บรรยากาศภายในจวนอัครเสนาบดีเต็มไปด้วยความกดดัน
กู้โยวหนิงนั่งแผ่นหลังเหยียดตรงอยู่กลางห้องโถง เมื่อเทียบกับเจียนอวี่ที่ตัวสั่นระริกอยู่ด้านข้าง ช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กู้ถิงจ้องบุตรคนเล็กของตน พลางบีบนวดหว่างคิ้ว “เ้าคิดจะหนี?”
“ขอรับ” กู้โยวหนิงตอบเสียงใสกังวานอย่างไม่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวแต่อย่างใด
กู้ถิงฉวยเอาจอกน้ำชาบนโต๊ะมาแล้วเขวี้ยงลงบนพื้นอย่างแรง จอกน้ำชาจอกนั้นพลันแตกกระจายอยู่หน้ากู้โยวหนิงอย่างพอดิบพอดี
“เ้ารู้หรือไม่ หากว่าเ้าหนีไป แล้วผู้คนในจวนร้อยกว่าคนจะมีชีวิตรอดกันได้อย่างไร?”
“ข้าไม่อยากออกเรือน!”
“นี่ใช่เื่ที่เ้าเลือกได้หรือ? เมื่อมีพระราชโองการออกมาแล้ว เ้ามีหัวสักกี่หัวพอที่จะขัดขืนพระราชโองการได้?”
พระราชโองการ?
ช่างน่าขำจริงๆ เดิมทีผู้ที่ราชสำนักเลือกมาคือบุตรชายลำดับที่สองที่เกิดจากฮูหยินของกู้ถิง แต่เพราะพวกเขาทำใจไม่ได้ถึงได้เปลี่ยนให้เขาไปแต่งแทน
กู้โยวหนิงเม้มปาก เงยหน้าขึ้นมองกู้ถิงด้วยแววตาแฝงความเย็นะเื จากนั้นก็แค่นหัวเราะเสียงเย็นตอบกลับไปว่า
“ชีวิตของผู้คนในจวนแห่งนี้ร้อยกว่าชีวิตล้วนขึ้นอยู่กับข้า หากข้าไม่รักชีวิตต่ำต้อยคิดจะขัดขืน อย่างมากก็แค่ให้คนในจวนนี้ตายไปพร้อมข้า เพราะชั่วชีวิตนี้ข้าก็สุดจะทนแล้วเหมือนกัน!”
“เ้า เ้า...เ้าคนอกตัญญู!”
กู้ถิงเอามือกุมอกเพราะเมื่อครู่ถูกยั่วโมโหจนรู้สึกโกรธอยู่ไม่น้อย ฮูหยินแซ่หลี่ของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายรีบเข้ามาประคองเขาไว้ เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ท่านพี่ ท่านต้องรักษาสุขภาพของท่านเป็หลักนะ กู้โยวหนิงอายุยังน้อยไม่รู้ความ คาดว่าต้องมีบ่าวไพร่ยุยงเป็แน่”
กล่าวจบก็ส่งยิ้มเย็นะเืไปทางเจียนอวี่ ผู้ที่ยามนี้ตื่นกลัวจนแทบสิ้นชีวิต “เฟิงเจียนอวี่ อยู่ข้างกายเ้านายแต่กลับไม่ค่อยปรนนิบัติรับใช้ให้ดี โยวหนิง้าจะหนีไป ต้องเป็เพราะเ้ายุยงเป็แน่ ใครก็ได้เข้ามาลากตัวออกไปสั่งสอนให้สาสม!”
กู้โยวหนิงเปลี่ยนสีหน้าทันที ฮูหยินแซ่หลี่มองเขาเป็สิ่งขวางหูขวางตามาั้แ่ยังเด็ก ้าให้เขาอภิเษกกับเหวินอ๋องก็เป็ความคิดของนาง ในตอนนี้ทำอะไรเขาไม่ได้เลยจะไปลงมือกับเจียนอวี่ กู้โยวหนิงมองไปยังเจียนอวี่ที่ตอนนี้ราวกับแขนขาไร้เรี่ยวแรงและกำลังถูกลากออกไป
“ใครกล้า!” กู้โยวหนิงลุกขึ้นถีบเด็กรับใช้ที่กำลังจะลากเจียนอวี่ออกไป จากนั้นดึงเจียนอวี่กลับเข้ามาหาตัวเอง “ข้าจะดูว่าใครมันกล้าทำอะไรเขา!”
