า
เพียงแค่คิด ก็พอทำให้คนตัวสั่น
น้องชายเหยียนได้ยินเช่นกัน เขาเกือบจะกลิ้งเข้าไปที่ใต้เท้าของจ้าวอี้ หมอบคลานพร้อมร้องไห้ไม่หยุด “อย่าส่งฉันให้พวกเขา ขอร้อง นายผ่อนผันฉันหน่อยเถอะ ะุนัดเดียวก็พอ...”
เขากลัวจริงๆ
ถ้าเวลาย้อนกลับได้ เกรงว่าเขาคงอยากฝังอยู่ใต้คมเขี้ยวของฝูงหมาป่า ยังดีกว่ารับการลงโทษเช่นนี้
จ้าวอี้ถอนใจยาว “รู้แบบนี้ คงไม่ทำแต่แรก? พวกคนชนเผ่าของนายทำอะไรให้นาย? นายถึงสามารถตัดสินใจฆ่าพวกเขาเช่นนี้?”
“ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้วจริงๆ” น้องชายเหยียนพูดพลางกินน้ำตา
“ฮาๆ...ได้ยินว่าเหล่าแขกผู้มีเกียรติจะกลับมาอย่างปลอดภัย น่ายินดีจริงๆ?” ชายแก่ตัวอ้วนคนหนึ่งยิ้มราวกับพระพุทธเ้า เดินเข้ามาในกระโจม เขาแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติ ถ้าไม่ใช่เช่นนี้ คนนอกต้องคิดว่าเขาเป็นักธุรกิจแน่
เขาเห็นน้องชายเหยียน ในตาประกายความเ็า จากนั้นจึงยื่นมือพลางหัวเราะ แล้วจับมืออย่างกระตือรือร้นกับจ้าวอี้
นี่เป็จ้าวอี้ความรู้สึกแรกที่จ้าวอี้เห็นเขา
“ท่านนี้เป็ผู้าุโอีกท่านของชนเผ่าผู้พิทักษ์สุสานของพวกเขา เพิ่งกลับมาจากอนุสาวรีย์เจงกิสข่าน ตอนนี้เป็ผู้นำที่แท้จริงของผู้พิทักษ์สุสาน”
เฉินตงแนะนำสถานะของเขาเล็กน้อยด้วยเสียงเบา
“สวัสดี ไม่กี่วันนี้ลำบากพวกคุณแล้ว”
“ควรแล้วๆ! พวกคุณ้าอะไรที่นี่ ขอแค่บอก ไม่ต้องเกรงใจพวกเรา นี่เป็สิ่งที่เ้าบ้านต้อนรับแขกต่างถิ่นควรทำ”
จ้าวอี้ได้ยินคำนี้ จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามีอะไรมากกว่าที่พูด ชี้สถานะเ้าบ้านของพวกเขาอย่างคลุมเครือ
“ยังไม่มี ถ้าทำได้ โปรดค้นหาสมาชิกที่หายไปอีกคนของเราสักหน่อย” บนหน้าจ้าวอี้รักษาความสงบ
“ไม่มีปัญหาแน่ ฉันพามาแต่มือดี นอกจากจะเป็แมลงวัน ไม่งั้นในระยะร้อยไมล์ มีการเคลื่อนไหวอะไร ต่างปิดบังพวกเราไม่ได้ ขอถามสักหน่อย ไม่ทราบว่าพวกคุณจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน?” ผู้าุโอ้วนถามพลางหัวเราะ
“ไม่ว่าจะมีผลลัพธ์หรือไม่ พวกเราไม่กี่วันนี้ก็เกรงว่าจะกลับแล้ว”
จ้าวอี้คิด แล้วพูดไปตรงๆ
เื่ราวที่นี่โดยพื้นฐานเป็ที่เข้าใจแล้ว
อย่างอื่น จ้าวอี้ก็ไม่มีทางจะยื่นมือเข้าไปอีก สุสานของที่นี่จะปกป้องหรือพัฒนา ก็อยู่กับวิธีของเบื้องบน
“โอ้ เช่นนี้เอง พวกเราซาบซึ้งในการกระทำทุกอย่างของพวกคุณมาก ขอบคุณพวกคุณที่จับศัตรูร่วมกันของเรา! ถ้ามีเวลาฉันต้องแสดงความขอบคุณด้วยตนเองแน่ คนคนนี้สร้างความวุ่นวายให้พวกคุณมากแล้ว ไม่รบกวนพวกคุณแล้ว ส่งคนมา พาเขาออกไป! อย่าให้เขารบกวนการพักผ่อนของเหล่าแขกผู้มีเกียรติ ไม่กี่วันนี้เกรงว่าพวกคุณคงเหนื่อยมาก พักผ่อนสักหน่อยเถอะ...” ประโยคสุดท้ายของผู้าุโอ้วนพูดอย่างรวดเร็ว กลัวว่าจ้าวอี้จะปฏิเสธ
