“ไม่มา…” เหยียนจิ่งจื้อฟังจบก็นิ่งคิดสักพักก่อนจะหันไปจ้องเนี่ยเซิงเสี่ยวอย่างจริงจัง “เซิงเสี่ยว เธอพูดอีกครั้งสิ” เื่นี้สำคัญมากจริงๆ เขาหมุนตัวกลับไปวางเธอที่โซฟาอย่างอ่อนโยน
“ฉันเองก็ไม่แน่ใจ แต่ประจำเดือนฉันมาตรงเวลาเสมอ ครั้งนี้ไม่รู้เพราะว่าเสียเืมากไปหรือว่า…”
เนี่ยเซิงเสี่ยวยังไม่ทันพูดจบเหยียนจิ่งจื้อก็เดินไปเปิดประตูและก็ออกไปทั้งแบบนั้น
ตอนนี้เสียงฟ้าผ่าได้หยุดลงแล้ว แต่เนี่ยเซิงเสี่ยวมองแผ่นหลังของเขาที่เดินออกไปด้วยใจที่เย็นเหยียบ ถึงจะใแต่ก็ควรจะพิจารณาถึงความเป็ไปได้ก่อนสิ ถึงจะไม่อยากได้ลูกก็ควรจะรอให้เธอพูดให้จบก่อนสิ
แต่ศักดิ์ศรีในใจทำให้เนี่ยเซิงเสี่ยวไม่ได้เรียกเขาไว้
ทว่าขากลับเดินตามไปอย่างห้ามไม่อยู่ ใครจะรู้ว่าพอเดินไปถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงเหยียนจิ่งจื้อที่แฝงไปด้วยคำสั่งและความร้อนรน “ไปเรียกหมอหลี่มา ใช่ ตอนนี้ ให้เอาที่ตรวจครรภ์มาด้วย มีกี่ประเภทก็เอามาให้หมด อีกอย่างให้เตรียมของบำรุงสำหรับคนที่ร่างกายเย็นจะกินมาด้วย”
เนี่ยเซิงเสี่ยวยืนค้างฟังเขาพูดจนจบ สิ่งเดียวที่คิดคือ เขาเปลี่ยนเป็คนที่เข้าใจง่ายแบบนี้ั้แ่เมื่อไร?
เหยียนจิ่งจื้อสั่งงานเสร็จก็เห็นเธอยืนอยู่ที่หน้าประตู พายุฝนที่เพิ่งจะหยุดตกไปทำให้ลมที่พัดผ่านเข้ามาชื้นไปหมด
เหยียนจิ่งจื้อกลัวเธอจะมาตากลมเย็นจึงยกมือขึ้นมาโอบก่อนจะพาเธอเข้าห้องไป “มายืนบื้ออยู่ตรงนี้ทำไม เื่แบบนี้เธอควรจะบอกฉันให้เร็วกว่านี้นะ”
เนี่ยเซิงเสี่ยวชี้ไปทางทิศที่จินเป้ยน่าเพิ่งจะออกไป “เมื่อครู่ฉันคิดว่านายจะไม่้าฉันแล้ว”
เหยียนจิ่งจื้อหัวเราะก่อนจะบีบจมูกเธอ “ถ้าหากถึงตอนที่ฉันไม่้าเธอแล้ว ตอนนั้นฉันเองก็คงจะหัวเราะจนสะดุ้งตื่นเหมือนกัน”
“พูดเหมือนนายร่างกายไม่ใช่ของนายแล้วอย่างนั้น”
“คำพูดนี้มันเป็ความจริงนะ” เหยียนจิ่งจื้อจับมือของเธอมาวางไว้ที่หัวใจของตัวเอง ประธานเหยียนที่เคร่งครัดจริงจังต่อหน้าคนอื่นในเวลานี้แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ตรงนี้ไม่ได้เป็ของฉันมานานแล้ว”
เวลาอยู่ต่อหน้าเธอเหยียนจิ่งจื้อจะปากหวานมาก เหมือนได้รวมจุดเด่นของคุณชายเพลย์บอยและท่านประธานจอมเฮี้ยบเอาไว้ด้วยกัน แต่ก่อนเธอใช้เวลาสี่ปีเต็มๆ ถึงจะสามารถทำใจให้ชินได้ แล้วตอนนี้จู่ๆ ก็กลับมาเป็แบบนี้อีก หน้าเธอจึงแดงขึ้นมานิดหน่อย
เหยียนจิ่งจื้อกอดเธอจากด้านหลัง และจับเข้าที่ส่วนท้องของเธอ เขาในตอนนี้ยังมีความซุกซนในวัยหนุ่มอยู่นิดหน่อย “ได้คิดบ้างไหมว่าฉันเก่งมาก”
วินาทีนั้นหน้าของเนี่ยเซิงเสี่ยวก็ร้อนจนสามารถเอาไปทอดไข่ได้แล้ว เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ตอนที่ท้องเหนี่ยวเหนี่ยวก็เพราะไม่ได้ป้องกัน ครั้งนี้ก็เป็เหมือนครั้งนั้น ถึงเนี่ยเซิงเสี่ยวจะไม่อยากยอมรับ แต่ความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าในเื่แบบนั้น
เหยียนจิ่งจื้อเก่งมาก
บรรยากาศคลุมเครือในอากาศค่อยๆ เพิ่มความร้อนขึ้น เหิมเกริมขึ้น จากนั้นในตอนที่ความร้อนพุ่งสูงไปถึงจุดสูงสุดแล้ว
เหยียนจิ่งจื้อทำได้แค่กัดฟันและกอดคอของเธอก่อนจะวิ่งเข้าไปอาบน้ำเย็นๆ
ในใจก็คิดด้วยความโมโหว่า หมอหลี่ช้าเกินไปแล้ว หมอไม่ได้เื่!