ฮูหยินแซ่หลี่โมโห ประกายแสงวูบผ่านั์ตา “โยวหนิง เ้าจะทำอะไร นึกไม่ถึงว่าเ้าจะปกป้องเด็กรับใช้?”
“เฮอะๆ...” กู้โยวหนิงหัวเราะ พูดด้วยความรันทดว่า “จวนอัครเสนาบดีใหญ่โตขนาดนี้ นอกจากเด็กรับใช้ที่คอยพึ่งพาอาศัยกัน ข้าจะยังมีผู้ใดอีก หากข้าไม่ปกป้องเขา แล้วใครจะปกป้องเขากัน!”
กู้ถิงมองบุตรคนสุดท้องที่กำลังยืนอยู่กลางโถง เ้าของร่างผอมบางทำให้ตนรู้สึกสงสารจนอธิบายออกมาเป็คำพูดไม่ถูก ไหนจะมือคู่นั้นที่กำลังสั่นระริก เขาจึงเอ่ยขัดฮูหยินแซ่หลี่ทันใด “ขอเพียงเ้าเชื่อฟังและเข้าพิธีอภิเษก ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจทำอะไรเ้าได้ อนาคตต่อให้เ้าจะรับราชการใดๆ ก็คงเป็ได้เพียงข้าราชการยศต่ำ แต่ถ้าเ้ายอมอภิเษกย่อมหมายความว่าเ้าจะเป็ถึงพระชายาเหวินอ๋อง...”
“ฮึๆๆ...” กูถิงยังไม่ทันได้กล่าวจบ กลางห้องโถงกลับมีเสียงหัวเราะเยาะของสตรีผู้หนึ่งในชุดกระโปรงสีม่วง “พระชายาชินอ๋อง1ผู้เป็ขุนนางขั้นหนึ่ง เหตุใดบุตรอนุผู้มีฐานะต่ำต้อยผู้นี้ถึงได้ตำแหน่งนี้มาอย่างง่ายดายนัก?”
“หุบปาก!” ฮูหยินแซ่หลี่ตวาด
สตรีผู้นี้คือพี่สาว เป็ลูกพี่ลูกน้องของกู้โยวหนิง นามว่ากู้ชิงซวง นางต่างจากสตรีอื่นๆ ที่ดูอ่อนแอและไม่เด็ดขาด ถึงแม้จะเป็ลูกพี่ลูกน้องกัน แต่เพราะพวกเขาเป็ชายและหญิง กู้โยวหนิงถึงไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับนางมากเท่าไร แต่นึกไม่ถึงว่าท่านพี่ผู้ไม่ค่อยจะมีปากมีเสียงอะไร ยามนี้กลับกล้าออกหน้าแทนเขา
แม่นางชิงซวงไม่สนใจคำตำหนิของฮูหยินแซ่หลี่ กล่าวต่อด้วยท่าทีเอ้อระเหยว่า “ท่านโปรดอย่าได้โกรธเคืองข้าไปเลย ที่ชิงซวงกล่าวมาแต่ละประโยคล้วนแต่เป็ความจริง หากน้องห้าได้ขึ้นเป็พระชายาของเหวินอ๋อง เขาก็จะมียศเป็พระชายาอ๋องขั้นหนึ่ง ได้รับการจารึกในบันทึกประวัติศาสตร์และศาลบรรพชนอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงเวลานั้นยามพบหน้ากันพวกท่านยังต้องทำความเคารพเสียอีก”
สิ่งที่กู้ชิงซวงกล่าวนอกจากจะเป็ความจริง ยังเป็สิ่งที่ฮูหยินแซ่หลี่รวมถึงกู้ถิงกังวลมาโดยตลอด ั้แ่เล็กจนโตพวกเขาปฏิบัติอย่างไรต่อบุตรอนุ พวกเขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ หากภายภาคหน้ากลายเป็พระชายาเหวินอ๋อง ไม่ได้รับการโปรดปรานและถูกบังคับให้อยู่แต่ในตำหนัก ปีหนึ่งต้องพบหน้ากันไม่กี่หนยังถือว่าดีไป แต่ถ้าเป็ที่โปรดปรานขึ้นมา