อย่างไรก็ตามคนบนพื้นกลับไม่ตอบนาง
รอบด้านเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ฮูหยินรู้สึกเพียงว่าสายตาพร่าเลือน นางฝืนกลั้นความไม่สบายกายแล้วพุ่งเข้าไป ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อเข้าไปใกล้ นางจะต้องตกตะลึงอยู่ตรงนั้นโดยพลัน
คนบนพื้นหาใช่อนุสี่ไม่ แต่เป็หลิ่วเฉิงซีที่ทุกคนกำลังตามหา ใบหน้าเล็กๆ หงายขึ้นดูซีดขาวไร้เรี่ยวแรง บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลจากไฟไหม้ ชายเสื้อมีเปลวไฟเล็กน้อย ฮูหยินรองะโอย่างใ “เฉิงซี!”
นางทะยานร่างเข้าไป ถอดชุดนอกที่เปียกชื้นของตนเองออก แล้วสะบัดตบลงไปยังเปลวไฟบนชุดของเฉิงซีอย่างบ้าคลั่ง โอบกอดบุตรชายเข้ามาในอ้อมกอดแล้วตบแก้มเขา “เฉิงซี! เฉิงซี! เ้าตื่นเร็ว!”
บุคคลในอ้อมกอดไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย มือทั้งสองตกอยู่ข้างกายอย่างไร้เรี่ยวแรง รอบด้านมีเสียงดังเปรี๊ยะๆ ของไม้ที่ถูกเผาไหม้จนหักดังมาไม่หยุด ตัวเรือนดูราวกับจะถล่มลงมาได้ทุกเวลา
ฮูหยินรองรีบอุ้มหลิ่วเฉิงซีแล้วลุกขึ้น แต่กลับพบว่าบริเวณที่นางเข้ามาถูกคานไม้หล่นลงมาปิดทางเอาไว้ ไม่มีทางให้ถอยออกไปแล้ว
นางมองไปรอบๆ ด้วยใจอันกระวนกระวาย แต่ทุกที่ล้วนเป็ทะเลเพลิง ไม่เห็นหนทางออกไปเลยแม้แต่น้อย
หรือว่านางและลูกชายของนางจะต้องตายอยู่ที่นี่? ฮูหยินรองก้มลงมองเฉิงซีที่ยังอายุน้อยในอ้อมอก สายตามีประกายวาบผ่าน นางบอกกับตนเองว่าจะต้องดูแลเขาให้ดีๆ ดูแลเืเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของสามีให้ดี แต่ว่าตอนนี้...
ไม่! เฉิงซีจะตายที่นี่ไม่ได้โดยเด็ดขาด!
ฮูหยินรองตัดสินใจโดยทันที นางถอดเสื้อตัวยาวของตนแล้วห่อหุ้มหลิ่วเฉิงซีอย่างแ่า ทำท่าจะพุ่งเข้าไปในทะเลเพลิง คิดจะใช้ร่างกายของตนเองเปิดทาง ตอนนี้เอง เสียงะโแหบแห้งอย่างร้อนใจดังขึ้น “ฮูหยิน! ฮูหยิน!”
เงาร่างของนายท่านรองปรากฏออกมาด้านนอก เปลวเพลิงทำให้การมองเห็นของเขาพร่าเลือน เมื่อทะลวงผ่านรอยแตกเข้าไปก็เห็นฮูหยินรองที่ถูกล้อมรอบไปด้วยทะเลเพลิงอยู่ภายในห้อง
“ฮูหยิน! อย่ากลัว ข้าจะเข้าไปช่วยเ้า!”
“นายท่าน เฉิงซีเองก็อยู่ที่นี่!”
