ทังหย่งจินกำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง
ในห้องผู้ป่วยมีหมอชื่อดังสองสามคนกำลังร่วมกันวินิจฉัยโรค เมื่ออู่ซือหานเห็นผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงก็ต้องตกตะลึง
ผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงคือเ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทังหย่งจิน ระยะนี้เขากำลังจะพัฒนาโครงการหนึ่งในเมืองชาง เหล่าตระกูลใหญ่ในเมืองชางต่างหาโอกาสร่วมมือทางธุรกิจกับเขา
อู่ซือหานคาดไม่ถึงว่าจะได้เจอบุคคลผู้นี้ในสถานที่แบบนี้ เพราะคนบ้านตระกูลเย่และตระกูลเลี่ยวแต่งงานกัน ทำให้ตระกูลอู่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากได้ผูกสัมพันธ์กับทังหย่งจินก็จะเป็เื่ดีมากๆ
“คุณหมอทุกท่านได้ผลวินิจฉัยแล้วหรือยัง?” โจวจิ่นจือถามหมอเ่าั้
“ผลการตรวจยังไม่ชัดเจน คงต้องรอดูรายงานผลการตรวจก่อนนะครับ” หัวหน้าทีมแพทย์ตอบ
โจวจิ่นจือหัวเราะแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมว่าคุณหมอทุกท่านกลับไปประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน เื่วิธีการรักษาก่อนดีกว่าครับ”
เนื่องจากเข้าใจดีว่าวิธีการรักษาของเย่ฝานออกจะประหลาดอยู่บ้าง ดังนั้นโจวจิ่นจือจึงไม่้าให้มีคนเห็นมากนัก
“ก็ดีเหมือนกัน” หมอเ่าั้ได้แต่มองหน้ากันแล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วย
“นายพกยันต์ปัดเป่าโรคภัยมาไหม?” โจวจิ่นจือหันไปถามเย่ฝานด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณรู้เื่ยันต์ปัดเป่าโรคภัยได้ยังไง” เย่ฝานเอ่ยถาม
“เซี่ยวฉือเป็คนบอกฉัน” หลังจากเกิดเื่ที่สุสานโบราณ เซี่ยวฉือก็สอบถามเื่ของเย่ฝานจากโจวจิ่นจือ แล้วยังถามถึงยันต์ปัดเป่าโรคภัยอีกด้วย แต่ถึงแม้เซี่ยวฉือจะไม่เล่าเื่ยันต์ปัดเป่าโรคภัยให้ฟัง เขาก็พอจะรู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
อู่ซือหานขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ เพราะตอนที่เย่ฝานเปิดแผงลอยขายยันต์นั้น เขานึกว่าเย่ฝานคงจะหลอกขายของต้มตุ๋นผู้อื่น นึกไม่ถึงว่าแม้แต่ผู้าุโโจวยังสนใจยันต์ของเย่ฝาน
หลังจากที่อู่หาวเฉียงถูกลักพาตัว เขาเคยบอกว่าถ้าพ่อไม่โยนยันต์แคล้วคลาดปลอดภัยของเขาทิ้งถังขยะ เขาก็คงไม่ถูกลักพาตัวไป ในเวลานั้นอู่ซือหานคิดว่าลูกชายของเขางมงายเกินไป ทำให้เขาสงสัยในตัวลูกชายอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้เขากลับเสียใจที่ทำแบบนั้น
เย่ฝานส่ายหน้าพร้อมพูดว่า “ไม่มีแล้ว ผมขายยันต์แผ่นละสองแสนหยวนให้กับคนทรงเ้าคนหนึ่งไปแล้ว ”
โจวจิ่นจือ “…” ผู้มีความสามารถอย่างจางเหวินเทาแห่งเขาหลงหู่ ไม่ใช่พวกทรงเ้าอะไรอย่างที่ว่า “ทำไมนายถึงขายไปถูกๆ อย่างนั้นล่ะ”
“ทำไงได้ล่ะ! คนที่ดูของเป็มีไม่มาก เลยไม่มีใครซื้อยันต์ของผม” เย่ฝานตอบด้วยความกลัดกลุ้ม
อู่ซือหาน “…” เขาก็เป็หนึ่งในคนที่ดูของไม่เป็เหรอ?
“ไม่มียันต์ปัดเป่าโรคภัย แล้วจะรักษายังไงล่ะ!” โจวจิ่นจือถามด้วยความกังวล
เย่ฝานเปิดเปลือกตาของทังหย่งจินดูทั้งสองข้างแล้วพูดว่า “หมอนี่ถูกวางยาพิษ ยันต์ปัดเป่าโรคภัยยังไงก็รักษาไม่ได้”
“ถูกวางยา เขาถูกวางยาได้ยังไงกัน?” โจวจิ่นจือถามด้วยสีหน้าหนักใจ
เย่ฝานยิ้มแล้วพูดว่า “เื่นี้ผมจะไปรู้ได้ยังไงกัน ผมไม่ใช่คนวางยาเขาสักหน่อย พิษที่เขาโดนเป็พิษออกฤทธิ์ช้า น่าจะยังเหลือเวลาอีกระยะหนึ่ง”
“แล้วพอจะมีทางช่วยไหม?” โจวจิ่นจือถาม
เย่ฝานไม่ได้ตอบตรงๆ แต่กลับถามว่า “แค่ผมทำให้เขาฟื้นขึ้นมาได้ คุณก็จะให้เงินผมใช่ไหม?”