เกรงว่าพวกตนจะต้องลำบากเสียแล้ว เพราะนอกจากเหวินอ๋องจะมีบรรดาศักดิ์เป็ชินอ๋อง ยังได้รับการแต่งตั้งยศเป็ผู้บัญชาการกองทัพทั้งหกของรัฐจาว แม้ยามนี้จะมีพระราชโองการให้อภิเษกพระชายาบุรุษ ไร้ซึ่งคุณสมบัติสืบทอดราชบัลลังก์ ทว่าจากอดีตถึงปัจจุบัน มีฮ่องเต้หลายพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์หลังนำกองทัพรบชนะกลับมา ยิ่งไปกว่านั้นเหวินอ๋องยังเป็ถึงองค์ชายที่มีเชื้อสายของฮ่องเต้
กู้ถิงได้แต่ถอนหายใจ บุตรคนเล็กของเขาใฝ่รู้ใฝ่เรียน เดินในทางสายกลางไม่คิดจะแก่งแย่งชิงดีกับผู้ใด ทว่ายามนี้องค์รัชทายาทอภิเษกกับบุตรสาวฮูหยินเอกของอัครเสนาบดีฝ่ายขวา อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาต่างฝ่ายต่างคอยควบคุมซึ่งกันมาั้แ่ไหนแต่ไร ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้บุตรชายของตนอภิเษกกับเหวินอ๋องเช่นนี้ เกรงว่ากำลังจะเตือนอะไรบางอย่างเป็แน่ ภายภาคหน้าไม่ว่าจะองค์รัชทายาท หรือองค์ชายพระองค์ใดขึ้นครองราชย์ เขาที่เป็พ่อตาของเหวินอ๋องจะมีทางรอดหรือ ดังนั้นเขาจำต้องยอมเสียสละบุตรอนุผู้นี้ เพื่อแสดงจุดยืนว่าตนไม่เข้าร่วมการแก่งแย่งชิงดีในอำนาจใดๆ และมีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่จะปกป้องตระกูลกู้ไว้ได้
กู้โยวหนิงเดินออกมาจากโถงใหญ่เพื่อขวางทางของลูกพี่ลูกน้องหญิงเอาไว้ จากนั้นกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณท่านพี่มากที่เมื่อครู่ออกรับหน้าแทนโยวหนิง!”
กู้ชิงซวงอายุ 17 ปี อยู่ในวัยที่ความงามดุจหยกบริสุทธิ์กำลังปรากฏให้เห็นอยู่ไม่น้อย เส้นผมที่ยาวสลวยราวกับม่านน้ำปักไว้ด้วยปิ่นหยก ใบหน้าแต่งเติมอย่างเบาบางและชุดกระโปรงสีม่วงที่ดูเรียบง่าย ทำให้นางดูงามบริสุทธิ์ดั่งหยกขาวที่ไร้การแปดเปื้อนจากมลทินใดๆ
กู้ชิงซวงเงยหน้าขึ้นมองกู้โยวหนิง นางมักจะให้ความสนใจกับน้องชายที่ไร้ตัวตนในจวนนี้อยู่ไม่น้อย ทั้งยังทราบดีว่ากู้โยวหนิงงามล้ำเหนือผู้คนเช่นไร ทว่าหลายปีมานี้ใบหน้าที่แสนงดงามกลับมีเพียงความเ็าและรอยยิ้มเย้ยหยัน ผู้ที่สามารถทำให้เขายิ้มออกมาจากใจมีเพียงเด็กรับใช้ข้างกายเขาผู้เดียว ยามนี้นางกลับต้องถอดถอนหายใจขณะเผชิญหน้ากับรอยยิ้มตรึงใจผู้คน จากนั้นก็จูงกู้โยวหนิงไปยังศาลาเงียบสงบละแวกนั้น