อะไรนะ? นายท่านรองพลันเบิกตากว้าง ตอนนี้จึงได้มองเห็นคนในอ้อมอกของฮูหยินรองอย่างชัดเจน
ดูเหมือนว่าฮูหยินของเขาจะพยายามใช้แรงทั้งหมดอุ้มคุณชายน้อยที่สลบไสลไม่ได้สติ ด้วยกลัวว่าเขาจะตกลงไปแล้วถูกไฟเผาไหม้ ศีรษะของหลิ่วเฉิงซีแตกไปแล้ว จินตนาการได้เลยว่าอุ้มคุณชายน้อยผู้หนึ่งเอาไว้ในอ้อมอกเช่นนี้จะกินแรงมากเพียงใด
ดวงตาของบุรุษผู้นั้นหดเกร็ง พุ่งเข้าไปในเรือนโดยไม่พูดไม่จา ชนปะทะคานที่ขวางเอาไว้ตรงประตูให้เปิดทางออก แขนเสื้อของเขาถูกไหม้เป็รูใหญ่โดยพลัน ปรากฏผิวบนแขนออกมาให้เห็น
“ฮูหยิน! เร็ว! ออกไปจากที่นี่!”
ร่างกายสูงใหญ่โอบฮูหยินไว้อย่างแ่า ใน่เวลาแห่งความเป็ความตาย ใช้พลังอันแข็งแกร่งนำพาพวกเขาทะลุผ่านทะเลเพลิงอันไร้ไมตรีออกไป
ด้านนอก พ่อบ้านชรามองอย่างโง่งม
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดใช้น้ำราดแล้วไฟจึงไม่ดับ?” เปลวเพลิงนี้แปลกยิ่งนัก ไม่ว่าจะใช้น้ำเย็นราดลงไปกี่ถัง ไฟก็ไม่ลดความรุนแรงลงเลยแม้แต่น้อย
อวิ๋นซูมองไปยังถังน้ำในมือ สายตาพลันสว่างวาบ “ใช้ทราย!”
เมื่อเห็นว่าเปลวเพลิงกำลังจะลุกไหม้จนลามไปถึงเรือนอื่นในเร็วๆ นี้ พ่อบ้านก็ได้ยินคำของอวิ๋นซู “เร็วเข้า ใช้ทรายดับไฟ!”
“นี่จะทำอย่างไรดีขอรับ นายท่านกับฮูหยินยังไม่ออกมา คงจะไม่...คงจะไม่...” พ่อบ้านไม่กล้าคิดอีกต่อไป
ท่ามกลางทะเลเพลิงมีเงาร่างเคลื่อนไหว ทันใดนั้น บุรุษผู้นั้นโอบกอดสตรีเอาไว้แล้วพุ่งฝ่าเปลวเพลิงออกมา ทุกคนพลันตกตะลึง อวิ๋นซูไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบถังน้ำราดลงไปบนร่างของนายท่านรอง พริบตานั้นเปลวเพลิงที่ลุกอยู่บนอาภรณ์บนร่างของเขาดับลงโดยพลัน
เขาหอบหายใจเบา “เร็ว...รีบมาดูฮูหยิน...”
ทั้งสองราวกับใช้แรงเฮือกสุดท้ายจนหมดจึงโอบกอดกันล้มลงไปบนพื้น ส่วนหลิ่วเฉิงซีถูกฮูหยินรองจับไว้แน่น สตรีผู้มีใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าเบนสายตาขึ้นอย่างอ่อนแรง “ซูเอ๋อร์...เร็ว เฉิงซีเขา...”
อวิ๋นซูคลี่เสื้อตัวยาวที่ห่อหุ้มอยู่บนร่างกายของหลิ่วเฉิงซีออก ใบหน้าเล็กๆ อันขาวซีดพลันปรากฏตรงหน้า มือหนึ่งแตะบนชีพจรของเขา พริบตานั้นสายตาพลันเปลี่ยนไป
“พาคุณชายเข้าไปในห้องด้านใน!”
“...ขะ ขอรับ!”