โจวจิ่นจือพยักหน้าตอบว่า “ใช่”
“งั้นก็ไม่ยาก” เย่ฝานกรีดนิ้วมือของทังหย่งจินแล้วพยุงเขาขึ้นมานั่ง จากนั้นจี้ลงไปที่จุดเืลมบนร่างกายหลายจุด
ปราณบริสุทธิ์ของเย่ฝานไหลเข้าสู่ร่างกายของทังหย่งจิน เืสีดำไหลออกจากรอยแผลบนนิ้วที่โดนกรีด สิ่งที่ตามมากับเืคือกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว
โจวจิ่นจือเห็นเืสกปรกที่ออกมาตามรอยแผลที่นิ้วแล้ว ในใจพลันสะอิดสะเอียน
“เดี๋ยวอีกสักพักเขาก็จะฟื้นขึ้นมา” เย่ฝานกล่าว
โจวจิ่นจือมองเย่ฝานแล้วพูดว่า “แค่นี้ก็พอแล้วเหรอ?”
“ตอนนี้พิษในร่างถูกขับออกมาบางส่วนแล้ว น่าจะฟื้นเร็วๆ นี้ แต่ว่าเขาได้รับพิษเป็เวลานานเกินไป หลังจากฟื้นแล้ว ถึงจะไม่ได้ัักับพิษอีก แต่ก็คงจะอยู่ได้แค่สองสามปีเท่านั้น” เย่ฝานตอบ
โจวจิ่นจือถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง “แล้วจะทำยังไงดี?”
“ก็ต้องรีบส่งคนออกไปน่ะสิ! จะให้เขามาเกิดเื่ตอนที่อยู่กับคุณไม่ได้” เย่ฝานพูด
โจวจิ่นจือ “...”
“แล้วถ้าให้นายรักษาให้หายขาดเลยคิดเท่าไร นายลองเสนอราคามาซิ!” โจวจิ่นจือกล่าว
“ห้าสิบล้านหยวน!” เย่ฝานตอบ
โจวจิ่นจือมองเย่ฝานแล้วพูดอย่างจนใจว่า “นายนี้มันฉวยโอกาสซ้ำเติมตอนที่คนอื่นเดือดร้อนจริงๆ”
เย่ฝานหัวเราะอย่างใจเย็นพร้อมพูดว่า “ตาเฒ่าโจว คุณก็รู้ว่าผมกำลังจีบเมียอยู่ แล้วยิ่งเมียของผมเป็คนชอบเงินด้วยแล้ว ถ้าผมไม่ขยันหาเงิน จะจีบสำเร็จได้ยังไง! นี่ถ้าไม่เห็นแก่ที่คุณเคยให้โอกาสผมก่อนหน้านี้ ผมจะเอาเงินจากคุณหนึ่งร้อยล้านหยวนเลย!”
โจวจิ่นจือ “นายนี่มัน...”
“ห้าสิบล้าน ฉันจ่าย” ทันใดนั้นชายชราผู้นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเฉียบคมดุจใบมีด
เย่ฝานหันไปมองชายชราบนเตียงผู้ป่วย เขายิ้มอย่างสดใสแล้วพูดว่า “ตาเฒ่า คุณนี้รู้ธรรมเนียมดีมาก! รู้ดีกว่าพ่อค้าขายหยกเ้าเล่ห์คนนี้ซะอีก”
อู่ซือหาน “…”
ทังหย่งจินฝืนยิ้มออกมา เขาพูดว่า “งั้นเหรอ?”
เย่ฝานรีบพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก็ใช่น่ะสิ!”
“ไม่ทราบว่าฉันถูกพิษจากอะไรกันแน่?” ทังหย่งจินถาม
เย่ฝานครุ่นคิดแล้วตอบว่า “น่าจะเป็พิษจากจื่อชิ่น เป็พิษที่มักจะเจอบ่อยๆ จากของเก่าที่ขุดขึ้นมาจากสุสานโบราณ มันจะแทรกซึมไปทางิั ถ้าคุณชอบเล่นของเก่า ก็น่าจะถูกพิษเอาได้ง่ายๆ”
ทังหย่งจินหัวเราะและพูดว่า “ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง คงต้องรบกวนให้นายปรุงยาแก้พิษให้หน่อยนะ”
“สำหรับเื่นี้! รบกวนคุณจ่ายค่ามัดจำมาก่อนได้ไหม ผมจะได้เอาเงินไปซื้อสมุนไพร!” เย่ฝานยิ้มอายๆ พร้อมถามเข้าประเด็น
“ได้ เอาหมายเลขบัญชีของนายให้ฉันสิ”
เย่ฝานขมวดคิ้วก่อนหันมามองอู่ซือหาน แล้วพูดกับเขาว่า “พี่ชาย ผมไม่ได้เอาบัตรมา ผมขอยืมหน่อยสิ”
อู่ซือหานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “คุณทังเป็คนมีชื่อเสียง นายคิดว่าท่านจะไม่มีเงินสิบกว่าล้านหยวนให้นายเหรอ?”
เย่ฝานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “พี่ชาย ขอยืมบัตรหน่อยสิ”
ทังหย่งจินหัวเราะแล้วพูดกับอู่ซือหานว่า “คุณคงเป็ลูกชายตระกูลอู่ น้องชายคุณขอยืมบัตร คุณก็ให้เขายืมเถอะ”
อู่ซือหานยิ้มพลางรับคำด้วยความประหม่า “ครับ”
ทังหย่งจินโอนเงินห้าสิบล้านหยวนเข้าบัญชีของอู่ซือหานอย่างง่ายดาย เย่ฝานพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ผู้าุโท่านนี้รู้ธรรมเนียมดีกว่าพ่อค้าเ้าเล่ห์คนนี้ซะอีก คุณวางใจเถอะ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
ทังหย่งจินมองโจวจิ่นจือที่อยู่ข้างๆ แวบหนึ่ง เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีและพูดว่า “งั้นเหรอ ที่แท้ฉันรู้ธรรมเนียมดีกว่าพี่โจวซะอีก”