เนี่ยเซิงเสี่ยวกุมท้องหัวเราะ ในอากาศแบบนี้ถึงเขาจะนั่งจรวดมาก็ยังต้องใช้เวลา จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเหยียนจิ่งจื้อปิดประตูห้องน้ำ ทำให้เนี่ยเซิงเสี่ยวมีความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็เหมือนแต่ก่อน
เธอนั่งตัวตรงมองไปด้านนอกที่ยังคงมืดครึ้มอยู่ ก็รู้สึกว่าฝนคงจะไม่หยุดตกอีกนาน มีหลายครั้งที่เธอคิดว่าตัวเองเหมือนกลับมาเกิดใหม่ ไม่มีเื่แย่ๆ อย่างการทอดทิ้งคนอื่นกับถูกคนอื่นทอดทิ้ง เหยียนจิ่งจื้อเองก็คอยอยู่ข้างกายเธออยู่ตลอดไม่แยกจากไปไหน
เหยียนจิ่งจื้อออกมาจากห้องน้ำได้ไม่นานหมอหลี่ก็เข้ามาในบ้านด้วยสภาพกระหืดกระหอบ ตอนที่เปิดประตูเข้ามาก็พูดขอโทษเหยียนจิ่งจื้อไป “ประธานเหยียนคะ ขอโทษด้วยค่ะ เมื่อครู่คุณเนี่ยสอบถามฉันเื่การตรวจครรภ์ ตอนนั้นฉันไม่ได้ใส่ใจ ถ้าหากฉันใส่ใจคงจะมาได้ไวกว่านี้”
หมอเสี่ยวหลี่คนนี้เป็หมอของโรงพยาบาลหานอวี้จือ หรือจะพูดแบบจริงจังว่าถ้าหากดูแลเนี่ยเซิงเสี่ยวไม่ดี ต่อไปก็อย่าคิดว่าจะได้อยู่ในโรงพยาบาลเลย ดังนั้นเมื่อมาอยู่ต่อหน้าเหยียนจิ่งจื้อเธอถึงได้กลัวแบบนี้
คำพูดนี้ทำให้เนี่ยเซิงเสี่ยวรู้สึกผิดไม่น้อย เป็เธอเองที่ไม่ตั้งใจถามหมอให้ดีๆ คุณหมอจะไปผิดได้อย่างไร “หมอหลี่คะ เื่นี้เป็ฉันเอง…”
เหยียนจิ่งจื้อดึงเนี่ยเซิงเสี่ยวเอาไว้ มือก็วางไว้บนไหล่ของเธอก่อนจะดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน กลิ่นผลไม้จากครีมเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จลอยเข้าจมูก เธอดมกลิ่นก่อนจะมองไปยังสายตาของเหยียนจิ่งจื้อ ดื่มด่ำกับการถูกรักและก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
“หมอพูดเถอะว่าจะตรวจอย่างไร?”
หมอหลี่รีบวางอุปกรณ์ทางแพทย์อย่างตื่นๆ “รบกวนคุณเหยียนบอกฉันได้ไหมว่า…ระยะเวลาตอนนั้นคือ?”