บนเตียง อวิ๋นซูถอดชุดบนร่างของหลิ่วเฉิงซีออก บนแขนและหลังของเขาปรากฏรอยไหม้ขนาดใหญ่ ชีพจรเองก็อ่อนแรงเป็อย่างมาก
นางราดยาให้เขาอย่างรวดเร็วฉับไว รีบกวนยาโปะลงบนผิวที่ถูกไฟไหม้ ใช้เข็มเงินปักลงไปบริเวณจุดฝังเข็มทั้งแปด กระตุ้นให้สมองตื่น ไม่นาน คุณชายน้อยที่สลบไสลก็ค่อยๆ ได้สติ ขนตาของเขาสั่นน้อยๆ
“ปะ เป็อย่างไรบ้าง...”
ฮูหยินรองพาร่างกายอันอ่อนแอเดินเข้ามาภายใต้การประคองของนายท่านรอง
“แผลไฟไหม้สาหัสมาก จะฝืนต่อไปได้หรือไม่ก็ต้องดูคืนนี้แล้ว”
อะไรนะ? กระทั่งอวิ๋นซูก็ยังกล่าวเช่นนี้ ฮูหยินรองรู้สึกว่าจิตใจของตนเองราวกับถูกฉีกทึ้งอย่างโเี้ “เหตุใด เหตุใดเฉิงซีจึงอยู่ที่นั่น...”
“ฮูหยิน...” นายท่านรองไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เขามองไปยังผู้เยาว์บนเตียงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตำหนิตนเอง ไร้ซึ่งความโมโห ต้องโทษตนเอง เขาไม่ควรจะลงมือกลับเฉิงซีในทันที แต่ว่า…เขาเพียงแต่ไม่อยากเห็นบุตรของตนกลายเป็คนไม่มีเหตุผลก็เท่านั้น
“นายท่าน หาอนุสี่เจอแล้วขอรับ!”
ข้ารับใช้สองนายพาอนุสี่ที่ดูอิดโรยเข้ามา สตรีผู้นั้นเห็นนายท่านรอง จึงโถมกายเข้าไปด้วยอาการสะอึกสะอื้น “นายท่าน...ฮือๆๆ ...อีกนิดเดียวภรรยาก็จะไม่ได้พบนายท่านอีกแล้ว...”
นางจับชายเสื้อของนายท่านรองแน่นไม่ยอมปล่อย ไม่สนใจฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย
นายท่านรองขมวดคิ้ว ผลักสตรีในอ้อมอกออกไปอย่างรุนแรง “เ้าไปไหนมา?”
“นายท่าน บ่าวผ่านทางไปในสวนดอกไม้จึงพบอนุสี่...”
“ภรรยาก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด ตอนที่กำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ จู่ๆ ก็รู้สึกตาพร่ามึนงง จากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็จำได้ไม่ชัดเจนแล้วเ้าค่ะ...” สายตาของอนุสี่มองเลยไปยังผู้เยาว์บนเตียงราวกับว่าไม่ได้ตั้งใจ หลิ่วเฉิงซีที่มียาอยู่บนร่างทำให้นางส่งเสียงอุทานออกมา “์ คุณชายซีเป็อะไรหรือ?”
เสียงอันคลุมเครือเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างบน “ตอนที่คุณชายซีหายไป อนุสี่เดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้หรือ?”
อนุสี่เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตาของอวิ๋นซูพอดี นางรู้สึกลำคอเย็นเยียบ สายตาสำรวจของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ผู้นี้คมกริบ ราวกับว่านางรู้อะไรบางอย่างก็มิปาน
ความหมายของอวิ๋นซูก็คือ ในตอนที่ทุกคนกำลังตามหาคุณชายซีอย่างร้อนรนอยู่นั้น อนุสี่ยังไปเดินทอดน่องอย่างว่างงานที่สวนดอกไม้อีก
นายท่านรองย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของนาง แต่จะอย่างไรคุณชายซีก็ไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขของอนุสี่ นางไม่สนใจความเป็ความตายของเขาก็เป็เื่ธรรมดา เพียงแต่เช่นนี้ทำให้นายท่านรองยิ่งเกลียดชังอนุสี่ สตรีที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมเช่นนี้ช่าง…
อนุสี่สังเกตเห็นถึงสายตาอันเปลี่ยนไปของนายท่านรองได้อย่างฉับไว นางรีบร้อนอธิบาย “ภรรยาไม่ทราบว่าคุณชายซีหายไป มิเช่นนั้นจะต้องช่วยตามหาอย่างแน่นอน แต่ว่าตอนนี้...คุณชายซีเป็อะไรหรือเ้าคะ? สาหัสหรือไม่?”