“ตอนนี้ข้าสามารถพูดเพื่อเ้าแค่เท่านี้ อย่างน้อยก็ให้พวกเขารู้สึกเกรงกลัวสักนิด ขนาดเ้ากำลังจะจากพวกเขาไป ยังต้องมาถูกพวกเขาข่มเหงอีก ชีวิตช่างขมขื่นอะไรเช่นนี้ ท่านลุงก็ช่างโง่เขลาเสียจริง เด็กฉลาดหลักแหลมเช่นเ้า อย่าว่าแต่ตระกูลกู้ในยามนี้เลย ต่อให้ย้อนขึ้นไปอีกสามชั่วอายุคนก็หาแบบเ้าไม่ได้แน่”
กู้ชิงซวงกล่าวด้วยความไม่พอใจ ท้ายที่สุดก็ถอนหายใจ กล่าวต่ออย่างช่วยไม่ได้ “แต่เ้าไม่ต้องกลัวไป เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว เหวินอ๋องต้องข่มเหงเ้าเป็แน่ แต่ข้าได้ยินมาว่าเหวินอ๋องเป็ผู้ปฏิบัติตนอยู่ในครรลองครองธรรม เข้าจวนอ๋องไปอย่างแรกที่ต้องทำคือดูแลตนให้ดี ไม่มีเื่สำคัญก็อย่าได้เข้าใกล้เขาเป็พอ หากอนุชายาในจวนอ๋องมาหาเื่เ้า เ้าก็อย่าตอบโต้จนเป็เื่ใหญ่ สตรีเ่าั้หาเื่เ้าเพียงครั้งสองครั้ง เมื่อเห็นว่าเ้าไม่แก่งแย่งชิงดีกับพวกนาง เดี๋ยวพวกนางก็จะเลิกราไปเอง”
ชิงซวงกล่าวไปก็ถอนหายใจไป “สงสารก็แต่ผู้ที่อนาคตไกลเช่นเ้า ต่อจากนี้กลับต้องโดนกักไว้ภายในตำหนักใหญ่ แต่พรุ่งนี้ข้าจะไปเลือกหญิงงามสักนางสองนางด้วยตนเอง ข้าจะส่งพวกนางไปกับทรัพย์สินออกเรือนของเ้าที่ต้องนำไปจวนอ๋อง เ้าชอบพอแม่นางอันดับหนึ่งของหอชุนเฟิงใช่หรือไม่ เช่นนั้นแล้วจงไปซื้อตัวนางออกมา ข้ามีหนทางจะนำนางส่งไปกับทรัพย์สินออกเรือน ในตำหนักใหญ่กว่าจะผ่านพ้นไปแต่ละวันช่างเดียวดายนัก หากมีพวกนาง เ้าจะได้ผ่านมันไปอย่างมีความสุขขึ้นสักนิด แต่มีหนึ่งสิ่งที่เ้าต้องระมัดระวังเป็อย่างมาก เ้าเป็คนฉลาดย่อมรู้ดีว่าข้าหมายถึงสิ่งใด”
กู้โยวหนิงซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก มารดาของเขาจากโลกนี้ไปั้แ่เขายังไม่ข้ามเวลามา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีเพียงเจียนอวี่คอยอยู่เคียงข้างกาย นึกไม่ถึงว่าจวนอัครเสนาบดีที่เกียรติแห่งนี้จะยังมีคนยอมเอ่ยปากพูดอะไรเพื่อเขา เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของกู้ชิงซวง ดวงตาของกู้โยวหนิงถึงกับปริ่มไปด้วยน้ำตา ผู้หญิงที่ดีขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่ว่าเขาต้องแต่งงานกับองค์ชายอะไรนั่น ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้แต่งงานในเครือญาติกับลูกพี่ลูกน้องคนนี้ก็ได้
----------------------------------
1 ชินอ๋อง คือตำแหน่งสูงสุดที่องค์ชายจะมีได้รองลงมาจากองค์รัชทายาท ส่วนมากคือพระโอรส พระเชษฐาและพระอนุชา ชินอ๋องสามารถปกครองแคว้นได้