“เดี๋ยวก่อน คนคนนี้กระทำความผิดร้ายแรง ไม่เหมาะที่จะส่งให้พวกคุณ”
น้ำเสียงของจ้าวอี้ตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย เขารู้ ว่าผู้าุโพูดมากขนาดนี้ เพราะคิดจะพาน้องชายเหยียนไป เป็จุดประสงค์หลัก
เพียงแต่ ตามกฎหมาย ส่งให้พวกเขาเป็สิ่งไม่เหมาะสม
รอยยิ้มของผู้าุโอ้วนหายไป แล้วพูดด้วยใบหน้าจริงจัง “คุณรู้ไหมว่าคนคนนี้คือใคร?”
จ้าวอี้พยักหน้าเป็ธรรมดา แล้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“เขาทำผิดมากมายขนาดไหน? ชนเผ่าพวกเราทั้งหมดเกือบสี่พันคน ตายใต้เงื้อมือของเขาถึงหนึ่งในสี่ส่วน! คุณรู้ไว้ ที่ด้านนอก คนของพวกเราเกลียดจนอยากจะกินเนื้อเขา!”
ผู้าุโอ้วนข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันพูด สายตาดุร้ายมองน้องชายเหยียน
น้องชายเหยียนตัวสั่น แต่กลับไม่กล้าพูดอะไร ในทางกลับกันยังหลบอยู่ด้านหลังจ้าวอี้
เขารู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าคนที่นี่ มีเพียงจ้าวอี้ ที่สามารถช่วยเขาได้ชั่วคราว
แม้ว่า การช่วยเหลือนี้เป็การดื่มเหล้าพิษแก้กระหายน้ำ แต่ก็ดีกว่าตายโดยถูกจุดโคมลอย
“ผมรู้ ผมเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณ เช่นนี้ ผมรู้สึกเสียใจเช่นกัน แต่ว่า ประเทศมีกฎหมาย บ้านก็มีระเบียบของบ้าน กฎของพวกคุณ ไม่อาจวางตัวเหนือกว่ากฎหมายของประเทศ! พวกคุณโปรดเชื่อ ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าของเขาไม่ดีแน่นอน พวกคุณสามารถส่งกำลังคน ตามคดีนี้โดยเฉพาะ”
จ้าวอี้พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ความตายเช่นเดียวกัน แต่สิทธิว่าจะตายยังไง ไม่ได้ขึ้นอยู่ในกำมือของคนเหล่านี้
“แขกผู้มีเกียรติ คุณยืนหยัดจุดนี้จริงเหรอ?”
สีหน้าของผู้าุโอ้วนค่อนข้างแย่ คนชนเผ่าด้านข้างเขาโห่ร้องขึ้นมา
บนหน้าของจ้าวอี้ไม่มีความหวาดกลัวใด แล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น “นี่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของกฎหมาย ผมคิดว่า กฎหมายต้องให้ผลลัพธ์ที่พวกคุณ้า”
เขาไม่อาจถอยกลับ ถ้าถอยกลับเพียงก้าวเดียว เขาจะทำให้ชุดที่เขาใส่เกิดความอับอาย! ทำให้ความเชื่อใจของประเทศที่มีต่อเขาต้องอับอาย!
นี่เป็ความเชื่อของจ้าวอี้ในหลายปีมานี้ ที่กองทัพได้ปลูกฝัง จึงไม่อาจหวั่นไหวใดๆ!
เสียงเอะอะยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ คนอารมณ์ฉุนเฉียวบางคนได้เริ่มตั้งท่าต่อสู้ เมื่อใดที่ผู้าุโอ้วนตรงหน้าออกคำสั่งคำเดียว พวกเขาก็กล้าที่จะชิงคนไป
จ้าวอี้ไม่ขยับเขยื้อน สายตามองตรงไปที่ผู้าุโอ้วนอย่างสงบ รอการตัดสินใจสุดท้ายของเขา
สีหน้าของผู้าุโอ้วนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นานมาก เมื่อเห็นจ้าวอี้ไม่มีความผงะใดๆ เขาจึงถอนใจยาว “ได้ คุณสามารถพาคนไปได้...”
“ผู้าุโ ตกลงไม่ได้นะ ถ้าตกลงแล้ว จะชดใช้ให้เพื่อนร่วมชาติเ่าั้ที่ตายไปได้ยังไง?” มีคนะโออกมาปฏิเสธเสียงดังทันที
“แกเป็ผู้าุโหรือฉันเป็ผู้าุโ? ฟังแกหรือฟังฉัน? ถอยไป!” ผู้าุโอ้วนจ้องเขม็ง ดวงตาแดงก่ำ ช่างน่าเกรงขาม!
คนคนนี้มองจ้าวอี้และน้องชายเหยียนอย่างเกลียดชัง แล้วเดินออกจากกระโจมไป
“คุณเลือกทางที่ถูกต้อง ขอบคุณ”
จ้าวอี้ไม่กลัวพวกเขาก่อเื่ ด้านนอกยังมีกองทัพ สำหรับเขาแล้ว เป็เพียงการเพิ่มความวุ่นวายเท่านั้น เพียงแต่เขายังคงพูดขอบคุณอย่างจริงใจกับผู้าุโ ยังไง เมื่อยืนอยู่ในจุดของพวกเขา นี่ก็เป็การหลีกทางที่ยิ่งใหญ่
“คุณอย่าเพิ่งรีบขอบคุณ ฉันยังมีสองคำขอ ถ้าคุณไม่อาจตกลง แม้ต้องเปลี่ยนเป็โหดร้าย ฉันก็ทำได้แค่ขอโทษคุณด้วย” ผู้าุโอ้วนพูดอย่างหนักแน่น
“เชิญพูด”
จ้าวอี้ไม่แปลกใจ ไม่มีข้อแม้สิถึงแปลก?
“สำหรับเขา คนคนนี้ พวกเราจะส่งคนออกไป คอยดูว่าประเทศจะตัดสินเขายังไง! จุดนี้พวกคุณรับผิดชอบ”
“ได้”
คำขอนี้ไม่เกินไป จ้าวอี้ไม่มีคำขอใด จึงตกลงเขา
“อย่างที่สอง นั่นก็คือพวกเราต้องตัดเอ็นมือและเอ็นเท้าของเขา เขาเรียนรู้ทักษะเยอะเกินไป ครั้งก่อนก็หนีออกจากคุก ถ้ายังหนีอีก เกรงว่าคงจับเขาไม่ง่ายเหมือนครั้งนี้”
จ้าวอี้พิจารณา เขาพูดกับเจี่ยงจาวตี้ทันที “พวกเราไปตรวจสอบรถปฏิบัติการที่ถูกทำลายครั้งนั้นสักหน่อย เฉินตง พวกเราไปด้วยกัน”
พูดจบ เขาก็เดินตรงออกจากกระโจม
เจี่ยงจาวตี้ชะงัก แล้วรีบตามออกไป เฉินตงคิด ราวกับเข้าใจทันทีจึงรีบวิ่งตามออกไป
“ผู้าุโ คนคนนี้หมายความว่ายังไง? ตกลงหรือไม่ตกลง?”
คนด้านข้างผู้าุโอ้วนสับสน พวกจ้าวอี้ไม่ได้พูดอะไร แล้วเดินตรงไป ทำให้พวกเขาจับต้นชนปลายไม่ถูก
“ไอโง่!” ผู้าุโอ้วนเคาศีรษะของคนคนนี้อย่างรุนแรง
[1] หมายถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่นึกถึงผลที่ตามมา