ฮูหยินรอง ที่อยู่ข้างๆ มิอาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป นางโซเซอย่างอ่อนแรงพอดีกับที่ถูกนายท่านรองประคองเอาไว้ได้ทันเวลา “รีบประคองฮูหยินกลับไปพักผ่อน”
“ไม่ นายท่าน ข้า้าอยู่ข้างกายเฉิงซี”
สายตาอันแน่วแน่ของนางทำให้คำพูดของนายท่านรองจุกอยู่ในลำคอ ในใจยิ่งตำหนิตนเอง รู้สึกละอายใจยิ่ง เขาแทบไม่อยากจะจินตนาการ อีกนิดเดียวเขาก็จะไม่ได้เห็นหน้าฮูหยินและบุตรของตนแล้ว ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขาอกสั่นขวัญแขวนยิ่งนัก
สายตาของอนุสี่มีประกายความอิจฉาวาบผ่าน ทว่ากลับรู้สึกราวกับมีสายตาอันคมกริบจ้องตนเองอยู่ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็ผู้ใด
นางพยายามหลบเลี่ยงสายตาของอวิ๋นซู อย่างไรก็ตาม สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นกลับค่อยๆ เดินมาเบื้องหน้าของนาง “อนุสี่วาสนาดียิ่งนัก โชคดีที่เดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้”
“...ชะ ใช่แล้ว”
พ่อบ้านชรารู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมาะที่จะให้อนุสี่รั้งอยู่ที่นี่ จึงเดินไปกล่าวชักจูงว่า “ร่างกายของอนุสี่ไม่ค่อยดี กลับไปพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ บ่าวจะเก็บกวาดห้องให้ท่าน”
เมื่อเห็นสตรีผู้นั้นค่อยๆ เลือนหายไปจากการมองเห็น สายตาของอวิ๋นซูพลันเข้มขึ้น
“คุณหนู”
ชุนเซียงที่ตามเข้ามาจากข้างนอกมีสีหน้าเคร่งขรึม นางเดินมายังข้างกายของอวิ๋นซู ในมือกำผ้าผืนหนึ่งที่ห่อของบางสิ่งเอาไว้แน่น
ข้างในมีวัตถุสีดำที่ถูกเผาไหม้อยู่หลายก้อนนอนอยู่อย่างสงบ อวิ๋นซูหยิบขึ้นก้อนหนึ่งจ่อบริเวณจมูกแล้วสูดดม เป็ดังคาดจริงๆ! นี่ไม่ใช่ไฟปกติ ดูจากเถ้าถ่านที่ถูกเผาไหม้นี้ สามารถบอกได้ว่าถูกคนราดน้ำมันเข้าไป ไฟที่เกิดจากน้ำมันประเภทนี้จะทำให้ไม่สามารถใช้น้ำดับได้ แต่ต้องใช้ทรายแห้ง
“คุณหนู...” ชุนเซียงทำท่าทางราวกับ้าพูดอะไรแต่หยุดเอาไว้ ทำให้อวิ๋นซูกักเก็บสีหน้า
ทั้งสองออกไปจากห้อง ชุนเซียงเข้าไปใกล้หูของอวิ๋นซูอย่างไม่พอใจอยู่บ้าง “เมื่อครู่บ่าวได้ยินมาว่า เป็คุณชายซีที่เผาเรือนอนุสี่เ้าค่ะ!”