คำถามนี้… เนี่ยเซิงเสี่ยวหลบเข้าไปในอ้อมกอดของเขา แต่ก็ถูกเหยียนจิ่งจื้อดึงออกมา เขาไม่มีความผิดปกติอะไรทั้งยังตอบคำถามหมอได้เหมือนพูดคุยเื่ดินฟ้าอากาศ
ต่อมาหมอหลี่ก็ให้เนี่ยเซิงเสี่ยวลองตรวจหลายวิธี จากนั้นก็บอกกับเหยียนจิ่งจื้อด้วยความกระอักกระอ่วน “ประธานเหยียน คุณเนี่ยคง…ไม่ได้ตั้งครรภ์ ที่ประจำเดือนมาช้าอาจจะเป็เพราะสาเหตุอื่น”
เหยียนจิ่งจื้อไม่เข้าใจตัวเองตอนที่ได้ยินคำพูดนั้นว่าเขาผิดหวังหรืออะไร อย่างไรมันก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี ตอนที่เหนี่ยวเหนี่ยวเกิด เขาที่เป็หนึ่งในคนสองคนที่ใกล้ชิดเด็กน้อยมากที่สุด กลับไม่รู้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตน้อยๆ เกิดขึ้นมาเพราะเขา ดังนั้นตอนที่เนี่ยเซิงเสี่ยวบอกเขาว่าเธออาจจะท้อง มันไม่เหมือนกับตอนที่รู้ถึงการมีอยู่ของเหนี่ยวเหนี่ยว แต่มันเป็ความซึ้งใจที่มีสิ่งมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น
“หมอแน่ใจไหม?” ตอนที่พูดคำนี้ออกมาแม้แต่ตัวเหยียนจิ่งจื้อเองยังรู้สึกเลยว่าน้ำเสียงของตัวเองแปลกๆ หมอหลี่ที่ใก็รีบหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา
“ประธานเหยียน ถ้าอย่างนั้นตรวจเืเถอะค่ะ ความแม่นยำจะสูงกว่า” สำหรับเื่นี้เธอเองก็ไม่สามารถยืนยันให้แน่ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
เนี่ยเซิงเสี่ยวแตะเหยียนจิ่งจื้อ เขาถึงเก็บอารมณ์ที่แสดงออกมากเกินไปกลับมา
พอดีกับที่เนี่ยเหนี่ยวเหนี่ยวถูกแม่บ้านที่เหยียนจิ่งจื้อสั่งให้ไปรับพากลับมาพอดี พอกลับมาถึงบ้านเห็นเนี่ยเซิงเสี่ยวถูกฉีดยาเข็มใหญ่จ่ออยู่ก็ร้องเสียงแหลม “เสี่ยวเสี่ยวเป็อะไรอีกแล้วหรือ?”
หมอหลี่ถูกเสียงนี้ทำให้ใมือสั่นจนเกือบจะแทงพลาด หันกลับไปมองคุณชายตัวน้อย ว่ากันตามตรงทั้งบ้านนี้ล้วนแต่เป็ครอบครัวเดียวกัน
เหยียนจิ่งจื้อดึงเหนี่ยวเหนี่ยวให้มาอยู่ข้างกายตัวเองพร้อมถาม “อยากได้น้องสาวไหม?”
เนี่ยเหนี่ยวเหนี่ยวกะพริบตา ก่อนจะดึงสติกลับมาจากการดีใจที่เห็นเหยียนจิ่งจื้อ เขาชี้ไปที่เข็มฉีดยาอันใหญ่ “ทำแบบนั้นแล้วแม่จะมีน้องสาวให้หรือ?”
พรืด….ไหล่ของหมอหลี่สั่นสองครั้ง พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ
เนี่ยเซิงเสี่ยวเองก็กลั้นขำไม่ไหวแล้วมองไปที่เหยียนจิ่งจื้ออย่างตำหนิ “หมอเขาก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ แม้แต่น้องสาวนายก็พูดออกมาเองนะ”
“จะช้าจะเร็วยังไงก็ต้องมี” เหยียนจิ่งจื้อตอบ เมื่อครู่เขาคิดดีแล้ว ถึงแม้ครั้งนี้จะพลาด แต่ยังมีเวลาอีกมาก ใครจะยอมให้ลูกสาวเขาวิ่งหนีไปได้ง่ายๆ ล่ะ?
หมอหลี่เก็บเืเสร็จก็เก็บของเตรียมตัวกลับ บรรยากาศความสุขแบบครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกจะมีเธอมาแทรกกลางอยู่ตรงนี้มันก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมเท่าไร
เพียงแค่ยังไม่ทันได้เก็บของเสร็จก็ได้ยินเนี่ยเหนี่ยวเหนี่ยวถามเหยียนจิ่งจื้อ “ทำไมวันนี้จู่ๆ อาเหยียนถึงมาได้ล่ะครับ?”
เหยียนจิ่งจื้อเงียบไม่พูด แม้แต่หมอหลี่ที่เตรียมตัวกลับเองก็อดที่จะมองไปทางเหยียนจิ่งจื้อไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ยอมตอบคำถามเด็ก
เนิ่นนานเหยียนจิ่งจื้อถึงจะวางมือไว้ที่ไหล่ของเหนี่ยวเหนี่ยวด้วยท่าทางจริงจัง “เหนี่ยวเหนี่ยว นายเรียกฉันว่าอะไร?”
“อาเหยียน”
“อะไรนะ?”
“พ่อ…”
เนี่ยเซิงเสี่ยวลุกขึ้นมาทันที มองไปยังหมอหลี่ที่อยู่หน้าประตูอย่างใ พลางคิดว่าวันนี้เหยียนจิ่งจื้อจะต้องกินยาผิดมาแน่ๆ ทำไมถึงได้ให้คนอื่นรู้ถึงความสัมพันธ์พ่อลูกของพวกเขา…
หมอหลี่เองก็รีบหนีกลับทันที ทำตัวเหมือนกับเจอผีอย่างไรอย่างนั้น เนี่ยเซิงเสี่ยวหันกลับไปมองเหยียนจิ่งจื้อ เขาเองก็ไม่ได้คิดที่จะตามไปอธิบายด้วย มันแปลกเกินไปแล้ว
“จิ่งจื้อ นายดื่มมากเกินไปหรือ?”
“เซิงเสี่ยว ฉันแก้ปัญหาทั้งหมดเรียบร้อยแล้วนะ”