สายตาของอวิ๋นซูเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ผู้ใดกล่าว”
“หลายคนล้วนกล่าวเช่นนี้เ้าค่ะ มีข้ารับใช้ได้ยินคุณชายซีกล่าวต่อหน้าอาจารย์ว่าจะเผาเรือนอนุสี่ ไม่คิดว่าจะเผาจริงๆ” ยิ่งไปกว่านั้น มิใช่ว่าคุณชายซีถูกพบท่ามกลางทะเลเพลิงหรอกหรือ มีคนกล่าวว่าคุณชายซีถูกไฟเผา เป็เพราะตนเองหนีออกมาไม่ทันจึงถูกขังอยู่ข้างใน
ความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นในใจของอวิ๋นซูทบทวี นางยื่นมือออกไปแล้วมองไปยังฝ่ามือของตนอีกครั้ง
“คุณหนูเ้าคะ คุณชายซีคงไม่เป็อะไรใช่หรือไม่เ้าคะ?” หากคุณชายซีทนฝืนต่อไปไม่ไหว เช่นนั้นฮูหยินรองก็น่าสงสารเกินไปแล้ว บ้านสองมีต้นกล้าเพียงต้นเดียวเช่นนี้ ชุนเซียงไม่เห็นบุตรในท้องของอนุสี่อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย นางไม่ได้มีความรู้สึกดีอะไรต่ออนุสี่ผู้นั้น
อวิ๋นซูถอนใจเบาๆ นางหันกลับไปมองเรือนแห่งนั้น ต่อให้ต้องใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง นางจะไม่ยอมให้เขาเกิดเื่อย่างแน่นอน
...
“เป็ดั่งที่ข้าพูด ไฟของคุณชายซีควรจะเผานังสารเลวนั่นให้ตายไปเลย!”
“ใช่แล้ว เหตุใดจึงได้โชคดีถึงเพียงนี้ นางไปสวนดอกไม้หรือ?”
ภายในมุม อี๋เหนียงทั้งสองกำลังซุบซิบนินทากันอย่างอดรนทนไม่ไหว อยากให้อนุสี่ถูกไฟเผาอยู่ข้างในให้ตาย
“เฮ้อ น่าเสียดายคุณชายซี หากไม่ใช่เพราะฮูหยินมีจิตใจดีเข้าไปช่วยคน จะพบเขาได้อย่างไร?”
“คุณชายซีไม่ระวังเลยจริงๆ เหตุใดจึงไม่หนีออกมา เฮ้อ ข้าหวังว่าคุณชายจะปลอดภัยไร้อันตราย”
“ฮึ อี๋เหนียงทั้งสองช่างมีจิตใจงดงาม” จู่ๆ ก็มีเสียงของอนุสี่ดังขึ้นด้านหลัง อนุรองและอนุสามใ หันไปเห็นใบหน้ามืดครึ้มของอนุสี่
“เ้า...เ้ามาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อใด?!”
เมื่อเห็นท่าทางพรั่นพรึงของทั้งสอง มุมปากขออนุสี่จึงยกขึ้นอย่างเย็นะเื “ก็ตอนที่พวกเ้ากล่าวว่าเหตุใดข้าจึงไม่ถูกไฟคลอกตายเช่นไรเล่า”
“...อะ อะไร! เ้าอย่ามาใส่ร้ายผู้อื่น!”
อย่างไรก็ตาม จู่ๆ สตรีตรงหน้าเงียบลง ดวงตาทั้งสองอันมืดครึ้มของนางจ้องอนุรองและอนุสามเขม็ง ราวกับ้าแทงทะลุร่างของพวกนางให้เป็รู
ข้ารับใช้หลายคนผ่านทางมา อนุสี่รีบยื่นมือออกไปประคองท้องของตน “้าทำร้ายเด็กในท้องข้าหรือ? ข้าไม่ยอมให้พวกเ้าสมปรารถนาแน่!”
หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ ก็หมุนกายหายไปจากเบื้องหน้าของพวกนางทั้งสอง
“นางกำลังกล่าวอะไร? ผู้ใด้าทำร้ายลูกของนางกัน”
“อย่าไปสนใจนางเลย ก็แค่คนบ้าคนหนึ่ง!”
